War of Ancient Emperor - ตอนที่ 46 การประลองที่ใกล้เข้ามา
เมื่อหลงจินเหอหันไปรอบข้างก็พบว่าคนส่วนมากเริ่มที่จะกลับเข้าเมืองไปนานแล้ว
ตั้งแต่การต่อสู้เพื่อแย่งชิงแท่นเสาสวรรค์จบลง คนส่วนมากล้วนมเพื่อชมโฉมหน้าของรุ่นเยาว์ที่ได้ชื่อว่าอัฉริยะเท่านั้น
“พี่ชายซานอวิ้น ท่านจะทำอย่างไรต่อ?”
หลงจินเหอหันกลับไปถามซานอวิ้นที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ข้าคงจะต้องกลับแล้ว มีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปทำอีก”
ซานอวิ้นกล่าวด้วยท่าทางสงบนิ่ง
“งั้นหรือ โชคดีพี่ชายซานอวิ้น หวังว่าพวกเราจะมีโอกาสได้พบกันอีก”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอจึงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวตอบ
“แน่นอน! อีกไม่นานพวกเราจะได้พบกันอีกแน่”
ซานอวิ้นตบไหล่ของหลงจินเหอเบาๆ และเดินจากไป
‘ไม่นานจะพบกันอีก?’
เมื่อได้ยินคำพูดของซานอวิ้น นั่นทำให้หลงจินเหอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เหตุใดชายหนุ่มถึงมั่นใจ ว่าพวกเขาทั้งสองจะมีโอกาสได้พบกันอีก?
“ผู้อาวุโส ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะสนิทกับเด็กตระกูลของท่าน”
เจ้าเมืองหญิงหันไปกล่าวกับชายชราทั้งสอง
“การที่ซานอวิ้นรู้จักกับเด็กหนุ่มนั้น อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็เป็นได้”
“ใครจะรู้ว่า ในอนาคตตระกูลซานของเราอาจจะต้องพึ่งพาเด็กหนุ่มคนนั้นก็ได้?”
ชายชราชุดดำเปิดปากกล่าว
“พรสวรรค์ของซานอวิ้นก็ไม่ธรรมดาอีกทั้งยังสูงกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งหมด”
“เพียงแต่ว่าเด็กหนุ่มนั้นผิดปกติเกินไปต่างหาก อัจฉริยะผู้ที่มีคุณสมบัติที่สามารถท้าทายกฏแห่งสวรรค์ได้อย่างแท้จริง”
“นี่คือมังกรในหมู่มนุษย์”
ชายชราชุดดำกล่าว
“นี่! เยาว์วัยยังฉายแววออกมาขนาดนี้แล้ว”
“ไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องในอนาคตข้างหน้าเลย ข้าคิดว่าอีกไม่นาน ตราบใดที่ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเขา”
“เขาจะต้องเป็นผู้ที่ขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของดินแดนด้านล่างแห่งนี้อย่างแน่นอน”
ชายชราชุดขาวที่เงียบมาตลอดก็กล่าวขึ้นมา
–
–
“ท่าน คงจะเป็นพี่สาวชิงเหลียน?”
ซึ่งมู่ชิงเหลียนยืนอยู่ด้านหลังของซานอวิ้นตลอด เนื่องจากหลงจินเหอพูดคุยกับซานอวิ้นอยู่ จึงไม่มีโอกาสได้ทักทาย
ตอนนี้ซานอวิ้นได้จากไปแล้ว หลงจินเหอจึงเป็นฝ่ายเข้าไปถามก่อน
“เจ้ารู้จักข้างั้นหรอ?”มู่ชิงเหลียนกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย
“ชื่อเสียงของท่านออกจะโด่งดัง ในหมู่เด็กรุ่นใหม่มากพรสวรรค์ เหตุใดข้าจะไม่รู้จักท่านล่ะ?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เด็กรุ่นใหม่มากพรสวรรค์? ข้าคิดว่าควรจะเป็นของเจ้ามากกว่านะน้องชายจินเหอ”
มู่ชิงเหลียนกล่าวอย่างแผ่วเบาที่ได้ยินเพียงแค่สองคนเท่านั้น
“นี่!!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จึงทำให้หลงจินเหอชะงักไปชั่วครู่
มู่ชิงเหลียน? นางไปรู้ชื่อของเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ตั้งแต่หลงจินเหอเข้ามาภายในเมืองใหญ่
ก็มีเพียงแค่ซานอวิ้นคนเดียวที่บอกหรือว่าจะเป็นมู่หลิงงั้นหรือ?
“เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าจะไม่เอาไปบอกใครหรอก”
เมื่อเห็นสีหน้าของหลงจินเหอที่เปลื่ยนไป มู่ชิงเหลียนจึงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา
“ขอบคุณมากพี่สาว”
หลงจินเหอถอนหายใจก่อนจะกล่าว
ยิ่งมาเข้ามาเมืองใหญ่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับเด็กหนุ่มสักเท่าไหร่ ถ้าหากเรื่องชื่อหลุดออกไป
ผู้คนต้องแห่กันมาล่าตัวเด็กหนุ่มอย่างแน่นอน ตระกูลหนานก็เป็นถึงตระกูลใหญ่
ค่าหัวของหลงจินเหอที่ถูกตั้งเอาไว้ก็ไม่ใช่น้อย
“ไม่มีปัญหาเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”
มู่ชิงเหลียนกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินจากไป
หลังจากที่มู่ชิงเหลียนจากไปแล้ว หลงจินเหอจึงหันหน้าไปมองทางกลุ่มคนสามคน ก่อนจะเดินเข้าไปหา
กลุ่มที่เด็กหนุ่มเดินเข้าไปไม่ใช่ใคร นอกจากเจ้าเมืองหญิงและชายชราทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“อะแฮ่ม! ดูเหมือนว่าท่านเจ้าเมืองจะไม่ว่างแล้ว”
“งั้นพวกเราต้องขอตัวก่อน”
เมื่อเห็นหลงจินเหอเดินตรงเข้า ชายชราชุดขาวจึงไอออกมา ก่อนจะสะกิดแขนของชายชราชุดดำ
“ท่านเจ้าเมืองอย่าคิดมาก จะอายุสิบปีหรือร้อยปีก็ไม่ต่างกันหรอก สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว”
ชายชราชุดหัวเราะออกมา ก่อนจะเดินตามชายชราชุดขาวออกไป
“ผู้อาวุโส! ท่านกำลังพูดเรื่องอะไร!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ นั่นทำให้สีหน้าของเจ้าเมืองหญิงแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
“ได้พบกันอีกแล้วพี่สาว คราวก่อนท่านก็ช่วยข้าเอาไว้ภายในเมือง ครั้งนี้ก็ต้องขอบคุณที่เตือนเรื่องจิตวิญญาณเพลิง”
หลงจินเหอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเจ้าเมืองหญิง ก่อนจะเปิดปากกล่าว
“ไม่จำเป็นต้องคิดมากไปหรอก ถ้าหากเจ้ารีบตายไปก็เสียดายพรสวรรค์แย่”
เจ้าเมืองหญิงกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน
“ครั้งก่อนข้ายังไม่ได้ถามท่านเลย พี่สาวท่านชื่ออะไร? ข้าชื่อเสี่ยวจิน”
หลงจินเหอแนะนำตัวเอง
“ซู หมิงเอ๋อ จะเรียกว่าพี่สาวหมิงเอ๋อก็ได้
“เมื่อได้ยินคำพูดของหลงจินเหอ นั่นทำเจ้าเมืองหญิงเผยรอยยิ้ม ก่อนจะกล่าวตอบทันที
เพราะว่านางรู้อยู่แล้วว่าหลงจินเหอใช้ชื่อปลอมแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกไป เนื่องจากคิดว่าเด็กหนุ่มยังไม่ต้องการให้ใครรู้ถึงตัวตนที่แท้จริง
“ดี พี่สาวหมิงเอ๋อ ครั้งนี้และครั้งก่อนข้าเป็นหนี้ท่าน ท่านต้องการให้ช่วยเหลืออะไร ถ้าหากว่าข้าสามารถทำได้ โปรดบอกมาได้เลย”
หลงจินเหอกล่าวด้วยเสียงจริงจัง
“ท่านไม่จำเป็นต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก”
“ถ้าหากข้าติดค้างไปตลอด ข้าคงรู้สึกไม่สบายใจอย่างแน่นอน”
“ข้าคิดว่าสักวัน ข้าคงจะสามารถช่วยอะไรท่านได้บ้าง”
หลงจินเหอกล่าวต่อโดยไม่ให้ซูหมิงเอ๋อปฏิเสธ
“เข้าใจแล้ว”ซูหมิงเอ๋อพยักหน้าเล็กน้อย
“พี่สาวหมิงเอ๋อ เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน คิดว่าเราคงจะมีโอกาสพบกันอีก”
หลงจินเหอกล่าว
“ข้าก็เช่นกัน หวังว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีก”
ซูหมิงเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม ในความคิดของนาง หลงจินเหอคือเด็กหนุ่มที่ซื่อสัตย์และเต็มไปด้วยความจริงใจ
ทุกครั้งที่หลงจินเหอกล่าว นางมักจะมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของเขา ซึ่งมันไม่มีวี่แววของการโกหกอยู่เลยแม้แต่น้อย
“นับว่ายากที่จะพบเจอกับคนเช่นนี้ แม้กระทั่งสถานที่ข้าจากมาก็ยังนับว่ายากที่จะพบ”
ซูหมิงเอ๋อพึมพัมออกมาพร้อมกับเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องนภาข้างบน
หลังจากจบเรื่องที่แท่นเสาสวรรค์แล้ว หลงจินเหอจึงเดินทางกลับเข้าเมืองทันที
“เจ้าไปทำอะไรมา? เหตุใดถึงทำหน้าตามีความสุขนัก”
เมื่อเห็นหลงจินเหอกลับมาอย่างอารมณ์ดี มู่หลิงจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกไป
“นิดหน่อย”
ฟหลงจินเหอไม่ได้คิดที่จะปิดบังมู่หลิงอยู่แล้ว จึงเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ทั้งหมด
“จินเหอ! เจ้าเจอท่านพี่ด้วยงั้นหรือ?”
เมื่อได้ฟังคำพูดของหลงจินเหอ นั่นทำให้มู่หลิงรีบถามกลับทันที แม้ว่าตัวนางจะเป็นน้องสาวของมู่ชิงเหลียน
แต่นางมีโอกาสได้เจอกับพี่สาวของตนเองเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นในรอบหลายปี
“ล่ะก็อีกเรื่องหนึ่ง อีกไม่กี่วันข้างหน้า ข้าคิดว่าจะเดินทางกลับนิกายแล้ว”
หลงจินเหอกล่าวต่อ
“จริงหรือ!”
มู่หลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“คิดว่าข้าจะโกหกหรือไงกัน?”
หลงจินเหอยักไหล่เล็กน้อย
“ข้าเหนื่อยแล้ว ขอตัวไปพักก่อน”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับเดินเข้าห้องพักตนเอง
ช่วงเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่หลงจินเหอและมู่หลิงยังคงพักอยู่ที่เมืองใหญ่ถึงสามวัน จึงได้เวลาออกเดินทางกลับสู่นิกาย
เมื่อเข้ามาใกล้อาณาเขตของนิกาย
หลงจินเหอก็ไม่ลืมที่จะเปลื่ยนชุดกลับมาเป็นเหมือนเดิม ส่วนมู่หลิงก็ยังคงใส่ชุดคลุมเอาไว้ตลอดเวลา
ทางเข้าด้านหน้าของนิกาย ซึ่งจะมีสองผู้อาวุโสยืนอยู่ หลงจินเหอก็สามารถพามู่หลิงเข้าไปโดยไม่มีปัญหาอะไร เพียงแค่บอกว่าเป็นแขกพิเศษของท่านเจ้านิกาย
“ว้าว! ที่นี่ใหญ่มาก!”
ตั้งแต่เข้ามาภายในอาณาเขตของนิกาย มู่หลิงได้แต่ตาลุกวาวอยู่ตลอดเวลา เพราะนางไม่เคยเห็นสิ่งพวกนี้มาก่อน
ยิ่งจำนวนศิษย์มากมายที่กำลังเดินไปมาพุกพล่านไปทั่ว ยิ่งทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นเข้าไปใหญ่
“เป็นอย่างไรอึ้งเลยสิ?”
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลงจินเหอเพียงแค่หัวเราะออกมา ก่อนจะเดินไปทางที่พักของตัวเอง
“ศิษย์น้องจิน! เจ้ากลับมาแล้ว”
เมื่อเข้ามาในอาณาเขตที่พักของตนเอง หลงจินเหอก็ได้ยินเสียงของหงเยว่ดังมาแต่ไกล
“ศิษย์พี่หญิงหงเยว่ ท่านมาทำอะไรที่นี่งั้นหรือ?”
หลงจินเหอด้วยความสงสัย จึงถามออกไป เพราะอาณาเขตนี้เป็นพักอาศัยของหลงจินเหอกับเจ้านิกาย
มีเพียงคนที่ได้รับอนุญาติเท่านั้น ถึงจะเข้ามาได้ อีกอย่างเหลือเวลาอีกตั้งหลายอาทิตย์กว่าการประลองของศิษย์หลักจะเริ่มต้นขึ้น ไม่ใช่นางต้องไปฝึกฝน?
“ท่านเจ้านิกายเรียกข้ามาพบน่ะ ข้ากำลังจะกลับพอดี”
ศิษย์พี่หญิงหงเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปียมไปด้งยเสน่ห์
_______________________________________________________________________________________________________