War of Ancient Emperor - ตอนที่ 49 ภารกิจแรก
“ไม่จำเป็นต้องพูดอีกต่อไปแล้ว หงเยว่ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้า เรื่องนี้ข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างแน่นอน”
ผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิงกล่าวต่อ
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มด้านข้างที่เปรียบเสมือนบิดาของตนเอง นั่นทำให้หญิงสาวนิ่งเงียบและไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีกต่อไป
ไม่มีใครรู้ว่าภายในจิตใจของนาง กำลังคิดสิ่งใดอยู่
“ศิษย์พี่หญิงฮัวเหม่ยหลับตาลงก่อน ข้ามีบางอย่างอยากจะให้”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฮัวเหม่ยพยักหน้าเล็กน้อย หญิงสาวหลับตาลงอย่างที่เด็กหนุ่มบอกทันที โดยไม่ได้ขัดขืนหรือกล่าวสิ่งใดอีก
เมื่อเห็นฮัวเหม่ยที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลับตาลงแล้ว หลงจินเหอจึงหยิบของบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะสวมใส่ไปที่คอของหญิงสาว
“เอาล่ะ เสร็จแล้วลืมตาได้”
หลงจินเหอกล่าวอย่างแผ่วเบา
“สิ่งนี่มัน!?”
เมื่อฮัวเหม่ยลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะว่าที่คอของตนเอง มีสร้อยอยู่หนึ่งเส้นและที่สำคัญมันเป็นไข่มุกเหมันต์
ถูกต้องนางไม่ได้ดูผิดมันเป็นไข่มุกเหมันต์ของจริง
หลังจากที่หลงจินเหอประมูลไข่มุกเหมันต์มาก็ยังไม่มีโอกาสได้ใช้มันเลยสักครั้ง
เด็กหนุ่มจึงคิดจะมอบให้ฮัวเหม่ยตั้งแต่แรกแล้ว ช่วงเวลาที่เด็กหนุ่มยังอาศัยอยู่ภายในเมืองใหญ่ ก่อนจะกลับมานิกายอีกเพียงไม่กี่วัน จึงนำไข่มุกเหมันต์ไปทำเป็นสร้อยมาให้นาง
“ขะ-ข้า”
ฮัวเหม่ยยังไม่ทันจะได้กล่าวหลงจินเหอก็กล่าวแทรกขึ้นมา
“ข้ารู้ว่าศิษย์พี่ฮัวเหม่ยต้องปฏิเสธมัน แต่ว่าท่านต้องรับมันไว้”
“ไม่เช่นนั้น ข้าก็จะต้องกังวลเกี่ยวความปลอดภัยของตัวท่านอยู่ตลอดอย่างแน่นอน”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขอบคุณนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลงจินเหอก็ยิ่งทำให้ฮัวเหม่ยรู้สึกอายเป็นอย่างมาก ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเบา จนแทบจะไม่ได้ยิน
“ข้าไม่ต้องการคำขอบคุณ ข้าเพียงต้องการเห็นท่านปลอดภัย เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับข้าแล้ว”
หลงจินเหอก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที หลังจากที่ได้ยินคำตอบของฮัวเหม่ย
“ศิษย์พี่ฮัวเหม่ย นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม! แล้วเจอกัน”
ฮัวเหม่ยพยักหน้าเล็กน้อย
หลังจากที่หลงจินเหอออกมาจากอาณาเขตที่พักของผู้อาวุโสใหญ่หลี่หยิง
แล้ว สีหน้าของเด็กหนุ่มที่ปรากฏรอยยิ้มอยู่เมื่อสักครู่พลันเปลื่ยนตึงเคลียดทันที
“คงจะต้องรีบหาวิธีที่จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วที่สุด อีกไม่นานความวุ่นวายภายในนิกายก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
“ระดับพลังลมปราณของข้าในตอนนี้ ยังอ่อนแอเกินไป แม้แต่จะปกป้องตนเองยังทำไม่ได้เลย”
หลงจินเหอบ่นพึมพัมออกมาขณะที่กำลังเดินตรงกลับไปยังที่พักของตัวเอง
ช่วงเวลาเช้ามืดวันต่อมา
หลงจินเหอก็ยังคงต้องตื่นมาฝึกซ้อมเป็นประจำวันเหมือนอย่างเช่นเคย
“ผู้อาวุโสมีอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรือ?”
ทว่าขณะที่หลงจินเหอกำลังฝึกซ้อมอยู่ ปรากฏว่ามีชายชราสวมชุดสีฟ้าหนึ่งคนกำลังเดินมาหา
ตรงบริเวณสายคาดเอวของชายชรามีตราสัญญาลักษณ์ของตำแหน่งผู้อาวุโสอยู่
หลงจินเหอไม่เคยเห็นผู้อาวุโสคนนี้มาก่อน อาณาเขตที่ของเด็กหนุ่มพักอาศัยอยู่เป็นของเจ้านิกาย
ถ้าหากไม่ได้รับอนุญาติ ต่อให้เป็นผู้อาวุโสก็ไม่กล้าที่จะเข้ามา
“เจ้าคงเป็นหลงจินเหอสินะ”
ชายชราเดินมาถึงตรงหน้าของหลงจินเหอ ก่อนจะเปิดปากกล่าว
“ใช่ เป็นผู้เยาว์เอง”
หลงจินเหอประสานมือคารวะไปทางชายชราเบื้องหน้า
“ข้ากำลังจะออกไปทำภารกิจข้างนอกนิกาย”
“ไม่ทราบว่าเจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่?”
ชายชรากล่าวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
“ข้างั้นหรือ? ท่านเป็นถึงผู้อาวุโส การที่จะพาข้าไปด้วยก็มีแต่จะเป็นภาระ”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเฉย
เด็กหนุ่มคิดว่าชายชราเบื้องหน้าอย่างต่ำก็เป็นระดับปราณนภาแล้ว เหตุใดถึงอยากให้เขาออกไปทำภารกิจด้วย หรือว่าจะมีจุดประสงค์อื่นกันแน่?
“ข้าได้ยินมาจากท่านเจ้านิกาย ว่าเจ้าเป็นศิษย์หลักที่เพิ่งเข้ามาใหม่”
“ข้าเลยจะชวนออกไปหาประสบการณ์ด้านนอกก็เท่านั้น ถ้าหากเจ้าไม่ต้องการที่จะไป ข้าก็จะไม่บังคับ”
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงปกติที่ดูไม่เหมือนกับเป็นศัตรู แต่ก็ไม่ได้ดูเป็นมิตรด้วยเช่นกัน
“ตกลงข้าจะไปกับท่านด้วยก็ได้”
แม้ว่าหลงจินเหอจะไม่รู้ว่าชายชราเบื้องหน้าเป็นมิตรหรือศัตรู แต่ว่าชายชราก็ยังมีตำแหน่งเป็นถึงผู้อาวุโส
ฉนั้นการที่เด็กหนุ่มปฏิเสธไปมีแต่จะทำให้ชายชราที่ดั้งด้นมาถึงที่นี่จะเสียหน้าเปล่า อีกอย่างชายชราอาจจะหวังดีจริงก็ได้
“ผู้อาวุโส เช่นนั้นโปรดรอข้าสักครู่”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับวิ่งเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ผ่านไปประมานธูปครึ่งก้านไหม้
เด็กหนุ่มจึงออกมาจากบ้านอีกครั้งพร้อมกับเปลื่ยนชุดใหม่หลังจากฝึกซ้อมเสร็จ
“ผู้อาวุโสท่านชื่อ?”
หลงจินเหอกล่าว
“เรียกข้าว่าผู้อาวุโสเทียนก็พอ”
ชายชรากล่าวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
“เอาอย่างงั้นก็ได้ ผู้อาวุโสเทียน เราทำกำลังจะไปทำภารกิจที่ใดกันงั้นหรือ?”
หลงจินเหอกับผู้อาวุโสเทียนเดินมาจนถึงด้านหน้าของนิกาย เด็กหนุ่มก็อดถามชายชราด้วยความสงสัยไม่ได้
“สถานที่ที่เรากำลังจะไป มันคือหุบเหวไร้ที่สิ้นสุด ข้าคิดว่าเจ้าคงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว?”
ผู้อาวุโสเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเฉย
“หุบเหวไร้ที่สิ้นสุด”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของหลงจินเหอก็มืดลงทันที จากที่เด็กหนุ่มเคยอ่านเจอมาในหนังสือเกี่ยวกับหุบเหวไร้ที่สิ้นสุดนั้น
มันเป็นสถานที่ลึกลับอย่างมาก ที่สำคัญคือมันอันตรายยิ่งกว่าหุบเขาแห่งความตายที่เด็กหนุ่มเคยไปเป็นสิบเท่า
หุบเหวไร้ที่สิ้นสุดเป็นสถานที่ที่มีปริศนาเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ถูกพบ
การจะเดินไปทางหุบเหวไร้ที่สิ้นสุดมีเพียงอย่างเดียวคือการเดินเท่านั้น
ชั้นบรรยากาศของหุบเหวไร้ที่สิ้นสุดนั้นแปลกประหลาดอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถเหาะหรือใช้ทักษะเกี่ยวกับการเหาะหรือขึ้นบนท้องนภาได้
หลังจากที่เข้าไปอยู่ภายในอาณาเขตของหุบเหวไร้ที่สิ้นสุด และถ้าหากฝืนที่จะเหาะก็จะถูกแรงดึงดูดของหุบเหวไร้ที่สิ้นสุด กดจนทำให้ตกลงสู่พื้นดินทันที
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือหุบเหวตามชื่อของมัน
มีเหล่าผู้คนมากมายตั้งแต่อดีตหลายหมื่นปีจนถึงปัจจุบันที่ไปท้าทายและสำรวจมัน ผลสุดท้ายที่ออกมาก็คือไม่มีใครสามารถกลับมาได้เลยสักคนเดียว
“เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอก ภารกิจของเราเพียงแค่ไปคุ้มกันคนที่นั้นเดินทางข้ามหุบเหวไร้ที่สิ้นสุด”
“ปกป้องพวกเขาจากกลุ่มของโจรป่าที่มารอดักปล้น ก็เท่านั้น”
ผู้อาวุโสเทียนกล่าวอธิบายอีกครั้ง เพื่อที่จะทำให้หลงจินเหอไม่เคลียดจนเกินไป
“เช่นนั้น ข้าก็เบาใจลงบ้าง”
หลงจินเหอถอนหายใจเล็กน้อย
“เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราควรจะเดินทางกันตอนนี้”
ผู้อาวุโสเทียนกล่าวพร้อมกับโบกสะบัดแขนหนึ่งครั้ง เพียงพริบตาเดียว พลันมีกลุ่มลมมากมายมาห่อหุ้มร่างกายของหลงจินเหอกับผู้อาวุโสเทียนเอาไว้
ก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะลอยขึ้นสู่ท้องนภาและเหาะทะยานไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
เป็นอย่างที่หลงจินเหอคิดเอาไว้ไม่มีผิด
ผู้อาวุโสเทียนไม่ใช่แค่ระดับปราณนภาธรรมดา หลังจากที่สังเกตุได้จากความเร็ว เด็กหนุ่มคิดว่าผู้อาวุโสเทียนอย่างน้อย ต้องเป็นระดับปราณนภาขั้นสูงหรืออาจจะเป็นระดับปราณนภาขั้นสูงสุดอย่างแน่นอน
ขนาดเดินทางด้วยความเร็วระดับนี้ยังต้องใช้เวลาถึงครึ่งวันกว่าจะมาถึงอาณาเขตของหุบเหวไร้ที่สิ้นสุด
“ผู้อาวุโสเทียน นี่นะหรือ? หุบเหวไร้ที่สิ้นสุด ?”
หลังจากที่ทั้งสองคนเหาะลงมา หลงจินเหอก็เปิดปากถามผู้อาวุโสเทียนทันที
เพราะว่ามันไม่ใช่สถานที่น่ากลัวแบบที่เด็กหนุ่มคิดเอาไว้เลย ในความคิดของเด็กหนุ่มมันจะต้องเป็นสถานที่น่ากลัวกว่าหุบเขาแห่งความตาย
55แต่ว่าภาพเบื้องหน้ามันแทบจะไม่ต่างอะไรกับป่าธรรมดาที่มีหุบเขาและต้นไม้เหมือนกับทั่วไป
“นี่เพียงแค่ด้านหน้าเท่านั้น เข้าไปด้านในกันเถอะ”
ผู้อาวุโสเทียนกล่าวพร้อมกับเดินนำหน้าเข้าไปทันที
หลงจินเหอหันซ้ายหันขวาก็ไม่พบวี่แววของผู้คนเลยแม้แต่น้อย ก่อนเด็กหนุ่มจะตัดสินใจเดินตามผู้อาวุโสเทียนเข้าอาณาเขตของหุบเหวไร้ที่สิ้นสุด
______________________________________________________________________________________________________