War of Ancient Emperor - ตอนที่ 52 สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์
‘ตอนนี้จะเป็นอย่างไรก็ช่าง ควรจะรู้ให้ได้ก่อนที่นี่คือทีี่ี่ี่ใดกันแน่?’
หลงจินเหอคิดในใจ
“แปลกมาก”
หลงจินเหอพยายามที่จะสำรวจดูรอบข้างเผื่อจะมีบางสิ่งที่เคยพบเห็นมาบ้าง
แต่เด็กหนุ่มกลับไม่เคยเห็นสิ่งพวกนี้มาก่อนเลยมันเป็นสถานที่ลึกลับเกินไป
เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องนภาก็พบว่ามันไม่มีดวงอาทิตย์ แต่สถานที่แห่งนี้กลับไม่มืด?
อีกทั้งยังมีเมฆสีดำปกคลุมทั่วท้องนภาจนหมด
“ต้องรีบหาทางออกจากสถานที่แห่งนี้ให้ไวที่สุด”
หลงจินเหอบ่นพึมพัมพร้อมกับเหาะไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
หลงจินเหอยังคงเดินทางต่อไปเรื่อย จนกระทั่งเวลาผ่านเดินไปถึงเจ็ดวัน
เด็กหนุ่มก็ยังพบเห็นเพียงแค่พื้นดินที่แห้งแล้งตลอดเส้นทางที่ผ่านมา แต่ความพยายามของเขาแทบจะไม่ได้ลดลงไปเลยแม้แต่น้อย
“สิ่งนั่น มันคืออะไร?”
หลงจินเหอขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะว่าเบื้องหน้าของเด็กหนุ่ม มีบางสิ่งลักษณะคล้ายกับกรงเหล็ก
แต่มันไม่ใช่กรงเหล็กธรรมดา มันเป็นกรงเหล็กที่มีขนาดใหญ่โตเอามาก สามารถเรียกได้ว่าขนาดของมันเทียบเท่าภูเขาเลยก็ว่าได้
หลงจินเหอที่เต็มไปด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็นจึงไม่รอช้า
เด็กหนุ่มรีบเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่เดินทางมาตลอดหลายวัน นี่เป็นสิ่งแรกที่เด็กหนุ่มได้เห็นนอกจากพื้นดินที่แห้งแล้ง
เมื่อหลงจินเหอมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากรงเหล็กขนาดใหญ่ก็แทบจะลืมหายใจไปทันที
เพราะเมื่อเปรียบเทียบจากระยะไกลกับระยะใกล้มันคนละเรื่องกันเลย เด็กหนุ่มยืนจ้องมองกรงเหล็กข้างหน้าอยู่นาน
ทุกชิ้นส่วนและทุกพื้นที่ของกรงเหล็กแทบจะไม่มีที่ว่างเลยเพราะมันมีตราประทับมากมายติดอยู่เต็มไปหมด
อีกทั้งยังเป็นตราประทับที่เด็กหนุ่มไม่เคยพบเห็นมาก่อน
“กลิ่นอายนี่มัน! มีมนุษย์มาที่นี่อย่างงั้นหรือ?”
ทว่าขณะนั้นเอง พลันมีเสียงดังมาจากด้านในของกรงเหล็กพร้อมกับเกิดคลื่นสายลมกระโชกพัดออกมาอย่างรุนแรง จนทำให้หลงจินเหอกระเด็นถอยไปไกลอย่างมาก
‘แข็งแกร่งมาก! เป็นใครกัน!’
เพียงแค่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ ทำให้หลงจินเหอรู้สึกสั่นสะท้านเพราะความกลัว
แม้ว่าจะเป็นเพียงคำพูดธรรมดา แต่พลังกดดันของมัน ก็สามารถเปลื่ยนให้คนกลายเป็นเศษเนื้อได้ทันทีเลย
“ท่านผู้อาวุโส ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะรบกวนท่าน ข้าเพียงแค่หลงทางมาเท่านั้น”
หลงจินเหอไม่รีรอช้าแต่อย่างใด เด็กหนุ่มรีบประสานมือพร้อมกับก้มหัวคารวะไปทางกรงเหล็กตรงหน้าทันที
ตึก! ตึก!
ภายในกรงเหล็กอันมือมิดพลันมีเสียงของฝีเท้าดังขึ้นมา เสียงนั้นจากดังอยู่จากที่ห่างไกลก็ยิ่งเข้ามาใกล้หลงจินเหอ
เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ จึงแอบเร่งโคจรพลังลมปราณอย่างเงียบเชียบ สำหรับหนีออกจากที่นี่ทันที ถ้าหากพบกับอันตราย
หลงจินเหอจ้องมองเข้าไปภายในกรงเหล็กอย่างไม่กระพริบตา
ในที่สุดเสียงฝีเท้าที่ดังออกมาจากข้างในก็หยุดลง
พร้อมกับปรากฏร่างเงาสีดำออกมาให้เห็นทีละน้อย
‘เป็นมนุษย์?’
หลงจินเหอได้คิดในใจ ครั้งแรกที่เด็กหนุ่มเห็นกรงเหล็กขนาดใหญ่อันนี้ คิดว่าภายในอาจจะต้องมีสัตว์ประหลาดหรือไม่ก็สัตว์อสูรที่น่ากลัวถูกขังเอาไว้อยู่
แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาเบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือผู้ชายร่างกายสูงใหญ่ อายุประมาณห้าสิบถึงหกสิบปี หน้าตาหล่อเหลาดูดี สวมชุดยาวสีเงิน ไว้หนวดเครายาวสีดำสนิท
ชายร่างกายสูงใหญ่ เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหลงจินเหอ ซึ่งมีเพียงกรงเหล็กกั้นระหว่างทั้งสองคนเอาไว้อยู่
“เจ้า! เป็นมนุษย์จริงด้วย อีกทั้งยังดูเยาว์วัยยิ่งนัก”
ชายร่างกายสูงใหญ่ มองสำรวจร่างกายของหลงจินเหอ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย
“ผู้อาวุโส ท่านเป็นคนของที่นี้อย่างงั้นหรือ?”
เมื่อสังเกตุไม่เห็นท่าทีคุกคามหรือเป็นอันตรายต่อตนเอง หลงจินเหอจึงเปิดปากถามทันที
“อาจจะว่าอย่างงั้นก็ได้ เพราะว่าข้าอยู่ที่นี่มานานมาก”
ชายร่างกายสูงใหญ่พยักหน้าตอบ
“ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ สถานที่แห่งนี้แท้จริงแล้วมันคือที่ใดกันแน่”
“ข้าใช้เวลาเดินทางมาตั้งหลายวัน แต่ไม่พบเจอสิ่งมีชีวิตเลย?”
หลงจินเหอประสานมือไปทางชายร่างกายสูงใหญ่ ก่อนจะกล่าวถามอีกครั้งด้วยท่าทางนอบน้อม
“เจ้าหนู! นี่เจ้ามาที่นี่ โดยไม่รู้เรื่องอะไรเลยงั้นหรือ? มนุษย์และสัตว์อสูรไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในที่แห่งนี้ได้”
ชายร่างกายสูงใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“ผู้อาวุโส ท่านอย่ามาล้อข้าเล่นดีกว่า ถ้าเป็นอย่างที่ท่านพูดมาจริง”
“เหตุใดท่านและข้าถึงยังมีชีวิตอยู่กันได้ละ?พวกเราต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ
“เจ้าหนู! เจ้าช่างไม่รู้อะไรเลย”
“ถ้าเป็นแบบนี้ ข้าจะยังถูกเรียกว่าเป็นมนุษย์หรือไม่?”
ชายร่างกายสูงใหญ่จึงเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะก้าวถอยหลังกลับเข้าไปภายในด้านมืดของกรงเหล็ก
เพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมา พลันมีกลุ่มหมอกควันสีเงิน กระจายออกมาเป็นจำนวนมาก
จนปกคลุมไปทั่วกรงเหล็กขนาดใหญ่
หลงจินเหอได้แต่ยืนนิ่ง ดูสิ่งที่กำลังเปลื่ยนแปลงเบื้องหน้า สองมือของเด็กหนุ่มกำจนแน่นและจ้องมองภาพเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ
เด็กหนุ่มคิดว่าชายร่างกายสูงใหญ่ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่
โฮกกก!
ภายในด้านมืดของกรงเหล็ก ปรากฏดวงตาสีน้ำเงินขนาดใหญ่หนึ่งคู่ พร้อมกับเสียงคำรามที่ก้องกังวาลดังออกมา
เสียงคำรามที่ทรงพลังและรุนแรงอย่างมากจนทำให้พื้นดินบริเวณโดยรอบถึงกับสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที
ไม่ได้มีเพียงแค่บริเวณโดยรอบที่ได้รับผลกระทบ แม้แต่หลงจินเหอก็ไม่เว้นเช่นกัน ด้วยความตกใจจนทำให้เด็กหนุ่มถึงกลับถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัว พร้อมกับล้มลงก้นจ้ำเบ้าทันที
“ผะ-ผู้อาวุโส ทะ-ท่าน ปะ-เป็น!”
หลงจินเหอชี้นิ้วที่กำลังสั่นไปทางด้านในของกรงเหล็กพร้อมกับกล่าวอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้าของเขาขาวซีดอย่างมาก
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!”
เมื่อเห็นท่าทีตื่นกลัวของหลงจินเหอ นั่นทำให้ชายร่างกายสูงใหญ่หัวเราะออกมา ก่อนจะเดินออกมาจากด้านมืดของกรงเหล็กอีกครั้ง
ตึง! ตึง! ตึง!
ทุกฝีเท้าที่ก้าวเดินของชายร่างกายสูงใหญ่ จะเกิดเป็นเสียงของพื้นดินที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิตของหลงจินเหอที่ได้พบเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ครั้งแรกก็คือมังกรทมิฬ
ส่วนครั้งที่สองก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าของหลงจินเหอแล้ว
ตอนนี้เด็กหนุ่มเข้าใจแล้วว่า เหตุใดถึงมีต้องมีกรงเหล็กขนาดใหญ่เอาไว้ที่นี่
ภาพเบื้องหน้าของเด็กหนุ่ม คือหมาป่าสีเงินขนาดใหญ่ยักษ์
ร่างกายกำลังเปล่งประกายแสง ท่าทางองอาจ ความเย่อยิ่งและสูงส่ง
ทุกเส้นขนบนร่างกายประกายเงินแวววับ เป็นความงดงามที่แปลกประหลาดอย่างแท้จริง
แม้ว่าขนาดจะด้อยไปกว่ามังกรทมิฬก็ตาม แต่ก็ถือว่ายังใหญ่อยู่ดี
ด้านหลังของเขายังมีปีกสีเงินขนาดใหญ่ ทั้งสี่ปีก!
“แล้ว? เจ้าหนูทีนี้ เจ้าจะยังกล้าเรียกข้าว่าเป็นมนุษย์อีกหรือไม่?”
หมาป่าสีเงินขนาดใหญ่ก้มหน้าลงมา ดวงตาคู่สีน้ำเงินงดงามราวกับดาราสมุทรยามค่ำคืน กำลังจ้องมองหลงจินเหอ
“ผู้อาวุโส! แท้จริงแล้วท่านเป็นตัวอะไรกันแน่ !”
ต้องใช้เวลาสักพัก กว่าหลงจินเหอจะได้สติกลับมาอีกครั้ง
“นั่นสินะ ข้าเป็นสิ่งใดกันแน่?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลงจินเหอ หมาป่าสีเงินขนาดใหญ่ก็หดขนาดตัวกลับมา ก่อนจะกลับกลายมาเป็นชายร่างกายสูงใหญ่อีกครั้ง
“ท่านเป็นสัตว์อสูร?”
หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย
“ระวังคำพูดหน่อยเจ้าหนู อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับสัตว์อสูรชั้นต่ำเช่นนั้น”
“ฟังให้ดี ตัวข้าเป็นถึงสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์”
ชายร่างกายสูงใหญ่กล่าวพร้อมกับแสดงท่าทีภูมิใจ
“สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์?”
สีหน้าของหลงจินเหอเปลื่ยนแปลงไปทันที เพราะเด็กหนุ่มไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน
“เจ้าหนูอย่างเจ้า ไม่รู้ก็นับเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”
“ข้าจะบอกไปตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรต่อตัวเจ้าหรอก ถ้าหากอยากจะรู้ก็ต้องศึกษด้วยตนเอง”
ชายร่างกายสูงใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเฉย
“ผู้อาวุโส สิ่งที่ท่านพูดมาเมื่อสักครู่ ที่บอกว่ามนุษย์ไม่สามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้”
“ท่านไม่ใช่มนุษย์ แต่ข้าเป็นมนุษย์ เหตุใดข้าถึงยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้?”
ตอนนี้ภายในหัวของหลงจินเหอ มีคำถามอยู่มากมายที่อยากจะกล่าวออกไป
______________________________________________________________________________________________________