War of Ancient Emperor - ตอนที่ 54 บ่มเพาะพลังอย่างบ้าคลั่ง
“ใช่! ข้าเห็นทะเลลาวา ก่อนจะมาถึงที่นี่”
หลงจินเหอพยักหน้าเล็กน้อย
“ทะเลลาวาทั้งหมด คือแหล่งพลังงานชั้นดีของเจ้านกนี่ยังไงล่ะ ทางที่ดีเจ้าควรจะพามันไป ก่อนที่มันจะไปด้วยตนเอง”
ชายร่างกายสูงใหญ่ กล่าว
“แม้ว่ามันจะมีสายเลือดของวิหคเพลิงไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย”
“แต่สายเลือดนั่นก็ยังคงหลับไหลอยู่”
ชายร่างกายสูงใหญ่ กล่าวต่อ
“ผู้อาวุโส ท่านไม่มีวิธีที่จะปลุกสายเลือดของเสี่ยวหงที่หลับไหลอยู่ ให้ตื่นเลยงั้นหรือ?”
ถ้าหากเสี่ยวหงแข็งแกร่งขึ้น มันยิ่งส่งผลดีต่อตัวหลงจินเหอด้วย
“เรื่องนี้แม้แต่ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน”
“สัตว์อสูรแต่ละชนิด ล้วนมีวิธีการปลุกพลังสายเลือดที่แตกต่างกันออกไป”
ชายร่างกายสูงใหญ่ ส่ายหน้าเล็กน้อย
“ผู้อาวุโส เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน เดี๋ยวข้าจะรีบกลับมา”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับประสานมือไปทางชายร่างกายสูงใหญ่ ก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นหลังของเสี่ยวหงไป
เด็กหนุ่มต้องใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าเจ็ดวันถึงจะกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ตนเองมา
“เอาล่ะ พวกเรามาถึงแล้วเสี่ยวหง”
หลงจินเหอพาเสี่ยวหงมาถึงสุดขอบทะเลลาวาที่สุดแสนจะร้อนระอุ ก่อนจะตบลงไปที่หลังของเสี่ยวหงอย่างเบามือ
“เจ้าต้องพยายามเข้าละเสี่ยวหง ทะเลลาวาแห่งนี้ มันเป็นแหล่งพลังงานของเจ้า”
“ข้าก็จะพยายามฝึกฝนเช่นกัน พวกเราจะต้องออกไปจากที่นี่ด้วยกัน”
“ข้าก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน”
หลงจินเหอกล่าวอย่างแผ่วเบา แม้ว่ามันจะเป็นเพียงความหวังอันน้อยนิดก็ตาม แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้และจะต้องคว้าความหวังอันน้อยนิดมาให้ได้
“พวกเราควรจะแยกกันตรงนี้ สักวันข้าจะกลับมารับเจ้าที่นี่”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับลูบหัวของเสี่ยวหงอีกครั้ง
กรี๊ชชช!
เสี่ยวหงส่งเสียงกู่ร้องดังก้องไปทั่วบริเวณ
ก่อนที่มันจะบินขึ้นสูง และทิ้งตัวดิ่งทะยานจมลงไปที่ทะเลลาวาเบื้องหน้าของหลงจินเหอทันที
หลังจากที่เสี่ยวหงได้หายไป จากสายตาของหลงจินเหอแล้ว เด็กหนุ่มจึงรีบมุ่งหน้ากลับไปที่เดิมเพื่อหาผู้อาวุโสที่ถูกขังอยู่ภายในกรงเหล็ก
–
–
“ผู้อาวุโส ในเมื่อท่านไม่มีชื่อเรียก”
“ต่อจากนี้ ข้าจะขอเรียกท่านว่าผู้อาวุโสหลางก็แล้วกัน ส่วนชื่อของข้าคือหลงจินเหอ”
หลงจินเหอคิดว่ายังไงตอนนี้ ก็ยังคงต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปก่อน
“นั่นแล้วแต่เจ้าต้องการ อยากจะเรียกอะไรก็เชิญ ยังไงข้าก็ไม่มีชื่อเรียกอยู่แล้ว”
ชายร่างกายสูงใหญ่ กล่าว
“เจ้าหนู เจ้ายังคิดว่าจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้งั้นหรือ?”
“สถานที่แห่งนี้ ไม่มีแหล่งพลังงานที่เหมาะสำหรับเจ้า เพื่อใช้ในการบ่มเพาะพลังลมปราณเลย”
“เจ้ายังคิดว่าจะสามารถไปถึงระดับเทพสวรรค์ ก่อนที่อายุขัยของเจ้าจะหมดลงได้งั้นหริอ?”
ผู้อาวุโสหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเฉย ในสายตาของเขา อายุขัยของมนุษย์มันช่างสัั้นยิ่งนัก
เพียงแค่เขาหลับไปหนึ่งตื่น เวลาก็แทบจะล่วงเลยไปกว่าหลายร้อยปี ยิ่งเป็นมนุษย์ที่พึ่งจะก้าวเข้าสู้เส้นทางของผู้ฝึกตน
หนทางมันจะยิ่งยากเย็นแสนเข็ญอย่างมาก
นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าก็เป็นไปได้
เมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลงจินเหอก็อาจจะเหลือเพียงโครงกระดูก
“ผู้อาวุโสหลาง ตราบใดที่ยังมีความหวัง”
“ข้าก็จะไม่เลิกพยายามเด็ดขาด ใครบอกกันว่าข้าจะใช้สถานที่แห่งนี้ ในการบ่มเพาะพลังลมปราณกัน?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะหยิบกล่องไม้สีดำออกมาจากแหวนมิติ
“ผู้อาวุโส ข้าขอโทษด้วยนะที่ข้าผิดคำสั่งของท่าน”
“แต่ทางเลือกของข้าไม่มีให้เลือกอีกแล้ว”
หลงจินเหอพึมพัมออกมาอย่างแผ่วเบา คำพูดของชายชราภายในสุสานอมตะยังคงดังก้องอยู่ภายในหัวของหลงจินเหอ
ตราบใดที่ยังไปไม่ถึงระดับปราณแท้จริงได้ ห้ามใช้มันเด็ดขาด แต่ตอนนี้เด็กหนุ่มไม่มีตัวเลือกอย่างอื่นอีกแล้ว
นอกเสียจากต้องใช้สิ่งที่อยู่ภายในกล่องไม้สีดำตรงหน้า
“เจ้าหนู อะไรถึงทำให้เจ้ามั่นใจว่าจะสามารถไปถึงระดับนั้น ก่อนที่เจ้าจะตายกัน”
“เจ้ากำลังคิดที่จะทำสิ่งใดกันแน่?”
ผู้อาวุโสหลางถามด้วยความสงสัย
“ผู้อาวุโสหลาง ถ้าหากว่าข้าใช้ของสิ่งนี้”
“ท่านคิดว่าโอกาสที่ข้ารอดชีวิตออกไปจากที่นี่ของข้า จะยังเป็นศูนย์หรือไม่”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับเปิดกล่องไม้สีดำไปทางกรงเหล็กตรงหน้า
“สิ่งนี้มัน!? ดอกบัวสวรรค์!”
เมื่อเห็นของภายในกล่อง ผู้อาวุโสหลางจึงเผยสีหน้าตกตะลึงอย่างมาก เพราะเขารู้ดีว่ามันหายากเพียงใด
“เจ้าไปได้มันมาอย่างไรกัน?”
แม้ว่าผู้อาวุโสหลางจะถูกขังมานาน แต่ก็ยังไม่ได้ลืมเลือนเกี่ยวกับดอกบัวสวรรค์
แม้ว่าจะอยู่ดินแดนใดก็ตาม ดอกบัวสวรรค์ก็ยังถือว่าเป็นสมบัติหายากที่ประเมินค่าไม่ได้
“เจ้าหนู! อย่าบอกนะว่าเจ้ากำลังจะดูดซับมัน?”
ผู้อาวุโสหลางเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
“ถูกต้อง! เป็นอย่างที่ท่านผู้อาวุโสหลาง คิด”
“ข้าจะดูดซับ มันคือหนทางเดียวที่จะทำให้ข้ามีชีวิตรอดออกไปจากสถานที่แห่งนี้”
หลงจินเหอพยักหน้าเล็กน้อย
“จริงอยู่ที่ว่าดอกบัวสวรรค์ นอกจากใช้ในการรักษาแล้ว”
“คุณสมบัติอีกอย่างของมันคือใช้ในการบ่มเพาะพลังลมปราณ แต่ด้วยระดับพลังลมปราณของเจ้าในตอนนี้”
“ต่อให้ดูดซับมันเข้าไป ก็ใช่ว่ามันจะสามารถทำให้เจ้าก้าวไปถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าวต่อ
“ผู้อาวุโสหลาง ที่ท่านพูดมาก็ถูก แต่ว่าท่านยังไม่ได้เห็นของภายในกล่องอีกใบเลยนะ”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วเคาะไปที่กล่องไม้สีดำที่วางอยู่ติดกัน
“เจ้า! อย่าบอกนะว่ามันคือ!”
ผู้อาวุโสหลาง จ้องเขม็งไปที่กล่องไม้สีดำอีกใบที่ยังไม่ถูกเปิดออก
“เป็นอย่างที่ท่านคิดเอาไว้ มันคือดอกบัวสวรรค์อีกอัน”
“อีกทั้งอันนี้ ยังเป็นดอกบัวสวรรค์ที่มีสภาพสมบูรณ์กว่าอันแรกอีกด้วย”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเฉยราวกับว่ามันเป็นแค่สิ่งของธรรมดา
สิ่งที่หลงจินเหอพูดออกไป มันไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ดอกบัวสวรรค์อันที่สอง ซึ่งได้รับมาจากถ้ำมังกรทมิฬ
อายุของมันมีมากกว่าดอกบัวสวรรค์อันแรกที่เด็กหนุ่มได้รับมาที่สุสานอมตะเสียอีก
“บ้าน่า!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลงจินเหอ ยิ่งทำให้ผู้อาวุโสหลาง แทบคลั่งตาย สมบัติหายากที่แม้แต่ในดินแดนสวรรค์ยังยากที่จะพบ
แต่กลับตกอยู่ในมือของเด็กหนุ่มถึงสองอัน
หากนำไปปรุงเป็นโอสถ ย่อมต้องได้เป็นโอสถศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถชุบชีวิตคนใกล้ตายให้กลับมาหายสนิทได้ทันที
สามารถรักษาพิษภัยได้ทุกรูปแบบ
แต่หลงจินเหอกำลังนำดอกบัวสวรรค์มาดูดซับเล่น หากใครรู้เข้ามีหวังได้หลั่งน้ำตาออกมาเป็นเลือดแน่
หลงจินเหอพูดออกมาราวกับมันเป็นสิ่งของธรรมดา
นี่คือดอกบัวสวรรค์! ดอกบัวสวรรค์เพียงแค่ชื่อเรียกของมันก็สามารถทำให้ผู้คนที่ได้ยินต่างก็แห่กันมาในทันที
ภายในความทรงจำที่เหลืออยู่อันน้อยนิดของผู้อาวุโสหลาง เพียงแค่ดอกบัวสวรรค์อันเดียวทำให้ดินแดนทั้งหลายต่างต้องล่มสลาย เพราะเพื่อแย่งชิงมัน
การที่เกิดมาและได้เห็นสักครั้งในชีวิต ก็ถือว่าเป็นบุญตาแล้ว
แต่ว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้ากลับมีมันถึงสองอัน!
อีกทั้งยังเอามาใช้อย่างไร้ประโยชน์ เช่นการดูดซับสำหรับบ่มเพาะพลังลมปราณ
“ข้าละเชื่อเลย คนที่แทบจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอย่างเจ้า กลับมีสมบัติมากมายติดตัวเอาไว้”
ผู้อาวุโสหลาง ถอยหายใจพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อย
“ผู้อาวุโสหลาง ท่านอยากได้ดอกบัวสวรรค์งั้นหรือ?”
หลงจินเหอถามด้วยความแปลกใจ หลังจากนั่งฟังชายวัยกลางคนยืนบ่นคนเดียวอยู่นาน
“ไม่! มันไม่จำเป็นสำหรับข้าหรอก ต่อให้มีดอกบัวสวรรค์เป็นร้อยอัน ก็ไม่สามารถช่วยอะไรข้าได้หรอก”
“ตราบใดที่พลังลมปราณของข้ายังถูกปิดผนึกอยู่”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา
“งั้นหรือ? ท่านก็อยู่ที่นี่มานานไม่รู้สึกเบื่อบ้างหรือไงกัน?”
หลงจินเหอกล่าว
“ข้าอยู่มานานจนลืมความรู้สึกพวกนั้นไปหมดแล้ว”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าว
“เอาอย่างงี้เป็นอย่างไร ถ้าหากข้าสามารถออกไปจากที่แห่งนี้ได้”
“ข้าสัญญาว่าจะมาช่วยท่านออกไปที่นี่”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับเผยสีหน้าจริงจัง เด็กหนุ่มคิดว่าผู้อาวุโสหลาง ไม่น่าจะใช่คนที่มีจิตใจชั่วร้าย เขาไม่สมควรที่จะถูกขังอยู่ที่นี่
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! อย่างเจ้าเนี่ยนะ จะช่วยข้าออกไป? ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องน่าขำเช่นนี้มาก่อนเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสหลาง จึงหัวเราะออกมา เขาไม่เข้าใจเลย เหตุใดเด็กหนุ่มอายุสิบสองปีถึงได้มีความมั่นใจนัก
“นี่ข้าพูดจริงนะ”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ดี! ในเมื่อเจ้ามั่นใจขนาดนั้น ข้าก็จะพนันกับเจ้า”
“ดูว่าเจ้าจะสามารถทำอย่างที่ปากว่าได้หรือไม่”
“รับมันไป นี่เป็นสิ่งเดียวที่ข้าสามารถช่วยเจ้าได้”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าวพร้อมกับสะบัดแขนเล็กน้อย ก่อนจะปรากฏคัมภีร์โปร่งใส ลอยตรงไปทางหลงจินเหอ
“ทักษะควมคุมห้วงมิติ”
หลงจินเหอพึมพัมออกมา เพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินชื่อเกี่ยวกับทักษะแบบนี้มาก่อน
“ขอบคุณมาก ผู้อาวุโสหลาง ”
หลงจินเหอประสานมือไปทางกรงเหล็กตรงหน้าอีกครั้ง
“อย่าให้ความพยายามของเจ้าสูญเปล่าก็แล้วกัน”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าวพร้อมกับหายกลับเข้าไปภายในด้านมืดของกรงเหล็ก
“ควรจะเริ่มต้น”
หลงจินเหอหยิบดอกบัวสวรรค์มาวางไว้ตรงหน้า ก่อนจะนั่งขัดสมาธิและหลับตาลงทันที
ภายใต้ความเงียบสงบ พลังลมปราณบางเบาหมุนวนอยู่รอบตัวของหลงจินเหออย่างเชื่องช้า
ก่อนจะขยายไปรอบข้างและห่อหุ้มดอกบัวสวรรค์เอาไว้ จนทำให้มันลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของเด็กหนุ่ม
พลังงานสีฟ้าอ่อนมากมายที่ไหลซึมออกมาจากดอกบัวสวรรค์อย่างเชื่องช้า ก่อนจะไหลเข้าสู่ภายในร่างกายของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
______________________________________________________________________________________________________