War of Ancient Emperor - ตอนที่ 55 ห้าปี
นับ ตั้งแต่ที่หลงจินเหอเริ่มดูดซับพลังจากดอกบัวสวรรค์ นั่นทำให้เด็กหนุ่มตกอยู่ในสภาวะว่างเปล่าทันที
ในความคิดของเด็กหนุ่มมีเพียงแค่ความตั้งใจดูดซับพลังจากดอกบัวสวรรค์เพียงอย่างเดียว
โดยที่ไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
เด็กหนุ่มไม่สามารถรับรู้ว่า เวลาได้เดินผ่านไปถึงไหนแล้ว
ภายในดินแดนที่เงียบสงบแห่งนี้ เวลาได้เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งปี…
สองปี…
สามปี…
สี่ปี…
ห้าปี…
หลงจินเหอยังคงนั่งอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายเลยแม้แต่น้อย
จากเด็กหนุ่มก็ได้เติบโตขึ้นไปตามกาลเวลากลายเป็นชายหนุ่ม ผมยาวสีดำเงางามที่กำลังพริ้วไหวไปตามสายลมอ่อน
เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของชายหนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคิ้วสีดำอันคมเข้ม จมูกปากและคางต่างก็เข้ากันได้รูป เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ
ดอกบัวสวรรค์อันที่สองกำลังลอยอยู่หน้าของชายหนุ่ม หลังจากที่ถูกดูดซับมาเป็นเวลานานในที่สุดก็ถึงขีดจำกัดของมัน
ดอกบัวสวรรค์เริ่มแตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ก่อนจะเริ่มจางหายไปกลางอากาศอย่างเชื่องช้า
“จบแล้วงั้นหรือ?”
ภายใต้ความเงียงสงบเสียงของผู้อาวุโสหลางพลันดังออกมาจากกรงเหล็ก ระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา เขาได้แต่เฝ้ามองหลงจินเหอ
เพียงพริบตาเดียวจากเด็กหนุ่มกลายเป็นชายหนุ่ม สำหรับเขามันอาจจะผ่านไปเพียงไม่กี่วัน เมื่อเทียบกับอายุทั้งหมดของเขา
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสหลาง หลงจินเหอที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ก็เริ่มได้สติพร้อมกับลืมขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
“เจ้าหนู ดูเหมือนว่าเจ้าจะไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางเอาไว้นะ”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าวพร้อมกับเดินออกมาถึงด้านหน้าของหลงจินเหอที่มีกรงเหล็กกั้นเอาไว้อยู่
“ผู้อาวุโสหลาง จริงอย่างที่ท่านพูดมา ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินพลังงานจากดอกบัวสวรรค์สูงเกินไปจริง”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง
“อย่าได้ผิดหวังไป เจ้ามาได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าเกินที่คาดเอาไว้แล้ว”
“ด้วยระดับพลังลมปราณของเจ้าในปัจจุบัน สามารถทำให้อายุขัยของเจ้ายืดไปอีกหนึ่งพันปี”
“ข้าคิดว่าเจ้าติดอยู่ที่นี่ไปอีกไม่กี่ร้อยปี ระดับพลังลมปราณของเจ้าจะต้องก้าวไปถึงระดับเทพสวรรค์แน่นอน”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ผู้อาวุโสหลาง ข้าไม่มีเวลามากพอที่จะต้องอยู่ที่นี่นานถึงขนาดนั้น”
“นี่ก็ผ่านมาตั้งห้าปีแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่โลกภายนอกบ้าง”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล
หลงจินเหอได้หายตัวไปจากโลกภายนอกตั้งห้าปีแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้คนอื่นจะเป็นเช่นไรกันบ้าง? พี่ใหญ่ พี่รอง เจ้านิกายและศิษย์พี่หญิงที่ชายหนุ่มหลงรัก
“ผู้อาวุโสหลาง อีกไม่นานข้าจะต้องเดินทางจากไปที่นี่แล้ว”
“เมื่อถึงเวลานั้น รบกวนท่านเปิดมิติหลบหนีให้กับข้าด้วย”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หื้ม! เจ้านี่มันดื้อรั้นเสียจริง”
“ข้าอุตส่าห์บอกไปแล้ว ตราบใดที่ระดับของเจ้ายังไม่ถึงระดับเทพสวรรค์”
“การเดินทางด้วยมิติหลบหนี มันก็ไม่ต่างอะไรกับเข้าไปหาที่ตาย”
“มิติหลบหนีมันไม่ได้เป็นเรื่องง่ายอย่างที่เจ้าคิดเอาไว้หรอกนะ ทันทีที่เจ้าก้าวเท้าเข้าสู่มิติหลบหนี”
“เจ้าอาจจะถูกแรงกดดันของมันบดขยี้เจ้าให้กลายเป็นเศษเนื้อเลยก็ได้ ถึงแม้ว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดไปได้ก็จริง”
“แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า เจ้าจะถูกส่งไปที่ใด ดีไม่ดีเจ้าอาจจะถูกส่งไปยังสถานที่ที่แย่กว่าที่นี่อีกนะ”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าวย้ำเตือนชายหนุ่ม
“ผู้อาวุโสหลาง ข้าตัดสินใจแล้วและจะไม่ลังเลอีกเด็ดขาด”
หลงจินเหอยังคงยืนยันคำพูดเดิม
“เฮ้อ! ให้ตายสิ ในเมื่อเจ้าเลือกเช่นนั้น ข้าก็จะไม่ห้ามอีกต่อ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ข้าจะไม่รับรู้เรื่องด้วย”
ผู้อาวุโสหลาง ถอยหายใจพร้อมส่ายหน้า
“ขอบคุณมากผู้อาวุโสหลาง “หลงจินเหอประสานมือคารวะด้วยท่าทางเคารพ
หลังจากที่หลงจินเหอนั่งบ่มเพาะพลังลมปราณมาตลอดห้าปี จึงอยากจะทดลองบางอย่าง
ชายหนุ่มยื่นสองแขนไปข้างหน้า ก่อนจะกำแน่นอย่างช้าๆ พริบตาเดียวพลังลมปราณมากมายจากร่างกายของชายหนุ่มก็ถูกปลดปล่อยออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิด
จนเกิดเป็นพายุหมุนวาอยู่รอบร่างกาย
หลงจินเหอสามารถสังเกตุได้อย่างชัดเจนว่าพื้นดินใต้เท้ากำลังสั่นสะเทือน เศษหินเศษดินมากมายต่างก็ถูกพายุพัดจนลอยขึ้นสู่ท้องนภาทั้งหมดทันที
“เสี่ยวหง เจ้าจะเป็นอย่างไรบ้างนะ”
หลงจินเหอพึมพัมออกมา ก่อนจะเหาะขึ้นท้องนภาและพุ่งตรงไปยังสุดขอบทะเลลาวาทันที
ระดับพลังลมปราณของหลงจินเหอในปัจจุบัน ทำให้ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่วชั่วยามก็สามารถเดินทางมาถึงสุดขอบทะเลลาวาได้แล้ว
ทั้งที่ครั้งก่อนชายหนุ่มต้องใช้เวลาเดินทางถึงเจ็ดวันกว่าจะมาถึง
“รวดเร็วมาก!”
แม้แต่ตัวของหลงจินเหอเองก็ยังรู้สึกตกใจกับความเร็วของตนเองในปัจจุบันอย่างมาก
“เสี่ยวหง ข้ากลับมาแล้ว!”
หลงจินเหอสูดหายใจเต็มปอด ก่อนจะตะโกนออกไปตรงทะเลลาวาเบื้องหน้า
เสียงตะโกนของหลงจินเหอดังก้องไปทั่วบริเวณถึงกับขนาดสามารถทำให้ชั้นบรรยากาศรอบทะเลลาวาเกิดอาการสั่นเล็กน้อย
ตูมม!
ทว่าหลังจากที่สิ้นเสียงตะโกนของหลงจินเหอได้ไม่ได้นาน พลันเกิดเสียงระเบิดขึ้นในกลางทะเลลาวา
ส่งผลให้ทะเลลาวาบริเวณนั้นพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาอย่างสูงเหมือนกับน้ำพุที่กำลังเดือดระอุ
ภายใต้ทะเลลาวาที่กำลังพุ่งขึ้นไปบนท้องนภา หลงจินเหอสามารถสังเกตุเห็นดวงตาสีทองจากภายในทะเลลาวานั้นได้
“เป็นข้าเองเสี่ยงหง ได้เวลากลับกันแล้ว”
หลงจินเหอก็ตะโกนออกไปอีกครั้งด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ดวงตาสีทองที่กำลังจ้องมองหลงจินเหออยู่สักพัก ก่อนจะปรากฏตัวออกมาจากทะเลลาวาอย่างรวดเร็ว
กรี๊ชชช!
เสียงกู่ร้องที่หลงจินเหอรู้สึกแสนจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีพลันดังมจากทะเลลาวา
“แม่เจ้า! เสี่ยงหงเป็นเจ้าจริงหรือ!?”
หลงจินเหอรู้สึกช็อคอย่างมาก
ภาพเบื้องหน้าของหลงจินเหอยังคงเป็นวิหคตัวสีแดงหางสีทองเช่นเคย
แต่สิ่งที่เปลื่ยนแปลงไป คือขนาดตัวของมันต่างหาก ในตอนนี้เสี่ยวหงนั้นได้กลายเป็นวิหคยักษ์ไปแล้ว
ขนาดตัวของมันสูงถึงสิบห้าเมตรและขนาดความกว้างของปีกประมาณยี่สิบเมตร
“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้ทำให้ข้าผิดหวังจริง”
หลงจินเหอพึมพัมออกมา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปกอดวิหคยักษ์เบื้องหน้าทันที
“เสี่ยวหง เจ้าไม่ได้เปลื่ยนแปลงไปแค่ขนาดตัวอย่างเดียวสินะ”
“ตอนนี้เจ้ากลายเป็นสัตว์อสูรระดับเซียนไปแล้ว”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ไปกันเถอะสหาย ได้เวลากลับไปโลกภายนอกกันแล้ว”
หลงจินเหอกล่าวเสียงเบา
“นั่นมันอะไรกัน!?”
ทว่าขณะที่หลงจินเหอพูดคุยกับเสี่ยวหงอยู่นั้น
สายตาของชายหนุ่มก็ไปสังเกตุเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ในกลางทะเลลาวา ห้าปีก่อนตอนที่หลงจินเหอมาส่งเสี่ยวหงยังไม่พบของสิ่งนั้นเลย เหตุใดมันเพิ่งจะปรากฏออกมา?
“เสี่ยวหง ไปดูกันมันคือสิ่งใดกันแน่”
หลงจินเหอไม่รอช้า เขารีบกระโดดขึ้นหลังของเสี่ยวหงทันที
“ดอกบัวงั้นหรือ? เดี๋ยวก่อนนี่มันไม่ใช่ดอกบัว มันเป็นเปลวเพลิงต่างหาก”
“เหตุใดถึงมีเปลวเพลิงประหลาดปรากฏขึ้นที่นี่? หรือว่ามันจะเป็นจิตวิญญาณเพลิง?”
หลังจากที่เสี่ยวหงบินมาหยุดอยู่ในกลางของทะเลลาวา หลงจินเหอก็รีบสำรวจดอกบัวเพลิงที่กำลังผลิบานอยู่บนพื้นผิวน้ำทะเลลาวา
ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน ความร้อนที่อยู่ข้างจึงยังไม่สูงมาก
“ผิดคาดเลยแหะ คิดไม่ถึงว่ามันจะมาปรากฏในที่แห่งนี้”
หลงจินเหอพึมพัมออกมา ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ
“คิดถูกจริงที่คราวก่อนซื้อมันมาด้วย”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับมืออีกข้างถือคริสตัลโปร่งใสเอาไว้
“ตอนนี้ไม่มีเวลามากพอที่จะต้องมานั่งดูดซับเปลวเพลิงแล้ว”
“เสี่ยวหงเจ้าบินอยู่นิ่งหน่อย ข้าจะรีบผนึกเปลวเพลิงนี่เข้ามาภายในคริสตัลก่อน”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับตบหลังเสี่ยวหง
หลังจากที่เสี่ยวหงรักษาความเสถียนได้แล้ว หลงจินเหอก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มรีบอัดใส่พลังลมปราณของตนเองเข้าไปภายในคริสตัลทันที
คริสตัลที่หลงจินเหอถือเอาไว้ภายในมือเมื่อสักครู่ จึงเริ่มส่องแสงสว่างออกมา ก่อนมันจะเริ่มการดูดกลืนเปลวเพลิงจากดอกบัวเพลิงตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
______________________________________________________________________________________________________