War of Ancient Emperor - ตอนที่ 56 เปลวเพลิงสวรรค์
“เอาล่ะ เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว”
หลงจินเหอเสียเวลาไปถึงหนึ่งชั่วยาม เพื่อที่จะผนึกดอกบัวเพลิงเข้าสู่คริสตัลโดยไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
“เสี่ยวหง พวกเรากลับกันเถอะ”
หลงจินเหอตบหลังเสี่ยวหงอีกครั้ง
หลงจินเหอยังคงถือคริสตัลผนึกเปลวเพลิงเอาไว้ภายในมือโดยที่ไม่ได้เก็บใส่แหวนมิติ
หลังจากที่มารับเสี่ยวหงแล้ว หลงจินเหอก็เดินทางกลับไปหาผู้อาวุโสหลาง ทันที
“นี่มัน! เกินที่คาดเอาไว้อีกแหะ ไม่นึกว่าเจ้านกนี่จะเติบโตไวมาก”
เมื่อเห็นเสี่ยวหง ผู้อาวุโสหลาง ก็พยักหน้าพร้อมกับลูบเคราไปด้วย
“ผู้อาวุโสหลาง ข้าเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับจ้องมองชายวัยกลางที่สวมชุดสีเงินภายในกรงเหล็ก
“เจ้าหนู! เดี๋ยวก่อน!”
“ข้ารู้สึกได้ถึงบางกลิ่นที่แปลก เหตุใดกลิ่นอายของเจ้าถึงเปลื่ยนไป”
“เมื่อครู่ก่อนเจ้าจะไป มันไม่ใช่กลิ่นนี้”
ผู้อาวุโสหลาง กล่าวถามด้วยความแปลกใจ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอก็เผยสีหน้างงงวยออกมาทันที กลิ่นอายของตนเองจะเปลื่ยนไป มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?
“ผู้อาวุโสหลาง กลิ่นที่ท่านว่ามา มันอาจจะมาจากจิตวิญญาณเพลิงอันนี้ใช่หรือไม่?”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับยื่นมือที่ถือคริสตัลผนึกไปทางกรงเหล็ก
“นี่มัน!”
เมื่อเห็นคริสตัลที่อยู่ภายในมือของหลงจินเหอ ผู้อาวุโสหลาง พลันเบิกตากว้างด้วยความตกใจทันที
“ผู้อาวุโสหลาง เหตุใดท่านถึงทำหน้าตาอย่างกับเห็นผีอย่างงั้นละ”
“ข้าพูดอะไรผิดไปงั้นหรือ?”
หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย
“เจ้าหนู! เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ”
ผู้อาวุโสหลาง เปิดปากถามอีกครั้ง
“ข้าบอกว่าจิตวิญญาณเพลิง”
หลงจินเหอกล่าวย้ำ
“ไม่! มันไม่ใช่กลิ่นอายของจิตวิญญาณเพลิง”
“ข้าเคยเห็นจิตวิญญาณเพลิงมามากมาย แม้ว่าสีของมันจะแตกต่างกันออกไป แต่กลิ่นอายของมันก็ยังคงคล้ายกัน”
“แต่ว่าเปลวเพลิงที่เจ้าผนึกเอาไว้กลิ่นอายของมันแตกต่างออกไป”
ผู้อาวุโสหลาง สงบสติอารมณ์และกล่าว
“ผู้อาวุโสหลาง ท่านอย่ามาล้อข้าเล่นจะดีกว่า”
“ถ้ามันไม่ใช่จิตวิญญาณเพลิง แล้ว?มันจะเป็นสิ่งใดไปได้อีก”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อ เพราะชายหนุ่มคิดว่าอาจจะถูกหลอก
“ฮึ่ม! มนุษย์ธรรมดาอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร”
“เผ่าหมาป่าสวรรค์ของข้ารับรู้เรื่องกลิ่นได้ดีกว่าเจ้าเป็นล้านเท่า”
“ข้ากล้ายืนยันเลยว่ามันไม่ใช่จิตวิญญาณเพลิง”
ผู้อาวุโสหลาง พ่นลมหายใจอันเยือกเย็นออกมา
“ข้า..”
หลงจินเหอก็ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวเช่นไรต่อ เมื่อเห็นท่าทีมั่นใจของผู้อาวุโสหลาง
‘หรือว่ามันจะเป็นสิ่งนั้น?’
ผู้อาวุโสหลาง คิดในใจ
“ถ้าผู้อาวุโสหลาง มั่นใจขนาดนั้นละก็ ข้าก็จะดูดซับเปลวเพลิงมันตอนนี้เลยเป็นอย่างไร จะได้รู้กันไปเลยว่ามันคือเพลิงอะไรกันแน่”
หลงจินเหอกล่าวด้วยท่าทางมั่นใจ
“ดี ข้าก็อยากจะรู้เช่นกัน”
ผู้อาวุโสหลาง พยักหน้าเล็กน้อย
เมื่อความคิดเห็นของทั้งสองคนตรงกัน หลงจินเหอก็ไม่รอช้า ชายหนุ่มกำผนึกคริสคัลภายในฝ่ามือแน่นจนเกิดรอยร้าวขึ้นมา ก่อนจะกว้างลงตรงพื้นเบื้องหน้าที่ไม่ไกลนัก
ตูม!!
ราวกับระเบิดที่ถูกจุดชนวนขึ้นมา พริบตาที่หลงจินเหอกว้างคริสตัลผนึกลงไปพื้น และแตกออกมา เปลวเพลิงสีแดงอันร้อนแรงก็ลุกโชติช่วงขึ้นมาจนสูงหลายเมตร
“ร้อนมาก! แตกต่างกับตอนที่เก็บมาลิบลับ”
แม้ว่าจะอยู่ไกลไม่มากจากเปลวเพลิง
แต่หลงจินเหอยังรู้สึกได้ถึงความร้อนที่กระจายออกมาได้อย่างชัดเจน เหตุใดก่อนหน้านี้ตอนที่ชายหนุ่มผนึกมันเข้าสู่คริสตัล ถึงไม่รู้สึกร้อนเท่ากับตอนนี้เลยแม้แต่น้อย?
หลงจินเหอยังไม่ได้เริ่มต้นทันที ชายหนุ่มหันไปมองทางผู้อาวุโสหลาง ก่อน
เมื่อสังเกตุเห็นผู้อาวุโสหลาง พยักหน้า ชายหนุ่มก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของกลุ่มเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนอยู่
“เจ้าหนู เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไป พยายามทำเหมือนกับตอนที่เจ้าดูดซับดอกบัวสวรรค์”
“การจะดูดซับเปลวเพลิงต้องใช้สมาธิสูงอย่างมาก ทันทีที่เจ้าเริ่มดูดซับเปลวเพลิงแล้วจะไม่สามารถถอยหลังกลับมาได้”
“ถ้าเกิดเจ้าสูญเสียสมาธิเมื่อไหร่ เปลวเพลิงจะเข้าแทรกแซงเข้าสู่ร่างกายของเจ้าทันที”
“หลังจากนั้นไม่จำเป็นต้องให้ข้าบอก เจ้าก็คงจะคิดเองได้ว่าจะเป็นเช่นไรต่อ”
เสียงของผู้อาวุโสหลาง พลันดังขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสหลาง หลงจินเหอจึงพยักหน้าเล็กน้อย หลังจากนั้นชายหนุ่มก็นั่งขัดสมาธิและหลับตาลงทันที
หลงจินเหอใช้เวลาปรับสภาพร่างกายให้พร้อมอยู่นานก่อนจะเริ่มต้น เปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนอยู่เบื้องหน้าจึงเริ่มถูกชายหนุ่มดูดซับเข้าไปอย่างเชื่องช้า
ชายหนุ่มพยายามดูดซับอย่างไม่รีบร้อนและพยายามที่จะทำไปที่ละขั้นตอน
ไม่นานหลังจากนั้นรอบข้างร่างกายของหลงจินเหอก็ปรากฏเปลวเพลิงสีแดงหมุนวนอยู่
จนเกิดเป็นพายุเปลวเพลิงและค่อยหมุนวนเร็วขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากที่ชายหนุ่มเริ่มดูดซับมาได้ถึงครึ่งทางแล้วก็ได้เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ชายหนุ่มกลับไม่สามารถควบคุมเปลวเพลิงได้
หลงจินเหอพยายามดูดซับมันอย่างไม่รีบร้อน แต่มันก็ไม่เป็นไปตามที่ชายหนุ่มคิดเอาไว้
เมื่อผ่านไปถึงครึ่งทางแล้ว เปลวเพลิงมากมายก็ถาโถมเข้ามาสู่ร่างกายของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถปรับสภาพร่างกายได้ทันเปลวเพลิงที่แทรกเข้ามา
“ผู้อาวุโสหลาง! ข้ารับมันมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว ร่างกายของข้าปรับตัวไม่ทัน”
หลงจินเหอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ตอนนี้ร่างกายของชายหนุ่มรู้สึกร้อนอย่างมากราวกับจะเบิดออกมา
เม็ดเหงื่อมากมายก็เริ่มผุดขึ้นมาตามใบหน้า
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้! เหตุใดเปลวเพลิงถึงเปลื่ยนแปลงอย่างกระทันหัน?”
ผู้อาวุโสหลาง ที่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ ก็พึมพัมออกมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“เจ้าหนู เจ้าจงแข็งใจเอาไว้”
“อย่าเสียสมาธิเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเจ้าได้ตายอย่างแน่นอน”
ผู้อาวุโสหลาง ได้แต่ยืนดูภายในกรงเหล็ก เพราะตนเองไม่สามารถออกไปช่วยอะไรได้เลย
อ๊ากก!!
หลงจินเหอได้แต่ส่งเสียงครางออกมาด้วยความเจ็บปวด รอบข้างของในตอนนี้ จากพายุเพลิงที่หมุนวนอยู่ ได้กลายเป็นเสาเพลิงขนาดใหญ่ที่กำลังพุ่งสูงขึ้นไปบนท้องนภาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ความรู้สึกของชายหนุ่มในตอนนี้เหมือนกับกำลังถูกย่างทั้งเป็น
“นี่มัน! ไม่ใช่จิตวิญญาณเพลิงอย่างที่คิดเอาไว้จริงด้วย”
“จิตวิญญาณเพลิงไม่น่าจะทรงพลังขนาดนี้?”
“เจ้าหนู ด้วยระดับพลังลมปราณของเจ้าในปัจจุบัน การจะกำราบจิตวิญญาณเพลิงเป็นเรื่องที่ง่ายมาก”
ผู้อาวุโสหลาง จ้องมองเสาเพลิงที่สูงเสียดฟ้าก่อนจะเปิดปากกล่าวอีกครั้ง
‘มันคือ เพลิงสวรรค์!?’
ผู้อาวุโสหลาง ได้แต่คิดในใจ
ทว่าขณะที่หลงจินเหอยังคงทนรับความเจ็บปวดจากการที่ไม่สามารถควบคุมเปลวเพลิงได้อยู่นั้น
เสี่ยวหงที่ยืนจ้องมองชายหนุ่มอยู่ตลอดก็ราวกับจะรู้ว่าตัวมันสามารถช่วยเหลือเจ้านายของมันได้
กรี๊ชชช!
เสี่ยวหงกู่ร้องพร้อมกับสยายปีกกว้าง ก่อนจะบินทะยานขึ้นสู่ท้องนภาอย่างรวดเร็ว มันมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเสาเพลิงขนาดใหญ่
“เสี่ยวหง นี่เจ้า!!”
เมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวหง จึงทำให้หลงจินเหอลืมตาขึ้นมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด จากนั้นก็พบว่าเสี่ยวหงอยู่ด้านหน้าของเสาเพลิงแล้ว
เสี่ยวหงยังคงบินอยู่บนท้องนภาสักระยะเวลาหนึ่ง หลังจากที่รักษาความเสถียนบนท้องนภาได้แล้ว
มันก็เปิดปากจนกว้าง ก่อนจะสูบเปลวเพลิงจำนวนจากเสาเพลิงตรงหน้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“จริงสิ! ข้าลืมไปได้อย่างไรกันเนี่ย”
“เจ้านกนี่เป็นลูกหลานของวิหคเพลิง เปลวเพลิงพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับอาหารของมัน”
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ได้ผู้อาวุโสหลาง ก็ใช้มือกุบเข้าที่ขมับของตนเองทันที
หลังจากที่มีเสี่ยวหงช่วยดูดซับพลังจากเปลวเพลิงไปหลายส่วน นั่นทำให้หลงจินเหอสามารถกลับมาควบคุมเปลวเพลิงได้อีกครั้ง
เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว ชายหนุ่มจึงหลับตาลงและยังคงดูดซับเปลวเพลิงตรงหน้าต่อ
______________________________________________________________________________________________________