War of Ancient Emperor - ตอนที่ 58 ตามหา
ณ ดินแดนกลาง
หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีชายหนุ่มสองคนกำลังยืนอยู่ หน้าตาของทั้งสองคนล้วนหล่อเหลาและคล้ายคลึง แต่ก็ไม่ถึงกับเหมือนกันมาก
คนหนึ่งสวมชุดศิษย์ของนิกาย ปราณโบราณ อีกหนึ่งสวมชุดศิษย์ของนิกายกระบี่สวรรค์
ทั้งสองคนยืนอยู่หน้าร้านอาหารแห่งนี้มานานแล้ว ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าผู้คนจำนวน
ชายหนุ่มชุดสีขาวก็หันไปหาชายหนุ่มชุดดำที่ยืนอยู่ด้านข้างก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย ชายหนุ่มทั้งสองคนก็ตัดสินใจเดินเข้าไปภายในร้านอาหารพร้อมกัน
ชายหนุ่มทั้งสองเดินเข้ามาถึงกลางร้านอาหารก่อนจะหาโต๊ะสำหรับนั่ง
แต่ในตอนนั้นเองชายหนุ่มชุดขาวที่เดินนำหน้าก็ได้ไปเดินชนเข้ากับชายร่างกายใหญ่โตที่เต็มไปด้วยบาดแผลเข้า
“เห้ย! ไอ่หนู ตาบอดหรือไง!? ไม่เห็นหรือไงว่าข้ายืนอยู่”
ชายร่างกายใหญ่โตก็ตะโกนออกมาเสียงดังก้องไปทั่วร้านอาหาร
“เจ้ายักษ์นั่นจะอาละวาดอีกแล้ว”
“ครั้งก่อนก็เด็ก ครั้งนี้ก็เป็นเด็กอีกแล้วหรือ?”
“น่าสงสาร เด็กคนนั้นจัง”
“หน้าตาก็ดี แต่สงสัยชีวิตคงจะสั้น”
เสียงตะโกนของชายร่างกายใหญ่โต ย่อมตกเป็นสายตาของภายในร้านเป็นจำนวนมาก
แม้ว่ามีคนหลายกลุ่มอยากจะเข้าไปช่วยชายหนุ่มทั้งสอง แต่ก็ทำได้เพียงแค่ดูอยู่ห่างๆ
เพราะว่าชายร่างกายใหญ่โต มันเป็นนักเลงเจ้าถิ่นแถวนี้ ถ้าหากยื่นมือเข้าไปยุ่งอาจจะโดนลูกหลงไปด้วยอีกคน
“ขอโทษทีพี่ชาย ข้าไม่ทันได้สังเกตุ”
ชายหนุ่มชุดขาวกล่าวด้วยท่าทีสุภาพ
“ขอโทษแล้วจะทำให้เสื้อของข้าหายขาดงั้นหรือ? จ่ายมาซะค่าเสียหาย”
ชายร่างกายใหญ่โตตะโกนใส่ชายหนุ่มชุดขาวก่อนจะใช้สองมือกระชากไปทีคอเสื้อของชายหนุ่มตรงหน้า
ผู้คนมากมายที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้แต่ส่ายหน้า พวกเขาต่างก็เห็นกันอยู่ เมื่อครู่ว่าเสื้อผ้าของชายร่างกายใหญ่โตมันขาดอยู่แล้ว การทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับปล้นกันชัดๆ
“เจ้าบ้านี่!”
ชายหนุ่มชุดดำที่ยืนอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นการกระทำของชายร่างกายใหญ่โตก็เปิดปากกล่าวออกมา
แต่ยังไม่ทันได้กล่าวจบก็ถูกมือของชายหนุ่มชุดขาวห้ามเอาไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวข้าจัดการเอง”
ชายหนุ่มชุดขาวยกมือห้าม ก่อนจะหันไปกล่าวกับชายหนุ่มชุดดำ
“หน๊อย! เจ้าเด็กบ้าอยากตายหรือไงกัน!?”
“เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไรนะ!”
ชายร่างกายใหญ่โตก็เริ่มรู้สึกโกรธจัดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทั้งสองคนไม่ได้ให้ความสนใจกับมัน
ชายหนุ่มทั้งสองคนเห็นมันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไงกัน?
“พี่ชาย ท่านต้องการจะเอาอย่างไรกันแน่?”
ชายหนุ่มชุดขาวยังคงกล่าวด้วยท่าทีสุภาพพร้อมกับจ้องมองเข้าไปภายในตาของชายร่างกายใหญ่โตตรงหน้า
“เกิดอะไรขึ้น!?”
“เหตุใดเจ้ายักษ์ถึงนิ่งไป?”
“เด็กหนุ่มคนนั้นทำอะไรลงไปงั้นหรือ?”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน!?”
ผู้คนมากมายที่อยู่ภายในร้านก็เริ่มสังเกตุเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน หลังจากที่สิ้นสุดคำพูดของชายหนุ่มชุดขาว ชายร่างกายใหญ่โตก็ยืนนิ่งราวกับแข็งเป็นหินไปเลย
ทว่าในเวลาต่อมาชายร่างกายใหญ่โตจึงเริ่มคลายมือทั้งสองออกจากคอเสื้อของชายหนุ่มชุดขาวอย่างช้าๆ
หลังจากนั้นมันก็ถอยหลังออกไปสามถึงสี่ก้าวก่อนจะล้มลงก้นจ้ำเบ้าทันที
ร่างกายของชายร่างกายใหญ่โตเกิดอาการสั่นอย่างรุนแรง ก่อนตรงกลางเป้ากางเกงของมันจะปล่อยน้ำสีเหลืองออกมา
“นี่มันบ้าอะไรกัน!”
“ฉี่ เจ้ายักษ์มันฉี่แตก!”
“เหตุใดมันถึงสั่นอย่างงั้นละ?”
“เป็นฝีมือของเด็กหนุ่ม?”
ผู้คนมากมายที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ช็อคจนต้องอ้าปากค้างกันเป็นแถว
คนแถวนี้ต่างรู้ดี ว่าระดับพลังลมปราณของชายร่างกายใหญ่โตเป็นถึงระดับปราณปฐพีขั้นห้า
เพราะเหตุนี้ทำให้ผู้คนถึงไม่ค่อยอยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของมันเท่าไหร่นัก
“พี่ชาย ถ้าหากท่านยังรักชีวิตตนเองอยู่”
“จงหนีไปซะ แล้วอย่าได้ทำนิสัยเช่นนี้ ให้ข้าเห็นอีกเป็นอันขาด”
ชายหนุ่มชุดขาวยังคงกล่าวด้วยท่าทีสุภาพเหมือนเดิม
ราวกับได้ยินเสียงแห่งสวรรค์ ชายร่างกายใหญ่โตไม่รอช้า มันรีบลุกขึ้นและวิ่งออกนอกร้านอาหารไปอย่างไม่คิดชีวิตและไม่สนใจว่าผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์จะคิดเช่นไร
‘น่ากลัว! นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!’
ชายร่างกายใหญ่โตหน้าขาวซีด เหงื่อมากมายเริ่มปรากฏขึ้นตามร่างกาย ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยที่วิ่งหนีออกมา
แต่เป็นเพราะความกลัวต่างหาก ก่อนหน้านี้ตอนที่ชายหนุ่มชุดขาวจ้องมองเข้าไปภายในดวงตาของชายร่างกายใหญ่โต ผู้คนมากมายส่วนมากอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงการจ้องมองธรรมดา
แต่ทว่าทันทีชายหนุ่มชุดขาวจ้องมองมา ก็ทำให้ชายร่างกายใหญ่โตรู้สึกราวกับชีวิตได้ถูกตัดขาดไปครึ่งหนึ่ง
ภายในดวงตาของชายหนุ่มชุดขาวที่ล้วนเต็มไปด้วยจิตสังหารอันมากล้นเกินว่าที่คนเราจะจินตนาการได้
นี่คือสายตาที่สามารถสังหารคนได้
–
–
กลับมาทางด้านของร้านอาหาร
“เชิญ! เชิญ! คุณชายทั้งสองท่านนั่งลงก่อน”
เจ้าของร้านอาหารที่อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อเห็นชายร่างกายใหญ่โตจากไปแล้ว ก็ไม่รอช้ารีบออกไปต้อนรับชายหนุ่มทั้งสองคนทันที
“พี่ใหญ่ เจ้าเศษสวะแบบนั้น”
“เหตุใดท่านต้องปล่อยมันไปด้วยเล่า!
“ถ้าหากเป็นข้า ป่านนี้หัวของมันได้หลุดจากคอตั้งแต่วินาทีแรกแล้ว”
ชายหนุ่มชุดดำที่นิ่งเงียบอยู่นาน เมื่อได้นั่งลงที่เก้าอี้ก็ราวกับได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกมา
“น้องรอง เจ้าควรหัดปล่อยวางซะบ้าง”
“ไม่ใช่เอะอะก็จะฆ่าจะแกงกันอย่างเดียว”
“การฆ่าฟันไม่ใช่การตันสิ้นในทุกเรื่อง”
“ข้าละเชื่อเลย ไม่เจอเจ้าเพียงไม่กี่ปีจะเปลื่ยนแปลงไปมากขนาดนี้”
ชายหนุ่มชุดขาวถอนหายใจออกมา ก่อนจะกล่าวต่อ
ชายหนุ่มทั้งสองคนที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ แท้จริงแล้วก็คือเหล่าพี่ชายทั้งสองของหลงจินเหอนั่นเอง
ชายหนุ่มชุดขาวก็คือพี่ชายคนโต หลง ไป๋เฉิน ส่วนชายหนุ่มชุดดำก็คือพี่ชายคนรอง หลง เฮยอวิ้น
“น้องรอง ถ้าหากน้องเล็กมาเห็นว่าเจ้ากลายเป็นคนเลือดเย็นขนาดนี้ไปแล้ว เจ้าอาจจะโดนบ่นเอาได้นะ”
หลงไป๋เฉินกล่าวออกมาไม่ได้นานก็ลืมเงียบไป
เพล้ง!
เมื่อได้ยินชื่อของหลงจินเหอ หลงเฮยอวิ้นก็เผลอปลดปล่อยพลังลมปราณออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ก่อนจะกำแก้วภายในมือจนแตกเป็นเศษผงทันที ผู้คนมากมายภายในร้านเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังลมปราณที่หลงเฮยอวิ้นปลดปล่อยออกมา พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังแห่งความโกรธ ต่างก็วิ่งหนีกันหัวซุกหัวซุน
ชายหนุ่มทั้งสองคนต่างก็รู้ดี ว่าหลงจินเหอได้หายตัวไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว
แต่ทว่าในตอนนั้นชายหนุ่มทั้งสองต่างก็ไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับข่าวนี้เลย เพราะต้องเก็บตัวฝึกฝนอย่างเป็นเวลานาน กว่าจะมารู้เรื่องนี้ก็สายไปเสียแล้ว
“พี่ใหญ่ ท่านจะทำอย่างไรต่อดี”
หลังจากที่ทั้งสองคนเงียบกันเป็นเวลานาน หลงเฮยอวิ้นก็เปิดปากกล่าวอีกครั้ง
“พวกเราก็คงต้องหาต่อ ยังไงข้าก็ไม่เชื่อว่าน้องเล็กจะตกตายไปแล้ว”
หลงไป๋เฉินกล่าว
“พี่ใหญ่ เราจะไปที่ไหนกันต่อละ?”
“สงครามเมื่อสามปีก่อน นิกายมังกรฟ้าของน้องเล็กก็ล่มสลายไปแล้ว”
“เจ้านิกายมังกรฟ้า ชุนจื้อโหยวก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”
“แล้วพวกเราจะไปสืบข้อมูลเกี่ยวกับน้องเล็กได้จากที่ไหนอีกละ?”
หลงเฮยหยุนกล่าวต่อ
“ข้าก็ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรต่อ ตอนนี้ก็มืดแปดด้านไปหมด”
“แค่ขอร้องเจ้านิกายออกมาดินแดนกลางได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ถ้าหากจะไปขอร้องเจ้านิกายอีกครั้ง มันก็ออกจะเกินไปหน่อย
“หลงไป๋เฉินส่ายหน้าเล็กน้อย
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว พวกเราไปกันต่อเถอะ”
หลงเฮยอวิ้นกล่าว
“ดี…”
หลงไป๋เฉินพยักหน้าเล็กน้อย
หลังจากชายหนุ่มทั้งสองออกมาถึงด้านหน้าร้านอาหาร พวกเขาสองคนจึงลอยตัวขึ้นท้องนภาทันที ก่อนจะเหาะตรงไปข้างหน้ารวดเร็ว
การที่สามารถเหาะบนท้องนภาได้อย่างอิสระ
นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าชายหนุ่มทั้งสองนั้น
พวกเขาล้วนก้าวไปถึงระดับปราณนภาแล้วนั้นเอง
–
–
–
กลับมาทางด้านของหลงจินเหอ
ในที่สุดชายหนุ่มก็เริ่มได้สติกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าด้วยอาการมึนงง
“พี่ชาย ในที่สุดท่านก็พื้นแล้ว”
เสียงของเด็กสาวตัวน้อยวัยหกปี พลันดังก้องอยู่ข้างหูของหลงจินเหอ