War of Ancient Emperor - ตอนที่ 59 โดนดักปล้น
“อ้า!”
หลงจินเหอส่งเสียงครวญครางออกมา ก่อนจะใช้สองมือกุมศีรษะเอาไว้
“น้องชาย เจ้าอย่าเพิ่งขยับตัวจะดีกว่า บาดแผลของเจ้ายังไม่สมานตัว”
หญิงสาววัยยี่สิบปีกว่าที่นั่งอยู่ด้านข้างของเด็กสาวตัวน้อยก็เปิดปากกล่าวในที่สุด
เมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาว หลงจินเหอจึงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะนอนลงต่อ
ชายหนุ่มยอมเชื่อฟังและทำตามที่บอกแต่โดยดี เพราะว่าร่างกายของชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัสจริง
“น้องชาย ถือว่าเป็นโชคดีของเจ้า ข้าเดินทางผ่านเส้นทางนี้มาพอดี”
“ไม่เช่นนั้น ข้าเกรงว่าเจ้าอาจจะได้เป็นอาหารของเหล่าสัตว์อสูรอยู่กลางทะเลทรายแน่”
หลังจากที่ทั้งสามคนนิ่งเงียบมานาน หญิงสาวก็เปิดปากกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอบคุณมากพี่สาว ที่ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้”
“ข้าจะต้องตอบแทนท่านอย่างแน่นอน”
หลงจินเหอกล่าวขณะที่ยังคงนอนนิ่งอยู่เช่นเดิม
“เรื่องเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องคิดมาก”
“ข้าชื่อโม่ เจียงชิว ส่วนนี่น้องสาวของข้าโม่ เจียงจี้”
หญิงสาวกล่าวแนะนำตัวก่อนจะชี้ไปที่เด็กสาวตัวน้อยด้านข้าง
“ข้า หลง จินเหอ”
หลงจินเหอกล่าวอย่างแผ่วเบา
“พี่ชาย ท่านกำลังเดินทางไปที่ใดงั้นหรือ?”
“เหตุใดท่านถึงได้นอนบาดเจ็บอยู่กลางทะเลทรายได้?”
โม่เจียงจี้ใช้มือเท้าคาง ก่อนจะถามด้วยความสงสัย
“มันเกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อยระหว่างเดินทาง”
“สาวน้อย เจ้าไม่ควรรู้จะดีกว่านะ”
หลงจินเหอกล่าวออกมา ก่อนจะใช้มือลูบหัวของโม่เจียงจี้
“เจียงจี้ เจ้าออกไปนั่งคุยกับท่านลุงด้านนอกก่อนไป”
“ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับน้องชายจินสักหน่อย”
โม่เจียงชิวสังเกตุเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของหลงจินเหอ นางจึงรีบกล่าวกับน้องสาวตนเองทันที
โม่เจียงจี้พยักหน้า ก่อนจะผ่านม่านกั้นกลับไปด้านหน้า
ตั้งแต่ได้สติกลับมาหลงจินเหอ เขายังไม่สามารถระบุตำแหน่งของตนเองได้ชัด
ในตอนนี้ชายหนุ่มคิดว่าอาจจะอยู่ภายในเกวียนลากของเสียมากกว่า เพราะว่ามันยังคงสั่นสะเทือนอยู่ตลอด
“พี่สาวเจียงชิว ตอนนี้ที่เราอยู่ คือที่ใดกัน?”
“ท่านสามารถบอกข้าได้หรือไม่?”
เมื่อโม่เจียงจี้ออกไปแล้ว หลงจินเหอจึงรีบกล่าวถามด้วยท่าทางร้อนรนทันที
“ตอนนี้เรายังคงอยู่ในอาณาเขตของทะเลทราย แต่ว่าอีกไม่กี่วัน ก็คงใกล้จะถึงตัวเมืองแล้ว”
โม่เจียงชิวกล่าว
“ข้าหมายถึงดินแดน ตอนนี้พวกเราอยู่ส่วนไหนของดินแดนงั้นหรือ? กลาง เหนือ ใต้ ออก ตก? ”
หลงจินเหอถามต่อ
“น้องชายจิน เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร?”
“ข้าสับสนไปหมดแล้ว ที่นี่ไม่มีดินแดนอย่างที่เจ้าพูดมาสักอย่าง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทำให้โม่เจียงชิวเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา ก่อนจะถามกลับ
“ไม่มีงั้นหรือ? ถ้าอย่างงั้นดินแดนที่พวกเราอยู่ตอนนี้ถูกเรียกว่าอะไร?”
หลงจินเหอนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนชายหนุ่มจะกล่าวอีกครั้ง
“ดินแดนด้านบน”
โม่เจียงชิวกล่าวแผ่วเบา
แม้ว่าจะเป็นเพียงคำพูดสั้นๆ นั่นสามารถทำให้หลงจินเหอรู้สึก ราวกับถูกฟ้าผ่าลงมาตรงหน้าอย่างจัง
“ไม่ใช่ดินแดนด้านล่าง!”
“แต่เป็นดินแดนด้านบน!”
หลงจินเหอดีดตัวลุกมานั่งอย่างรวดเร็ว
“น้องชายจิน เจ้าเป็นอะไรไป”
“เหตุใดสีหน้าของเจ้าถึงดูแย่ลง ข้าพูดอะไรผิดไปงั้นหรือ?”
โม่เจียงชิวรีบเข้ามาดูอาการของหลงจินเหอ เพราะนางคิดว่าบาดแผลของเขาอาจจะฉีกขาด
“ไม่! ข้าไม่เป็นอะไร”
หลงจินเหอโบกมือห้าม
“งั้นหรือ!? เจ้าอาจจะเหนื่อยเกินไป”
“เช่นนั้นก็ควรจะพักผ่อนให้เยอะ”
“ข้าจะไม่รบกวนแล้ว”
โม่เจียงชิวกล่าวก่อนจะเดินกลับไปด้านหน้า
“เหตุใดถึงมาโผล่ดินแดนด้านบนได้ละนี่!?”
“สงสัยคงจะต้องอยู่ที่นี่อีกสักระยะหนึ่ง”
หลงจินเหอพึมพัมออกมา ชายหนุ่มยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะกลับดินแดนด้านล่างทันที
ชายหนุ่มยังคงติดหนี้โม่เจียงชิวที่ช่วยชีวิตเอาไว้อยู่ อย่างน้อยก่อนจะไปก็ควรที่จะได้ตอบแทนนางก่อน
หลังจากที่โม่เจียงชิวออกไปแล้ว หลงจินเหอก็ไม่ได้เลือกที่จะนอนพักต่อ
ชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิและหลับตาลงทันที
เปลวเพลิงสีแดงอ่อน พลัันปรากฏขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้
‘ดูเหมือนว่าระดับพลังลมปราณจะมีผลต่อทักษะการรักษาของวิหคเพลิงด้วยสินะ’
แม้ว่าหลงจินเหอจะหลับตาอยู่ แต่ชายหนุ่มก็ยังสามารถรู้สึกได้ว่าบาดแผลกำลังสมานตัวอย่างเร็ว
ผลของมันเร็วกว่าการรักษาของครั้งก่อนมากหลายเท่า
เวลาผ่านไปครึ่งวัน
ในที่สุดเกวียนก็หยุดลง หลงจินเหอที่กำลังรักษาบาดแผลอยู่ก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
การรักษารวดเร็วกว่าที่ชายหนุ่มคิดเอาไว้มากเพียงแค่ครึ่งวันก็เกือบที่จะฟื้นฟูได้อย่างสมบูรณ์
หลงจินเหอเปิดผ้าคลุมด้านหลังของเกวียน ก่อนจะออกไปทางด้านหลัง
เมื่อออกมาด้านนอกแล้ว ภาพเบื้องหน้าของหลงจินเหอก็คือเกวียนม้าลากมากมายกว่าห้าสิบคันที่กำลังจอดพักกันอยู่
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นพวกขบวนพ่อค้าที่ขนของไปขายต่างเมืองเสียมากกว่า
หลงจินเหอมองสำรวจดูรอบข้าง ก่อนชายหนุ่มจะนั่งลงด้านข้างของเกวียนที่ตนเองนั่งมา
“พี่ชาย ท่านหายดีแล้วงั้นหรอ”
โม่เจียงจี้ตะโกนมาทางหลงจินเหอ ก่อนจะเดินเข้ามา
“เจียงจี้อย่าเพิ่งเข้าไปใกล้เขา”
ชายวัยกลางคนกล่าวห้ามพร้อมกับจับแขนของโม่เจียงจี้เอาไว้
“เอ๋ ทำไมละท่านลุง?”โม่เจียงจี้ถามกลับ
“เรายังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นคนดีหรือคนเลว”
“เจียงจี้ เจ้าไม่ควรจะไว้วางใจคนง่ายเกินไปนะ”
ชายวัยกลางคนกล่าว
“ท่านลุง แต่ว่าพี่ชายเขายังบาดเจ็บอยู่นะ”
“ถ้าหากเขาเป็นคนไม่ดีจริง ป่านนี้เขาคงจะทำร้ายข้ากับพี่สาวตั้งแต่อยู่ภายในแล้ว”
โม่เจียงจี้กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะอมลมพองแก้มทันที
“เอาน่า ท่านลุง เจียงจี้นางยังเป็นเด็กอยู่”
“อีกอย่างที่นางพูดมาก็ถูก ข้าก็ยังไม่เห็นว่าเขาจะเป็นคนไม่ดีเลย”
โม่เจียงชิวที่ยืนอยู่ด้านข้างก็กล่าวแทรกขึ้นมา
“เฮ้อ! ไอ่นิสัยใจอ่อนนี่มัน เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย”
ชายวัยกลางคนถอยหายใจ
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ห่างไกลจากหลงจินเหอ แต่คำพูดทั้งหมดก็คงหนีไม่พ้นหูของชายหนุ่มอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงต่อ
หลังจากได้พักม้าจนหายเหนื่อยแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขบวนก็ยังคงเดินทางต่อ
ตูม! ตูม!
“ล้อมพวกมันเอาไว้ให้หมด อย่าให้หนีไปได้สักคนเดียว”
ทว่าขณะที่หลงจินเหอยังคงนั่งรักษาตัวอยู่ภายในเกวียน พลันมีเสียงระเบิดดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดตามมา
“โจรดักปล้น!”
“หนีเร็วเข้า!”
“จะบ้าหรือห้ามหนี ไม่งั้นพวกมันต้องฆ่าทิ้งแน่!”
“อันดับแรกต้องรักษาชีวิตเอาไว้ให้ได้ก่อน”
“ต่อให้ต้องยกข้าวของให้พวกมันทั้งหมดก็ตาม”
เสียงผู้คนของเกวียนม้าคันอื่นก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงหูของหลงจินเหอในที่สุด
“เจ้าเศษขยะพวกนี้ มันมีอยู่ทุกที่จริงแหะ”
หลงจินเหอที่นั่งหลับตาอยู่ก็พึมพัมออกมาอย่างแผ่วเบา
“ท่านลุงเราจะทำอย่างไรดี”
โม่เจียงชิวหันไปถามชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“คงจะต้องยอมทำตามที่พวกมันบอกไปก่อน”
ชายวัยกลางคนกล่าวแผ่วเบา
“ท่านลุง เหตุใดท่านถึงไม่จัดการพวกมัน!”
โม่เจียงจี้เกาะแขนของชายวัยกลางคนก่อนจะกล่าว
“พวกมันมีกันเยอะเกินไป อีกทั้งข่าวลือที่ว่าหัวหน้าของพวกมันเป็นถึงระดับปราณนภาขั้นที่สามจะเป็นจริง”
“ข้าอยู่แค่ระดับปราณนภาขั้นที่สอง คงจะสู้ไม่ไหว”
ชายวัยกลางคนส่ายหน้า
“หัวหน้า พวกเราควบคุมพวกมันได้ทั้งหมดแล้วขอรับ”
ชายผ้าคลุมหัวก็เดินมาถึงด้านหน้าของชายร่างสูง
“ดี! จับพวกมันมารวมกันไว้ให้หมด”
ชายร่างสูงพยักหน้า
เพียงชั่วครู่ผู้คนจากขบวนค้าขายก็ถูกจับมามัดรวมเอาไว้ที่เดียวกันจนหมด
“งดงามใช้ได้นี่”
ชายร่างสูงเดินมาถึงด้านหน้าของโม่เจียงชิว ก่อนจะเลียริมฝีปากด้วยท่าทีหื่นกระหาย
“นั่นมันอะไร!?”
“คนนี่!”
“ยังมีอีกคนหนึ่งที่ยังไม่ได้ถูกจับ!”
“ไหนพวกเจ้าบอกว่าจับมาหมดแล้วไง!?”
“เหตุใดถึงยังเหลืออีกคน ไปจับกลับมาซะ!”
ชายร่างสูงที่กำลังสนใจกับเรือนร่างของโม่เจียวชิวอยู่ เสียงของพวกลูกน้องเริ่มดังขึ้นมาเรื่อยๆ
ก่อนที่มันจะหันไปมองตาม ซึ่งก็พบมีว่าชายสวมชุดสีดำสนิทปิดทุกส่วนของร่างกายเหลือเพียงแต่ดวงตา กำลังยืนอยู่บนหลังคาของเกวียน
“การแสดงเริ่มต้นขึ้นแล้ว ถึงเวลากำจัดเศษสวะ”
ชายสวมชุดสีดำกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา
______________________________________________________________________________________________________