War of Ancient Emperor - ตอนที่ 62 ชายชราขี้เมา
“เอาล่ะ พวกเรามากันถึงแล้ว”
หลังจากที่เดินตามหลังชายวัยกลางคนมานาน จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูบานใหญ่ที่ตัวอักษรที่เขียนว่าโม่อยู่
เมื่อประตูถูกเปิดออกภาพเบื้องหน้าของหลงจินเหอก็คือเส้นทางเดินยาวลึกเข้าไปด้านใน บริเวณด้านข้างของทางเดินก็จะมีบ้านหลักเล็กหลังน้อยตั้งอยู่มากมาย
ถ้าหากชายหนุ่มเดาไม่ผิดที่นี่ก็คงจะเป็นที่พักอาศัยของสมาชิกของตระกูลโม่
หลังจากที่เดินตามเส้นทางมาเรื่อยๆก็มาเจอเข้ากับบ้านหลังใหญ่โต โดยที่มีชายวัยประมาณสี่สิบปีสวมชุดสีเหลืองยืนรออยู่ด้านหน้าบ้าน
“ในที่สุดก็กลับมากัน พี่ชาย เจียงชิว เจียงจี้”
ชายชุดเหลืองกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านพ่อ…”
โม่เจียงจี้ก็วิ่งเข้าไปกอดชายชุดเหลืองตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
“แล้วนั่นใครกันไม่เคยเห็นหน้าตามาก่อน แขกงั้นหรือ?”
ชายชุดเหลืองจ้องมองมาที่หลงจินเหอ
“ท่านพ่อ…นี่คือน้องชายจินเหอ ระหว่างทางกลับพวกเราพบน้องชายจินนอนบาดเจ็บอยู่กลางทะเลทรายหน่ะ เลยกะว่าจะให้เขามาพักที่นี่ก่อน”
โม่เจียงชิวกล่าว
“เป็นเช่นนี้เอง เชิญพักตามสบายน้องชาย คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้านของตนเอง”
ชุดเหลืองพยักหน้าก่อนจะกล่าวต่อ
“ขอบคุณมาก ผู้อาวุโส”
หลงจินเหอประสานมือไปทางชายชุดเหลืองก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่จำเป็นต้องมากพิธีก็ได้”
ชายชุดเหลืองโบกมือเล็กน้อย
“เข้าไปด้านในกันเถอะ เจียงชิว เดี๋ยวลูกพาน้องชายจินไปหาที่พัก แล้วรีบเข้ามาหาพ่อด้วย”
ชายชุดเหลืองกล่าวต่อ
“น้องชายจิน ตามข้ามา…
“โม่เจียงชิวพยักหน้าตอบชายชุดเหลือง ก่อนจะหันไปกล่าวกับหลงจินเหอ
หลงจินเหอไม่ได้ตอบ ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหญิงสาวไป
“น้อยชายจิน เจ้าต้องพักที่นี่ไปก่อนนะ”
“เดี๋ยวตอนเช้า ข้าจะแวะเข้ามาหาใหม่ พอดีมีธุระต้องจัดการ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
โม่เจียงชิวพาหลงจินเหอมาถึงบ้านหลังเล็กที่อยู่ไม่ไกลมากจากบ้านหลังใหญ่
เมื่อเห็นว่าโม่เจียงชิวท่าทีรีบร้อน สงสัยว่านางอาจจะมีธุระจริง หลงจินเหอจึงไม่ได้กล่าวถามอะไรออกไป
หลังจากเข้ามาด้านในที่พักหลงจินเหอก็เดินตรงไปที่เตียง ก่อนจะนั่งขัดสมาธิและหลับตาลงทันที
เวลาได้เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งแสงตะวันก็ลับขอบฟ้าไป ชายหนุ่มจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
“ดูเหมือนว่าการที่จะบรรลุขั้นที่สี่ของทักษะลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกายจะไม่ง่าย”
หลงจินเหอพึมพัมออกมา
หลงจินเหอสามารถมาถึงขั้นที่สามของทักษะลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกายได้อย่างไม่รู้ตัว
มันเกิดขึ้นตั้งแต่ที่ชายหนุ่มเริ่มดูดซับพลังจากดอกบัวสวรรค์ตอนอาศัยอยู่ที่ดินแดนใจกลางโลก
หลังจากที่หลงจินเหอได้ก้าวเข้ามาสู่ขอบเขตระดับเซียนแล้ว นั่นทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าทักษะลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกายไม่ได้เป็นทักษะที่อยู่ยงคงกะพัน
เพราะว่าหลังจากที่ก้าวเข้าสู่ระดับเซียน ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าขอบเขตของระดับแต่ละขั้นมันแตกต่างกันเกินไป
ถ้าหากเป็นเมื่อก่อน แม้ว่าหลงจินเหอจะอยู่แค่ระดับปราณก่อตั้ง แต่ชายหนุ่มก็ยังสามารถต่อสู้กับระดับปราณปฐพีได้อย่างสูสี
แต่ว่าหลังจากที่เข้าสู่ระดับเซียน ช่องว่างระหว่างความแตกต่างมันก็กว้างไกลขึ้น ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถต่อสู้ข้ามขั้นกับระดับที่สูงกว่าตนเองได้มากเท่าไหร่
ยกตัวอย่างเช่น ระดับเซียนขั้นต้นกับระดับเซียนขั้นกลาง แม้ว่าทั้งสองระดับจะแตกต่างกันแค่เพียงหนึ่งขั้น
แต่ว่าขอบเขตของทั้งสอง บล้วนต่างกันกว้างมาก ถ้าหากให้เปรียบเทียบ ก็คงจะเป็นระหว่างปราณปฐพีขั้นต้นกับปราณนภาขั้นสูงสุด
“เฮ้อ! ดูเหมือนว่าคงจะต้องใช้เวลาอีกนาน”
หลงจินเหอถอนหายใจออกมา ถ้าหากสามารถบรรลุขั้นที่สี่ได้
นั่นก็หมายความว่า นี่คือจุดเปลื่ยนครั้งยิ่งใหญ่มากสำหรับชายหนุ่ม
เพราะขั้นต่อไปมันคือร่างกายทองคำ
ทักษะลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกายมีทั้งหมดเก้าขั้น
ขั้นที่หนึ่งไปจนถึงขั้นที่สาม คือขอบเขตในการท้าทายความสามารถของมนุษย์
ขั้นที่สี่ไปจนถึงขั้นที่หก คือขอบเขตในการท้าทายกฎเกณฑ์ของโลก
ขั้นที่เจ็ดไปจนถึงขั้นที่เก้า คือขอบเขตในการท้าทายกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์อย่างแท้จริง
สิ่งที่หลงจินเหอสงสัยมากที่สุดก็คือ ใครเป็นคนคิดค้นทักษะลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมา
ในยุคปัจจุบันคนที่สร้างมันขึ้นมาจะอยู่ชนชั้นใด?
หลงจินเหอไม่รู้ว่าควรจะขอบคุณใคร เหตุใดมันถึงมาอยู่ในกำไลหยกของตนเองได้
อาจจะเป็นผู้ให้กำเนิดของตนเองหรืออาจจะเป็นคนอื่น?
หลังจากที่แสงตะวันลับฟ้าไปแล้ว
หลงจินเหอสามารถแอบออกมาจากตระกูลโม่ได้อย่างง่าย ราวกับเป็นสนามเด็กเล่นหน้าบ้านตนเอง
หลงจินเหอยังคงเดินอยู่ภายในเมือง เพราะต้องคอยหาข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอด
ไม่นานชายหนุ่มก็รู้ว่าดินแดนด้านบนแห่งนี้สิ่งของมีค่ากลับไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นโอสถต่างหาก
เนื่องจากทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังในดินแดนแห่งนี้ มันมีไม่เพียงพอ ค่าของเงินทองจึงตกต่ำลงและเปลื่ยนไปใช้โอสถสำหรับบ่มเพาะพลังลมปราณระดับต่ำแทนค่าเงิน
“ยังเยาว์วัยนัก! ใช้ได้ใช้ได้”
“ร่างกายแข็งแรงดี…”
ทว่าขณะที่หลงจินเหอยังคงเดินไปอย่างเงียบเชียบ จู่ๆก็มีไม้เท้าเก่าๆ มาเคาะที่บริเวณเอวของชายหนุ่ม ก่อนจะมีเสียงของชายชราตามมาด้านหลัง
ด้วยความตกใจหลงจินเหอจึงกระโดดถอยหลังกลับไปไกลมาก
“อะไรกัน! ตาแก่นี่!”
“มาตั้งแต่เมื่อใดกัน? เหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกตัวเลย”
หลงจินเหอจ้องมองไปที่ชายชราวัยประมาณหกสิบปี เขาสวมเสื้อผ้าสีขาวเก่าๆ ยืนอยู่ตรงหน้า
“ผู้อาวุโส ท่านเป็นใครกัน? รู้จักข้างั้นหรือ?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยท่าทีสุภาพ เพราะรู้สึกว่าถึงความผิดปกติจากชายชราตรงหน้าได้
“เปล่าเลย! ข้าไม่เคยรู้จักเจ้ามาก่อน!”
ชายชรากล่าวพร้อมกับใช้มืออีกข้างยกเหล้าขึ้นมาดื่ม
“ไม่รู้จัก แล้วท่านมาเคาะข้าทำไมกัน”
“ท่านต้องการอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรือ?”
หลงจินเหอยังคงกล่าวด้วยท่าทีสุภาพ
“เข้าเรื่องเลยละกัน ข้ารู้สึกสนใจในความสามารถของเจ้ามาก”
“มาเป็นลูกศิษย์ข้าซะเจ้าหนู”
ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเฉย
“หา! ท่านอย่ามาล้อเล่น ข้าไม่เคยมีอาจารย์มาก่อนก็จริง แต่ก็ไม่คิดที่จะมีด้วยเช่นกัน…”
หลงจินเหอโบกมือปฏิเสธไปทันที
“ดูนั่น!…”
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า!”
“ตาเฒ่านั่นเอาอีกแล้ว!”
“เมาแล้วชอบพูดจาเหลวไหล!…”
ผู้คนที่เดินผ่านมาเหมือนจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่แถวนี้เป็นประจำ เมื่อพบเห็นชายชรา พวกเขาจึงหัวเราะออกมาอย่างไม่หยุด
“น้องชาย เจ้าอย่าไปฟังตาเฒ่านี่เลย”
“ตาเฒ่านี่เป็นแบบนี้ประจำนั่นแหละ ชอบชักชวนผู้คนที่เดินทางผ่านมาอยู่บ่อยๆ”
ชายหนุ่มสองคนก็เดินมาหา ก่อนจะกล่าวพร้อมกับตบไหล่ของหลงจินเหอและเดินจากไป
“เจ้า ไม่สนใจจริงหรือเจ้าหนู!?”
ชายชราไม่ได้สนใจกับชายหนุ่มสองคนที่เดินเข้ามา แต่ยังคงกล่าวต่อ
“ไม่ละ ขอบคุณมากผู้อาวุโส ข้ายังมีเรื่องที่ต้องไปทำอีก”
หลงจินเหอส่ายหน้า ก่อนจะเดินจากไป
“งั้นหรือ น่าเสียดาย”
ชายชราถอนหายใจ ก่อนจะมองดูหลงจินเหอเดินจากไป
‘ช่างเป็นตาแกที่แปลกพิลึกจริง’
หลงจินเหอคิดในใจ
หลังจากที่ได้รับข่าวสารก็พอจะรู้ทิศทางและที่อยู่มาบ้าง
หลงจินเหอจึงรีบเดินทางออกจากเมืองไปสำรวจดินแดนรอบนอกทันที
ระดับความเร็วของชายหนุ่มเรียกได้ว่าเร็วมาก ขบวนของพ่อค้าที่ต้องใช้เวลาเดินทางอยู่หลายวันกว่าจะพ้นทะเลทราย แต่ชายหนุ่มกลับใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม
หลงจินเหอยังคงมุ่งหน้าตรงไปโดยที่ไม่รู้จุดหมาย จนกระทั่งหลุดพ้นออกมาจากอาณาเขตของทะเลทราย
เข้าสู่อาณาเขตของป่าไม้และภูเขานับไม่ถ้วน
ตูม! ตูม! ตูม!!
เสียงระเบิดอย่างรุนแรงพลันดังก้องไปทั่วบริเวณภูเขา แม้ว่าหลงจินเหอจะอยู่ไกลมากแต่ก็ยังคงสามารถได้ยิน
“ดูเหมือนว่าจะมีการต่อสู้ที่รุนแรงเกิดขึ้น ใครกำลังต่อสู้กันอยู่?”
ด้วยความสงสัยหลงจินเหอจึงไม่รอช้าที่จะรีบมุ่งไปทางเสียงระเบิดทันที
______________________________________________________________________________________________________