War of Ancient Emperor - ตอนที่ 63 พบเจออย่างไม่คาดคิด
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดยังคงดังอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาตั้งแต่หลงจินเหอมุ่งหน้าไป สัตว์อสูรน้อยใหญ่ส่วนมากมีแต่พวกระดับต่ำต่างก็วิ่งหนีกันอย่างวุ่นวาย
หลงจินเหอมาหยุดยืนอยู่บนต้นไม้สูงใหญ่และกำลังจ้องมองไปที่กลุ่มหมอกควันมากมายที่เกิดขึ้นมาจากเสียงการต่อสู้เมื่อครู่
ผ่านไปไม่นานกลุ่มควันเริ่มสลายไปอย่างช้าๆจนปรากฏคนให้หลงจินเหอเห็น
คิ้วของชายหนุ่มพลันขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
ซึ่งมีชายวัยกลางคนทั้งสามคนและหญิงสาวอีกหนึ่งคนกำลังต่อสู้กันอยู่
“เหตุใดถึงเป็นนาง? เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
หลงจินเหอบ่นพึมพัมออกมา ก่อนจะนั่งดูเหตุการณ์ไปก่อน
“ในที่สุดก็สิ้นแรงสักที!”
“ยอมให้พวกเรากับจับซะดีๆ”
“แม่นางน้อย เจ้าหมดทางหนีแล้ว”
“ในเมื่อรู้ความลับของพวกเราแล้ว ก็ไม่สามารถปล่อยให้มีชีวิตกลับไปได้…”
“จะรีบฆ่าไปก็เสียดายแย่ อย่างน้อยก็ให้พวกข้าได้ลิ้มลองรสชาติของหญิงงามหน่อยว่ามันเป็นเช่นไร”
“ไม่จำเป็นต้องกลัว อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ชายวัยกลางคนทั้งสามต่างก็พูดคุยกันสนุกสนาน ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความหื่นกระหาย
“ฝันไปเถอะ ถ้าหากเจ้าเข้ามา ข้าจะฆ่าตัวตาย”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับใช้มือเช็ดเลือดที่มุมปาก
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า แม่นางน้อยถ้าทำได้ก็ลองดูสิ”
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะทนพิษของยาที่เพิ่งโดนเข้าไปไม่ไหวหน่ะสิ”
“เกรงว่าอีกไม่นาน เจ้าจะต้องรู้สึกทรมานอย่างมาก แต่ว่าพวกข้าสามารถช่วยได้”
ชายที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายทั้งสองก็กล่าวพร้อมกับเลียริมฝีปาก
หญิงสาวไม่ได้สนใจคำพูดของชายทั้งสามคนตรงหน้าแม้แต่น้อย นางค่อยๆลุกขึ้น ก่อนจะใช้สองมือจับกระบี่สีเขียวมรกตภายในฝ่ามือไว้จนแน่น
“ช่างเป็นผู้หญิงที่ดื้อรั้น ข้าชักจะหมดเวลาเล่นแล้ว”
“ข้าต้องเสียเวลาไล่ตามตัวนางกว่าสิบวันกว่าจะเจอ”
ชายคนกลางกล่าวออกมาอย่างช้าๆ
“ฮึ่ม! เช่นนั้นพวกเจ้าสองคนก็ไปจับตัวนางมาซะ!”
“อย่าเพิ่งทำให้นางตายล่ะ เราไม่รู้ว่านางล่วงรู้ความลับของเราไปมากเท่าไหร่และเอาไปบอกใครบ้าง”
“ฉนั้นพวเราควรจะจับเป็น แล้วนำร่างกายของนางไปให้ท่านประมุขตรวจดูความทรงจำของนางซะ”
ชายคนกลางพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงพยักหน้า ก่อนจะหยิบอาวุธประจำกายของมาจากแหวนมิติ
“น่าเสียดายความงามของนางจริงๆ แต่เพื่อภารกิจ คือจำเป็นต้องกำจัด”
ชายทั้งสองคนกำกระบี่ภายในฝ่ามือแน่น ก่อนจะพุ่งเข้ามาหญิงสาวตรงหน้า
“อย่างน้อยก่อนที่ข้าจะตาย ขอลากเจ้าคนชั่วเช่นพวกเจ้าไปด้วย”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับเร่งโคจรพลังลมปราณที่เหลืออยู่น้อยนิด ก่อนจะตัดสินใจพุ่งสวนเข้าหาชายทั้งสองคนตรงหน้า
ตูม!
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังราวกับเสียงฟ้าผ่าตกลงมาตรงพื้นที่กลางระหว่างทั้งสองฝั่ง
ส่งผลให้พื้นดินบริเวณรอบข้างยุบลงทันที ก่อนจะเกิดคลื่นกระแทกอย่างรุนแรงพัดจนชายทั้งสองคนที่กำลังพุ่งเข้ามาปลิวถอยหลังไปไกลกว่าสามสิบก้าว
ส่วนทางด้านของหญิงสาวกับไม่ได้ผลกระทบอะไรแม้แต่น้อย
“เป็นฝีมือใครกันโผล่หัวออกมาซะ!”
ชายอีกคนที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลมากนัก เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็รีบวิ่งไปรับร่างกายของชายทั้งสองคนเอาไว้ก่อนจะตะโกนไปยังกลุ่มหมอกควันด้านหน้าด้วยความโกรธ
“เจ้าเป็นใครกัน!”
เมื่อกลุ่มควันเริ่มจางลงจนปรากฏร่างของชายสวมชุดดำที่ปกปิดอย่างมิดชิดเห็นเพียงแต่ดวงตาออกมาอย่างช้าๆ ชายวัยกลางคนก็ตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
หลงจินเหอไม่ได้สนใจชายทั้งสามคนที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มหันหลังกลับไปมองหญิงสาวที่กำลังยืนจับกระบี่ภายในมือที่ยังคงสั่นไม่หยุด
ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
กลับกันเมื่อเห็นชายชุดดำตรงหน้าหญิงสาวก็ไม่ได้ถอยหนีหรือรู้สึกกลัวจนต้องตั้งท่าป้องกันตัว เพราะดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ นางจึงคิดว่าชายชุดดำตรงหน้าอย่างน้อยก็ไม่น่าจะใช่ศัตรู
เพียงแค่หลงจินเหอได้มองไปที่ใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า เขาก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่านางต้องโดนพิษบางอย่างแน่นอน
แม้ว่าสีหน้าของหญิงสาวจะแดงเป็นลูกแอปเปิ้ล แต่ก็ยังมีสีหน้าของความเจ็บปวดและกำลังทรมานปนอยู่ด้วย
“อย่าได้ต่อต้านมันเด็ดขาด ข้ากำลังรักษาท่าน”
หลงจินเหอกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา
หญิงสาวเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยและไม่ได้ขัดขืนอย่างที่ชายตรงหน้าบอก
หลงจินเหอยื่นมือไปสัมผัสไปหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาว
จากนั้นเปลวเพลิงสีแดงพลันปรากฏที่ฝ่ามือของชายหนุ่ม ก่อนจะเริ่มลุกลามไปทั่วจนห่อหุ้มร่างกายของหญิงสาวเอาไว้
เปลวเพลิงที่ชายหนุ่มได้ใช้ออกมา คือเปลวเพลิงสำหรับรักษา เป็นทักษะลับของวิหคเพลิง
หลังจากที่ได้รับการรักษาแล้วสีหน้าเจ็บปวดของหญิงสาวก็เริ่มบรรเทาลง แม้ว่าจะไม่สามารถทำให้หายขาดได้ในทันทีก็ตาม
“คนพวกนี้เป็นใครกัน!? แล้วพระราชวังมารคืออะไร?”
หลงจินเหอหันหลังกลับไปจ้องมองที่ชายทั้งสาม บริเวณเอวของทั้งสามคน มีป้ายสัญญาลักษณ์สีดำที่เขียนคำว่า’พระราชวังมาร’เอาไว้อยู่
“ระวังตัวด้วย เจ้านั่นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”
ชายทั้งสองจ้องมองมาที่หลงจินเหอ ก่อนจะกล่าว หลังจากทั้งสองคนที่โดนแรงกระแทกเข้าไปเมื่อครู่ก็ยังคงรู้สึกจุกแน่นหน้าอกจนแทบจะหายใจไม่ออก
“ข้ารู้อยู่แล้ว ถึงไม่ต้องให้เจ้ามาบอกก็ตาม”
ชายคนกลางที่เข้ามารับร่างกายของทั้งสองเอาไว้ก็พยักหน้าเล็กน้อย
เพียงแค่ได้มองไปที่ชายชุดดำตรงหน้าทั้งสามคนก็เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมา
พวกมันทั้งสามต่างรู้ดีกว่าคนตรงหน้าอยู่คนละระดับกับพวกมัน
เพียงแค่คลื่นกระแทกเมื่อครู่ก็สามารถทำให้ชายทั้งสองที่อยู่ระดับเซียนขั้นต้นบาดเจ็บได้แล้ว
“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดถึงสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของพวกเรา”
“ไม่รู้หรืออย่างไรว่าพวกเราเป็นคนของพระราชวังมาร”
แม้ว่าชายทั้งสามจะรู้ว่าระดับของตัวเองการที่จะสู้กับคนตรงหน้าเป็นเรื่องค่อนข้างยาก
แต่ทั้งสามก็ยังคงกล่าวด้วยท่าทีไม่กลัว เพราะว่าพวกตนมีพระราชวังมารหนุนหลังอยู่
จึงไม่กลัวและคิดว่าชายชุดดำตรงหน้าอาจจะรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างเมื่อได้ยินชื่อ
“ใครจะไปสนใจเรื่องพวกนั้นกันละ”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนจะปลดปล่อยพลังลมปราณออกมา
ความหนาแน่นของพลังลมปราณที่ชายหนุ่มได้ปลดปล่อยออกมาถึงกับทำให้ชั้นบรรยากาศบริเวณรอบข้างสั่นเล็กน้อย
“กลิิ่นอายนี่มัน อะไรกัน!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของชายชุดดำตรงหน้า ชายทั้งสามก็เผยสีหน้าตกใจออกมา พวกมันไม่ได้ตกใจเพราะความกลัว
แต่ตกใจเพราะกลิ่นอายของชายชุดดำอยู่แค่ระดับเซียนขั้นกลาง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชายทั้งสามคนคิดว่าชายชุดดำตรงหน้า
อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับเซียนขั้นสูงหรืออาจจะเป็นระดับเทพสวรรค์
“แค่ระดับเซียนขั้นกลาง อย่าได้กลัวไป”
“แม้ว่าพวกเราทั้งสามจะอยู่แค่ระดับเซียนขั้นต้น แต่ถ้าหากร่วมมือกันสามคนก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ชนะ”
ชายคนกลางหันไปกล่าวกับชายทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านข้าง
เมื่อสิ้นเสียงของชายคนกลาง ทั้งสามคนต่างก็หยิบจับกระบี่ขึ้นมาอีกครั้งด้วยท่าทีมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับชายชุดดำตรงหน้าได้
ครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของหลงจินเหอที่จะได้ตอบแทนบุญคุณ เพราะครั้งก่อนหญิงสาวได้ช่วยเหลือชายหนุ่มเอาไว้
“พี่สาวหมิงเอ๋อ รอข้าสักครู่”
“อีกเดี๋ยวก็จบแล้ว”
หลงจินเหอหันไปมองหญิงสาวที่ด้านหลัง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จากนั้นชายหนุ่มก็เคลื่อนตัวเข้าไปหาชายทั้งสามอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ยินคำพูดของชายชุดดำ นั่นทำให้หญิงสาวถึงกับเบิกตากว้างขึ้นมาทันที เพราะมีผู้ชายเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะเรียกนางว่าพี่สาว
________________________________________________________________________________________________________