War of Ancient Emperor - ตอนที่ 70 มาเยือนตระกูลหวัง
“จินเหอ ต่อจากที่เจ้าจะทำอย่างไรต่อ?”
ซูหมิงเอ๋อใช้สองแขนกอดคอหลงจินเหอและนิ่งเงียบมาตลอดการเดินทาง จนในที่สุดนางก็เปิดปากถามออกมา
“มีปัญหาที่จะต้องจัดการในดินแดนนี้นิดหน่อย”
“หลังจากที่จัดการเสร็จแล้ว เมื่อกลับไปถึงดินแดนด้านล่างค่อยว่ากันอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อ”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน หลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อก็มาถึงตระกูลโม่
เนื่องจากยังเป็นช่วงเวลาเช้าตรู่ จึงทำให้มีผู้คนผ่านไปมาน้อย เมื่อกลับมาถึงบริเวณที่พักก็พบว่าโม่เจียงชิวมายืนรออยู่หน้าบ้านพักแล้ว
“น้องชายจิน เจ้ากลับมาแล้ว”
“เจ้าก็หายไป ข้านึกว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นเสียอีก...”
โม่เจียงชิวกล่าวด้วยน้ำกังวล
“ขอโทษที่ทำให้พี่สาวเจียงชิวต้องเป็นห่วง พอดีว่าข้ามีเรื่องที่ต้องไปทำนิดหน่อย จึงกลับมาช้า”
หลงจินเหอกล่าว
“พี่สาวเจียงชิว วันนี้ข้าจะต้องไปจากที่นี่แล้ว”
“ข้าเลยจะกลับมาเพื่อบอกลา..”
หลงจินเหอกล่าวต่อ
“ลา? เจ้ากำลังจะไปแล้วงั้นหรือ?”
โม่เจียงชิวถามด้วยความแปลกใจ
“ใช่แล้ว ท่านพอจะพาข้าไปพบกับท่านพ่อของท่านได้หรือไม่?”
หลงจินเหอตอบอย่างรวดเร็ว
“ได้สิ ว่าแต่นางเป็นใคร?”
โม่เจียงพยักหน้าเล็กน้อย นางก็เริ่มสังเกตุเห็นว่ามีหญิงสาวยืนอยู่ด้านข้างของหลงจินเหอ
เมื่อโม่เจียงชิวจ้องมองที่ซูหมิงเอ๋อไปสักพัก ดวงตาทั้งสองของนางพลันเบิกกว้างขึ้นมาทันที
ตั้งแต่เกิดมา นางไม่เคยพบเจอหญิงสาวที่งดงามขนาดนี้มาก่อน ความงดงามของซูหมิงเอ๋อเรียกได้ว่าราวกับเทพธิดาจากสวรค์กลับชาติมาเกิดก็ไม่ผิดแปลกนัก
ความงดงามระดับนี้ มันเกินคำว่าสาวงามล่มเมืองไปไกลแล้ว
แม้ว่าตัวของโม่เจียงชิวจะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่นางก็ยังคงหนีไม่พ้นที่จะหลงเสน่ห์ของหญิงสาวตรงหน้าได้
ร่างกายที่ดูเปล่งปลั่งและมีน้ำมีนวลเหมือนกับเด็กสาวที่กำลังมีความรักยิ่งทำให้หญิงสาวดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก
“นี่คือภรรยาของข้า ซู หมิงเอ๋อ”
หลงจินเหอไอออกมา ก่อนจะกล่าวพร้อมกับใช้มือกุมมือบอบบางของซูหมิงเอ๋อเอาไว้
หลงจินเหอไม่ได้คิดที่จะปิดบังเรื่องคนรักอยู่แล้ว ชายหนุ่มจึงกล่าวออกไปด้วยท่าทีภูมิว่าหญิงสาวคนนี้เป็นภรรยาของตนเอง
แม้ว่าหลงจินเหอจะกล่าวออกไปราวกับมันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับซูหมิงเอ๋อแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงสำหรับตัวนาง
เพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเรียกนางว่าเป็นภรรยาออกมาตามตรงเช่นนี้ จึงทำให้สีหน้าของนางพลันเปลื่ยนเป็นสีแดงทันที
“ภรรยา? น้องชายจิน ไหนเจ้าบอกว่าเพิ่งจะมาดินแดนด้านบนเป็นครั้งแรก?”
โม่เจียงชิวรู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าสาวงามขนาดนี้จะกลายเป็นภรรยาของหลงจินเหอ
“เป็นอย่างที่ข้าพูดไปตอนนั้น ข้ามาจากดินแดนด้านล่างจริง”
“แต่นางก็มาจากดินแดนด้านล่างเหมือนกันเช่นเดียวกับข้า”
หลงจินเหอกล่าว
“ยินดีที่ได้รู้จักน้องสาวเจียงชิว แล้วก็ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้”
ซูหมิงเอ๋อก้าวไปหาโม่เจียงชิวก่อนจะกล่าว
“เรื่องเล็กน้อยทพี่สาวหมิงเอ๋อไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอก”
เมื่อเห็นเช่นนี้ โม่เจียงชิวจึงรีบโบกมือห้ามทันที
“น้องชายจิน งั้นก็ตามข้ามา”
โม่เจียงชิวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำทางหลงจินเหอไป
“หมิงเอ๋อ รอตรงนี้ไปก่อน เดี๋ยวข้าจะรีบกลับมา”
หลงจินเหอหันไปกล่าวกับซูหมิงเอ๋อ ก่อนจะรีบเดินตามโม่เจียงชิวไป
ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลโม่
“น้องชาย เหตุใดจึงรีบไปนักเล่า?”
“อาการบาดเจ็บของเจ้าหายดีแล้วงั้นหรือ?”
ชายชุดเหลืองถามด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย
“ผู้อาวุโส ขอบคุณสำหรับที่พัก”
“ตอนนี้ข้าหายดีแล้ว อีกอย่างข้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีก จึงไม่สามารถอยูู่ที่นี่ได้นานเท่าไหร่นัก”
หลงจินเหอประสานมือไปทางชายชุดเหลือง
“งั้นหรือ!? เสียดายจริง นานครั้งจะมีแขกมาแวะพัก ข้าไม่คิดว่าจะรีบไปขนาดนี้”
ชายชุดเหลืองพยักหน้า
“ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ข้าพอจะตอบแทนได้”
“ก่อนหน้านี้ พี่สาวเจียงชิวได้ช่วยเหลือชีวิตข้าเอาไว้จากกลางทะเลทราย”
หลงจินเหอกล่าวต่อ
“หื้ม!? น้องชาย เจ้าคิดตอบแทนพวกเราด้วยสิ่งใดงั้นหรือ?”
ชายชุดเหลืองถามด้วยความสงสัย
“ข้าได้รู้เรื่องระหว่างตระกูลของท่านกับตระกูลหวังแล้ว”
“ข้าอยากจะถามผู้อาวุโส ถ้าหากวันหนึ่งตระกูลหวังไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับตระกูลของท่านอีกต่อไป”
“ท่านยังคิดที่แก้แค้นตระกูลหวังอยู่อีกหรือไม่?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงจริง
“ถ้าหากมันเป็นเช่นนั้นได้ก็ดี”
“เพียงแต่ว่า มันจะเป็นไปได้งั้นหรือที่ตระกูลหวังจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องตระกูลของข้า”
“อีกอย่างผู้นำตระกูลหวังในตอนนี้ก็แข็งแกร่งกว่าข้า”
“ตัวข้าก็อยากจะจบสงครามระหว่างสองตระกูลมาตั้งนานแล้ว”
“เพราะข้าไม่อยากให้คนรุ่นหลังต้องมาพบเจอกับสิ่งที่ผู้ก่อตั้งทิ้งเอาไว้ตั้งแต่อดีต”
ชายชุดเหลืองกล่าว
“เช่นนั้นก็ดี นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ตระกูลหวังจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับตระกูลของท่านอีก”
“ผู้อาวุโส ท่านก็ควรจะไปบอกคนในตระกูลของท่านด้วยว่าอย่าไปยุ่งกับตระกูลหวังอีก”
“ไม่เช่นนั้น เกรงว่าเรื่องนี้อาจจะแย่ยิ่งกว่าเดิม”
เมื่อได้ยินคำพูดของชายชุดเหลืองตรงหน้า หลงจินเหอจึงพยักหน้าเล็กน้อย
“น้องชาย เจ้าหมายความอย่างไร?”
ชายชุดเหลืองรู้สึกงงกับคำพูดของหลงจินเหอ
“ผู้อาวุโส ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปแล้ว…”
“ข้าขอตัวลา หวังว่าสักวันเราอาจจะได้พบกันใหม่”
หลงจินเหอไม่ได้ตอบ แต่ชายหนุ่มยังคงกล่าวต่อก่อนจะเดินออกจากห้องโถง
“เจ้ามาแล้ว…”
ซูหมิงเอ๋อ ที่กำลังยืนคุยกับโม่เจียงชิวอยู่ เมื่อเห็นว่าหลงจินเหอกลับมาแล้ว นางจึงรีบเดินไปหาทันที
“โชคดีพี่สาวเจียงชิว สักวันเราคงจะได้พบกันใหม่”
หลงจินเหอหันไปหาโม่เจียงชิวก่อนจะกล่าว
“ขอให้โชคดีน้องชายจิน...”
โม่เจียงชิวพยักหน้า
“หมิงเอ๋อ เราไปกันเถอะ”
หลงจินเหอเดินมาจับมือของซูหมิงเอ๋อ ก่อนทั้งสองจะเดินออกจากตระกูลโม่
“พวกเรากำลังจะไปที่ใดกัน?”
เมื่อออกมาถึงด้านหน้าตระกูลโม่ ซูหมิงเอ๋อ จึงรีบถามทันที
“ไปแจกของขวัญให้กับตระกูลแถวนี้นิดหน่อย…”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม หลังจากนั้นชายหนุ่มก็มุ่งหน้าไปยังอีกฟากของเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของตระกูลหวัง
–
–
–
ตระกูลหวัง
ปัง!
เสียงระเบิดพลันดังขึ้นอย่างรุนแรง จนเรียกความสนใจให้กับผู้คนจากตระกูลหวังเป็นอย่างมาก
พวกมันจึงไม่รอช้ารีบวิ่งไปทางต้นเสียงระเบิดทันที ซึ่งก็คือบริเวณประตูด้านหน้าของตระกูล
“ใครกัน!? บังอาจกล้ามาทำลายตระกูลหวังของข้า…”
เมื่อเห็นว่าประตูด้านหน้าทางเข้าของตระกูลแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหวังจึงคำรามออกไปด้วยความโกรธ
“โวกเวกโวยวายชะมัด เพียงแค่ประตูเก่าบานเดียว”
หลงจินเหอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
“เป็นฝีมือของเจ้างั้นหรือเจ้าหนู?”
“เจ้าเป็นใครกัน!? ถึงกล้ามาทำลายสมบัติตระกูลของข้า”
ผู้อาวุโสตระกูลหวังจ้องมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
“ใช่!เป็นฝีมือข้าเอง ข้าเป็นคนทำแล้วจะลงโทษข้าอย่างงั้นหรือ?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเฉย
“เจ้าหนู! เจ้ากำลังรนหาที่ตาย”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลงจินเหอ ผู้อาวุโสตระกูลหวังจึงเปลื่ยนมือให้กลายเป็นกรงเล็บและพุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มตรงหน้าทันที
“ใครกันแน่ที่กำลังหาที่ตาย?”
“ด้วยระดับปราณนภาจิ๊บจ๊อย คิดว่าจะจัดการข้าได้งั้นหรือ?”
ท่าทีของหลงจินเหอพลันเปลื่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาทั้งสองของชายหนุ่มเปลื่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีดขึ้นมาทันที
“ตอนแรกคิดว่าจะแค่เรียกตัวผู้นำตระกูลหวังออกมาอย่างเดียว”
“ดูเหมือนว่าพวกมันคงต้องถูกทุบตีก่อนสินะถึงจะยอมฟังกัน”
หลงจินเหอพึมพันออกมา แต่เดิมชายหนุ่มไม่ได้มีความคิดที่จะฆ่าคนของตระกูลหวังอยู่แล้ว
เนื่องจากว่าชายหนุ่มยังไม่คุ้นชินกับดินแดนด้านบน จึงยังไม่อยากที่จะสร้างศัตรูขึ้นมาเพิ่ม
______________________________________________________________________________________________________