War of Ancient Emperor - ตอนที่ 72 หนักมือ
อ๊อก!
เนื่องจากถูกจับกระแทกกับพื้นดินอย่างรุนแรงจนทำให้ผู้นำตระกูลหวังถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต
ในตอนนี้ภายในหัวของผู้นำตระกูลหวังรู้สึกว่างเปล่าและคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น
แม้แต่ตัวของมันเองก็ยังไม่ทราบว่าทำไมร่างกายของมันถึงถูกฝั่งอยู่ที่พื้นดิน
ร่างกายของมันรู้สึกชาด้านไปหมดจนไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้เลย มันรู้สึกราวกับกำลังตกอยู่ในฝันร้าย
ผู้นำตระกูลหวังไม่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าที่มันเพิ่งจะพูดจาดูถูกไปเมื่อครู่ จะสามารถทำให้มันพ่ายแพ้ตั้งแต่แรก โดยที่ยังไม่ได้ต่อสู้เลยด้วยซ้ำ
นั่นทำให้มันรู้สึกตกใจและช็อคอย่างมาก ยิ่งเป็นอายุของชายหนุ่มตรงหน้านั้นน้อยกว่าลูกชายของมันเสียอีก
แต่ว่าระดับพลังลมปราณกลับสูงเกินกว่าที่มันจะจินตนาการได้
“ท่านผู้นำ!!”
ใบหน้าของเหล่าผู้คนจากตระกูลหวังล้วนขาวซีดลงทันที เมื่อเห็นการกระทำของหลงจินเหอ
พวกมันไม่รอช้ารีบวิ่งกันเข้าไปหาผู้นำตระกูลหวังอย่างรวดเร็ว
“ไสหัวไปซะ! ข้ากำลังคุยกับผู้นำตระกูลของเจ้าอยู่”
หลงจินเหอกล่าวขณะที่มือหนึ่งยังคงกุมคอของผู้นำตระกูลวังเอาไว้อยู่
ชายหนุ่มสบัดแขนไปหนึ่งครั้ง จนเกิดเป็นคลื่นพลังลมปราณซัดไปกระแทกเข้ากับผู้คนจากตระกูลหวังที่กำลังวิ่งถาโถมกันเข้ามา
ผู้คนจากตระกูลหวังที่กำลังวิ่งเข้ามา เมื่อพวกมันโดนคลื่นพลังลมปราณของหลงจินเหอเข้าไปก็ถึงกับหยุดชะงักอยู่กับที่ทันที
ยิ่งเป็นเด็กภายในตระกูลหวังแล้วละก็ สภาพของพวกมันถือว่าอนาถอย่างมาก บางคนถึงกับทนแรงกดดันไม่ไหวหมดสติลงไปทันที มีเพียงส่วนน้อยที่กระอักเลือดออกมา ก่อนจะนอนหมดสติไป
“หยุด! อย่าลงมือ!!”
แม้ว่าผู้นำตระกูลหวังยังตกอยู่ในสภาพมึนงง มันก็ยังคงเห็นการกระทำของหลงจินเหอได้อย่างชัดเช่น
“ได้โปรดไว้ชีวิตจากตระกูลของข้า”
“ข้าจะยอมทำตามที่เจ้าบอก”
ผู้นำตระกูลหวังกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เนื่องจากว่าชีวิตผู้คนในตระกูลนั้นสำคัญกว่า มันจึงไม่รอช้าที่จะยอมทำตามที่หลงจินเหอบอก
“ฮึ่ม! ผู้นำตระกูลหวัง ถ้าหากว่าเจ้ายอมทำตามที่ข้าบอกตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่องแล้ว”
“จะได้ไม่ต้องมีใครบาดเจ็บแบบนี้อีก”
“ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา..”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้นำตระกูลหวัง หลงจินเหอจึงยอมปล่อยมือออจากคอของผู้นำตระกูลหวัง ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น! ท่านพ่อ! ท่านพ่อ!”
เนื่องจากว่าตอนที่หลงจินเหอกระแทกร่างกายของผู้นำตระกูลหวังลงสู่พื้นดิน ย่อมต้องเกิดเสียงระเบิดขึ้นอย่างดัง
จนทำให้ผู้คนจากตระกูลหวังแห่กันออกมาอีกมากมายและหนึ่งในนั้นก็มีหวังเทียนเหอ ซึ่งเป็นลูกชายของผู้นำตระกูลหวังอยู่ด้วย
“จะ-เจ้ามัน! คนที่อยู่กับน้องสาวเจียงชิวเมื่อตอนนั้น!”
หวังเทียนเหอจ้องมองไปที่พ่อของมันที่กำลังนอนหมดสภาพอยู่ ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบข้างและเมื่อเห็นหลงจินเหอดวงตาทั้งสองของมันพลันเบิกกว้างขึ้นมาทันที
“เทียนเหอ! อย่าเข้ามา!”
ผู้นำตระกูลหวังพยายามลุกขึ้นยืน ก่อนจะใช้มือห้ามวังเทียนเหอเอาไว้ เพราะกลัวว่าถ้าหากลูกชายของมันวิ่งเข้ามา จะมีสภาพเช่นเดียวเหมือนกับเด็กภายในตระกูลเมื่อครู่
“สิ่งที่เจ้าต้องการก็คือให้ตระกูลหวังของเราเลิกยุ่งเกี่ยวกับตระกูลโม่เพียงเท่านั้นใช่หรือไม่!?…”
ผู้นำตระกูลหวังจ้องมองไปที่หลงจินเหอก่อนจะกล่าวด้วยใบหน้าขาวซีด
“ถูกต้อง เลิกยุ่งเกี่ยวกันอีกและลืมความแค้นทั้งหมดไปซะ”
“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลโม่จะอยู่ภายใต้การดูแลของข้า”
“ถ้าหากข้ารู้ว่ายังมีคนจากตระกูลหวังของเจ้าไปยุ่งวุ่นวายกับตระกูลโม่อีกละก็”
“เมื่อถึงตอนนั้นจะไม่มีตระกูลหวังอีกต่อไป”
หลงจินเหอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ
“เข้าใจแล้ว ข้าจะยอมทำตามที่เจ้าบอก”
ผู้นำตระกูลหวังกล่าวด้วยสีหน้าขาวซีด
“เช่นนั้นก็ดี ถือว่าผู้นำตระกูลหวังตัดสินใจได้ฉลาด”
“ไม่อย่างนั้นข้าคิดว่า วันนี้อาจจะเป็นวันสิ้นสุดตระกูลหวังของเจ้าก็เป็นได้”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นทันที
“ตระกูลหวังทั้งหมด ฟังคำพูดของข้าให้ดี”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าหากว่าข้ารู้ว่าคนจากตระกูลหวังของเจ้าไปยุ่งวุ่นวายกับตระกูลโม่อีกละก็”
“ครั้งหน้าข้าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งและจะไม่มีตระกูลหวังอีกต่อไป”
หลงจินเหอกวาดสายตามองผู้คนจากตระกูลหวังตรงหน้า ก่อนจะกล่าวออกไป
“เมื่อคุยกันรู้เรื่องแล้ว ข้าก็ไม่มีธุระที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับเดินตรงไปทางประตูทางออกของตระกูวัง
เมื่อเห็นว่าหลงจินเหอเดินตรงมา ผู้คนจากตระกูลหวังต่างก็รีบหลีกทางให้ออกกันอย่างรวดเร็ว (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
แม้ว่าพวกมันจะมีความโกรธเกลียดเคลียดแค้นกับชายหนุ่มตรงหน้าอยู่มาก แม้แต่ผู้นำตระกูลของพวกมันยังพ่ายแพ้อย่างหมดสภาพ
พวกมันก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยืนดูชายหนุ่มจากไปจนสุดสายตา
“ท่านผู้นำ!”
หลังจากที่หลงจินเหอได้หายไปจนสุดสายตาของผู้คนจากตระกูลหวังแล้ว
เมื่อพวกมันหน้ากลับไปมองที่ผู้นำตระกูลของตนเอง พวกมันก็พบว่าร่างกายของผู้นำตระกูลหวังลงไปนอนอยู่ที่พื้นตั้งแต่เมื่อไหรก็ไม่ทราบ
สภาพของผู้นำตระกูลหวังดูแย่ยิ่งกว่าเดิม สีหน้าของมันล้วนเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
แม้ว่าหลงจินเหอจะเพียงแค่กระแทกร่างกายของมันลงกับพื้นดินเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
แต่ว่าอวัยวะภายในของมันเกือบจะถูกทำลายทั้งหมดในทันที
-
-
-
“หมิงเอ๋อ ขอโทษที่ทำให้ท่านรอนาน”
หลังจากที่หลงจินเหอเดินออกมาถึงหน้าทางเข้าตระกูลหวังก็พบว่ามีสาวงามกำลังยืนรออยู่ ใบหน้าของชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที
“เจ้าเพิ่งจะเข้าไปเมื่อครู่นี้เอง ไม่เห็นจะนานเลย..”
ซูหมิงเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านคิดว่าข้าดูเป็นคนโหดร้ายและเลือดเย็นเกินไปหรือเปล่า?”
หลงจินเหอกล่าวถามด้วยความสงสัย แม้ว่าชายหนุ่มจะบอกให้นางรออยู่ที่ด้านหน้าตระกูลหวังก็จริง
แต่ชายหนุ่มก็คิดว่าการกระทำของตนเองต้องหนีไม่พ้นสายตาของนางอย่างแน่นอน
“ไม่หรอก ข้ารู้ว่าที่เจ้าทำไปก็เพราะต้องการจะช่วยเหลือตระกูลโม่ เพื่อไม่ให้ถูกตระกูลหวังรังแก”
ซูหมิงเอ๋อ ส่ายหน้าเล็กน้อย
“ต่อให้เจ้าเป็นคนที่โหดร้ายและเลือดเย็น ขะ-ข้าก็จะอยู่กับเจ้า”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าวต่อด้วยท่าทีเขินอาย
“งั้นหรือ?..”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของหลงจินเหอก็ล้วนเต็มไปด้วยความสุขทันที ชายหนุ่มยื่นใบหน้าเข้าไปจูบที่บริเวณหน้าผากของสาวงามตรงหน้าอย่างอ่อนโยน
“การที่เจ้าทำแบบนี้ จะสามารถช่วยปกป้องตระกูลโม่ได้ก็จริง”
“แต่ว่ามันจะยิ่งทำให้ความแค้นของตระกูลหวังที่มีต่อตระกูลโม่ มันจะมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกนะ”
ซูหมิงเอ๋อ หลบหน้าหลงจินเหอด้วยความเขินอาย ก่อนจะกล่าวต่อ
“ก็เพราะแบบนั้นอย่างไงล่ะ ข้าถึงได้ลงมือหนักกับผู้นำตระกูลหวังมากไป”
“เพราะว่าข้าจะต้องมั่นใจว่าตระกูลหวังจะเกรงกลัวต่อตัวข้าจริงและไม่กล้าที่จะแก้แค้นตระกูลโม่อีกต่อไป”
“ข้าจึงต้องทำให้พวกมันกลัวจนต้องฝั่งรากลึกลงไปภายในจิตใจ”
หลงจินเหอกล่าว
“เจ้านี่มัน! เหมือนกับมารร้ายเลย ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้”
ซูหมิงเอ๋อ พึมพัมออกมา
“มารร้าย? เฮ้!? ถ้าหากว่าข้าเป็นมารร้าย”
“หมิงเอ๋อ ท่านก็ต้องเป็นภรรยาของมารร้ายน่ะสิ”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับไหวไหล่เล็กน้อย
“นี่เจ้า.!!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูหมิงเอ๋อ จึงถลึงตาใส่หลงจินเหอทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าล้อเล่นน่ะ ล้อเล่น”
หลงจินเหอหัวเราะออกมา
“ข้าหมดธุระที่ดินแดนด้านบนแห่งนี้แล้ว”
“พวกเราจะกลับลงไปที่ดินแดนด้านล่างอย่างไรงั้นหรือ?”
หลงจินเหอเปลื่ยนท่าทีมาเป็นจริงจัง
“ก่อนอื่นเลย พวกเราจะต้องไปที่ใจกลางของดินแดนแห่งนี้ เพราะว่าที่นั่นจะมีประตูมิติที่ใช้สำหรับเดินทางข้ามดินแดนอยู่”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าว
“ประตูมิติข้ามดินแดน?”
“แล้วมันมีความเสถียรมากน้อยแค่ไหน?”
เมื่อได้ยินคำว่ามิติ หลงจินเหอก็นึกถึงมิติหลบหนีที่ตนเองให้ผู้อาวุโสหลางสร้างให้ตอนที่จะออกมาจากดินแดนใต้โลกทันที
______________________________________________________________________________________________________