War of Ancient Emperor - ตอนที่ 73 คำเชิญจากพระราชวังมังกร
หลงจินเหอไม่มีวันที่จะลืมความน่ากลัวของมิติหลบหนี แม้ว่าชายหนุ่มจะมีชีวิตรอดออกมาจากมิติหลบหนีได้ก็จริง กลับกันชายหนุ่มก็เกือบถูกฆ่าตายภายในมิติหลบหนีด้วยเช่นกัน
แม้ว่าหลงจินเหอจะรู้วิธีเปิดมิติหลบหนีแล้วก็ตาม
แต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่สามารถที่จะใช้มันออกมาได้ เนื่องจากระดับพลังลมปราณของตนเองยังต่ำเกินไป
เรื่องเกี่ยวกับมิติหลบหนี หลงจินเหอได้เรียนรู้มาจากทักษะควบคุมห้วงมิติที่ผู้อาวุโสหลางมอบให้ตอนที่อยู่ภายในดินแดนใต้โลก
เมื่อผู้ฝึกฝนพลังลมปราณมาถึงระดับสูงในจุดๆหนึ่งแล้ว
พวกเขาก็จะมีความสามารถในการควบคุมห้วงมิติได้ แม้ว่าขอบเขตของมันจะไม่มากก็ตาม
แต่ว่าทักษะควบคุมห้วงมิติจะแตกต่างกันออกไป
มันไม่ได้มีดีเพียงแค่มิติหลบหนีอย่างเดียว แต่ความสามารถในการควบคุมห้วงมิติก็ไม่ได้แตกต่างจากทั่วไปเท่าไหร่นัก
แต่ว่ามันมีสิ่งที่พิเศษกว่า คือผู้ที่ครอบครองทักษะควบคุมห้วงมิติ จะสามารถสร้างมิติส่วนตัวขึ้นมาเองได้และจะไม่เสียพลังลมปราณเลยแม้แต่น้อย
ทักษะควบคุมห้วงมิติที่หลงจินเหอได้รับมาจากผู้อาวุโสหลางถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับตนเอง
กว่าจะมีความสามารถในการควบคุมห้วงมิติอย่างต่ำก็ต้องเป็นระดับราชันย์ปฐพี
แม้ว่าการที่จะสามารถสร้างมิติส่วนตัวขึ้นมาจากทักษะควบคุมห้วงมิติจะไม่สูญเสียพลังลมปราณเลยก็จริง
แต่ว่าชายหนุ่มก็ยังคงไม่สามารถใช้มันออกมาได้และคิดว่าอย่างน้อยตนเองต้องไปให้ถึงระดับราชันย์สวรรค์ก่อน
“จินเหอ เจ้าเป็นอะไรไป?”
ซูหมิงเอ๋อเรียกหลงจินเหออยู่หลายครั้ง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ตอบสนอง นางจึงต้องตะโกนใส่ชายหนุ่มอีกครั้ง
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพียงแค่กังวลเกี่ยวกับประตูมิติข้ามดินแดนเท่านั้น”
หลงจินเหอกล่าว
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นละก็ เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลหรอก”
“ข้าได้ยินมาว่าประตูมิติข้ามดินแดนถูกสร้างมาโดยผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังลมปราณสูงส่งอย่างมากจนไม่สามารถจินตนาการได้เลย”
“การที่จะเกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางข้ามดินแดนนั้น มีเพียงหนึ่งส่วนร้อยเท่านั้น”
ซูหมิงเอ๋อกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน เพื่อปลอบไม่ให้หลงจินเหอต้องกังวล
“เป็นเช่นนี้เอง…”
หลงจินเหอพยักหน้าเล็กน้อย เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มเบาใจลงได้เยอะ เพราะคิดว่าประตูมิติข้ามดินแดนจะเหมือนกับมิติหลบหนีที่ตัวเองใช้มาก่อน
“เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา พวกเราควรจะรีบไปที่ประตูมิติข้ามดินแดนโดยเร็วจะดีกว่า”
“ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดียังไงไม่รู้”
หลงจินเหอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อเห็นว่าซูหมิงเอ๋อ พยักหน้าตอบ หลงจินเหอจึงจับมือของนาง ก่อนจะรีบมุ่งตรงไปยังทิศทางของประตูมิติข้ามดินแดนทันที
ตลอดการเดินทางทั้งหลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อ ต่างก็พูดคุยกันอย่างไม่ขาดช่วง
ส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับดินแดนด้านล่างมากกว่าที่ชายหนุ่มถาม แน่นอนกว่าตลอดการเดินทางหลายวันชายหนุ่มก็ยังคนร่วมรักกับหญิงสาวอยู่ตลอด
ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน เพราะเหตุนี้จึงทำให้ความรักของทั้งสองนั้นมีมากกว่าเดิมหลายเท่า
“หมิงเอ๋อ อีกนานไหม?กว่าพวกเราจะไปถึงประตูมิติข้ามดินแดน”
หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย เพราะว่าชายหนุ่มเดินทางมาสามวันแล้ว
ขนาดที่ว่าชายหนุ่มยังคงใช้ความเร็วที่คงที่อยู่ตลอดเวลา ก็ยังคงไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของประตูมิติข้ามดินแดน
ดูเหมือนว่าดินแดนด้านบนจะมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างมาก
เมื่อเทียบกับดินแดนด้านล่างแล้วมันคนละเรื่องกันเลย
“ข้าคิดว่าอีกไม่นาน อย่างน้อยอีกหนึ่งวันข้าคิดว่าก็คงจะถึง”
ซูหมิงเอ๋อ จ้องมองมาที่หน้าของหลงจินเหอ
“ดี! ข้าไม่ได้พบเจอพี่ใหญ่กับพี่รองมานานมากแล้ว”
“ป่านนี้พวกเขาทั้งสองจะแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างแน่นอน”
“หมิงเอ๋อ ท่านอยากไปเจอกับครอบครัวของข้าหรือไม่?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ซูหมิงเอ๋อ ไม่ได้ตอบทันที แต่นางก็รู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะกล่าวออกมาเช่นนี้
ระหว่างการเดินทางด้วยกันชายหนุ่มก็เล่าเกี่ยวกับพี่ชายทั้งสองคนให้นางฟังมาบ้างแล้ว
มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอึดอัดสำหรับนาง ตัวนางมีอายุเกินหนึ่งร้อยปีมาแล้ว แต่จะต้องถูกชายหนุ่มที่อายุไม่ถึงยี่สิบปีเรียกว่าน้องสะใภ้ จะไม่ให้นางรู้สึกอายได้อย่างไร
“เป็นอะไรไป!? เจ้าไม่อยากไปเจอพวกเขางั้นหรือ?”
เมื่อเห็นว่าซูหมิงเอ๋อ นิ่งเงียบไม่ได้ตอบ ทำให้หลงจินเหอเผยสีหน้าเศร้าหมองออกมา
“ไม่! ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากจะเจอกับครอบครัวของเจ้าหรอกนะ”
“พะ-เพียงแต่ว่าข้ากลัวว่าพี่ชายทั้งสองของเจ้าอาจจะไม่ชอบข้าก็ได้นะ”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าวด้วยท่าทีเขินอาย (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“เรื่องนี้ท่านคิดมากไปแล้วหมิงเอ๋อ”
“พี่ใหญ่และพี่รองของข้าเป็นคนที่มีนิสัยดี แม้ว่าข้าจะไม่ได้เจอกับพวกเขามานานมากก็จริง”
“แต่ว่าข้ายังคงยืนยันว่านิสัยของพี่ใหญ่กับพี่รองต้องไม่เปลื่ยนไปแน่นอน บางทีพวกเขาอาจจะชอบท่านด้วยก็ได้นะ”
หลงจินเหอกล่าวอย่างจริงจัง
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะนับถือพี่ชายทั้งสองมากเลยนะ”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าวออกมาเบาๆ
“เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว ครอบครัวของข้ามีเพียงแค่พี่ใหญ่กับพี่รองเท่านั้น”
“ตั้งแต่ที่ข้าเริ่มจำความได้ก็พบว่าครอบครัวของข้ามีเพียงแค่พี่ใหญ่กับพี่รอง”
“พวกเราทั้งสามไม่เคยเห็นหน้าตาของพ่อหรือแม่ตนเองเลยด้วยซ้ำ”
“ข้าไม่เข้าใจว่า เหตุใดพวกเขาถึงได้ทิ้งพวกเรา บางทีพวกเขาอาจจะทำไปเพราะความจำเป็น”
“พวกเราทั้งสามได้ให้สัญญากันเอาไว้แล้ว ทราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราจะต้องตามหาต้นกำเนิดแท้จริงของตนเองให้ได้”
หลงจินเหอกล่าวออกมาพร้อมกับกำมือจนแน่น
“เราไปด้วยกัน ข้าจะพบกับพี่ชายของเจ้าก็ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซูหมิงเอ๋อ จึงตอบออกมาอย่างไม่ลังเล เพราะว่านางสังเกตุเห็นแววตาของชายหนุ่มที่ล้วนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นได้อย่างชัดเจน
“หมิงเอ๋อ! มาหลบหลังข้าเร็วเข้า”
ทว่าขณะที่ทั้งสองคนยังคงเหาะไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว หลงจินเหอก็เปิดปากกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
หากมองดีๆ จะสังเกตุเห็นว่าคิ้วของชายหนุ่มพลันขมวดเข้าหากัน แววตาทั้งสองอันคมกริบล้วนจ้องมองไปที่เบื้องหน้าอันกว้างไกล
“จินเหอ เกิดอะไรขึ้น!”
ซูหมิงเอ๋อ กล่าวออกมาเบาๆก่อนจะไปหลบอยู่ด้านหลังของหลงจินเหออย่างรวดเร็ว
หลังจากที่หลงจินเหอหยุดลอยอยู่กลางอากาศเขารออยู่ตรงนั้นเพียงไม่กี่สิบลมหายใจ
เบื้องหน้าของชายหนุ่มพลันปรากฏคนสวมชุดคลุมดำทั้งห้าคน
“พวกเจ้าเป็นใครกัน!? มีเรื่องอะไรกับข้า?”
หลงจินเหอกล่าวด้วยท่าทีระมัดระวัง เพราะคิดว่าคนชุดคลุมทั้งห้าคน อาจจะเป็นคนของพระราชวังมารที่มาแก้แค้น
“เฮ้!? หลงจินเหอ ไม่เจอกันเพียงไม่กี่ปี”
“แม้แต่ข้ายังคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมาถึงดินแดนด้านบนได้รวดเร็วขนาดนี้”
หนึ่งในคนชุดคลุมดำกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“ผู้อาวุโส เป็นท่าน!”
เมื่อได้ยินเสียงของหนึ่งในคนชุดคลุมดำ ดวงตาของหลงจินเหอพลันเบิกกว้างขึ้นมาทันที
เพราะน้ำเสียงนี้ คือผู้อาวุโสที่หลงจินเหอเคยพบเจอมาก่อน ซึ่งเป็นคนที่คอยทำหน้าที่เปิดห้วงมิติเพื่อให้หลงจินเหอเข้าไปบ่มเพาะพลังลมปราณ
ฤดูแห่งการเก็บเกี่ยว ชื่อนี้หลงจินเหอไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ชายหนุ่มมีปัญหากับตระกูลหลานและถูกตามล่าตัวอยู่ตลอด
“ดูเหมือนเจ้าจะยังจำพวกข้าได้สินะ..”
หญิงชุดคลุมดำกล่าว
“ท่านมาหาข้าได้อย่างไร?”
“ไม่สิ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”
หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย
“เจ้าลืมมันจริงงั้นหรือ? ลองนึกดูให้ดีสิ”
หญิงชุดคลุมดำกล่าว
“หรือว่ามันจะเป็นสิ่งนี้!”
ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก หลงจินเหอจึงรีบค้นสิ่งของที่อยู่ภายในแหวนมิติ ก่อนจะหยิบเอาป้ายสัญญาลักษณ์ที่กำลังกระพริบแสงอ่อนอยู่
“จำได้แล้วสินะ ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ”
“แท้จริงแล้ว พวกเราเป็นคนของพระราชวังมังกร”
“เมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเราพบว่าป้ายสัญญาลักษณ์ของเจ้ามันทำงานเลยมาตรวจสอบดู เผื่ออาจจะมีคนที่ฆ่าและแย่งชิงจากเจ้าไป”
“ข้าคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้า!”
“หลงจินเหอ เชิญกลับไปพระราชวังมังกรพร้อมกับพวกเราด้วยได้หรือไม่?”
“ท่านประมุขของเราจะตั้งหน้าตั้งตารอพบเจ้ามานานแล้ว”
หญิงชุดคลุมดำกล่าว
________________________________________________________________________________________________________
ไม่มีเวลาจะเขียนเลยแหะ @_@””