War of Ancient Emperor - ตอนที่ 74 ขุมกำลังใหญ่ของดินแดนด้านบน
“พระราชวังมังกร? ประมุขของพวกท่านคือใคร? เหตุใดถึงต้องการพบข้า?”
หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย เพราะว่าชายหนุ่มไม่เคยได้ยินชื่อของพระราชวังมังกรมาก่อน
“จินเหอ คนพวกนี้เจ้ารู้จักงั้นหรือ?”
ซูหมิงเอ๋อกระซิบถามหลงจินเหอเบาๆ ขณะที่อีกมือหนึ่งของนางยังคงกุมมือของชายหนุ่มเอาไว้ด้วยความกังวล
นางไม่สามารถสัมผัสได้ถึงระดับพลังลมปราณของคนชุดคลุมดำตรงหน้าทั้งห้าคนได้แม้แต่น้อย
นั่นหมายความว่าระดับพลังลมปราณของคนชุดคลุมดำทั้งห้าได้เกินระดับของนางไปแล้ว
“จะว่ารู้จักก็ไม่เชิง ข้าเคยพบพวกเขามาก่อนตอนที่อยู่ในดินแดนด้านล่าง”
หลงจินเหอหันกลับไปมองซูหมิงเอ๋อ
“หลงจินเหอ เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอก”
“แม้ว่าเจ้าจะไม่รู้จักท่านประมุขของพวกเราก็ตาม เนื่องจากครั้งก่อนที่พวกเราจากลากัน”
“เมื่อกลับมาถึงดินแดนด้านบน บังเอิญว่าข้าได้เล่าเรื่องของเจ้าให้กับท่านประมุขฟัง ดูเหมือนว่าท่านประมุขจะสนใจเจ้าเป็นอย่างมาก”
หญิงชุดคลุมดำกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน
“เอาอย่างงั้นก็ได้ ข้าจะไปกับพวกท่าน”
หลงจินเหอกล่าว ถ้าหากชายหนุ่มปฏิเสธออกไปก็คงจะเสียมารยาท อีกอย่างถ้าหากว่าไม่มีคนชุดคลุมดำทั้งห้า ชายหนุ่มก็คงจะไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปบ่มเพาะพลังลมปราณภายในอดีตที่ผ่านมา
“เช่นนั้นก็ดี สาวน้อยตรงนั้น เจ้าก็ควรจะมาด้วยกัน”
“หากข้าเดาไม่ผิด เจ้าก็คงจะเป็นยอดรักของหลงจินเหอสินะ”
หญิงชุดคลุมดำจ้องมองมาที่ซูหมิงเอ๋อซึ่งยืนหลบอยู่ด้านหลังของหลงจินเหอ แม้ว่าหญิงชุดคลุมดำ จะรู้สึกแปลกใจอยู่มากเมื่อเห็นอายุของทั้งสองคน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ซูหมิงเอ๋อก็หน้าแดงขึ้นมาทันที นางไม่ได้ตอบกลับหญิงชุดคลุมดำ เนื่องจากมัวแต่ก้มหน้าก้มตาหลบเพราะความเขินอาย
“ผู้อาวุโส ข้าควรจะเรียกท่านว่าอย่างไร?”
หลงจินเหอถาม
“เรียกข้าว่าผู้อาวุโสฟางก็พอ”
หญิงชุดคลุมดำ กล่าว
“ดี ผู้อาวุโสฟาง อีกนานแค่ไหนกว่าพวกเราจะไปถึงพระราชวังมังกรของท่านกัน?”
หลงจินเหอกล่าว
“ประมาณหนึ่งวันข้าคิดว่าก็น่าจะถึง”
ผู้อาวุโสฟางกล่าวพร้อมกับเคลื่อนตัวไปด้านหน้าพร้อมกับคนชุดคลุมดำอีกสี่คน
“หมิงเอ๋อไปกันเถอะ…”
หลงจินเหอจับมือของซูหมิงเอ๋อ ก่อนจะรีบเร่งตามไปติดๆ
“ผู้อาวุโส ข้าขอถามได้หรือไม่? เหตุใดพวกท่านถึงต้องสวมชุดคลุมแบบนี้เอาไว้ตลอดเวลา”
หลงจินเหอลอยขนาบข้างของคนชุดคลุมดำทั้งห้าคนก่อนจะกล่าวออกไป
“เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าดินแดนด้านบนแห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก”
“ทุกที่ที่พวกเราไป ย่อมต้องมีมิตรและศัตรูอยู่ตลอด การปกปิดตัวตนระหว่างเดินทางจะช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้เยอะมาก”
หนึ่งในคนชุดคลุมดำกล่าวออกมา
“พระราชวังมังกรของพวกท่านจะมีศัตรูอยู่เยอะงั้นหรือ?”
หลงจินเหอกล่าว
“จะว่าอย่างงั้นก็ได้! แต่มันไม่ได้มีเพียงพระราชวังของพวกเราเท่านั้น”
“ทุกพื้นที่ในดินแดนด้านบนแห่งนี้เรียกได้ว่าแทบจะเกิดการต่อสู้ขึ้นอยู่ตลอดเวลา”
ผู้อาวุโสฟาง กล่าว
“ท่านหมายความว่าไง?”
หลงจินเหอเผยสีหน้างงออกมา
“ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผู้คนล้วนต่างก็แย่งชิงอำนาจของกันและกัน จึงทำให้การเกิดต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง”
“มีเพียงไม่กี่สถานที่เพียงเท่านั้นที่ผู้คนไม่กล้าจะที่เข้าไปยุ่ง”
ผู้อาวุโสฟาง กล่าวต่อ
“เพียงไม่กี่สถานที่?”
หลงจินเหอถาม
“คือพระราชวังมังกร พระราชวังมาร พระราชวังหมอก หมู่บ้านวีรชน หมู่บ้านเงานักฆ่า หมู่บ้านนักบวชศักดิ์สิทธิ์ นิกายอสูร นิกายเมฆทมิฬ นิกายกระบี่ปีศาจ”
“ทั้งหมดนี่คือขุมอำนาจใหญ่ที่ปกครองของอาณาเขตของดินแดนด้านบนแต่ละพื้นที่เอาไว้”
“ยังมีอีกหลายคนที่แข็งแกร่งมากและกำลังหลบซ่อนตัวอยู่โลกภายนอก”
“ถ้าหากเป็นไปได้ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าเอง ก็ไม่ควรเข้ายุ่งเกี่ยวกับพวกมันเด็ดขาด”
ผู้อาวุโสฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พระราชวังมังกรก็เป็นหนึ่งในนั้น…”
หลงจินเหอบ่นพึมพัมออกมา (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
แม้ว่าผู้อาวุโสฟาง จะกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่นางยังคงไม่รู้เรื่องที่หลงจินเหอได้ฆ่าคนของพระราชวังมารไปถึงสามคนแล้ว
“ผู้อาวุโสฟาง พระราชวังมารเป็นแบบไหนงั้นหรือ? แล้วแข็งแกร่งหรือไม่?”
หลงจินเหอถามด้วยความสงสัย
“แข็งแกร่งสิ พระราชวังมารเกือบจะแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาขุมอำนาจใหญ่ทั้งหมด”
“แต่ว่าพระราชวังมารเป็นสถานที่ที่ลึกลับมาก แต่ว่ามันมีสิ่งที่แปลกอยู่”
ผู้อาวุโสฟาง กล่าว
“แปลก?แปลกเรื่องอะไร?”
หลงจินเหอรีบถาม
“ประมุขของพระราชวังมารกลับไม่เคยปรากฏตัวออกมาเลยสักครั้ง”
“ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วประมุขของพระราชวังมารเป็นใครและยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
ผู้อาวุโสฟาง กล่าวต่อ
“ผู้อาวุโสฟาง ท่านไม่เคยเห็นประมุขของพระราชวังมาร แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าพระราชวังมารแข็งแกร่ง?”
หลงจินเหอพยายามซักไซ้ถาม
“เรื่องนั้น ข้าเพียงแค่เคยได้ยินมาจากปากท่านประมุขของพวกเราก็เท่านั้น”
ผู้อาวุโสฟาง กล่าว
“เอาล่ะ พวกเรามาถึงกันแล้ว”
ผู้อาวุโสฟางกล่าว
ภาพเบื้องหน้าของหลงจินเหอคือพระราชวังขนาดใหญ่ยักษ์ที่ดูงดงามอย่างมาก สิ่งทำที่ให้ชายหนุ่มแปลกใจอย่างมาก คือพระราชวังขนาดใหญ่ยักษ์อันนี้ มันกำลังลอยอยู่บนท้องนภา
เมื่อหลงจินเหอยิ่งเข้ามาใกล้พระราชวังมังกรมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็จะยิ่งสังเกตุเห็นม่านพลังที่ปกคลุมอยู่ทั่วพระราชวังลอยฟ้าได้ชัดเจนขึ้น
เนื่องจากมีผู้อาวุโสฟาง เป็นคนนำทางจึงทำให้หลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อผ่านม่านพลังไปอย่างไม่มีปัญหาอะไร
“ยินดีตอนรับกลับขอรับท่านผู้อาวุโส…”
หลังจากที่มาถึงด้านหน้าของพระราชวังก็มีชายหนุ่มสองคนยืนรอรับอยู่
หลงจินเหอคิดว่าชายหนุ่มสองคนนี้ต้องเป็นศิษย์ของที่นี่อย่างแน่นอน เพราะว่าตรงบริเวณเอวของทั้งสองมีป้ายชื่อของพระราชวังมังกรเขียนเอาไว้อยู่
ผู้อาวุโสฟาง และคนชุดคลุมดำอีกสี่คนเพียงแค่พยักหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว
“สองคนนั้นเป็นใครกัน?..”
“ข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อน...บางที่อาจจะเป็นศิษย์เข้ามาใหม่หรือเปล่า?”
“ข้าว่าควรจะเป็นแขกเสียมากกว่า”
“ตั้งแต่เกิดมาข้ายังไม่เคยเห็นสาวงามขนาดนี้มาก่อนเลย..”
หลังจากที่หลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อด้านตามหลังของผู้อาวุโสไป ชายหนุ่มทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะซุบซิบนินทากัน
ตั้งแต่ที่หลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อก้าวเข้ามาภายในของพระราชวังมังกร ก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนเป็นจำนวนมาก
“ท่านประมุข…”
ผู้อาวุโสฟางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของประตูบานใหญ่ ซึ่งมันอยู่ลึกสุดภายในพระราชวังอีกด้วย
“เข้ามา…”
เมื่อสิ้นเสียงของผู้อาวุโสฟาง พลันปรากฏเสียงของผู้ชายดังมาจากด้านหลังของประตูบานใหญ่
“ตามข้ามา…”
ผู้อาวุโสฟาง หันหลังกลับไปกล่าวกับหลงจินเหอ
เมื่อหลงจินเหอและซูหมิงเอ๋อเดินเข้ามาด้านในผู้อาวุโสฟาง ก็เดินออกไปด้านนอก ก่อนจะปิดประตู
หลงจินเหอจ้องมองไปที่ส่วนลึกสุดของห้อง ซึ่งมีผู้ชายกำลังนั่งหลับตาอยู่ เป็นชายวัยกลางคนไว้หนวดไว้เคราสีดำยาว สวมชุดสีฟ้า
ออร่าที่แผ่ออกมาจากร่างของชายวัยกลางคนทำไมหลงจินเหอรู้สึกกดดันอย่างมาก ชายหนุ่มจึงต้องสร้างม่านพลังมาคุ้มกันซูหมิงเอ๋อที่ยืนอยู่ด้านหลังเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้นางโดนผลกระทบไปด้วย
“ผู้เยาว์หลงจินเหอ ไม่ทราบว่าท่านประมุขจากพระราชวังมังกรต้องการพบข้าเรื่องอะไร?”
หลงจินเหอประสานมือ ก่อนจะคารวะไปทางชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งหลับอยู่
“โอ้!?เจ้ามาแล้วสินะ”
ชายวัยกลางคนลืมคนขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองเพื่อสำรวจร่างกายชองหลงจินเหอ
“ข้าได้ฟังเรื่องของเจ้ามาจากผู้อาวุโสฟาง แล้ว เจ้าทำให้ข้ารู้สึกแปลกใจอย่างมาก”
“เมื่อห้าปีก่อนผู้อาวุโสฟาง ยังบอกว่าเจ้ายังอยู่แค่ระดับปราณก่อตั้ง เพียงแค่ห้าปีเท่านั้นเจ้าก็สามารถมาถึงระดับเซียนได้แล้ว”
ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ท่านประมุขกล่าวชมข้าเกินไปแล้ว…”
หลงจินเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“สาวน้อยคนนั้น!? หรือเจ้าคือ!”
ชายวัยกลางคนเผยสีหน้าตกใจออกมา เมื่อจ้องมองมาที่ซูหมิงเอ๋อ ซึ่งกำลังยืนหลบอยู่ด้านหลังของหลงจินเหอ
________________________________________________________________________________________________________