War of Ancient Emperor - ตอนที่ 82 พบพานผู้อาวุโสลึกลับ
“ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่ง เจ้าจะต้องสามารถมาหาข้าได้อย่างแน่นอน”
“เมื่อวันนั้นมาถึง ข้าจะบอกความจริงเกี่ยวกับข้าทุกอย่าง”
หลังจากที่ซูหมิงเอ๋อสวมสร้อยคอให้กับหลงจินเหอแล้ว หยดน้ำตาก็เริ่มไหลรินออกมาอย่างเชื่องช้า จนอาบไปทั่วใบหน้าโดยที่นางไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย
“จินเหอ ข้าจะรอเจ้านะ…”
ซูหมิงเอ๋อ จูบไปที่ใบหน้าของหลงจินเหอที่ยังคงนอนไม่ได้สติอย่างแผ่วเบา
นางใช้มือปาดน้ำตาออก หลังจากนั้นนางก็หันหลังกลับและตรงไปยังตำแหน่งของชายชราชุดม่วงทั้งสองที่ยังคนยืนรออยู่อีกฟากหนึ่งของภูเขา
ชายชราชุดม่วงทั้งสองที่มาจากราชวงศ์ซู ซึ่งกำลังยืนคุยกับชายชราชุดขาวอยู่ราวกับว่ารู้จักกันมาก่อน
“องค์หญิง…”
เมื่อเห็นว่าซูหมิงเอ๋อ กลับมาแล้ว ชายชราชุดม่วงทั้งสองจึงก้มหัวเล็กน้อย
“ผู้อาวุโส หลังจากนี้ข้ารบกวนท่านช่วยดูแลเขาได้หรือไม่!?”
ซูหมิงเอ๋อ พยักหน้าตอบชายชราชุดม่วงทั้งสอง ก่อนจะหันไปกล่าวกับชายชราชุดขาวแทน
“สาวน้อย เรื่องแค่นี้สบายมาก”
“แต่เดิมจุดประสงค์ที่ข้ามาที่นี่”
“เพื่อหาเขาโดยเฉพาะ เช่นนั้นควรจะวางใจได้”
ชายชราชุดขาวโบกมือเล็กน้อย
“ขอบคุณท่านมาก..”
ซูหมิงเอ๋อ ก้มหัวไปทางชายชราชุดขาวเล็กน้อย
“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอก”
ชายชราชุดขาวโบกมือปฏิเสธอีกครั้ง
“ได้เวลาแล้วขอรับองค์หญิง..”
ขณะนั้นเองหนึ่งในชายชราชุดม่วงกล่าวขึ้นมา
“ไปกันเถอะ…”
ซูหมิงเอ๋อ พยักหน้า
หลังจากนั้นหนึ่งในชายชราชุดม่วงจึงหยิบสิ่งของออกมาจากแหวนมิติ
เป็นกุญแจสีฟ้าที่กำลังส่องแสงออกมาตลอดเวลา เขากำกุญแจสีฟ้าภายในฝ่ามือจนแตก ก่อนจะโยนไปข้างหน้าที่ไม่ไกลนัก
เพียงไม่นานหลังจากนั้น จุดที่กุญแจสีฟ้าตกลงไป ทำให้พื้นที่ตรงหน้าเริ่มเกิดห้วงบิดเบี้ยวขึ้นมา ก่อนจะค่อยกางออก จนกลายเป็นทางเดินยาว
ก่อนหน้าที่ตอนที่ชายชราชุดม่วงทั้งสองเดินทางมา พวกเขาไม่ได้ใช้กุญแจสีฟ้า แต่กลับเป็นสิ่งอื่น
ครั้งนี้ที่ใช้กุญแจสีฟ้า เพราะว่ามันได้ระบุตำแหน่งปลายเส้นทางที่จะไปปรากฏได้อย่างชัดเจนแล้ว
ปลายทางของห้วงมิติที่ปรากฏออกมาตรงหน้า คือตำแหน่งของที่อยู่ราชวงศ์ซู
ซูหมิงเอ๋อ เดินเข้าไปด้านใน ตามหลังชายชราชุดม่วงคนที่แรกที่เป็นคนเปิดห้วงมิติออก
“ท่านฉินชุนเฟิง ท่านจักรพรรดิของเราได้แต่หวังว่าท่านจะไปเยีี่ยมเยือนที่ราชวงศ์ซูของเราบ้าง”
“ท่านจักรพรรดิของเราต้องการพบท่านอย่างใจจดใจจ่อ”
หลังจากที่ซูหมิงเอ๋อ และชายชราชุดม่วงคนแรกคนเข้าไปภายในมิติจนหายลับตาไปแล้ว
ชายชราชุดม่วงอีกคนที่ยังไม่ได้เข้าไป จึงได้หันไปกล่าวกับชายชราชุดขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงนอบน้อมอย่างที่สุด
“ฮ่า!ฮ่า!ฮ่า! คนอย่างเจ้าหนูเซียงเฉินนะหรือ? อยากที่จะพบข้า?”
“เจ้ากลับไปบอกเจ้าหนูเซียงเฉินซะ ถ้าหากอยากจะพบข้า เหตุใดถึงไม่มาหาข้าด้วยตนเองเล่า”
ชายชราชุดขาวหัวเราะออกมา
เมื่อได้ยินเช่นนี้ คิ้วของชายชราชุดม่วงก็กระตุกเล็กน้อย แต่ก็เขายังคงปั้นหน้ายิ้มอยู่ตลอด
เพราะว่าในดินแดนด้านบน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าจะเรียกจักรพรรดิของเขาว่าเจ้าหนู
ชายชราชุดม่วงรู้ดีว่าตัวตนที่แท้จริงของชายชราชุดขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นใคร เขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะล่วงเกิน
ถ้าหากเป็นคนอื่นที่มาเรียก’จักรพรรดิทรราช’ว่าเจ้าหนูละก็ มันคงไม่ลังเลที่จะกำจัดทิ้งในทันที
“เข้าใจแล้ว”
“เรื่องนี้ข้าน้อยจะไปบอกกับท่านจักรพรรดิด้วยตนเอง”
“ข้าถ้ากว่าท่านฉินชุนเฟิงไม่มีเรื่องออะไรแล้ว เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวลา..”
ชายชราชุดม่วงประสานมือก่อนจะก้มหัวให้ชายชราชุดขาว หลังจากนั้นเขาก็หันหลังกลับ ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้วงมิติตรงหน้า
เมื่อเห็นว่าห้วงมิติที่ชายชราชุดม่วงเปิดออกได้ปิดตัวลงแล้ว ชายชราชุดขาวจึงเดินกลับไปยังตำแหน่งที่หลงจินเหอนอนไม่ได้สติอยู่
“น่าเสียดาย! เจ้าหนู ข้าไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้เลย”
ชายชราชุดขาวส่ายหน้า ขณะที่จ้องมองไปยังร่างกายของหลงจินเหอ
“เจ้าจะอยู่หรือตายล้วนขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเจ้าแล้ว”
“มันขึ้นอยู่ที่ว่า เจ้าจะสามารถปราบปรามพิษร้ายของเจ้ากู่เหยี่ยนได้หรือไม่?”
ชายชราชุดขาวกล่าวออกมา ก่อนจะใช้ฝ่ามือสัมผัสไปที่เส้นเลือดสีดำที่ปรากฏขึ้นมาบนร่างกายของหลงจินเหอ
“มาดูกันดีกว่า ว่าเจ้าจะใช้เวลานานเพียงใด..”
ชายชราชุดขาวใช้ไม้เท้าแตะไปยังร่างกายของหลงจินเหอ หลังจากนั้นพลังลมปราณของเขาจึงห่อหุ้มร่างกายของชายหนุ่มเอาไว้
เขาลอยตัวขึ้นไปยังสถานที่ห่างไกลอย่างเชื่องช้าและไม่มีจุดมุ่งหมาย โดยมีร่างกายของชายหนุ่มลอยขนาบข้างตามไป (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
-
-
-
ทางด้านของหลงจินเหอ
หลังจากที่หลงจินเหอเริ่มได้สติ ชายหนุ่มจึงลืมตาขึ้นมา พร้อมกับใช้มือกุมไปที่ศีรษะ เนื่องจากรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
“ที่นี่มันที่ไหนกัน!?…”
หลงจินเหอลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะหันซ้ายหันขวาก็ไม่พบสิ่งใดเลย นอกจากโลกใบสีขาวที่เต็มไปด้วยเมฆหมอกจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“แล้วบาดแผลของข้าละ?”
“กู่เหยี่ยนอยู่ที่ไหน?”
“แล้วหมิงเอ๋อ?”
เมื่อหลงจินเหอสำรวจร่างกายของตนเอง เขาก็พบว่าไม่เจอบาดแผลอะไรเลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ภายในหัวของชายหนุ่มล้วนเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
“อย่าบอกนะว่า! เป็นโลกแห่งความฝันอีกแล้ว?”
หลงจินเหอบ่นพึมพัมออกมา
หลงจินเหอเดินอยู่ภายในโลกสีขาวอยู่นานก็ยังไม่พบสิ่งใดเลย นอกจากเมฆหมอกสีขาวที่บดบังทุกสิ่งอย่าง
ชายหนุ่มยังคนเดินตรงไปยังด้านหน้าอย่างไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดมันจะไปถึงไหน
“นั้้้้้้นคือ!?…”
หลังจากที่หลงจินเหอใช้เวลาเดินมาหลายวัน ในสายตาของชายหนุ่ม เริ่มเห็นบางสิ่งที่แปลกไปนอกจากเมฆหมอก
ภาพเบื้องหน้าของหลงจินเหอ มีโต๊ะและเก้าอี้สีทองที่เต็มไปด้วยอัญมณีมากมายสองตัว ตั้งเอาไว้อยู่ ซึ่งมีคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้อีกตัว
หลงจินเหอไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ได้ เพราะว่าเขาได้นั่งหันหน้าออกไปอีกด้าน
“ผู้อาวุโส…”
หลงจินเหอ ไม่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้เป็นใคร แต่ชายหนุ่มยังคงทักทายอย่างสุภาพ
“เด็กน้อย ในที่สุดเจ้าก็มา”
คนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ก็หันหน้ากลับมาอย่างไม่รีบร้อน
หลงจินเหอ เผยสีหน้าแปลกใจออกมาทันที เพราะว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีกว่าอยู่เลย
หน้าตาหล่อเหล่า เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีทองกับดำ บรรยากาศรอบตัวของเขานั้นดูสงบอย่างมาก
ยิ่งทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ดูสูงศักดิ์อย่างมาก จนเกือบจะทำให้หลงจินเหอคุกเข่าลงไปทันที
“ผู้อาวุโส ข้ามารบกวนท่านหรือเปล่า?”
หลงจินเหอประสานมือไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าและกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
แม้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าจะยังดูเป็นชายหนุ่ม แต่หลงจินเหอคิดว่าอายุของเขาน่าจะมากกว่าที่สายตาเห็นเยอะมาก
ในโลกของผู้ฝึกตนแล้ว การที่จะวัดอายุของคนจากการดูที่รูปร่างภาย นอกมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
“ไม่รบกวน เจ้านั่งตามสบาย”
ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“สถานที่แห่งนี้!? มันคือที่ใดกันแน่!?”
“เหตุใดถึงมีเพียงแค่ท่านกับข้าเท่านั้น?”
หลังจากที่นั่งลง หลงจินเหอ จึงรีบถามทันที
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เรายังมีเวลาเหลืออยู่”
“ตอนนี้ ควรจะมาคุยกันหน่อยดีกว่า”
ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับโบกมือเล็กน้อย
“คุย? ท่านต้องการพูดคุยเรื่องอะไรกับข้า?”
หลงจินเหอกล่าวพร้อมกับใช้นิ้วชี้มายังหน้าตนเอง
“ใช่แล้ว ข้ามีสิ่งที่อยากจะถาม!?”
“คือเจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่?”
ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ทำสิ่งใดอยู่? ท่านกำลังจะบอกอะไร!?”
“ข้าไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย!?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลงจินเหอจึงได้แต่ทำสีหน้าสับสนออกมา
“ถ้าหากว่าข้าไม่มาที่นี่เพื่อหยุดเจ้า!”
“เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเส้นทางตรงหน้าที่เจ้ากำลังจะเดินไป”
“จุดหมายของมันจะไปโผล่ที่ใด?”
ชายหนุ่มยังคงกล่าวต่อ โดยที่ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับคำพูดของหลงจินเหอ
_______________________________________________________________________________________________________