Warlock of The Magus World - บทที่ 711: แม่สาวงูกับการหลบหนี
เกิดอะไรขึ้น? นางไม่ใช่ผู้นำขององค์กรนี้หรอกหรือ?’ ผู้ว่าการรัฐเอเลียสมองไปยังแม่สาวงูด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ทว่าเขากลับพบว่านางเองก็มีสีหน้างุนงงสงสัยไม่แพ้กัน
‘ช่างหัวมันปะไร! หน้าที่แรกคือต้องจับกุมนางให้ได้! พวกที่ริอ่านดูหมิ่นเกียรติยศของท่านอาจารย์จะต้องถูกลงทัณฑ์!’ ผู้ว่าการรัฐคงไม่มีทางบรรลุถึงขั้นที่ 4 ในวิถีแห่งการเซ่นสรวงได้ หากเขาไม่ได้เลื่อมใสศรัทธาในวิหคโสโครก (Nefarious Filthbird) อย่างบ้าคลั่งถึงเพียงนี้
ทว่าเลย์ลินจะยอมปล่อยให้อีกฝ่ายลงมือได้อย่างไร?
‘ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยังเป็นถึงยอดฝีมือขั้นที่ 4 ของกลุ่มวิหคโสโครก คงไม่สามารถล้มเขาลงได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว…’ พลังของมนตราแห่งห้วงฝันถูกขยายอานุภาพขึ้นอย่างน่ากลัวด้วยค่ายกลมนตรา ราวกับถ่านหุงต้มที่ถูกควบแน่นจนกลายเป็นเพชร “มนตราแห่งห้วงฝันขั้นที่ 4— เขาวงกตบิดเบี้ยว (Distorted Labyrinth)!”
พลังแห่งห้วงฝันพวยพุ่งทะยานออกไปอย่างบ้าคลั่ง แปรสภาพเป็นเขาวงกตขนาดยักษ์เข้าโอบล้อมผู้ว่าการรัฐและยอดฝีมือระดับดารารุ่งอรุณ (Morning Stars) อีกสามคน ที่เข้ามาหนุนเสริมไว้ทันที กำแพงเขาวงกตสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจากการถูกกระแทก พร้อมกับเสียงหวีดร้องของเหยี่ยวราตรีที่ดังแว่วมา ยามที่เขาวงกตแห่งห้วงฝันเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปทรง
“ไปกันเถอะ! ข้ากักขังพวกมันไว้ได้ไม่นานหรอก!” เลย์ลินแปรสภาพร่างเป็นพายุหมุนสีดำทมิฬพุ่งเข้าโอบอุ้มร่างของแม่สาวงูทะยานหนีไปทันที แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ร่ายมนตรานี้ขึ้นมาเอง ทว่ามันกลับถูกหล่อเลี้ยงด้วยพลังแห่งห้วงฝันที่แม่สาวงูเหลือทิ้งไว้ ซึ่งยามนี้มันหลงเหลืออยู่ไม่มากแล้ว เลย์ลินไม่มั่นใจว่ามันจะต้านทานได้นานเท่าใด จึงจำเป็นต้องรีบเร้นกายหนีออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด
นัยน์ตาสีแดงฉานของแม่สาวงูสาดประกายวับแวม ยามที่นางสัมผัสได้ถึงพลังสายเลือดอันเข้มข้นภายในร่างของเลย์ลิน นางจึงไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด พายุหมุนสีดำสนิทแผดเสียงคำรามพร้อมกับพลังทำลายล้างอันมหาศาล สูบกลืนพลังชีวิตของพวกปลายแถวตามรายทาง ทิ้งไว้เพียงร่างที่แห้งกรังดุจมัมมี่เท่านั้น
ในระหว่างที่พวกเขาพุ่งทะยานหนี ก็ยังคงมีบางคนที่ริอ่านเข้ามาขวางทาง ทว่าในไม่ช้า ร่างของทั้งสองก็อันตรธานหายลับไปที่เส้นขอบฟ้า
ตึ้ง! บึ้ม! หลังจากเวลาผ่านไปเพียงสิบวินาที สายฟ้าจำนวนมหาศาลก็พลันผ่าเปรี้ยงปร้างลงมาจากสรวงสวรรค์เหนือเขาวงกตสีแดงเข้ม หลังจากสายฟ้าฟาดกระหน่ำ เสียงร้องอย่างยินดีของวิหคยักษ์ก็พลันแผดก้อง
เพล้ง! เขาวงกตทั้งหลังพังทลายลงเป็นเสี่ยง ๆ เผยให้เห็นร่างอันสะบักสะบอมของผู้ว่าการรัฐเอเลียสและพวกพ้อง “ตามล่าพวกมันซะ และออกหมายจับทันที! อย่าปล่อยให้ยัยผู้หญิงคนนั้นหนีรอดไปได้!”
นัยน์ตาของผู้ว่าการรัฐเอเลียสแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แม้กระทั่งน้ำเสียงของเขาก็ยังแหบพร่า ทำเอาบรรดาทหารยามโดยรอบต่างพากันเสียวสันหลังวาบและเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว
……
‘โลกแดนชำระบาปช่างมีความแตกต่างจากโลกจอมเวท (Magus World) ยิ่งนัก พันธะเคมีของอะตอมดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่ามาก ส่งผลให้ต้องใช้พลังงานที่มากกว่าปกติในการควบคุมพวกมัน’ เลย์ลินลอบครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ยามที่เขาต้องเค้นพลังเวททั้งหมดออกมาในระหว่างที่พาร่างของแม่สาวงูหลบหนี
นับตั้งแต่ที่เขาแอบลักลอบเข้ามาในโลกแดนชำระบาป เขามักจะรักษาตัวตนให้ต่ำต้อยและแนบเนียนที่สุดเสมอ ก่อนหน้านี้เขาเคยใช้ค่ายกลมนตรากระตุ้นโลหะธาตุเพียงครั้งเดียว และนั่นถือเป็นครั้งเดียวที่เขาใช้มนตราขนาดยักษ์ในโลกใบนี้
‘นี่มันแย่ยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีก กฎทางฟิสิกส์ของโลกใบนี้ช่างรุนแรงและเข้มงวดเหลือเกิน ในขณะที่อานุภาพของเวทมนตร์ลดลง ทว่าต้นทุนในการเปิดใช้งานกลับเพิ่มสูงขึ้นแทน‘
เลย์ลินลอบตรวจสอบชิป AI (A.I. Chip) ยามที่มันประมวลผลลัพธ์ล่าสุดส่งตรงเข้าสู่สมองของเขา
[ปี๊ด! อ้างอิงจากการตรวจวัดในสถานที่จริงและการทดลองทางทฤษฎี เวทมนตร์ทุกระดับจากโลกจอมเวทจะถูกลดทอนอานุภาพลงถึง 89% เมื่ออยู่ในโลกแดนชำระบาป!]
‘ผลกระทบจากการสะกดข่มนี้รุนแรงยิ่งนัก หรือว่าโลกแดนชำระบาปจะไม่ยินยอมให้ระบบพลังงานอื่นใดล่วงล้ำเข้ามาตั้งแต่ยุคโบราณกาลแล้ว?’ เมื่อคิดได้เช่นนั้น เลย์ลินจึงออกคำสั่งแก่ชิป AI ทันที ‘ชิป AI ค้นหาในฐานข้อมูล ค้นหาระบบพลังงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโลกแดนชำระบาป’
[ปี๊ด! เริ่มต้นภารกิจ กำลังดำเนินการสแกนข้อมูล] ชิป AI ค้นหาคำตอบให้เขาในทันที
[อ้างอิงจากการจำลองผล ระบบพลังงานที่เหมาะสมที่สุดสองระบบคือ: 1. วิถีแห่งการเซ่นสรวง 2. มนตราจิตวิญญาณอสูร]
เลย์ลินไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่ได้เลยสักนิด เขาคาดเดาผลลัพธ์นี้ไว้อยู่ก่อนแล้ว ‘เป็นไปตามคาด สองระบบนี้คือระบบที่เหมาะสมที่สุด พวกมันดูเหมือนจะเป็นวิถีแห่งพลังขั้นพื้นฐานที่สุดของโลกแดนชำระบาปแห่งนี้’
เนื่องจากกฎเกณฑ์ของโลกที่แตกต่างกัน ทุก ๆ โลกจึงมีจุดเด่นและวิถีแห่งพลังที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
การตรวจสอบในครั้งนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่า วิถีแห่งการเซ่นสรวงและมนตราจิตวิญญาณอสูรคือสิ่งที่เข้ากันได้ดีที่สุดกับโลกแดนชำระบาป
‘ดูท่าข้าคงต้องทุ่มเทฝึกฝนทั้งสองวิถีนี้ให้บรรลุถึงระดับสูงเสียแล้ว…’ เลย์ลินลูบคางพลางขบคิด แม้ว่าเขาจะถูกจำกัดด้วยคำสาปอสรพิษกลืนกิน (Allsnake Curse) ทว่ามันกลับส่งผลกระทบต่อพลังสายเลือดของเขาเท่านั้น แม้ว่ามันจะเป็นจุดอ่อนที่เด่นชัด ทว่าคำสาปนี้กลับไม่มีผลใด ๆ ต่อวิถีแห่งพลังสายอื่นเลยสักนิด
“ขนนกเพลิง (Fireplume)!” เลย์ลินเอ่ยเรียกขาน ทันใดนั้น ลูกไฟสีดำทมิฬพลันปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
“พละกำลังหลายกร (Multilimb Strength)!” ร่างเงาของเผ่าพันธุ์หลายกรพลันปรากฏเด่นชัดขึ้นที่ด้านหลังของเลย์ลิน หนุนเสริมพละกำลังของเขาให้เพิ่มพูนขึ้น วิธีการบ่มเพาะพลังสายอื่น ๆ เหล่านี้เองที่ช่วยให้เลย์ลินยังคงรักษาพลังรบระดับดารารุ่งอรุณเอาไว้ได้ แม้ว่าพลังสายเลือดของเขาจะถูกผนึกไว้ก็ตาม
ทว่า พลังสายเลือดก็ยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักของเขาอยู่ดี หากไม่สามารถลบล้างคำสาปอสรพิษกลืนกินออกไปได้ พลังของเขาก็จะถูกสูบจนเหือดแห้งไปในท้ายที่สุด ต่อให้เขาจะประสบความสำเร็จในระบบพลังงานอื่นเพียงใด ทว่าผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายก็ยังคงถูกกำหนดไว้แล้ว
ในเมื่อเขาเลือกวิถีแห่งสายเลือดเป็นวิถีหลัก เขายังยอมให้จิตวิญญาณของตนเองถูกหล่อหลอมด้วยสายเลือดไปแล้วด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ วิถีแห่งพลังสายอื่น ๆ จึงเป็นได้เพียงแค่ดอกไม้ที่ประดับอยู่บนมงกุฎเท่านั้น
‘เป็นไปตามคาด โลกแดนชำระบาปจะสะกดข่มพลังของผู้มาจากโลกอื่นอย่างรุนแรง’ สีหน้าของเลย์ลินแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนลง พลังแห่งห้วงฝันเป็นแหล่งพลังงานอีกสายหนึ่งที่สามารถหยิบมาใช้งานได้ ทว่าความเข้มข้นของมันกลับเอาแน่อะไรไม่ได้เลย ดังนั้น เลย์ลินจึงไม่ได้คาดหวังกับมันมากนัก
‘พลังสายเลือดของข้าถูกผนึกไว้ ยามนี้ข้าทำได้เพียงพึ่งพาวิธีการอื่นเท่านั้น เมื่อวิธีการอื่นเหล่านี้บรรลุถึงจุดสูงสุด ข้าคงจะสามารถใช้พวกมันในการทำลายล้างคำสาปอสรพิษกลืนกินลงได้’
เลย์ลินตั้งมั่นในใจ ‘ชิป AI จะช่วยให้ข้าสามารถเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็ว วิถีแห่งการเซ่นสรวงและมนตราจิตวิญญาณอสูรคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนขนนกเพลิงและพลังแห่งห้วงฝันตามมาเป็นอันดับรอง’
ส่วนพละกำลังหลายกรนั้น ข้อมูลดั้งเดิมที่เลย์ลินได้รับมามันขาดหายไปมากเกินไป ต่อให้ชิป AI จะช่วยคำนวณทว่ามันก็แทบจะไม่พัฒนาขึ้นเลย ดังนั้น เลย์ลินจึงตัดสินใจที่จะละทิ้งมันไป อย่างมากที่สุดก็ใช้มันเป็นเพียงตัวหนุนเสริมเท่านั้น
ในตอนนั้นเอง แม่สาวงูก็พลันลืมตาตื่นขึ้น นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า “ปล่อยข้าลง!”
“สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากท่าเรือเอเลียสมากกว่า 300 ไมล์ทะเลแล้ว ยามนี้น่าจะปลอดภัยชั่วคราวแล้วล่ะ!” เลย์ลินยักไหล่พลางหยุดร่างลงบนเกาะร้างอันแห้งแล้งแห่งหนึ่ง พายุหมุนสีดำเลือนหายไป เผยให้เห็นร่างของทั้งสองคน
ยามนี้เลย์ลินจึงมีเวลามากพอที่จะลอบประเมินรูปร่างหน้าตาของแม่สาวงูอย่างละเอียด
นางมีเส้นผมยาวสลวยสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะและนัยน์ตาสีแดงฉาน เกล็ดสีขาวบนใบหน้าสลักเสลาด้วยลวดลาย มอบกลิ่นอายที่โดดเด่นทว่ากลับไม่ได้ดูน่ากลัวหรืออัปลักษณ์เลยสักนิด ลักษณะเด่นเหล่านี้เมื่อรวมเข้ากับท่าทางอันสูงส่งของนาง ยิ่งช่วยขับเน้นให้เสน่ห์ของนางดูเป็นเอกลักษณ์ยิ่งขึ้น
‘ดูเหมือนว่าทายาทสายเลือดของราชินีอสรพิษทุกคนจะมีลักษณะเด่นเช่นนี้ มีเสน่ห์เหลือล้นจนล้นหลาม! หรือว่านางจะเชี่ยวชาญในเคล็ดวิชามายากันแน่?’ เลย์ลินถึงกับหมดคำจะพูด ทว่าชิป AI กลับมีเวลามากพอในการรวบรวมข้อมูลของนางเรียบร้อยแล้ว
[ข้อมูลการสแกนจากชิป AI]
-
ชื่อ: (ไม่ระบุตัวตน), แม่สาวงู
-
เพศ: หญิง
-
สายเลือดฝั่งบิดา: อสูรอสรพิษขาว (สายเลือดผสม)
-
สายเลือดฝั่งมารดา: ไม่ระบุ (ประเมินว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์)
-
พละกำลัง: 79 | ความว่องไว: 50 | ความทนทาน: 65
-
พลังจิตวิญญาณ: 463 | พลังจิตใต้สำนึก (Soul Force): 46
-
ความสามารถติดตัว (Passive Abilities):
-
1. อาณาเขตมายา (Illusory Forcefield): ห่อหุ้มรอบร่างกายด้วยชั้นพลังงานมายา สิ่งมีชีวิตที่มีพลังจิตวิญญาณต่ำกว่า 200 จะมิอาจต้านทานได้ และจะสูญเสียสติสัมปชัญญะของตนเองไป
-
2. แรงดึงดูดแดนห้วงฝัน (Dreamscape Attraction): สายเลือดของอสูรอสรพิษขาวมีความสามารถในการดึงดูดพลังแห่งห้วงฝัน
-
ชิป AI ฉายภาพและข้อมูลจำเพาะของแม่สาวงูขึ้นตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว
‘ระดับดารารุ่งอรุณ ค่าสถานะของแม่สาวงูคนนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว’ เลย์ลินลอบพยักหน้าในใจพลางสะดุดตากับคำว่า ‘สายเลือดผสม’
‘แม้ว่าสายเลือดของนางจะเป็นของสัตว์อสูรขั้นที่ 5 ทว่าเห็นได้ชัดว่ามันยังไม่เข้มข้นพอ มันเทียบไม่ได้เลยกับสายเลือดที่ข้าผนึกไว้ในหน้ากากของข้า มิน่าเล่าข้าถึงไม่ได้รู้สึกถึงการสะกดข่มจากนางเลยสักนิด และความสามารถในการดึงดูดพลังแห่งห้วงฝันของนางก็ช่างอ่อนแอยิ่งนัก…’
‘ทว่าความสามารถในการเชื่อมต่อกับแดนห้วงฝันนั้นคุ้มค่าแก่การศึกษาอย่างลึกซึ้งยิ่งนัก’ แม้ว่าเขาจะครอบครองมนตราแห่งห้วงฝันอยู่หลายบท ทว่าเขากลับติดคอขวดเมื่อต้องหยิบยกพลังแห่งห้วงฝันมาใช้งาน ทว่าการปรากฏตัวของอสูรอสรพิษขาวในยามนี้ กลับมอบความหวังในการแก้ไขปัญหานี้ให้แก่เขา
สัตว์อสูรขั้นที่ 5 เผ่าพันธุ์นี้ได้รับสืบทอดพรสวรรค์ในการควบคุมพลังแห่งห้วงฝันมาจากราชินีอสรพิษ ถึงขั้นที่สามารถเชื่อมต่อกับแดนห้วงฝันได้โดยตรง ความสามารถนี้มีประโยชน์ต่อเลย์ลินเป็นอย่างยิ่ง
จุดที่สำคัญที่สุดคือ ยามนี้เขาครอบครองสายเลือดอันบริสุทธิ์ของอสูรอสรพิษขาวขั้นที่ 5 อยู่ในมือนั่นเอง
‘แม้ว่าพลังแห่งห้วงฝันจะพึ่งพาไม่ได้เต็มร้อย ทว่ามันก็ยังคงมีประโยชน์ในฐานะแผนการสำรอง แม่สาวคนนี้ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถในการเดินทางเข้าออกแดนห้วงฝันได้อย่างอิสระ ทว่านางอาจจะสามารถมอบแรงบันดาลใจบางอย่างให้แก่ข้าได้’ เลย์ลินจ้องมองจ้องมองนางอย่างไร้ยางอาย ทำเอาแม่สาวงูรู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาบ้าง
“เจ้าจ้องมองข้าพอหรือยัง?” แม่สาวงูแค่นเสียงห้วนเย็นชา
“อย่าบอกนะว่าเจ้าจะปฏิบัติต่อคนในเผ่าพันธุ์เดียวกันและผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเจ้าเช่นนี้” เลย์ลินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “อย่างไรเสีย หากปราศจากการยื่นมือเข้าแทรกแซงของข้า ข้าเกรงว่าเจ้าคงไม่มีวันหนีรอดพ้นจากเงื้อมมือของผู้ว่าการรัฐเอเลียสได้หรอก”
“แล้วอย่างไร?” แม่สาวงูยังคงทำท่าทางแข็งกร้าวไม่ยอมก้มหัวให้ “ข้าก็ส่งสัญญาณเตือนให้เจ้าหนีไปตั้งนานแล้ว เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมไสหัวไปในทันทีเล่า?”
(จบตอน)