Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด! - ตอนที่ 9 มีเกณฑ์พบผู้พิทักษ์ดวงชะตา
- Home
- Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด!
- ตอนที่ 9 มีเกณฑ์พบผู้พิทักษ์ดวงชะตา
ตอนที่ 9 มีเกณฑ์พบผู้พิทักษ์ดวงชะตา
หลังจากออกมาจากสถานีตํารวจ กู้ชื่อเหิงยืนอยู่ตรงบันไดทางเข้า พลางระบายลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก แสงแดดจ้าจนเขาต้องหรี่ตา
มองท้องฟ้า ในสมองยังคงวุ่นวายสับสนกับสถานะใหม่ของตัวเอง
เลิ่นฟานหมิงเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ เขา เงาร่างสูงใหญ่บดบังแสงแดด
ให้เยาโดยไม่ได้ตั้งใจ
“หิวไหมครับ?”
กู้ชื่อเหิงอิงไปครู่หนึ่ง แล้วเพิ่งจะรู้ตัวว่าตั้งแต่เช้ามาเขายังไม่ได้กิน อะไรเลย นอกจากความเครียดที่อิ่มจนจุก
“นิดหน่อยครับ”
“ไปกันครับ ไปหาอะไรกินกัน”
เสิ่นฟานหมิงพาเขาไปที่ร้านบะหมี่เล็ก ๆ ร้านหนึ่ง หน้าร้านไม่ใหญ่โต นักแต่ดูสะอาดสะอ้าน เจ้าของร้านดูเหมือนจะรู้จักเขาเป็นอย่างดี ทักทาย อย่างกระตือรือร้น “อ้าว เสี่ยวเงินมาแล้วเหรอ? วันนี้จะรับอะไรดีจ๊ะ?”
“บะหมี่เนื้อสองชามครับ” เสิ่นฟานหมิงสั่ง
พวกเขานั่งลงที่มุมร้าน กู้ชื่อเพิ่งถือถ้วยชานิ่ง ๆ พลางจิบไปอีกหนึ่ง
อย่างใจลอย
“เลิ่นฟานหมิงครับ” จู่ ๆ เขาก็เอ่ยปากถาม “คุณว่าเรื่องของผมมัน
คืออะไรกันแน่?”
เสิ่นฟานหมิงมองเยา รอให้เขาพูดต่อ
“แม่บอกว่านี่คือตาที่สามเปิดแล้ว แต่ทําไมล่ะครับ? ทําไมจู่ ๆ มันถึง ได้เปิดขึ้นมา? ผมมีชีวิตมาตั้งยี่สิบห้าปี ไม่เคยเห็นอะไรเลย ทําไมต้องมาเห็น เมื่อวานด้วย? แถมสิ่งที่เห็นยังเป็นคดีฆาตกรรมอีก? มันควรจะเป็นเรื่อง อย่างอื่นสิ ผมควรเห็นอะไรที่ดีกว่านี้สิ”
เนฟานหมิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“บางเรื่องมันอาจจะไม่มีคําตอบก็ได้ครับ โลกนี้มีเรื่องที่วิท วิทยาศาสตร์ ยังพิสูจน์ไม่ได้อีกมาก สิ่งสําคัญไม่ใช่ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่มันเกิดขึ้นมา เพื่ออะไรต่างหาก”
“แล้วคุณเชื่อผมไหม?” กู้ชื่อเหิงถาม “เชื่อจริง ๆ เหรอว่าผมเห็นเหตุ การณ์ล่วงหน้า ไม่ใช่… อย่างอื่น? ไม่ใช่ฆาตกรที่สร้างเรื่องขึ้นมา? คุณแน่ใจ เหรอว่าเมื่อคืนผมอยู่ที่ห้องจริง ๆ ไม่ได้ออกไปไหน?”
เลิ่นฟานหมิงมองเขา แววตาล้ําลึกและมั่นคงมาก
“ผมเป็นตํารวจนะครับ ผมถูกฝึกมาอย่างดี ถ้าคุณออกไปข้างนอก จริง ๆ ผมที่อยู่ในห้องตัวเองยังไงก็ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูแล้ว ผมออกมา ข้างนอกกี่ครั้งก็เห็นคุณนอนอยู่ตรงโซฟาตลอด ส่วนเรื่องที่คุณถามว่าผม เชื่อว่าคุณเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าจริงไหม ผมเชื่อครับ”
กู้ชื่อเหิงอึ้งไปเลย
“ทําไมล่ะครับ?”
“เพราะดวงตาของคุณครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “ตอนที่คุณบรรยาย ภาพนั้นในห้องสอบสวน แววตาของคุณมีความหวาดกลัวอยู่จริง ๆ มาตกร จะไม่มีทางหวาดกลัวในสิ่งที่ตัวเองทําลงไปหรอกครับ พวกเขาจะมีความภาค
ภูมิใจหรือความเฉยเมยแฝงอยู่ แต่คุณ… คุณดูเหมือนเด็กที่หลงทางในฝัน
ร้ายมากกว่า”
อก
ชื่อเหิงอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไรดี ความรู้สึกอุ่นชานลามไปทั่ว
บะหมี่ถูกนํามาเสิร์ฟ ควันกรุ่นโชยมาพร้อมกลิ่นหอมชวนกิน เขาคืบ บะหมี่เข้าปากคําหนึ่ง จู่ ๆ ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้ ลึกว่า การที่มีใครสักคนเชื่อใจเราในวันที่คนทั้งโลกสงสัยเนี่ย มันรู้สึกดีขนาด
นเอง
หลังจากกินบะหมี่เสร็จ เสิ่นฟานหมิงไปจ่ายเงิน กู้ชื่อเหิงยืนรอเขาอยู่ ที่ประตูโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นแม่ที่คอลวิดีโอมาหา
เขากดรับ ใบหน้าของแม่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอด้วยเครื่องทรงจัด เต็มเหมือนกําลังจะทําพิธีอะไรสักอย่าง
“ลูกรัก! ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม? แม่เห็นข่าวแล้ว คดีนั้นเกิดขึ้นจริง
เหรอ?” เสียงของแม่แฝงไปด้วยความร้อนใจ “ตํารวจไม่ได้หาอะไรลูกใช ไหม? แม่กําลังจะไปทําบุญสะเดาะเคราะห์ให้ลูกอยู่พอดี!”
“ไม่เป็นไรครับ” กู้ชื่อเหิงบอก “เสิ่นฟานหมิงเขาช่วยยืนยันความ บริสุทธิ์เรียบร้อยครับ”
“เสิ่นพ่านหมิง?” ดวงตาของแม่กู้เป็นประกายขึ้นมาทันที ความกังวล หายไปเป็นปลิดทิ้ง “เจ้าหน้าที่ตํารวจรูปหล่อคนนั้นน่ะเหรอ? เขายืนยัน หายไปเป็นปลิดทิ้ง “เจ้าหน้าที่ตํารวจรูปหล่อคนนั้นน่ะเหรอ? เขายืนยัน ความบริสุทธิ์ให้ลูก?”
“ครับ”
“ตายแล้ว แม่บอกแล้วไงว่าลูกสองคนมีวาสนาต่อกัน!” ใบหน้าของแม่ กู้กลับมาเปื้อนยิ้มอีกครั้ง “เป็นยังไงบ้าง อยู่ด้วยกันโอเคไหม? มีความคืบ หน้าอะไรหรือเปล่า? ได้ใกล้ชิดกันบ้างไหม?”
กู้ อเหิงพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“แม่ครับ เมื่อกี้ผมเกือบจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมแล้ว
นะ แม่คิดอะไรอยู่เนี่ย?”
“แม่รู้จ้ะ แต่ลูกก็ปลอดภัยดีไม่ใช่เหรอ?” แม่กู้พูดอย่างมีเหตุผล มีเส็นฟานหมิงอยู่ด้วย ลูกจะมีเรื่องอะไรได้ล่ะ? เขาต้องปกป้องลูกอยู่แล้ว
เพราะดวงชะตาเขาคือผู้พิทักษ์ของลูก!”
กู้ซื่อเหิงอยากจะแย้งอะไรบางอย่าง แต่คําพูดกลับติดอยู่ที่ริมฝีปาก เพราะเขาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า สิ่งที่แม่พูดมาน่ะ มันถูกเผงเลย
เมื่อครู่ในห้องสอบสวน เลิ่นฟานหมิงปกป้องเขามาตลอดจริง ๆ ตั้ง ๆ
แต่ออกมาจากสถานีตํารวจ เลิ่นฟานหมิงก็พาเขามากินข้าว ผู้ชายคนนี้พูด
น้อย แต่สิ่งที่เขาทํานั้น ทุกเรื่องล้วนเป็นการดูแลเขาทั้งสิ้น
“เอาละ ๆ” เขาพูดใส่โทรศัพท์ “ผมไม่เป็นไรแล้ว แม่ไม่ต้องห่วงนะ ไว้ กลับไปจะเล่าให้ฟัง”
“จ้ะ ๆ อยู่ด้วยกันดี ๆ นะลูก!” แม่โบกมือ “ถ้ามีโอกาสพัฒนาความ สัมพันธ์ก็รีบคว้าเอาไว้เลยนะ แม่เอาใจช่วยจ้า!”
วิดีโอถูกตัดไป กู้ชื่อเหิงยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋าพลางมอง ดูเสิ่นฟานหญิงที่เดินออกมาจากร้านบะหมี่ แสงแดดส่องกระทบไหล่เขา ทํา
ให้เงาร่างของเขาดูนุ่มนวลและน่าเชื่อถือขึ้นในสายตาของชื่อเหิง
เฮ้อ แม่นะแม่ ทําไมถึงเอาแต่พูดเรื่องไร้สาระกันนะ