Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด! - บทที่ 21 มีเกณฑ์พบ "ความบังเอิญ" ที่ถูกจัดวาง
- Home
- Y เมื่อหมอดูที่ทายไม่เคยแม่นอย่างผม ดันเบิกเนตรเห็นคดีฆาตกรรมกลางไลฟ์สด!
- บทที่ 21 มีเกณฑ์พบ "ความบังเอิญ" ที่ถูกจัดวาง
ตลอดหนึ่งเดือนต่อมา ชีวิตของกู้ซื่อเหิงเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ไม่ใช่ว่ามันจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง แต่มันกลับกลายเป็นความประหลาด
ทุกคืนเวลาสามทุ่มห้าสิบนาที เขาจะนั่งประจำที่หน้าคอมพิวเตอร์ตามเวลา สวมหน้ากากสุนัขจิ้งจอกแล้วกดเริ่มไลฟ์สด จำนวนผู้เข้าชมในห้องไลฟ์คงที่อยู่ที่ประมาณห้าแสนคน ข้อความในหน้าจอหลั่งไหลเร็วจี๋ราวกับติดเทอร์โบ และคำทำนายดวงชะตากลุ่มดาวของเขาก็ยังคงมีทั้งคนรอฟังและคนคอยด่าอยู่เสมอ
ทุก ๆ สามหรือสี่วัน เขาจะมองเห็นอนาคตขึ้นมาครั้งหนึ่ง
ภาพเหล่านั้นปรากฏขึ้นมาโดยไม่มีลางบอกเหตุล่วงหน้า บางครั้งก็เกิดขึ้นระหว่างไลฟ์สด บางครั้งก็เกิดขึ้นตอนทานข้าว หรือบางครั้งก็เกิดขึ้นตอนสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก บางภาพชัดเจน บางภาพมืดมัว บางครั้งเห็นเป็นฉากที่สมบูรณ์ แต่บางครั้งก็เห็นเพียงเศษเสี้ยวที่กระจัดกระจาย
ทุกครั้ง เขาจะรีบบอกเสิ่นฟานหมิงเป็นคนแรก
และทุกครั้ง คำทำนายเหล่านั้นก็จะกลายเป็นเรื่องจริง
เหยื่อรายที่ 4: ชายวัยกลางคน เสียชีวิตในโรงจอดรถของตัวเองด้วยอาการพิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ [1] ภาพที่กู้ซื่อเหิงเห็น คือท่อไอเสียของรถคันนั้น และประตูม้วนของโรงจอดรถที่ปิดสนิท
เหยื่อรายที่ 5: หญิงสาว เสียชีวิตในห้องเช่า สาเหตุการตายคือการฉีดอินซูลิน [2] เกินขนาด ภาพที่กู้ซื่อเหิงเห็น คือกระบอกฉีดยาอันนั้น และจดหมายลาตายที่เขียนไว้เต็มหน้ากระดาษบนโต๊ะข้างหัวเตียง
เหยื่อรายที่ 6: ผู้สูงอายุ เสียชีวิตบนเตียงในบ้านพักคนชรา สาเหตุการตายคือภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน ภาพที่กู้ซื่อเหิงเห็น คือใบหน้าที่ซีดเผือด และเกล็ดหิมะที่โปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง
เหยื่อรายที่ 7: เด็กน้อย เสียชีวิตที่สนามเด็กเล่นในโรงเรียน สาเหตุการตายคือโรคหอบหืดกำเริบเฉียบพลัน ภาพที่กู้ซื่อเหิง เห็น คือที่พ่นยาแบบสูดที่ตกอยู่บนพื้น และกลุ่มเพื่อนนักเรียนที่กำลังตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก
คดีสี่คดี วิธีการตายสี่รูปแบบ และผู้ตายสี่คนที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่นิดเดียว
ตำรวจทำงานกันจนหัวหมุน สื่อมวลชนประโคมข่าวกันอย่างบ้าคลั่ง ชาวเน็ตโต้เถียงกันจนเป็นประเด็นร้อนไม่เว้นแต่ละวัน
ส่วนกู้ซื่อเหิง กลับยิ่งเงียบขรึมลงเรื่อย ๆ
“คดีพวกนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยครับ”
เสิ่นฟานหมิงนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เบื้องหน้ามีเอกสารวางกองสุมอยู่เต็มไปหมด ใต้ดวงตาของเขามีรอยคล้ำจาง ๆ หนวดเคราก็ไม่ได้โกนมาหลายวัน ดูเหนื่อยล้าอย่างถึงที่สุด
กู้ซื่อเหิงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพลางกอดหมอนอิงไว้แน่นโดยไม่ได้พูดอะไร
“ในบรรดาผู้เสียชีวิตไม่มีจุดร่วมที่เชื่อมโยงกันได้เลย ทั้งช่วงอายุที่ต่างกัน อาชีพที่ต่างกัน ที่พักอาศัยที่ต่างกัน และวิธีการตายที่ต่างกัน” เสิ่นฟานหมิงพลิกเอกสารดู “คดีที่สี่กับห้าคือการฆ่าตัวตาย คดีที่หกคือการเสียชีวิตตามธรรมชาติ และคดีที่เจ็ดคืออุบัติเหตุ ทั้งสี่คดีนี้ ไม่มีคดีไหนเลยที่เป็นการฆ่าตัวตายโดยผู้อื่นหรือการฆาตกรรม”
กู้ซื่อเหิงยิ้มขื่น “งั้นคุณจะบอกว่า คำทำนายของผมความจริงแล้วมันไม่มีประโยชน์เลยงั้นเหรอครับ?”
“เปล่าครับ” เสิ่นฟานหมิงเงยหน้ามองเขา “สิ่งที่ผมจะบอกคือ คดีพวกนี้มันดูสะอาดสะอ้านเกินไป สะอาดจนผิดปกติครับ”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปครู่หนึ่ง
“หมายความว่ายังไงครับ?”
เสิ่นฟานหมิงเลื่อนเอกสารมาตรงหน้าเขา
“คุณดูเนื้อหารายละเอียดของคดีที่สี่สิครับ พิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ผู้ตายมีประวัติเป็นโรคซึมเศร้าในที่เกิดเหตุมีจดหมายลาตาย ดูยังไงมันก็คือการฆ่าตัวตายตามมาตรฐานทั่วไปชัด ๆ แต่ทว่า ผลการตรวจสอบลายมือในจดหมายลาตายระบุว่าเป็นลายมือของผู้ตายเองจริง ๆ เวลาที่เขียนก็ประจวบเหมาะ แถมเขายังเพิ่งทำประกันชีวิตวงเงินสูงไว้ก่อนตายเพียงหนึ่งสัปดาห์ด้วย”
กู้ซื่อเหิงมองเอกสารเหล่านั้นด้วยความไม่เข้าใจ
“แล้วมันยังไงล่ะครับ?”
“เพราะในทางทฤษฎี นี่คือการฆ่าตัวตายที่สมบูรณ์แบบครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “แต่ปัญหาก็คือ เนื้อหาในจดหมายลาตายมันดูเหมือนเป็นแพทเทิร์นสำเร็จรูปเกินไป ‘ฉันขอโทษครอบครัว’ ‘ฉันใช้ชีวิตเหนื่อยเกินไปแล้ว’ ‘ชาติหน้าค่อยมาทดแทนคุณ’ ประโยคเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์ลายมือระดับมืออาชีพสามารถลอกเลียนแบบได้ครับ”
มือของกู้ซื่อเหิงสั่นเทาขึ้นมา
“คุณจะบอกว่า…”
“คดีที่ห้าก็เหมือนกันครับ” เสิ่นฟานหมิงพลิกไปหน้าถัดไป “การฉีดอินซูลินเกินขนาด ผู้ตายเป็นโรคเบาหวาน มีกระบอกฉีดยาเป็นของตัวเอง ดูยังไงก็เป็นการฆ่าตัวตาย แต่ปริมาณอินซูลินถูกคำนวณมาได้อย่างแม่นยำมาก คือพอดีที่จะทำให้ตายได้โดยไม่ขาดไม่เกิน คนธรรมดาจะรู้ปริมาณที่แน่นอนขนาดนั้นได้อย่างไร? อีกอย่างจากคำให้การของคนใกล้ตัว พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าถึงแม้ว่าผู้ตายจะเป็นโรคเบาหวาน แต่มันไม่ได้เป็นปัญหาในการใช้ชีวิตของเขาเลยด้วยซ้ำ เขาอยู่กับมันมาได้ตั้งห้าปี ระมัดระวังในการฉีดยามาก เขาจะฆ่าตัวตายทำไม”
เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “คดีที่หก ผู้ตายเสียชีวิตตามธรรมชาติ มันดูเป็นการตายที่สะอาดที่สุด แต่ทว่าผู้สูงอายุคนนั้นเพิ่งจะตรวจร่างกายอย่างละเอียดไปเมื่อสามเดือนก่อน หัวใจแข็งแรงดีมาก ไม่เข้าข่ายว่าจะมีปัญหาทางโรคหัวใจเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนคดีที่เจ็ด เด็กที่ตายเพราะหอบหืดกำเริบ แม่เด็กตรวจเช็กตลอดว่ามันยังเหลือเกือบเต็มหลอด แต่หลังเกิดเหตุกลับว่างเปล่า แสดงว่ามีใครบางคนใช้ยาข้างในจนหมดล่วงหน้า ทำให้ตอนที่เด็กคนนั้นจะใช้แต่กลับใช้ไม่ได้”
ลมหายใจของกู้ซื่อเหิงเริ่มหอบถี่
“งั้นเรื่องพวกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเหรอครับ?”
“อาจจะเป็นครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “แต่ความเป็นไปได้ที่มากกว่าคือ มีใครบางคนจัดฉากให้พวกมันดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญครับ”
กู้ซื่อเหิงจ้องมองเอกสารเหล่านั้น สมองว่างเปล่าขาวโพลน
“แต่ว่า… เพื่ออะไรล่ะครับ?”
เสิ่นฟานหมิงมองเขา แววตาล้ำลึกมาก
“เพื่อให้คุณทำนายต่อไปครับ”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปหลายวินาทีกว่าจะเข้าใจว่าเสิ่นฟานหมิงกำลังพูดเรื่องอะไร
“เพื่อให้ผมทำนายต่อไป? หมายความว่ายังไงครับ?”
เสิ่นฟานหมิงเอนหลังพิงพนักโซฟาพลางนวดขมับ
“ลองคิดดูสิครับว่าในเดือนที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณทำนาย คดีเกิดขึ้น คุณทำนาย คดีเกิดขึ้น ทุกคดีตรงกับที่คุณทำนายไว้เป๊ะ ๆ ตอนนี้คุณมีความรู้สึกอย่างไรบ้างครับ?”
กู้ซื่อเหิงอ้าปากค้าง พูดไม่ออก
เขามีความรู้สึกอย่างไรน่ะเหรอ?
กลัว สับสน ไร้พลัง และยังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่แปลกประหลาดประดังเข้ามา ราวกับว่าความตายของคนเหล่านั้นล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา
“คุณรู้สึกว่าตัวเองต้องทำนายต่อไป เพราะว่าคุณมองเห็นมันแล้ว” เสิ่นฟานหมิงพูด “คุณรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องช่วยคลี่คลายคดี เพราะคุณเป็นเพียงคนเดียวที่มองเห็นความจริง คุณรู้สึกเหมือนถูกกักขัง เพราะคุณไม่สามารถหยุดยั้งเรื่องราวเหล่านั้นไม่ให้เกิดขึ้นได้”
กู้ซื่อเหิงรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“คุณรู้ได้ยังไงครับ?”
“เพราะผมเฝ้ามองคุณอยู่ครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “ในเดือนที่ผ่านมานี้ คุณน้ำหนักลดลงไปตั้งสี่กิโลกรัม รอยคล้ำใต้ตาคุณหนักกว่าผมเสียอีก กลางคืนก็นอนไม่หลับ กลางวันก็ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร คุณใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวทุกวัน กลัวว่าจะเห็นรายต่อไป กลัวว่าเจ้า [444killer] จะโพสต์กะทู้อีก กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นยมทูตจริง ๆ”
กู้ซื่อเหิงก้มหน้าลง ไม่ได้พูดอะไร
เสิ่นฟานหมิงยื่นมือมากุมมือเขาไว้เบา ๆ
“คุณไม่ใช่ยมทูตหรอกครับ”
กู้ซื่อเหิงเงยหน้ามองเขา ขอบตาแดงก่ำ
“แต่ทุกครั้งที่ผมทำนายจบ ก็มีคนตายจริง ๆ นี่ครับ”
“ไม่ใช่คุณที่ทำให้พวกเขาตายครับ” เสิ่นฟานหมิงขัดจังหวะ “แต่มีใครบางคนทำให้พวกเขาตาย คนคนนั้นกำลังใช้ประโยชน์จากคุณ เขารู้ว่าคุณมองเห็นได้ เขาจึงสร้างคดีขึ้นมาเพื่อให้พวกมันตรงกับคำทำนายของคุณ เพื่อให้คุณยิ่งหวาดกลัวและยิ่งระแวงในตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ”
กู้ซื่อเหิงอึ้งไปเลย
“คุณจะบอกว่า ฆาตกรจงใจงั้นเหรอครับ?”
“ครับ” เสิ่นฟานหมิงบอก “ตอนที่เกิดคดีที่สี่ ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแล้ว พอคดีที่ห้า หก เจ็ด ตามมา มันก็ยิ่งชัดเจนขึ้น คดีพวกนี้เบื้องหน้าดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่ถ้าลองเอามาพิจารณาร่วมกันดู ก็จะพบจุดร่วมอย่างหนึ่งครับ”
เขาชะงักไปพลางพูดทีละคำว่า
“พวกมันล้วนตอบรับคำทำนายของคุณได้อย่างพอดิบพอดีเกินไปครับ”
เชิงอรรถ
^พิษจากก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์: ศัพท์ทางนิติเวชศาสตร์ หมายถึงภาวะที่ร่างกายได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์มากเกินไปจนทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน ก๊าซนี้จับกับฮีโมโกลบินในเลือดได้ดีกว่าออกซิเจนประมาณ 250 เท่า ทำให้เลือดไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้จนถึงแก่ความตาย
^อินซูลินเกินขนาด: ศัพท์ทางนิติเวชศาสตร์ หมายถึงการได้รับฮอร์โมนอินซูลินมากเกินไปจนทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรง (Hypoglycemic Shock) ส่งผลให้หมดสติ สมองเสียหาย หรือเสียชีวิตได้