พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 185 โง่เขลาดุจหมู ขายหน้าสุด ๆ!
ตอนที่ 185 โง่เขลาดุจหมู ขายหน้าสุด ๆ!
กองทัพศัตรูกำลังรออะไร เหตุใดถึงยังไม่โจมตี? ซุนเกี๋ยนเองก็ไม่เข้าใจ
ว่ากันตามหลักแล้ว กองทัพซีเหลียงพยายามล่อตัวเองมาที่นี่ ก็ควรจะโจมตีและจับพวกเขาทันทีสิ
เช่นเดียวกับตอนรบกับฮองฮูสงก่อนหน้า ผลเป็นเช่นนี้ต้องเอาชนะฝ่ายทางการได้แน่
ซุนเกี๋ยนส่ายหัวด้วยความสับสน และมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยการซุ่มโจมตีของศัตรู
ทันใดนั้น ทหารที่อยู่ด้านหลังก็ดึงดูดความสนใจของพยัคฆ์กังตั๋ง เขาตกใจจนหน้าถอดสีทันที
“แย่แล้ว!”
ท่ามกลางกองทัพซีเหลียงนั้นยังมีดวงตาคู่หนึ่ง จับจ้องมาที่กองทัพทางการอยู่ตลอด นั่นก็คือหันซุย
สายตาของหันซุยไม่เคยละไปจากสภาพการณ์ทหารราบในกองทัพทางการเลย
หลังจากผ่านการไล่ล่ามาอย่างยาวนาน กำลังของทหารราบมาถึงขีดจำกัดแล้ว!
เมื่อมาถึง เหล่าทหารทางการคิดว่าจะมีการสู้รบครั้งใหญ่ จึงกัดฟันฝืนร่างกายเตรียมต่อสู้
ทว่าเตียวอุ๋นเอาแต่ต่อปากต่อคำ ก่นด่าสาปแช่งกับทัพศัตรู เครื่องที่เคยร้อนได้ที่ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เหนื่อย… เหนื่อยเหลือเกิน!
อย่างไรเสียตอนนี้ก็สู้ไม่ได้ ขอพักเอาแรงเสียหน่อยเถิด
ในใจพวกทหารล้วนมีแต่ความคิดเหล่านี้ ดังนั้นความเหนื่อยล้าก็ยิ่งกัดกินร่างกายมากขึ้น
เริ่มมีทหารบางคนนั่งลงบนพื้น หนึ่งคน สองคนสามคน…
ความรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกนี้ทำให้พวกเขารู้สึกสบายมาก และทหารเริ่มนั่งลงบนพื้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
หันซุยรู้ดี ทันทีที่ทหารนั่งลง อาการเจ็บปวดที่ขาก็จะรุนแรงขึ้น ครั้นจะลุกขึ้นมาต่อสู้กับศัตรูอีกครั้งก็คงยากมาก
หากอธิบายแบบนักท่องเวลาอย่างเล่าเจี้ยง นี่คือการสะสมกรดแลคติกในกล้ามเนื้อที่เกิดจากการออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลานาน
หันซุยกำลังรอโอกาสกวาดล้างกองทัพทางการมาตลอด!
“ผู้บัญชาการเปียน ถึงเวลาแล้ว!”
เสียงตื่นเต้นของหันซุยดังเข้าไปในหูของเปียนจาง อีกฝ่ายยินดีขึ้นมาทันที
“ส่งสัญญาณ!”
เสียงดังสนั่นดังมาจากกองทัพซีเหลียง ทำเอาเตียวอุ๋นตกใจจนตัวสั่น
“เหวินไถ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ตรงไหนแย่แล้วหรือ!”
เตียวอุ๋นไม่สนใจแล้วว่ากองทัพซีเหลียงกำลังจะทำอะไร เขามองไปที่ซุนเกี๋ยนอย่างกระวนกระวาย
“ท่านดูทหารราบของเราสิ!”
ซุนเกี๋ยนไม่ได้หันมามองคนถามเลยสักนิด เขาหลับตาชี้ไปทางทหารราบที่อยู่ด้านหลัง
ตอนนี้เอง ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างเตียวอุ๋น
“นี่มัน?”
เตียวอุ๋นเห็นก็โกรธมาก ทหารทุกคนนั่งอยู่บนพื้น เหมือนท่าทางของคนที่จะต่อสู้ที่ไหนกัน?
“ใครให้พวกเจ้านั่ง? ลุกขึ้น! บอกให้ทุกคนลุกขึ้น!”
สิ้นเสียงเตียวอุ๋น รอบสารทิศก็มีเสียงตะโกนฆ่าดังเข้ามา
“ฆ่ามัน!”
“จับเป็นเตียวอุ๋น!”
โชคร้ายมักมาไม่หยุดหย่อน ในขณะที่เตียวอุ๋นยังคงหวาดกลัวกับเสียงตะโกนฆ่าทั่วทุกที่ ทหารม้าซีเหลียงที่อยู่เบื้องหน้าก็พุ่งเข้ามา!
“เฮ้ย! นี่ ๆ ๆ!”
เตียวอุ๋นตื่นกลัว สั่นไปทั้งร่าง หน้าซีดดุจคนตาย ตับไตปั่นป่วน!
เตียวอุ๋นในตอนนี้ปล่อยไก่ออกมาหมดแล้ว และหวาดกลัวถึงขนาดลืมสั่งทหารให้ลุกขึ้นมาต่อต้าน!
เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนก ทหารข้างกายต่างเกรงกลัวศัตรูเหมือนกลัวเสือและทำอะไรไม่ถูกเพราะปฏิกิริยาของผู้นำ
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ! แม่ทัพโจว! รีบเข้าปะทะกับเปียนจางเร็ว!”
เสียงคำรามน่าตกใจดังขึ้นข้างหูเตียวอุ๋น เป็นซุนเกี๋ยนนั่นเอง! พยัคฆ์แห่งกังตั๋งเป็นฝ่ายออกคำสั่งแทนในช่วงเวลาวิกฤต
เสียงคำรามนี้ทำให้เตียวอุ๋นได้คว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ และหาที่พึ่งคนสำคัญเจอ!
ใช่! ใช่แล้ว! ต้องสู้กลับ
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ! รีบโจมตีเร็ว”
เตียวอุ๋นรีบตะโกนใส่ตั๋งโต๊ะด้วยความกระวนกระวายใจ ในแววตามีทั้งความร้อนรน หวาดกลัว แม้กระทั่งขอร้องระคนกัน
เตียวอุ๋นไม่กังวลเรื่องโจวเซิ่น เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจฝ่าฝืนคำสั่ง มีเพียงแม่ทัพปราบเถื่อนเท่านั้น!
ตั๋งโต๊ะในตอนนี้ทั้งอยากจะหัวเราะ และร้องไห้ไปพร้อม ๆ กัน
คำสั่งโง่ ๆ และท่าทางหวาดกลัวของเตียวอุ๋น ทำให้เขาหัวเราะลั่น!
เดิมทีตั๋งโต๊ะไม่ชอบเตียวอุ๋นอยู่แล้ว คิดว่าอีกฝ่ายเป็นข้าราชการพลเรือน ไม่มีความสามารถในการนำทัพ ไม่มีทางสร้างผลงานได้แน่!
ตามคาด ครั้งแรกที่นำรบก็ทำให้กองทัพนับแสนคนเข้าไปสู่หนทางแห่งความตาย!
แต่ลองคิดอีกมุมหนึ่ง ตั๋งโต๊ะเองก็ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงเช่นกัน!
เปียนจางกับเป่ยกงปั่วอวี้พยายามหลอกล่อกองทัพทางการมาถึงที่นี่ จะไม่สร้างตาข่ายดักศัตรูได้อย่างไร และจะปล่อยไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ
แม้เตียวอุ๋นจะเป็นผู้บัญชาการสงครามในครั้งนี้ แต่หากสูญเสียกองกำลังแสนนายไปทั้งหมด ตั๋งโต๊ะที่เป็นผู้ช่วยจะไม่มีส่วนรับผิดชอบด้วยหรอกหรือ?
แม่ทัพปราบเถื่อนเข้าใจความจริงข้อนี้ดี มาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก รู้สึกเหมือนทำร้ายผู้อื่น แต่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ อย่าได้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนจนทำเสียการใหญ่ของบ้านเมือง!”
ซุนเกี๋ยนเห็นตั๋งโต๊ะนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน ก็เอ่ยปากขอร้องอีกครั้ง
แม่ทัพปราบเถื่อนอาศัยอยู่ในซีเหลียง มีประสบการณ์ต่อสู้กับชนเผ่ามากมาย ทหารม้าเหล่านี้ต้องการเขา ไม่เช่นนั้นพยัคฆ์แห่งกังตั๋งคงลุยเองแล้ว!
ตั๋งโต๊ะกดคางลง เขาไม่สนใจเตียวอุ๋น แต่ถือเสียว่าไว้หน้าซุนเกี๋ยน
โจวเซิ่นนำกองทัพบุกไปข้างหน้าแล้ว หากตัวเองเพิกเฉยไม่สนใจ ก็ยิ่งไม่สมเหตุสมผล
“ขุนพลอาสาซุน การซุ่มโจมตีด้านหลังฝากเจ้าด้วยแล้วกัน!”
“ทหารทั้งหลาย ตามข้าไปโจมตีทัพกบฏ!”
ตั๋งโต๊ะไม่หวาดกลัวกับเหตุการณ์เช่นนี้ แม้จะถูกล้อม ฝ่ายตนก็ยังมีกองทัพแสนนาย จะถูกกวาดล้างไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
ด้วยเสียงคำรามดังสนั่น เขาเร่งรุดบุกไปข้างหน้า ตรงไปหาเปียนจาง!
ทันทีที่ทหารม้าจากทั้งสองฝ่ายปะทะ ก็พุ่งเข้าชนจนล้มระเนระนาดทันที!
เผชิญหน้ากันในที่คับขัน ผู้กล้าเท่านั้นจึงจะชนะ ทหารม้าพุ่งตรงเข้าปะทะฝ่ายศัตรูโดยไม่มียุทธวิธีหรือรูปแบบใด ๆ เลย
“ฆ่ามัน! ทหารทั้งหลาย ฆ่าพวกมันให้หมด!”
“ลุยเข้าไป ทหารทั้งหลาย เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ!”
“ต้องชนะ!”
“สู้ตาย!”
ขุนพลทั้งสองฝ่ายไม่ลืมที่จะกระตุ้นทหารของตนในระหว่างการสู้รบ ทั้งสองฝ่ายล้วนเป็นทหารยอดเยี่ยม ยากจะแยกได้ว่าใครเก่งกาจกว่าผู้ใด
“แม่ทัพเตียว รีบรวบรวมทหารต่อสู้กับการซุ่มโจมตีทางด้านหลัง!”
เสียงคำรามของซุนเกี๋ยนปลุกให้เตียวอุ๋นที่ตกใจกับฉากสงคราม แต่สายตาเตียวอุ๋นที่มองซุนเกี๋ยนยังมีความสับสนอยู่
ข้าเป็นใคร ข้าอยู่ที่ไหน? ข้ากำลังทำอะไร?
สมองของเตียวอุ๋นสูญเสียความสามารถในการคิดไปแล้ว ภาพเลือดสาดตรงหน้ากระตุ้นจิตใจเขาอย่างจัง
บัณฑิตที่ได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื๊อคนหนึ่ง ไม่สามารถยอมรับฉากนองเลือดเช่นนี้ได้เลย
“แม่ทัพเตียว! ใต้เท้าเตียว! เตียวอุ๋น!”
ตอนนี้ซุนเกี๋ยนเป็นเหมือนมดที่อยู่บนหม้อร้อน เพลานี้เป็นช่วงเวลาวิกฤตสุด ๆ แล้ว แต่ในฐานะแม่ทัพผู้บัญชาการ เตียวอุ๋นยังงุนงงอยู่
“เตียวอุ๋น! เจ้าอยากเห็นทหารถูกสังหารหมู่หรือ!”
เสียงคำรามทำให้เขาตื่นจากจินตนาการอีกครั้ง แต่ต่อให้สติกลับมา สิ่งที่เห็นตรงหน้ายังอยู่เหนือความสามารถของเขา
“กะ… กุน.. ซือซุน…”
“ขะ… ขะ… ข้า…”
ซุนเกี๋ยนเป็นเหมือนดังไฟที่ลุกโหมอยู่แล้ว แต่ท่าทางอึก ๆ อัก ๆ ทำให้ไฟลุกประกายขึ้นมาทันที และคว้าคอเสื้อเตียวอุ๋นทันที
“ทำอะไรของเจ้า! ยังไม่ออกคำสั่งอีก!”
เตียวอุ๋นไหนเลยจะเคยเห็นขุนพลอาสาเป็นแบบนี้ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความตกใจ
“กะ… กุนซือซุน เจ้า เจ้ามาบัญชาการ ข้าจะฟังเจ้า…”
สายตาซุนเกี๋ยนเต็มไปด้วยความผิดหวัง เขากัดฟันจนเกิดเสียงดังกรอดแล้วปล่อยเตียวอุ๋น ก่อนพุ่งตรงไปด้านหลัง
“ซุน…”
เตียวอุ๋นยังอยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีเสียงเล็ดลอดออกมา เหลือแค่ตัวเองที่ทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่เดิม