ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 100 ข้าไปรับของที่เรือนท่าน
บทที่ 100 ข้าไปรับของที่เรือนท่าน
“ใช่แล้ว ข้าไปเอาของที่เรือนของจูต้าเหนียงเองก็ได้ ท่านว่าอย่างไร?” กานอี้เซียนมองมาที่นางอย่างจดจ่อ
เย่อวี๋หรานมองตอบแล้วก็ต้องประหลาดใจที่พบว่ากานอี้เซียนตัวจริงหล่อเหลากว่าในความฝันของนางมากนัก ทั้งคิ้ว ดวงตา จมูก และริมฝีปาก ราวกับว่าวาดออกมาตามความชอบของนางเลยทีเดียว
โดยเฉพาะลักยิ้มตรงมุมปาก เขายิ้มขึ้นมาคราใดก็จะปรากฏขึ้นมาให้เห็น แลดูเหมือนเด็ก ๆ ยิ่งนัก ชวนให้คนเห็นแล้วอยากลองจิ้มดูสักที
“จูต้าเหนียง?”
“หา! เจ้าว่าอะไรนะ?” เย่อวี๋หรานได้สติกลับมา ในใจมีความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งอุบัติขึ้น ไม่กระมัง นางถึงขั้นมองหน้าเขาแล้วตกอยู่ในภวังค์เลยหรือ?!
เห็นทีนางคงต้องการผู้ชายจริง ๆ สินะ
น่าเสียดายที่เขาอายุน้อยไปหน่อย เป็นลูกชายของเจ้าของร่างเดิมนี้ได้เลย ไม่อย่างนั้น…
ครั้นนึกถึงตัวตนเบื้องหลังที่ซับซ้อนของใครบางคน เย่อวี๋หรานก็สลายความคิดนั้นไปทันที
“ข้าอยากไปรับของที่เรือนของจูต้าเหนียงเอง ท่านตกลงหรือไม่?” กานอี้เซียนอยากทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจ แต่กลับไม่อาจปิดบังความสนใจลึก ๆ ได้ อย่างไรเสียเขาก็เน้นย้ำหลายรอบแล้ว
“ให้ข้าไปส่งให้เจ้าเถอะ อย่างไรเสียช่วงนี้ข้าว่าง ๆ ทั้งยังอยากจะขึ้นเขาไปพอดี”
“แต่ว่า…”
“เอาตามนี้ก็แล้วกัน”
“แต่…”
เย่อวี๋หรานไม่รอให้เขาพูดจบก็เปลี่ยนประเด็นทันที “จริงสิ ตอนที่เจ้าอาศัยอยู่บนเขา เคยเห็นพืชที่ออกผลเป็นเมล็ดเล็ก ๆ หรือไม่? ขนาดเล็กประมาณเท่านี้” นางกะขนาดให้ดู “ลักษณะเป็นผลกลม ๆ ตอนที่ยังไม่สุกจะเป็นสีเขียว พอสุกแล้วจะเป็นสีเหลือง ปกติจะออกดอกช่วงเดือนหกหรือเดือนเจ็ด ช่วงเดือนเจ็ดถึงเดือนเก้าจึงจะออกผล…”
กล่าวถึงตรงนี้ นางก็หยุดไปเล็กน้อย
“ไม่ถูกสิ อันนั้นคือหลังจากแกะออกมาจากฝักแล้วต่างหาก ถ้ายังไม่ได้แกะออกมาจากฝัก มันจะเกิดขึ้นตามต้นไม้เตี้ย ๆ ขนาดเท่านี้” เย่อวี๋หรานชี้ไปที่ระดับขาของตนเอง “เป็นไม้พุ่มที่มีลำต้นตั้งตรง ส่วนข้างบนจะทอดยอดพันกันอยู่ ออกผลเป็นฝักยาว มีขนแข็งสีน้ำตาลปกคลุมอยู่ ใบประกอบขึ้นจากใบย่อยสามใบ มีลักษณะกลมรี ปลายแหลม มีขนอ่อนสีเหลือง…”
กานอี้เซียนมีสีหน้าว่างเปล่า
เย่อวี๋หรานถอนหายใจ นางว่าแล้วเชียว ถั่วเหลืองไม่น่าหาพบได้ง่ายดายเพียงนั้น
กานอี้เซียนกะพริบตาปริบ ๆ “บนเขามีพืชที่ออกผลคล้ายฝักถั่วอยู่มากมาย ไม่อย่างนั้น ข้าเก็บมาให้ท่านดูเองว่าเป็นอันไหนดีหรือไม่?”
“นี่จะรบกวนเกินไปหรือเปล่า?” เย่อวี๋หรานสองจิตสองใจ
ถึงนางจะอยากทำซีอิ๊วแค่ไหน แต่การที่จะต้องรบกวนคนอื่นเช่นนี้คงไม่ดีกระมัง?
“ไม่เป็นไร ภูเขาแถบนี้ไม่มีใครคุ้นเคยไปกว่าข้าอีกแล้ว ถ้าท่านอยากได้อะไรก็มาหาข้าได้เลย ไปหาคนอื่นไม่แน่ว่าจะหาเจอ” ในฐานะที่เป็นถู่ตี้เฉิน กานอี้เซียนยังมีความมั่นใจในเรื่องนี้อยู่
“ก็ได้ เจ้าหาก็แล้วกัน ข้าอยากได้แบบนี้” เย่อวี๋หรานพูดอีกครั้งแต่ละเอียดกว่าเดิม
กานอี้เซียนฟังพลางผงกศีรษะ
ฟังจากคำบรรยายของนาง ภาพของพืชชนิดนี้ในหัวเขาก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
“ที่แท้ท่านหมายถึงอันนั้นเอง…” เขาแจ่มแจ้งทันใด ชี้นิ้วไปทางฝั่งหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ทางนั้นมีอยู่เยอะเลย ไม่รู้ว่าจะใช่ถั่วเหลืองที่ท่านพูดถึงหรือไม่ ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่ ท่านจะไปดูด้วยกันเลยไหม?”
“บังเอิญขนาดนี้เชียว?” เย่อวี๋หรานตะลึง
“แค่ก ๆ บังเอิญจริง ๆ นั่นแหละ ไก่ป่าสองตัวนี้ก็จับมาจากทางนั้น…” กานอี้เซียนหน้าแดง
อย่างไรก็คงจะพูดออกมาไม่ได้ว่าเขาเป็นถู่ตี้เฉิน พื้นที่แถบนี้ล้วนอยู่ในการรับรู้ของเขาทั้งหมด
เย่อวี๋หรานรู้สึกว่าคราวนี้สวรรค์ช่างดลให้นิ้วทองคำของนางแสดงอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่จริง ๆ แทบกล่าวได้ว่าอยากได้อะไรก็ได้สิ่งนั้นทันที
หรือนี่ก็คือข้อได้เปรียบของการเป็นคนที่ย้อนยุคมา?
นางตามกานอี้เซียนไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว
ค่อย ๆ ออกห่างจากทางสายหลัก ฝ่าเข้าไปในดงไม้รกชัฏข้างทาง
นางรู้สึกกินแรงอยู่บ้าง แต่กานอี้เซียนกลับเดินตัวปลิว ชายแขนเสื้อกว้างและชายชุดยาวปัดผ่านต้นหญ้าไปเบา ๆ แต่กลับไม่ถูกกิ่งไม้ใบหญ้าเกี่ยวไว้แม้แต่น้อย
กลับเป็นเย่อวี๋หรานที่เดินตามมาข้างหลัง บางครั้งชายกระโปรงก็จะถูกอะไรบางอย่างเกี่ยวเอาไว้ ต้องหยุดดึงออกอยู่เป็นระยะ
กานอี้เซียนคล้ายจะไม่สังเกตพบความผิดปกตินี้ เขามุ่งหน้าเดินต่อไป
เย่อวี๋หรานลอบสังเกตชายชุดคลุมของเขาอย่างเงียบ ๆ แล้วมองชายกระโปรงของตัวเอง หรือว่าชุดที่เขาสวมอยู่เป็นผ้าแพรไหมจึงค่อนข้าง ‘ลื่น’ กว่าอย่างนั้นหรือ?
“ถึงแล้ว”
ขณะที่นางใจลอยอยู่นั้น ก็พลันได้ยินใครบางคนพูดขึ้น
เย่อวี๋หรานรีบสืบเท้าขึ้นหน้า ตามเขาอ้อมต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งไปก็เห็นว่าด้านหลังนั้นป่าไม้เปลี่ยนเป็นบางตาขึ้นมา เผยให้เห็นพุ่มไม้เป็นแผ่นผืน
“ตรงไหน?” นางยังคงมองไม่เห็น
กานอี้เซียนเดินฝ่าเข้าไปในดงพุ่มไม้ ชี้ไปที่พุ่มไม้หนึ่งในนั้น “ใช่อันนี้หรือไม่? ออกผลเป็นฝัก ท่านลองดูเมล็ดข้างในว่าใช่ถั่วเหลืองที่ท่านพูดถึงหรือเปล่า?”
เย่อวี๋หรานมองต่ำลงไปก็เห็นว่าภายใต้การบดบังของพุ่มไม้เหล่านั้น ต้นถั่วเหลืองเล็ก ๆ ต้นหนึ่งเติบโตขึ้นอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ บนนั้นเต็มไปด้วยฝักสีเขียวปนเหลือง
ที่แท้พวกมันก็เติบโตอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้รก ๆ นี่เอง ถ้าไม่สังเกตให้ละเอียดก็คงนึกไปว่ามันคือพุ่มไม้สีเหลืองทั่วไปเสียอีก
“ใช่อันนี้หรือไม่?” กานอี้เซียนถามอีกครั้ง
เย่อวี๋หรานเดินเข้าไปเด็ดฝักถั่วที่มีรอยแตกเล็กน้อยออกมา แล้วหยิบเมล็ดในนั้นขึ้นมาโยนใส่ปาก
“เฮ้ย ทำไมท่านกินเสียแล้ว?” กานอี้เซียนตกอกตกใจ
เย่อวี๋หรานชิมรสชาติเล็กน้อยก็คายออกมา “อืม อันนี้ก็คือถั่วเหลือง ต้องขอบคุณเจ้า คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเคยเห็นมันมาก่อนจริง ๆ”
นางมองไปทางกานอี้เซียนด้วยความอัศจรรย์ใจเล็กน้อย รู้สึกว่าคนหนุ่มผู้นี้คือขุมทรัพย์ที่ซุกซ่อนอยู่ดี ๆ นี่เอง
บรรพบุรุษของครอบครัวเขาคงไม่ได้ทำงานอยู่ในกรมโยธาหรือกรมทะเบียนราษฎร์หรอกกระมัง?
เย่อวี๋หรานไม่ค่อยรู้รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างราชสำนักในยุคนี้มากนัก ไม่รู้ว่าแผนกเกษตรกรรมสังกัดอยู่ในกรมกองใด แต่ก็พอจะเดาออกว่าสมควรเป็นกรมที่มีความเกี่ยวข้องกัน อย่างไรเสียการเกษตรก็เกี่ยวพันไปถึงเรื่องการบุกเบิกที่ดิน การเพาะปลูกและการจัดเก็บภาษี
พ่อหนุ่มคนนี้มีความรู้เกี่ยวกับพืชพรรณมากเช่นนี้ จะต้องเคยสัมผัสงานด้านนี้มาไม่น้อยแน่นอน
กานอี้เซียนยิ้มอย่างขัดเขิน “โชคดี แค่โชคดีเท่านั้น ตอนข้ามาจับไก่ป่าก็พบเข้าพอดี…จูต้าเหนียง ให้ข้าช่วยท่านเก็บหรือไม่ ท่านอยากได้ประมาณไหน?”
“แน่นอนว่ายิ่งมากยิ่งดี แต่ว่า…”
“แต่ว่าอะไร?”
เย่อวี๋หรานมองเขาอย่างจริงจังแล้วถามว่า “เจ้ามาช่วยข้าเช่นนี้ต้องการอะไรกันแน่?”
“หืม?”
“ข้าจะใช้ถั่วเหลืองไปทำอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก ขอเพียงจัดการได้ดีก็จะได้รับผลตอบแทนมหาศาล ดังนั้นข้าจึงคิดว่าสมควรพูดกับเจ้าให้ชัดเจน เลี่ยงไม่ให้ภายหลังเจ้าคิดว่าถูกข้าเอารัดเอาเปรียบ” เย่อวี๋หรานตระหนักดีว่าถ้านางทำซีอิ๊วออกมาได้จริง ๆ จะต้องได้รับผลกำไรงามยิ่งนัก
ของเจ็ดอย่างที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชาชน ได้แก่ ฟืน ข้าวสาร น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู และชา สิ่งของเหล่านี้ล้วนได้ใช้งานอยู่ทุกวัน
ขอเพียงขายได้ปริมาณมาก ต่อให้กำไรน้อยแต่จำหน่ายได้มากก็ยังคงทำเงินได้มหาศาลอยู่ดี
ถ้าอาศัยเพียงกำลังของครอบครัวสกุลจู เย่อวี๋หรานไม่คิดว่าจะทำได้ แต่ถ้ากานอี้เซียนที่มีเบื้องหลังเข้าร่วมด้วย เช่นนั้น…
คิดได้เช่นนี้ เย่อวี๋หรานก็มองตาเขาเขม็ง ถามอย่างจริงจังว่า “ข้าอยากรู้ว่าเจ้าต้องการอะไรกันแน่ ข้าจึงจะรู้ว่าขั้นต่อไปควรจัดการอย่างไร”
“เปล่า ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ข้าแค่…แค่อยากช่วยเหลือเล็กน้อย จริง ๆ นะ จูต้าเหนียง ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่น” กานอี้เซียนร้อนตัวยิ่งนัก ไม่กระมัง หรือว่านางรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว?!
เขาคิดทบทวนอย่างเร็วรี่ พยายามหาว่าตนเองแสดงพิรุธอะไรออกไป