ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 252 หลินซื่อจิตใจเย็นเยือก
บทที่ 252 หลินซื่อจิตใจเย็นเยือก
เย่อวี๋หรานรู้สึกแย่
ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนี้มาเป็นผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านได้อย่างไร
นางหยิบมีดออกมาจากในตะกร้าแล้วฟันลงบนเก้าอี้เสียงดัง
เสียงนี้ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลหลิวตกใจจนสะดุ้งโหยง
“ทำ ทำอะไรน่ะ?!”
“ข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถาม ข้ามาทำธุระ ไม่ได้มาฟังพวกท่านทะเลาะกัน พวกท่านจะวิวาทกันตอนไหนก็เป็นเรื่องของพวกท่าน แต่ต้องจัดการธุระให้ข้าก่อน” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างดุร้าย
ชั่วขณะนั้น เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสยังจะกล้าทะเลาะกันอีกหรือ ต่างก็รีบพูดว่า “เจ้าว่ามาเถอะ ว่ามาได้เลย”
“ใช่แล้ว เจ้าพูดมาเถอะ จัดการธุระย่อมเร่งด่วนกว่า”
หัวใจของทั้งคู่เต้นกระหน่ำ ตาจ้องเขม็งไปที่มีดบนเก้าอี้ รู้สึกว่าถ้าพวกเขาไม่ ‘ทำตัวดี ๆ’ พริบตาถัดไปมีดเล่มนั้นก็จะร่วงลงใส่ร่างของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น
“ก่อนผู้อาวุโสจะมา ข้าพูดไปแล้ว ลูกชายกับลูกสะใภ้ของข้าหายตัวไปในหมู่บ้านสกุลหลิว ตอนนี้ข้ามาหาคน” เย่อวี๋หรานจ้องพวกเขาพลางกล่าวว่า “ข้าไม่สนว่าเกิดอะไรขึ้น ข้ามีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวเท่านั้น ข้าต้องการเห็นเจ้าห้ากับสะใภ้ห้าบ้านข้าโดยเร็วที่สุด”
นางพูดพลางล้วงธูปแท่งหนึ่งออกมาจากในตะกร้า หักครึ่งแล้วจุดธูปทันที
“ถ้าข้าไม่ได้เห็นเจ้าห้ากับสะใภ้ห้าก่อนธูปครึ่งก้านนี้จะมอดดับ” เย่อวี๋หรานข่มขู่ “ผลลัพธ์เป็นอย่างไร พวกท่านคงรู้กระจ่างดีกว่าข้า”
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสกลืนน้ำลาย ไม่พูดซ้ำสองก็ลุกขึ้นเดินตรงออกไปนอกเรือน ตะโกนว่า “เจ้าใหญ่ เจ้าไปตายที่ไหนแล้ว? ยังไม่รีบยกพวกไปทวงคนที่เรือนหลิวต้าซุ่นอีก”
“บอกหลิวต้าซุ่นว่าพวกข้าเป็นคนพูด ถ้ากล้าไม่ส่งคนออกมา ข้าจะไล่พวกเขาออกจากหมู่บ้านสกุลหลิว”
“บอกให้หลิวต้าซุ่นพาแม่ของเขาไสหัวมาที่นี่ด้วย หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ถือมีดมาหาข้าถึงเรือนแล้ว ปัญหาที่พวกเขาเป็นคนก่อก็ให้พวกเขามาสะสางกันเอง”
“มารดามันเถอะ ใครมันจะไปตามเช็ดก้นให้พวกเขา?”
……
ภรรยาของเจ้าหน้าที่เห็นสามีของตนเองออกมาแล้วก็ค่อยวางใจได้เสียที เร่งก้าวเข้าไปตรวจดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่
เจ้าหน้าที่ไม่มีเวลามาสนใจนาง ไม่เพียงขานเรียกลูกชายของตนเองเท่านั้น แต่ยังเอ่ยชื่อผู้ชายร่างบึกบึนในหมู่บ้านอีกหลายคน บอกให้พวกเขาหยิบอาวุธติดไม้ติดมือไปทวงคนที่เรือนหลิวต้าซุ่น
ผู้อาวุโสยังเอ่ยขึ้นจากข้าง ๆ ว่า “ผู้ใดกล้าไม่จัดการเรื่องนี้ให้ข้าอย่างงาม ข้าจะเอาชีวิตมันผู้นั้น”
เมื่อยื่นคำขาดเช่นนี้ ชายร่างบึกบึนที่ถูกเอ่ยชื่อหลายคนก็ก้าวออกมาอย่างไม่เต็มใจ ตามหลิววั่งไฉลูกชายคนโตของเจ้าหน้าที่มุ่งหน้าไปยังเรือนหลิวต้าซุ่น
ทางด้านหลิวต้าซุ่น เขาได้รับข่าวตั้งแต่ตอนที่เย่อวี๋หรานเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว
เขารีบไปรายงานมารดาทันที คนหนุ่มคนเฒ่าทั้งครอบครัวล้วนเตรียมตัวพร้อมแล้ว รอให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มาเยือน ดูว่านางจะมาทวงลูกชายหรืออยากมายุ่งเรื่องชาวบ้านกันแน่
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า พวกเขารออยู่ทางนี้มาครึ่งค่อนวันแล้ว หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์กลับยังไม่มาเสียที?!
“นี่มันเรื่องอันใด? จากหน้าหมู่บ้านมาถึงเรือนพวกเราต้องใช้เวลามากขนาดนี้เชียวหรือ?” มารดาของหลิวต้าซุ่นถือมีดคอยท่าอยู่นานจนเริ่มเมื่อย
นางเอาแขนลง ใช้มืออีกข้างทุบแขนพลางบ่น
ส่วนที่ท้ายเรือน จูอู่และหลินซื่อถูกคนเอาสิ่งของอุดปากเอาไว้ มือทั้งสองมัดไพล่อยู่ด้านหลัง
ตั้งแต่ถูกคนจับได้จนถึงตอนนี้ พวกเขาไม่ได้ดื่มน้ำมานานแล้ว ทั้งหิวทั้งกระหาย
จูอู่นึกกล่าวโทษในใจ
บอกแล้วว่าให้ฟังมารดาเขา อย่ามายุ่งเรื่องนี้ แต่ภรรยาของเขาจะต้องยุ่งให้ได้ ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า?
ถูกจับขังไว้ที่นี่ทั้งคู่ คราวนี้สบายแล้วกระมัง?
หลินซื่อเองก็รู้สึกแย่ หลังจากพวกเขาถูกจับ พี่สาวของนางใช่ว่าจะไม่เห็น ทว่าตั้งแต่ถูกขังมาจนถึงตอนนี้ พี่สาวกลับไม่โผล่หน้ามาเลยสักครั้ง
พี่สาวนางไม่รู้เลยหรือว่านางมาเพื่อใครกัน?
แต่สิ่งที่หลินซื่อคิดไม่ถึงยิ่งกว่าก็คือ พี่สาวของนางไม่เพียงไม่โผล่หน้ามา แต่เมื่อหลานสาวทั้งสามของนางแอบเอาน้ำมาส่งให้ก็ยังถูกหลินต้าเม่ยขวางไว้
ถึงจะมองไม่เห็นคน แต่นางก็ได้ยินเสียงพี่สาว “พวกเจ้าทำอันใด?”
เด็กหญิงทั้งสามเมื่อเห็นว่าเป็นมารดาก็พากันห่อไหล่ด้วยความหวาดกลัว “ท่านแม่…”
หลินต้าเม่ยมองปราดเดียวก็เห็นถ้วยในมือของลูกสาวคนโต นางรีบแย่งคืนมาทันที “ผู้ใดให้พวกเจ้าขโมยน้ำ? บอกพวกเจ้าตั้งกี่ครั้งแล้วว่าพวกเจ้าเป็นเด็กผู้หญิง ต้องระวังวาจาความประพฤติของตัวเองให้มาก ตอนเล็กขโมยเข็ม โตมาก็ควรจะเลิกได้แล้วกระมัง?”
“ไม่ใช่นะ ท่านแม่ พวกข้าแค่…อยากส่งน้ำให้ท่านน้ารองเจ้าค่ะ” ลูกสาวคนรองเอ่ยเสียงเบาหวิว
“ไม่ให้ส่ง” หลินต้าเม่ยกล่าว “ไม่กลัวว่าย่าของพวกเจ้ามาเจอเข้าแล้วเอาพวกเจ้าไปขายหรือไร รู้จักทำตัวสงบเสงี่ยมให้ข้าเสียบ้าง”
ภายในเล้าหมูที่ว่างเปล่า หลินซื่อที่เหม็นจนแทบจะเป็นลมไปแล้วถึงกับจิตใจเย็นเยือก
นี่คือพี่สาวของนางงั้นหรือ?!
ข้ามาหมู่บ้านสกุลหลิวก็เพื่อนาง แต่นางกลับทำกับข้าเช่นนี้?!
หลินซื่อได้ยินแล้ว จูอู่ก็ย่อมได้ยินเช่นกัน เขาหันมาถลึงตาใส่หลินซื่อ เห็นหรือยัง นี่ก็คือพี่สาวของเจ้า!
หลินซื่อไม่กล้ามองเขา นางน้อยใจจนขอบตาแดงก่ำ ตกลงแล้วนางมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่?
หลิวต้าซุ่นจะทราบได้อย่างไรว่าทำไมหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จึงมาไม่ถึงเรือนเขาเสียที? เขารอจนเริ่มเมื่อยแล้วจึงวางจอบที่ยกค้างไว้รอท่าลงมา “ท่านแม่ พวกเราไปดูสักหน่อยดีหรือไม่ขอรับ?”
“เจ้าไปดู ที่เรือนก็ไม่มีผู้ชายแล้ว ด้วยนิสัยของพ่อเจ้า เจ้าคิดว่าเขาใช้การได้งั้นหรือ?” มารดาของหลิวต้าซุ่นกล่าวพลางถลึงตาใส่สามีของตัวเอง
พ่อเฒ่าหลิวเงียบปากไม่เอ่ยคำ เอาแต่แบกจอบยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูเรือน
เขายกมานานพอสมควรแล้ว แขนเริ่มเมื่อย จึงเอียงไปพิงผนังเล็กน้อย
แม้จะเป็นเช่นนี้ มารดาของหลิวต้าซุ่นเห็นเข้าก็ยังตำหนิเขา ด่าว่าเขาไร้ประโยชน์ แค่จอบยังยกไม่ขึ้น ไม่รู้ว่ามีชีวิตต่อไปยังจะมีความหมายอันใด
พ่อเฒ่าหลิวชะงัก “…”
“แต่พวกเราเอาแต่รอกันอยู่ตรงนี้ก็ไม่ใช่วิธีการที่ดีเลยนะขอรับ” หลิวต้าซุ่นมองไปยังน้องชายคนรองและสะใภ้รองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เหมือนจะนึกอะไรออก “ท่านแม่ ยังมีพวกน้องรองอยู่นี่นา ท่านพ่อแก่แล้วใช้การไม่ได้ แต่น้องรองคงจะรับมือได้สักพักกระมัง”
น้องชายได้ยินก็รีบกล่าว “ไม่ได้หรอก นี่เป็นเรื่องของพี่ใหญ่ ถ้าท่านไม่อยู่ด้วย ข้าอยู่ตรงนี้จะช่วยอะไรได้?”
“ใช่แล้ว สามีข้าผอมแห้งแรงน้อยแบบนี้จะไปมีเรี่ยวแรงสู้พี่ใหญ่ได้อย่างไร” สะใภ้รองช่วยพูดอยู่ข้าง ๆ “ท่านแม่ ข้าว่านะ ถ้าจำเป็นต้องไปสืบข่าวจริง ๆ ให้ข้ากับสามีไปจะดีกว่า…”
“เฮอะ! ให้พวกเจ้าไป ประเดี๋ยวจะกลับมาหรือเปล่าก็ยังพูดยาก” หลิวต้าซุ่นจะไม่รู้เชียวหรือว่าสองสามีภรรยาคิดอะไรอยู่ เขาแค่นหัวเราะเสียงเย็นคราหนึ่ง
เจ้าเด็กนี่ถือดีที่ตนเองมีลูกชายคนหนึ่งแล้ว แอบเยาะเย้ยลับหลังเขาว่า เขา ‘ไร้น้ำยา’ มีลูกสาว แต่ไม่มีลูกชายสักคน
ถ้าไม่ใช่เพราะหม่าซานเหนียงตั้งครรภ์ มารดาก็ชราแล้ว จึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันข้างหน้ายังต้องให้เขาเลี้ยงดูยามแก่เฒ่า (เพราะยุคสมัยนี้ บิดามารดาล้วนอาศัยอยู่กับลูกชาย) เกรงว่ามารดาของเขาจะยืนอยู่ฝั่งไหนก็ยังไม่แน่
มารดาของหลิวต้าซุ่นปกติก็ค่อนข้างโปรดปรานลูกชายคนรอง แต่นางไม่มีทางเลือกนี่นา ผู้ใดใช้ให้เจ้าใหญ่ไม่มีลูกชาย นางกลัวว่าลูกชายคนโตไม่มีทายาทสืบทอด ไม่ยอมเลี้ยงดูนางยามแก่นี่นา?
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ลูกชายของเจ้าใหญ่ปรากฏเงาให้เห็นแล้ว นางจึงรีบปรับเปลี่ยนท่าที วางตนให้สมตำแหน่ง ยืนอยู่ฝ่ายลูกชายคนโต
“เจ้ารอง พี่ชายเจ้าพูดถูก พวกเจ้าสองคนอยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”
“ปกติพวกเจ้าไม่เคารพพี่ใหญ่ของตัวเองก็ช่างเถอะ แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงเรื่องลูกชายของพี่ใหญ่ของพวกเจ้า อย่ามาสร้างปัญหาในเวลาสำคัญเช่นนี้”
“ถ้าเรื่องนี้จัดการได้ดีก็เป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้าเหมือนกันไม่ใช่รึ?”
……