ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 378 ทุกคนมองมาด้วยสายตาเคลือบแคลง
บทที่ 378 ทุกคนมองมาด้วยสายตาเคลือบแคลง
ครั้นเขาด่าไปเช่นนี้ คนรอบข้างก็หยุดชะงัก “โธ่ เจ้าพูดอะไรเช่นนั้นเล่า? พวกเราตีคนผิดก็เป็นความผิดของพวกเราเอง พวกเราก็ขอโทษเจ้าไปแล้ว แล้วเจ้าจะมาด่าคนไปทำไมเล่า? เป็นเจ้าที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ วิ่งวุ่นไปมาในหมู่บ้านสกุลจูของพวกเรา เจ้าจะยังมาโทษคนอื่นได้อีกหรือ?”
“ใช่ ได้ยินว่าหญิงปากสว่างถูกคนวางยาพิษ เจ้าก็พูดเองไม่ใช่หรือ?”
“ยามปกติเจ้าไม่มา หญิงปากสว่างก็ไม่เคยถูกวางยาพิษ ทำไมเจ้ามาครั้งเดียว นางก็ถูกวางยาพิษเลยเล่า จะเข้าใจผิดก็ไม่แปลก”
“ตอนนี้หญิงปากสว่างน่าจะอยู่กับหมอแล้วไม่ใช่หรือ? เจ้าเป็นพี่ชายนางไม่เฝ้าคนให้ดี ถ้าเป็นห่วงแล้วทำไมยังวิ่งเข้ามาในบ้านคนอื่นเล่า? คงไม่ใช่ว่าคิดจะมาขโมยของหรอกกระมัง?”
……
จู่ ๆ ก็พบว่าตัวเองถูกตีผิดตัว ไม่ว่าใครก็ไม่อาจทนได้
นอกจากนี้ คนกลุ่มนี้ยังจะมาเจ้าพูดหนึ่งประโยค ข้าพูดหนึ่งประโยคอีก หา ‘ข้อแก้ตัวทุกข้อ’ ขึ้นมาอ้าง
อย่างไรก็มีความหมายเดียว คือถ้าจ้าวกุ้ยเซิงไม่ ‘ทำตัว’ ให้ทุกคนเข้าใจผิด ทุกคนจะตีเขาหรือ? แน่นอนว่าเป็นจ้าวกุ้ยเซิงที่มีความผิด ทั้งยังถูกตีอีก
“พวกเจ้า…พวกเจ้า…” จ้าวกุ้ยเซิงตัวคนเดียว เป็นพวกเดียวกับฝ่ายตรงข้ามเสียที่ไหน รู้สึกโกรธจนทนไม่ไหว “พวกเจ้าพูดมั่วซั่วแล้ว ใครขโมยของกัน? ข้ากลับมาเอาผลไม้มีพิษ ผลไม้ที่หญิงปากสว่างกินมีพิษ หมอต้องการตรวจสอบ ถ้าพวกเจ้ายังทำให้การรักษาของหญิงปากสว่างล่าช้า หากนางเป็นอะไรไป ข้ากับพวกเจ้าคงไม่จบกันแค่นี้…”
“เช่นนั้นยังจะรออะไรอยู่เล่า รีบไปเอามาสิ” ในกลุ่มคนมีคนตะโกนขึ้นมา “เจ้าก็จริง ๆ เลย เรื่องสำคัญเช่นนี้ก็ไม่พูดให้เร็วกว่านี้” ได้แต่โวยวายรีบให้คนไปเอา ‘ผลไม้มีพิษ’ มาไว ๆ เพื่อรักษาหญิงปากสว่าง
จ้าวกุ้ยเซิงข่มอารมณ์ในใจไว้ เรียกได้ว่ารู้สึกอัดอั้นตันใจเป็นล้นพ้น ข้าก็กลับมาเอาของ ไม่ใช่ว่าถูกพวกเจ้าขวางไว้ตรงนี้หรอกหรือ?
ทว่าอีกฝ่ายมีคนมาก เขาจึงไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ทั้งกังวลเรื่องชีวิตของหญิงปากสว่าง ทั้งยังถูกคนอื่นชักนำ ได้แต่พาจูหย่งหนิงกลับไปเอา ‘ผลไม้มีพิษ’
จูหย่งหนิงเห็นว่าเรื่อง ‘สวมหมวกเขียว’ เป็นเรื่องเข้าใจผิด จึงโล่งใจ และขณะที่ช่วยพยุงพี่เขยกลับเรือนก็อธิบายให้คนรอบข้างฟังไปด้วย
เขาไม่ได้ถูกคนสวมหมวกเขียวจริง ๆ และเรื่อง ‘ชายชู้’ เป็นเรื่องเข้าผิด
คนคนนี้เป็นพี่เขยของเขาจริง ๆ รบกวนทุกคนช่วยกระจายข่าว อย่าให้คนอื่นเข้าใจผิดต่อไป
“ก็เป็นเช่นนี้เอง” ครั้นกลับถึงเรือนหญิงปากสว่าง จ้าวกุ้ยเซิงมองไปบนโต๊ะ รวมทั้งพริกสีแดงที่วางอยู่ก็โกรธจนร้องออกมา
เรื่องทั้งหมดล้วนเกิดจากของสิ่งนี้ เขาโยนมันลงพื้น ก้าวเข้ามาข้างหน้า และใช้เท้ากระทืบไปหลายครั้ง
“ไอ้หยา อย่าเหยียบสิ ช่วยคนสำคัญกว่า”
มีคนผลักเขาออกราวกับต้องการ ‘กู้สถานการณ์’ แล้วหยิบพริกแดงวิ่งออกไปข้างนอก
“ท่านบาดเจ็บอยู่ ช้าลงหน่อยเถอะ ข้าจะไปส่งให้ก่อน”
“ข้าไปด้วย”
……
ทั้งสองคนเคลื่อนที่อย่างว่องไว คว้าเอาของและวิ่งออกไปจากเรือนทันที
จูหย่งหนิงมองพี่เขยที่ได้รับบาดเจ็บก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเป็นอย่างยิ่ง “พี่ใหญ่ ท่านจะรออยู่ที่บ้านหรือไปหาหมอด้วยกัน?”
“แน่นอนว่าข้าจะไปหาหมอ ข้าเป็นห่วงนาง”
จูหย่งหนิงไม่รู้จักพริกแดงว่ามันคืออะไร เห็นว่ามันดูแปลก สงสัยว่าของสิ่งนี้เป็นจ้าวกุ้ยเซิงที่เอามา จึงถามออกไปหลายประโยค
จ้าวกุ้ยเซิงไม่ได้คิดอะไรมากจึงตอบออกไป “โธ่…ไม่ใช่ว่าหญิงปากสว่างเป็นคนเอามาเองหรอกหรือ บอกว่าเคยเห็นคนในหมู่บ้านพวกเจ้ากินก็เลยเอากลับมาลองชิมดูนี่? ยังดีที่ข้าไม่ได้กิน ไม่เช่นนั้นข้าก็คงโดนวางยาพิษไปด้วยแล้ว…”
คนพูดเช่นนี้ แต่จูหย่งหนิงกลับไม่เชื่อ
ของสิ่งนี้มีคนในหมู่บ้านของพวกเขาเคยกินหรือ? เขายังไม่รู้ แล้วหญิงปากสว่างจะรู้ได้อย่างไร?
ยามนี้พวกหลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อที่มาดูเรื่องสนุก ได้มาถึงประตูหน้าเรือนของหมอชาวบ้านแล้ว
ไม่นานนักก็ได้ยินเรื่องสนุกไม่น้อย แต่ฟังไปฟังมา ‘เรื่องสนุก’ นี้เกี่ยวกับบ้านตนด้วยหรือ?
“หมายความว่าอย่างไร? หญิงปากสว่างถูกวางยาพิษแล้วเกี่ยวอะไรกับแม่สามีข้า?” หลี่ซื่อได้ยินก็ชะงักและรีบโดดออกไปทันที
“ไอ้หยา ไม่ใช่พวกเราที่พูด เป็นหญิงปากสว่างต่างหากที่พูด นางส่งเสียงโวยวายกับหมออยู่ทางนั้น” คนผู้นั้นเห็นพวกลูกสะใภ้สกุลจูก็กินปูนร้อนท้อง รีบตอบปัญหาให้กระจ่าง
ล้อกันเล่นหรือ ข้ามาดูเรื่องสนุกไม่ได้มาหาเรื่องโดนด่านะ
อย่าว่าแต่หลี่ซื่อที่ได้ฟังแล้วโกรธ หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ และหลินซื่อที่ได้ยินแล้วก็เต็มไปด้วยโทสะ “วันนี้แม่สามีข้าอยู่ในเรือนทั้งวัน ไม่แม้แต่จะเจอหน้าหญิงปากสว่าง แล้วจะไปวางยาพิษนางได้อย่างไร?”
“นางหมายความว่าอย่างไร?! แม่สามีข้าเป็นคนเช่นนั้นหรือ? ถ้าแม่สามีข้าจะฆ่านาง คงใช้มีดไปตรง ๆ แล้ว ทั้งสะอาดและหมดจด จะมาใช้ยาพิษอะไรกัน? ใช้พิษก็ไม่แน่ว่าจะตายด้วยซ้ำ”
“ใช่ แม่สามีข้าเป็นคนเช่นไรพวกเจ้ายังไม่รู้ชัดหรือ? แม่สามีข้ามีนิสัยเช่นนั้น ถ้าคนไม่ไปยั่วโมโหนาง นางจะไปจัดการคนอื่นหรือ? หญิงปากสว่างไม่พูดหรือว่าไปทำอะไรมา ถึงได้ทำให้แม่สามีข้าโกรธจนคิดอยากวางยาพิษฆ่านาง?”
……
เจ็ดปากแปดลิ้น[1] ปกป้องเย่อวี๋หราน ไม่ให้ใครพูดว่าร้ายแม่สามีของพวกนาง
ปกติแล้วพวกนางจะบ่นกันเองในที่ส่วนตัว แต่คนนอกจะมาพูดเช่นนั้นไม่ได้
ถึงแม่สามีจะไม่ดีอย่างไร แต่จะไม่ดีกับพวกนางเชียวหรือ?
จะมีลูกสะใภ้สกุลไหนสามารถถือเงินไว้ในมือได้อย่างสกุลของพวกนางเล่า เพราะข้อนี้ ในเชิงเขาไท่ตังจึงไม่มีใครเทียบได้
หญิงปากสว่างได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอก เมื่อเห็นว่าพวกลูกสะใภ้ของเย่อวี๋หรานอยู่ที่นี่ แต่กลับไม่เห็นใบหน้าของเย่อวี๋หราน นางก็ตะโกนเสียงดัง “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นอยู่ไหนเล่า? ไปเรียกหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นมา นางต้องเป็นคนวางยาพิษเพื่อฆ่าข้าแน่ วางยาพิษข้าแต่คนกลับไม่กล้ามา เป็นเพราะไม่กล้าสู้หน้าใช่หรือไม่? กล้าที่จะวางยาพิษ แต่ไม่กล้าสู้หน้าคน…”
เมื่อคิดว่าชีวิตตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย หญิงปากสว่างก็พูดออกมาตรง ๆ เสียหมด
หลินซื่อไม่ใช่คนที่จะทนไหว คิดอยากจะด่ากลับไปแต่ถูกหลี่ซื่อหยุดไว้เสียก่อน
หลี่ซื่อให้นางกลับบ้านไปแจ้งข่าวให้แม่สามีรู้ ส่วนที่นี่นั้นนางจะจัดการเอง
“ใครวางยาพิษเจ้ากัน? เจ้าเอาหลักฐานออกมาสิ แม่สามีข้าอยู่บ้านอยู่ดี ๆ ตลอดมาล้วนไม่เคยไปบ้านเจ้า นางจะไปวางยาพิษเจ้าเมื่อใดกัน? หญิงปากสว่างต่างหากที่หาเรื่องแม่สามีข้าตลอด หากไม่พูดให้ร้ายแม่สามีข้า ก็พูดว่าแม่สามีข้าไปแย่งผู้ชายของเจ้า เหอะ”
“ตกลงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ไม่มีใครรู้เลยหรือ? ไม่ใช่ว่าเจ้าหาเรื่องใส่ตัว ทำเรื่องโง่ ๆ ลงไปเองหรือ? สุดท้ายถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทางการหรือผู้อาวุโสออกหน้า ตอนนี้เจ้าคงถูกไล่ออกจากหมู่บ้านสกุลจูไปแล้ว เจ้ายังจะมีหน้ามาเอ็ดตะโรอยู่ที่นี่อีกหรือ?”
“แล้วอย่างไรเล่า ครั้งนี้คิดแผนใหม่ขึ้นมาเพราะอยากจะจัดการแม่สามีข้าหรือ? ข้าจะบอกเจ้าให้นะ แม่สามีข้าไม่กลัวเจ้าหรอก แม่สามีข้าประพฤติตัวดี ทั้งยังเที่ยงตรง ถ้าอยากจะฆ่าเจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับการบี้มด จำเป็นต้องใช้ยาพิษเสียที่ไหน แค่มีดทำครัวเล่มเดียวก็พอแล้ว”
……
ฝีปากของหลี่ซื่อนั้นคมคายที่สุดในบรรดาลูกสะใภ้สกุลจู เดิมทีเพราะทำการค้า ต้องคบค้าสมาคมกับคนไม่น้อย ได้ฝึกฝนจน ‘มีเหตุมีผล’ และมีความเฉียบแหลม
ครั้งนี้เมื่อหญิงปากสว่างมาต่อกรกับนาง คาดไม่ถึงว่าจะสู้ไม่ได้ ทั้งยังถูกขยี้จนแหลก
คำพูดรวบรัดของหลี่ซื่อได้อธิบายเรื่อง ‘หนี้แค้นเก่า’ ระหว่างหญิงปากสว่างและเย่อวี๋หรานอย่างชัดเจน จากนั้นก็พูดเสริมเรื่องที่หญิงปากสว่างเคย ‘ใส่ร้าย’ เย่อวี๋หรานออกมา
เรื่องนี้ในหมู่บ้านสกุลจูมีใครไม่รู้บ้างเล่า?
เมื่อความทรงจำถูกกระตุ้น ทุกคนก็มองไปยังหญิงปากสว่างด้วยสายตาที่เคลือบแคลง
[1] เจ็ดปากแปดลิ้น หมายถึง คนหลายคนพูดแข่งกันหรือแย่งกันพูดจนเสียงดังหนวกหู