ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 403 ข่มขู่ต่อหน้า
บทที่ 403 ข่มขู่ต่อหน้า
เย่อวี๋หรานยิ่งพูดยิ่งพาให้ใจคนเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น จูซื่อหู่เริ่มลังเลขึ้นมาเสียแล้ว
เขามองไปทางหลิวไป๋ฮวา อ้าปากเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับพูดไม่ออก
พูดอะไรหรือ?
พูดว่าเขาทำได้?
ทว่าลึกเข้าไปในก้นบึ้งจิตใจเขากลับว้าวุ่นไปหมด
เขาทำไม่ได้
เขาทำไม่ได้จริง ๆ
ที่ผ่านมาเวลาทำงานก็มีบิดาของเขาและลุงสามเป็นผู้นำ ถ้าปราศจากพวกเขาแล้ว เขาจะทำทั้งหมดนั้นได้หรือ?
“เจ้ายังไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ ลองใคร่ครวญให้ดีเสียก่อน” เย่อวี๋หรานเห็นว่าพูดพอประมาณแล้วจึงไม่ไปกดดันเขาอีก
แล้วหันมามองหลิวไป๋ฮวาที่แววตายังคงสั่นระริก นางขานชื่อเต็มของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก
“หลิวไป๋ฮวา!”
หลิวไป๋ฮวาร่างสั่นสะท้าน มองมาทางเย่อวี๋หราน
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้ดูไปแล้วหาได้ดุร้ายเท่าจูซื่อเสิ่นด้วยซ้ำ แต่กลับน่ากลัวยิ่งกว่า
อ้อ ไม่สิ นางคือหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ในคำร่ำลือเชียวนะ จะไม่น่ากลัวได้หรือ?
นางกลืนน้ำลายรอคอย ‘บทลงโทษ’ ที่กำลังจะมาถึง
“เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว?” สีหน้าเย่อวี๋หรานอ่อนโยนลงมาก ไม่ดุดันเท่าตอนพูดกับจูซื่อหู่อีกแล้ว
แต่หลิวไป๋ฮวากลับไม่อาจคลายใจได้เลยสักนิด นางตอบกลับแช่มช้า “สิบห้าเจ้าค่ะ”
“อ้อ สิบห้าแล้วหรือ แสดงว่าโตกว่าปาเม่ยของข้าไม่เท่าไหร่ อีกไม่กี่ปีนางก็จะถึงวัยดูตัวแล้ว ในฐานะคนเป็นแม่ ข้าเองก็คิดไม่ต่างจากแม่ของเจ้า อยากหาครอบครัวสามีที่ดีให้ลูกสาวตัวเอง หวังว่าจะมีผู้ชายสักคนที่ดีต่อนาง รักถนอมนาง ดูแลนางไปชั่วชีวิต…”
หลิวไป๋ฮวาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงเอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้
“ดังนั้น ข้าจึงมักคิดอยู่เสมอว่าผู้ชายอย่างไรจึงจะเป็นสามีที่ดี เป็นคนที่จะทำดีต่อลูกสาวข้า” เย่อวี๋หรานพูดวกกลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ “แล้วข้าก็พบว่าจำเป็นต้องมีลักษณะเช่นนี้ ข้อแรก ครอบครัวมีฐานะดี ถ้าฐานะไม่ดี ไม่มีกระทั่งข้าวสารจะกรอกหม้อ เขาจะเอาอะไรมาทะนุถนอมลูกสาวข้า? แล้วก็คงต้องให้ลูกสาวข้าลงไปทำงานในไร่นา เจ้าว่าใช่หรือไม่?”
แม้หลิวไป๋ฮวาจะมีความระแวดระวังเต็มเปี่ยม แต่กลับไม่พบว่ามีตรงไหนไม่ถูกต้อง จึงได้แต่ตอบรับกลับไป “เจ้าค่ะ”
“ข้อสอง แม่สามีกับน้องสามีไม่อาจใกล้ชิดกันเกินไป ความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้สำคัญเพียงใด เมื่อครู่ข้าได้พูดไปแล้ว แต่ที่จริงแล้วน้องสามีก็สำคัญเช่นกัน เจ้าลองคิดดู น้องสามีจึงจะเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของแม่สามี แม่สามีย่อมเอ็นดูลูกสาวตัวเองมากกว่าอยู่แล้ว เอาแค่ลูกสะใภ้ไม่กี่คนนั้นของข้า ถ้าใครกล้ามาขัดแย้งกับปาเม่ย ข้าย่อมจะจัดการนางเป็นคนแรกแน่นอน”
หลิวไป๋ฮวาคิดในใจ ‘ท่านไม่ต้องพูดข้าก็รู้’
จากคำร่ำลือนั้น เมื่อก่อนพอมีสะใภ้แต่งเข้าเรือนสกุลจูมาล้วนต้องเอาอกเอาใจจูปาเม่ยไปเสียทุกราย
ครั้งหนึ่งในอดีต จูปาเม่ยยังเคยเป็นแบบอย่างของน้องสามีตัวร้ายอีกด้วย
“ข้อสาม ชายผู้นั้นต้องมีความสามารถ ต้องชอบลูกสาวข้าจากใจจริง และสามารถปกป้องนางไปได้ตลอดชีวิต บนฟ้ามีเมฆฝนที่ไม่อาจคาดคะเน ชีวิตคนเราก็มีเคราะห์ภัยที่ไม่อาจหยั่งรู้ ผู้ใดก็ไม่อาจทราบได้ว่าครอบครัวมีฐานะดีแล้วก็จะเป็นเช่นนั้นไปตลอดชีวิต แต่ถ้าผู้ชายมีความสามารถ สามารถหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว เช่นนั้นเขาก็จะต้องทำให้ลูกสาวข้ามีชีวิตสุขสบายได้แน่นอน ไม่ต้องให้ถึงขั้นมีข้าทาสบริวาร อย่างน้อยแค่ไม่ต้องให้ลูกสาวข้าไปตรากตรำทำนากลางแดดก็พอแล้ว” เย่อวี๋หรานบรรยายคุณลักษณะของบุรุษที่นางหวังว่าจูปาเม่ยจะได้ออกเรือนให้ในอนาคต รวมถึงข้อดีที่จะได้รับจากการออกเรือนให้บุรุษเช่นนั้น
เมื่อบุรุษชมชอบจากใจจริง จึงจะยินดีทุ่มเททุกอย่าง ประคองเจ้าเอาไว้ในใจกลางฝ่ามือ
เจ้าไม่ต้องทำสิ่งใดทั้งสิ้น เขาก็จะนำทุกอย่างมากำนัลอยู่ตรงหน้าเจ้า
“ข้าหวังว่าลูกสาวข้าจะสามารถบริสุทธิ์ไร้เดียงสาน่าทะนุถนอมเหมือนตอนนี้ ไม่ต้องเดือดร้อนใจเพราะเรื่องใดทั้งสิ้น นางแค่ต้องมีความสุข เรื่องอื่น ๆ ล้วนมีสามีนางคอยแบกรับไว้”
ครั้นคล้อยตามการบรรยายของเย่อวี๋หราน จิตใจของหลิวไป๋ฮวาก็บังเกิดความเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่ง
นางแทบกล่าวด้วยความอิจฉาว่า “เป็นเช่นนั้นได้ก็ดีน่ะสิ แต่ว่าในโลกมีผู้ชายเช่นนั้นด้วยหรือ? ผู้ชายคนไหนบ้างไม่ใช่…”
ความหมายในคำพูดก็คือ อีกาบนโลกล้วนมีสีดำ ชายใดจะสามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถดีต่อผู้หญิงคนหนึ่งได้ทั้งชีวิต?
“จะไม่มีได้อย่างไร? สามีข้าก็ทำได้แล้วไม่ใช่หรือ?” เย่อวี๋หรานมองนิ้วมือของตนเองด้วยท่าทีคล้ายกำลังชมเชย แล้วเอ่ยว่า “ใคร ๆ ล้วนพูดกันว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างข้าป่าเถื่อนดุร้าย เหยียบย่ำจูเหล่าโถวมาชั่วชีวิต แต่ถ้าเขาไม่เต็มใจ ข้ายังจะเหยียบเขาได้อย่างไร? ตอนแรกที่ข้าแต่งให้เขา เขาออกจะดุร้ายปานนั้น แต่เจ้าดูข้าสิ ชีวิตนี้เคยไปทำนาสักกี่ครั้ง? แม้จะยากจน ข้าคลอดลูกชายให้เขาหลายคนขนาดนั้น มีคนไหนตายไปก่อนวัยอันควรบ้าง? ในหมู่บ้านละแวกนี้ แทนที่จะพูดว่าคนอื่นอิจฉาที่ข้าคลอดลูกชายมาก ยังไม่สู้บอกว่าอิจฉาที่จูเหล่าโถวเลี้ยงลูกรอดมาได้ทุกคนมากกว่า…”
หลิวไป๋ฮวาตกตะลึง จริงด้วย ปีนั้นจูเหล่าโถวก็ยากจน แต่ครอบครัวในหมู่บ้านรอบเชิงเขาไท่ตังที่สามารถเลี้ยงลูกจนมีชีวิตรอดมาได้ทุกคนก็มีเพียงครอบครัวนี้แล้ว
ต่อให้เป็นครอบครัวของนางเอง ปีนั้นก็เพราะมารดาของนางอด ๆ อยาก ๆ ได้กินไม่อิ่มท้อง ถึงได้แท้งลูกไปคนหนึ่ง
ท่านน้าที่อาศัยอยู่ข้างเรือนนางคลอดลูกออกมาจนอายุสามสี่ขวบแล้ว สุดท้ายกลับหิวตาย
ยุคสมัยนี้คนหิวตายไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ครอบครัวไหนไม่เคยมีเรื่องแบบนี้บ้าง? แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงอดทนจนผ่านมาได้ก็เท่านั้น
“อีกอย่าง ตอนนี้ลูกชายข้าก็โตหมดแล้ว ทุกคนล้วนทำงานเก่ง ฐานะครอบครัวถึงได้ค่อย ๆ ดีขึ้นมาไม่ใช่หรือไร?” เย่อวี๋หรานกล่าวถึงประเด็นสำคัญ “อาจมีคนพูดว่า นั่นเป็นเพราะข้าแต่งให้ผู้ชายสกุลจู แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ ผู้ชายสกุลจูไม่ได้มีเพียงจูเหล่าโถวคนเดียว ครอบครัวเจ้าหน้าที่ ครอบครัวผู้อาวุโส พวกเขาก็แซ่จูเหมือนกัน เหตุใดข้าจึงไม่เลือกคนที่ฐานะดีกว่า แต่กลับมาเลือกจูเหล่าโถวเล่า?”
“ทำไมหรือเจ้าคะ?” หลิวไป๋ฮวารู้สึกว่าตนเองเข้าใกล้ ‘ความจริง’ บางอย่างเข้าไปทุกขณะ
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้วแล้วกล่าวว่า “เรียบง่ายยิ่งนัก เพราะเขาสอดคล้องกับเงื่อนไขที่ข้าพูดมาอย่างไรเล่า สำคัญที่สุดก็คือ ขอเพียงข้าต้องการ ไม่เพียงแต่จูเหล่าโถวเท่านั้น แต่คนในครอบครัวสกุลจูทั้งหมดล้วนยอมให้ข้าเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า ครอบครัวนี้ ข้าพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น”
นางค้อมตัวลงมาจ้องตาหลิวไป๋ฮวาและเอ่ยเนิบช้า “เจ้าทำได้หรือไม่?”
รูม่านตาของหลิวไป๋ฮวาหดเล็กลง
ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ นางสัมผัสได้ถึงการข่มขู่บางอย่าง ครอบครัวนี้ ข้าพูดคำไหนต้องเป็นคำนั้น ดังนั้นตราบใดที่ข้าไม่ยินดี ต่อให้เจ้าตายก็อย่าหวังเลยว่าจะได้แต่งเข้าสกุลจู
“ดูท่าว่าเจ้าคงเข้าใจแล้ว” เย่อวี๋หรานยกยิ้มมุมปาก ยื่นมือออกไปลูบศีรษะหลิวไป๋ฮวา “เด็กดี ไม่เลวเลย ลำบากเจ้าแล้วที่เลือกแล้วเลือกอีก สุดท้ายก็มาเลือกซื่อหู่ของพวกข้า แต่น่าเสียดาย ซื่อหู่ไม่ได้ดีอย่างที่เจ้าคิด สำหรับเจ้าแล้วจูซื่อหู่ก็คือทะเลเพลิง ข้าเองเห็นคนเคราะห์ร้ายก็ไม่อาจยืนมองเจ้ากระโจนเข้าสู่ทะเลเพลิงโดยไม่ทำอะไร แม่นางน้อยที่งดงามปานนี้ ถ้าตายไปทั้งอย่างนี้ก็น่าเสียดายน่ะสิ…”
หลิวไป๋ฮวาตัวสั่นเทิ้ม น่ากลัวยิ่งนัก!!
นี่คงเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์สินะ ที่เห็นในยามปกติล้วนเสแสร้งแกล้งทำ!
สิ่งที่ทำให้นางหวาดกลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์กำลังข่มขู่นางอยู่ชัด ๆ แต่กลับมีเพียงนางที่ฟังออก
ถึงจูซื่อหู่จะนั่งอยู่ข้างกายนาง เขาก็เพียงแต่รู้สึกว่าคนบางคนพูดจาประหลาด ไม่คิดอะไรมาก
หลิวไป๋ฮวาใช่ว่าไม่คิดจะเปิดโปง แต่ครั้นอ้าปากขึ้นมากลับไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหน
บอกว่า ‘ข่มขู่’ หรือ ผู้อื่นก็พูดด้วยความหวังดีต่อเจ้าไปเสียทุกประโยค ทั้งยังสอนให้เจ้าเลือกผู้ชายที่ดี เลือกแม่สามีที่ดี ทั้งยังเตือนเจ้าว่าจูซื่อหู่ก็คือคราเคราะห์ ทั้งหมดนี้ล้วนมีแต่ความปรารถนาดีทั้งสิ้น