ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 435 วิ่งจนเหนื่อยหอบ
บทที่ 435 วิ่งจนเหนื่อยหอบ
ยามที่พวกนางกลับบ้านเดิมแล้วจะอยากรักษาหน้ามากหน่อย เอาของไปมากหน่อยก็ย่อมได้ ตราบใดที่ท่านแม่ยินยอม
แต่หากกล้าที่จะอกตัญญูต่อแม่เฒ่า หรือทำเรื่องที่ผิดต่อสกุลจู ทำให้ต้องอับอาย เช่นนั้นแค่ขอโทษคงยังไม่พอ
ในค่ำคืนที่มืดมิด มีเสียงร้องของพวกแมลงหวี่
สายลมยามค่ำพัดพาความรู้สึกน่าอึดอัดหอบหนึ่งมาด้วย พลอยทำให้จิตใจคนไม่เป็นสุข
เงาของต้นไม้รอบข้างหาได้ดูงดงามไม่ ในทางกลับกัน มันให้ความรู้สึกราวกับเป็นกรงเล็บและคมเขี้ยว
ในคราแรกหลินซื่อเป็นคนเดินนำ แต่เดินไปเดินมาจูอู่กลับเป็นฝ่ายเดินนำ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายิ่งเดินก็ยิ่งเร็ว จนหลินซื่อทำได้เพียงวิ่งเหยาะ ๆ ตามไป แต่ก็แทบตามไม่ทัน
ยิ่งเดินไปในใจของหลินซื่อก็ยิ่งตื่นตระหนก “จูอู่ เจ้ารอข้าด้วย…”
จูอู่ไม่ตอบสนองและเมินเฉยนาง เดินต่อไปทั้งยังเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
หลินซื่อที่ตามหลังจึงต้องวิ่งตามไป
นางวิ่งจนเหนื่อยหอบแต่ก็ไม่กล้าหยุด ทำได้เพียงภาวนาครั้งแล้วครั้งเล่าหวังให้เขารอ
เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายเกือบตามไม่ทันแล้ว จูอู่ก็หยุดฝีเท้า
ในใจของหลินซื่อปีติยินดี เพียงแต่ไม่รอให้นางเปิดปากพูด จูอู่ก็หันกลับมาด้วยสีหน้าที่เย็นชา
“รู้สึกไม่ค่อยดีหรือ?” จูอู่เปิดปากถาม
หลินซื่อไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร จึงตอบไปตามตรง “รู้สึกไม่ค่อยดี”
ก็ใช่น่ะสิ ขาทั้งสองข้างล้วนรู้สึกราวกับไม่ใช่ขาของตัวเอง รู้สึกไม่ดีเป็นอย่างยิ่ง
ไม่เพียงเท่านั้น การหายใจก็ลำบากเป็นอย่างมาก รู้สึกเหมือนมีอะไรอุดปากจนทำให้หายใจลำบาก
“รู้สึกราวกับว่าปอดกำลังจะระเบิดหรือ คิดจะมาสะสางบัญชีกับข้าแต่กลับไม่มีความกล้า คิดว่าตัวเองรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทน รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือ?” จูอู่ถามต่อ
“อืม”
“ตอนนี้เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ารู้สึกอย่างไร?” จูอู่ยังคงถามต่อ “เจ้ามาจากไหนแล้วตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด? ข้าทั้งรู้สึกโกรธและผิดหวังมากกว่าเจ้าเป็นพันเท่า ข้าไม่รู้แล้วด้วยซ้ำว่าแรกเริ่มเดิมทีเจ้ามาแต่งงานกับข้าเพราะเหตุใดกัน? เจ้ามีใจให้ข้าจริง หรือเห็นว่าสกุลจูของข้าสามารถสนับสนุนครอบครัวเก่าเจ้าได้กันแน่?”
หลินซื่อถูกทำให้ตกใจจึงรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ ข้าไม่ได้…”
“ถ้าไม่ใช่ งั้นตัวเจ้าเองลองคิดดูสิ ตั้งแต่เจ้าแต่งเข้าสกุลจูของพวกข้า มีครั้งไหนบ้างที่เจ้าไม่คิดแทนบ้านเดิม มีครั้งไหนบ้างที่พวกเราสองคนมีเรื่องแล้วไม่ใช่เพราะเรื่องบ้านเดิมของเจ้า?” จูอู่ไม่แสดงความเห็นใจแม้แต่น้อย พูดเรื่องหลังจากที่นางแต่งงานเข้าสกุลจูออกมาทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากน้องสาวทั้งสองคนและหลานสาวทั้งสามคนแล้ว ยามที่ท้องลูกก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เพราะบ้านเดิมของนางหรอกหรือที่ทำให้พวกเขาแท้งลูกคนแรกไป?
ยามนั้นนางยังเยาว์วัย ครั้งแรกยังไม่มีประสบการณ์ก็แล้วไปเถอะ เขาจึง ‘อภัย’ ให้นาง
เมื่อเห็นนางพาหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยเข้ามาในบ้านสกุลจู เขาก็ยังอดทนไว้
แต่ครานี้เรื่องหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยา นางยังจะกล้าพูดว่าตัวเองไม่ได้คิดเล่นเล่ห์กับสกุลจูได้หรือ?
ท่านแม่ยังไม่ได้พูดว่าจะเลี้ยงเด็กหญิงทั้งสามไว้หรือไม่ นางกลับไปทะเลาะกับสะใภ้รอง ราวกับว่าท่านแม่จะต้องเลี้ยงดูแน่นอน เหตุใดนางจึงคิดว่านางแต่งเข้าสกุลจูแล้ว สกุลจูต้องไปเลี้ยงดูครอบครัวเดิมของนางด้วยเล่า?
จูอู่พูดว่า “ถึงท่านแม่จะเห็นด้วย เช่นนั้นก็ต้องมาถามข้าสักหน่อยว่าเห็นด้วยหรือไม่ พวกเรายังไม่มีลูก หากต้องมาเลี้ยงดูหลายปากท้องเช่นนี้ ถ้ามีลูกขึ้นมาจะเลี้ยงดูได้อย่างไรเล่า? ข้าขอถามเจ้าสักหน่อยว่าจะเลี้ยงดูไหวหรือ? เจ้าคงไม่ได้หวังว่าจะให้คนในสกุลจูช่วยกันเลี้ยงดูแทนเจ้าหรอกกระมัง? คนอื่นก็มีลูก แยกบ้านกันอยู่อย่างสบายใจแล้ว เราสองคนกลับไร้วาสนา มีหนี้ข้างตัว…ชีวิตข้าช่างโชคร้ายนัก ชาติที่แล้วข้าติดค้างอะไรต่อเจ้าหรือ?”
หลินซื่อถูกดุจนน้ำตาไหลริน ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
“สกุลจูไม่ใช่ไม่เคยหย่ากับสะใภ้ เจ้าอย่าได้บีบบังคับข้า”
หลินซื่อร้องไห้พลางส่ายหัว “เปล่า ข้าเปล่าจริง ๆ…”
“จะร้องไห้ทำไม? มีอะไรให้ร้อง? คนที่ร้องควรจะเป็นข้า ชีวิตข้าได้แต่โชคร้ายอยู่ร่ำไป ถึงได้มีเมียอย่างเจ้า…” ท่าทีของจูอู่เต็มไปด้วยความโกรธ ต่อว่านางอย่างไร้ความปรานี
ถึงอย่างไรเขาก็ชัดเจนเป็นอย่างยิ่งว่าเขาไม่สามารถเลี้ยงหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาได้ ถ้านางอยากเลี้ยงก็เรื่องของนางแล้ว
หากนางจะเลี้ยงดูก็ต้องหาเงินไปเลี้ยงดูเอาเอง แต่หากนางกล้ามาแตะต้องเงินของเขา เขาจะไล่นางออกไป
ทั้งสองคน ‘ตั้งกฎของตัวเองขึ้นมา’
หลินซื่อคาดไม่ถึงว่าจูอู่จะ ‘ไร้ความรู้สึก’ ถึงเพียงนี้ นางคำนวณเงินของตัวเอง น้อยเพียงนั้นจะสามารถเลี้ยงดูเด็กทั้งสามคนได้อย่างไร? ถึงแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยก็ได้แค่เพียงดื่มโจ๊กเท่านั้น
แม้แต่คุณภาพชีวิตของตัวนางเองก็ลดลงด้วย
แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่กล้าแย้ง ตั้งแต่นางแต่งเข้าสกุลจูมา จูอู่ล้วนไม่เคย ‘เกรงใจ’ นางเลย
หลักการของเขานั้นง่ายมาก ข้าสบายทุกคนก็สบาย แต่หากกล้ามาทำให้ข้าไม่สบาย ทุกคนก็ล้วนต้องไม่สบายด้วย
ที่นางสามารถอยู่กับเขาได้นานถึงเพียงนี้ก็เพราะพึ่งพาสิ่งนี้
จนถึงยามนี้หลินซื่อจึงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า นับวันความเป็นอยู่ของสกุลจูก็ยิ่งดีขึ้น ทำให้นางลดความระมัดระวังลง จนลืมไปว่าจูอู่นั้นเป็นผู้ชายเช่นไร
เขายังคงเป็นเขาคนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
……
เพราะเหตุผลที่ว่าปีนี้สกุลจูได้ใช้ที่ดินส่วนหนึ่งเพื่อปลูกมันเทศ ผลการเก็บเกี่ยวข้าวจึงไม่น่าจะดีเท่าปีที่ผ่านมา แต่เพราะนาน้ำที่เย่อวี๋หรานรับผิดชอบมีจำนวนมากขึ้นอย่างน้อยก็หนึ่งในสาม เมื่อรวมกับการเก็บเกี่ยวในนาของจูเหล่าโถวแล้ว ผลผลิตจึงเทียบเท่ากับปีก่อน ๆ
จูเหล่าโถวมองไปยังต้นข้าวที่ตากไว้ในลานบ้านด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข
ปีนี้เก็บเกี่ยวได้มากเพียงนี้ หากปีหน้าใช้วิธีนี้อีก ไม่ใช่ว่าจะยิ่งเก็บเกี่ยวได้มากกว่าเดิมหรือ?
นอกจากข้าวแล้ว ในเรือนใหม่ยังมีการเก็บเกี่ยวมันเทศจำนวนมาก รวมกันแล้วไม่รู้ว่าเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน ๆ เท่าไร
รู้สึกว่าหากในบ้านเพิ่มมาอีกสักสองสามปากท้องก็ยังเพียงพอ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็ยังปลูกมันเทศฤดูหนาวตามไปด้วย และก่อนที่อากาศจะหนาวจัด ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวได้อีกครั้งหนึ่งด้วย
แม้ว่าผลการเก็บเกี่ยวจะไม่ดีเท่ารอบแรก แต่การเก็บเกี่ยวกลับมาได้หลายตะกร้า นั่นก็เป็น ‘ความสุขที่เหนือความคาดหมาย’ แล้ว
ข้าวเปลือกยังตากอยู่ จูต้า จูเอ้อร์ จูซื่อ และจูอู่ก็ถือโอกาสที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดี ยุ่งอยู่กับการทำงานในไร่
ในการพลิกหน้าดินและเตรียมดิน ต้องใช้เวลาต่อเนื่องสองสามวันเพื่อทำงานให้เสร็จ
เมื่อระยะนี้ผู้คนเห็นการเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงก็พากันอิจฉา “นี่พร้อมปลูกมันเทศฤดูหนาวแล้วหรือ? บ้านพวกเจ้าทำงานกันเร็วจริง ๆ!”
จูอู่ยิ้มและพูดว่า “ท่านแม่บอกว่าเดิมทีมันเทศฤดูหนาวปลูกช้า อีกทั้งยังต้องรีบเก็บเกี่ยวก่อนฤดูหนาว ระยะเวลาและแสงแดดล้วนไม่ดีเท่าก่อนหน้านี้ จึงให้พวกข้าเร่งมือทำงานอีกสักหน่อย อีกไม่กี่วันจะได้ปลูกทันที เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตจะได้โตขึ้นอีกสักนิด”
“จุกจิกเช่นนี้เชียว?” คนผู้นั้นประหลาดใจ
เพราะเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสกล่าวว่า เมื่อทุกคนเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จแล้ว ก็ให้ไปลงทะเบียนกับเขาเพื่อรับต้นกล้ามันเทศ
บ้านของจูเหล่าโถวทำงานหนักมาก ผลจึงเร็วที่สุด
“ไม่ใช่ว่าจุกจิก มันเทศนี้ตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว จะใช้เวลาประมาณห้าถึงเจ็ดเดือน ยิ่งอากาศหนาวก็ยิ่งต้องใช้เวลานานขึ้น ตอนนี้อากาศยังอุ่นอยู่ แต่เมื่อถึงฤดูหนาว อากาศจะเริ่มเย็น มันเทศก็จะโตช้าขึ้น…รีบทำให้เสร็จโดยเร็ว ปลูกเร็วขึ้นอีกสักหน่อย มันจะได้โตมากพอ”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง เช่นนั้นข้าจะให้พวกของข้ารีบเก็บเกี่ยวและเตรียมที่ดินให้เรียบร้อย ไม่กวนเจ้าแล้ว ข้าไปทำงานก่อน”
“ได้ เจ้าไปทำงานเถอะ”
……