ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 451 ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้
บทที่ 451 ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้
สำหรับจูอู่แล้ว การที่มารดาของเขาบอกว่าจะให้บิดารับอนุภรรยาหากครอบครัวมีฐานะดีขึ้นแล้ว ล้วนเป็นคำโกหกบิดาของเขาทั้งสิ้น
มารดาของเขามีนิสัยอย่างนั้น จะยอมให้บิดาไปมีคนอื่นได้หรือ?
ฝันไปเถอะ ถึงตอนนั้นอย่าให้มีใครตายก็แล้วกัน
จูอู่หาจนทั่วแล้วก็ยังไม่พบจูเหล่าโถว ได้แต่พกพาโทสะเต็มท้องกลับขึ้นเขา
เรื่องใหญ่เช่นนี้ เขาต้องบอกพี่น้องคนอื่นให้ทราบไว้ก่อน
ส่วนจูเหล่าโถวที่เขาหาตัวไม่พบ ยามนี้อยู่ที่ใดน่ะหรือ?
เรือนของจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อ
เมื่อจูซานจ้วงและจูซื่อหู่บอกกล่าวชัดเจนแล้วก็รับคานหามจากจูเหล่าโถว แล้วประกบข้างเขาพากลับไปยังเรือนพวกตน
จูเหล่าโถวที่น่าสงสารเพิ่งเข้าเรือนไปได้ก็ถูกพ่อเฒ่าจูใช้ไม้เท้าฟาดเสียยกใหญ่
พ่อเฒ่าจูตีไปด่าไป “เจ้าลูกสมควรตาย แก่ขนาดนี้แล้วยังไปทำเรื่องงามหน้าพรรค์นั้นได้อย่างไร?”
“ตอนเจ้ายังหนุ่ม พวกข้าไม่เห็นด้วยที่เจ้าจะแต่งเย่อวี๋หราน เจ้าก็พาลจะแต่งให้ได้”
“ตอนนี้ประเสริฐนัก ได้แต่งกับคนเขาแล้ว อยู่กินด้วยกันมาครึ่งค่อนชีวิต หลานชายก็โตแล้ว ตอนนี้เกิดอยากทำตัวหลายใจขึ้นมาแล้วใช่ไหม?”
“ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
……
จูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อเกรงว่าบิดาผู้เฒ่าจะเอวเคล็ดก็ไปคอยป้องกันไว้จากข้าง ๆ “ท่านพ่อ ท่านระวังเอวหน่อยขอรับ”
“ไอ้หยา ตาเฒ่า เจ้าลงไม้ลงมือทำไม? ถ้าจะตีก็ให้เจ้าสามเจ้าสี่ช่วยตีแทนเจ้าสิ” แม่เฒ่าจูเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเป็นห่วง
วันนี้ตอนตื่นขึ้นมา คนบางคนยังพูดว่าปวดเอวอยู่เลย ตอนนี้กลับยกไม้เท้าทุบตีคน แล้วจะไม่เป็นไรหรือ?
นางร้องบอกให้ลูกชายสองคนไปหยุดพ่อเฒ่าจูเอาไว้
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นก็อดจะบ่นจากข้าง ๆ ไม่ได้ “พี่ใหญ่ เรื่องนี้ท่านช่างเลอะเลือนยิ่งนัก!”
“คนทั้งหมู่บ้านรู้เรื่องหมดแล้ว พวกข้าไม่มีหน้าจะไปพบผู้คนแล้ว”
“ท่านไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นสีหน้าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่น่ามองแค่ไหน ถ้าท่านเข้าเรือนไปยังจะมีชีวิตออกมาได้ไหม?”
……
จูเหล่าโถวประท้วงว่าเขาถูกปรักปรำ อธิบายว่าเขากับแม่ม่ายฉินมีความสัมพันธ์คลุมเครือต่อกันก็จริง แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้นเสียหน่อย
“แล้วพวกเจ้าขึ้นเตียงกันหรือยัง?” พ่อเฒ่าจูค้ำไม้เท้าถามคาดคั้นอย่างกรุ่นโกรธ
ยังไม่ถึงขั้นนั้นรึ อธิบายคลุมเครือแบบนี้ จะถึงหรือไม่ถึงขั้นนั้นแล้วต่างกันตรงไหน?
เขาอยากทุบตีเจ้าลูกชายไม่เอาไหนคนนี้ให้ตายเสียจริง ๆ จะได้จบสิ้นไปแต่เพียงเท่านี้
“ยังขอรับ…” จูเหล่าโถวถูกตีไปหลายที แผ่นหลังปวดแปลบ แต่เรื่องนี้เขาไม่กล้ายอมรับ
บิดาของเขาไม่ถามสักคำก็ลงมือหนักเช่นนี้ ถ้ายอมรับแล้ว เขายังจะรอดออกไปได้หรือ?
ถ้าบิดาเขายังเดือดดาลปานนี้ หากเปลี่ยนเป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เขาคงถึงฆาตโดยไม่ต้องสงสัย
จูเหล่าโถวรู้สึกสิ้นหวังต่อ ‘จุดจบ’ ของตนเองยิ่งนัก
“ยังไม่ขึ้นเตียงกันจริง ๆ?”
“ยังขอรับ”
“ไม่ได้ขึ้นเตียง แล้วเด็กในท้องนางเป็นลูกใคร?” พ่อเฒ่าจูกล่าว “นางพูดเองกับปากว่าตัวเองท้อง เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสให้ไปเชิญหมอตำแยมาตรวจแล้วว่าท้องจริงหรือไม่ ประเดี๋ยวก็คงได้รู้กัน เจ้าใหญ่ เจ้าคิดให้ดีก่อนค่อยตอบ”
จูเหล่าโถวหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย “เรื่องนี้…ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ข้าแค่เอาสิ่งของเล็กน้อยไปให้นาง ช่วยนางทำงานไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง…”
“อยู่ดีไม่ว่าดี ไม่มีธุระแล้วเจ้าจะเอาสิ่งของไปให้นาง ไปช่วยนางทำงานทำไม? ยังกล้าพูดว่าตัวเองไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับนางอีกนะ นี่เรียกว่าไม่เกี่ยวข้องกันตรงไหน? คนบริสุทธิ์ที่ไหนจะเอาตัวไปข้องแวะกับแม่ม่าย?” พ่อเฒ่าจูนึกโมโหก็อยากยกไม้เท้าขึ้นมาตีคนอีกครั้ง
จูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อรีบเข้าไปขวาง “ท่านพ่อ ท่านระวังเอวของท่านหน่อยขอรับ”
“เฮ้อ…เหลวไหวแท้ ๆ!” แม่เฒ่าจูทอดถอนใจ “เมียเจ้ามีนิสัยอย่างไร เจ้าไม่รู้เลยหรือ? เจ้ากล้าทำเรื่องแบบนี้ลับหลังนาง นางรู้เข้าแล้วเจ้าจะมีจุดจบอย่างไร? เจ้านี่มันน่าโมโหนัก!”
นอกจากคนรุ่นเยาว์อย่างจูซานจ้วงและจูซื่อหู่ที่ไม่กล้าออกปากแล้ว คนทั้งครอบครัวล้วนกล่าวตำหนิจูเหล่าโถว
มีชีวิตดี ๆ ไม่ชอบ แต่กลับไปพัวพันกับแม่ม่าย ไม่ใช่คนโง่แล้วยังจะเป็นอะไรได้อีก?
จูเหล่าโถวนึกเสียใจทีหลังยิ่งนัก
ตอนนั้น เขาแค่อยากหาใครสักคนมาปรับทุกข์ ระบายความทุกข์ที่อัดอั้นอยู่ในใจก็เท่านั้นเอง
เขาไม่นึกเลยว่าตนเองกับเย่อวี๋หรานจะมาถึงขั้นนี้
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ข้าคุกเข่าขอขมาพวกท่านแล้ว เท่านี้ยังไม่พออีกหรือขอรับ?” จูเหล่าโถวตาแดงเรื่อ คุกเข่าให้ผู้เฒ่าทั้งสอง “ล้วนเป็นความผิดของข้า พวกท่านอายุปูนนี้แล้วยังต้องมาเดือดร้อนใจเพราะเรื่องของลูกอีก…”
เขากล่าวอย่างสะเทือนอารมณ์จนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
เขาอ้อนวอนขอร้อง “ลูกก็ไม่คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้ ลูกไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป พวกท่านช่วยหาวิธีการให้ข้า มอบทางรอดให้ข้าด้วยนะขอรับ”
พ่อเฒ่าจูแค้นใจที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า “ถ้าข้ามีความคิดอะไร ป่านนี้คงรวยไปนานแล้ว ยังจะตกอยู่ในสภาพนี้อีกเรอะ? ทำไมเจ้าไม่รู้จักใช้สมองก่อนจะทำอะไรเสียบ้าง จะได้ไม่ทำเรื่องงามหน้าแบบนี้ออกมา?”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าเองก็ไม่คิดว่าจะมาถึงขั้นนี้ ข้าแค่อยากหาใครสักคนมาพูดด้วย…”
“ผายลมเถอะ! บ้านเจ้ามีคนตั้งมากมาย ไม่มีใครพูดจากับเจ้าเลยเรอะ? ในหมู่บ้านก็ไม่ได้มีแต่แม่ม่ายฉินคนเดียว เจ้าพูดกับเมียตัวเองไม่ได้ ก็ไม่รู้จักมาหาพวกข้า มาหาพี่น้องของเจ้า? เรือนพวกเราอยู่ห่างกันค่อนข้างไกล แต่เรือนแม่ม่ายฉินไม่ยิ่งอยู่ไกลกว่าอีกเรอะ?”
จูเหล่าโถวอับจนคำพูด
มีคนเกลี้ยกล่อมให้พ่อเฒ่าจูคลายโทสะ เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ ยังคงรีบคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาจะดีกว่า
เวลาไม่คอยใคร ครั้นฟ้ามืด จูเหล่าโถวย่อมต้องกลับไป
ถ้าไม่คิดหาวิธีให้ได้ก่อนฟ้ามืด เรี่องนี้จะผ่านไปได้อย่างไร?
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ด่านพี่สะใภ้ใหญ่…เกรงว่าคงยากเจ้าค่ะ” จูซานเสิ่นลอบสังเกตสีหน้าผู้เฒ่าทั้งสอง แล้วกล่าวว่า “พวกท่านไม่อยู่ที่นั่นด้วยคงจะไม่ทราบ ตอนนั้นพี่สะใภ้ตบแม่ม่ายฉินไปฉาดหนึ่ง ถ้าในมือนางมีมีด ข้าคิดว่าตอนนั้นพี่สะใภ้คงใช้มีดแทนการใช้ฝ่ามือแล้ว”
เย่อวี๋หราน “…”
ข้าตบนางก็เพราะอยากเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนจากจูปาเม่ยมาที่ข้าต่างหากเล่า
“ใช่แล้ว แค่มองข้ายังกลัวเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสมาได้ทันเวลา พี่สะใภ้เห็นแก่หน้าพวกเขา เรื่องนี้เกรงว่าคงไม่จบง่าย ๆ” จูซื่อเสิ่นพูดเสริม “ข้าไปสืบมาแล้ว ตอนนี้คนถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืนในเรือนผู้อาวุโส ทั้งยังจัดคนเฝ้าเอาไว้ แม่เฒ่าผู้นั้นพวกท่านก็รู้จัก ก็คือย่าของลี่ฮวาเจ้าค่ะ”
“ย่าของลี่ฮวา?” แม่เฒ่าจูระบายลมหายใจออกมา “ถ้าเป็นย่าของลี่ฮวาก็จัดการง่ายหน่อย เมียเจ้าสี่ เจ้ารู้จักย่าของลี่ฮวาไม่ใช่หรือ? เจ้าช่วยไปพูดจากับนาง ให้นางช่วยสืบข่าวให้หน่อยได้หรือไม่?”
“ท่านแม่ ข้าไปพูดมาแล้วเจ้าค่ะ แต่ว่า…” สีหน้าของจูซื่อเสิ่นฉายแววลำบากใจ “อย่างมากนางเพียงช่วยถ่ายทอดคำพูดให้เท่านั้น อย่างอื่นก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถึงอย่างไรเรื่องนี้นอกจากเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสเป็นคนจัดการด้วยตนเองแล้วยังมีพี่สะใภ้ใหญ่จับตามอง นางไม่กล้าล่วงเกินใครสักคน”
แม่เฒ่าจูทอดถอนใจ “เฮ้อ…เรื่องนี้ก็ยากตรงนี้แหละ นิสัยของพี่สะใภ้เจ้า ถ้าไม่อาละวาดจนพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เรื่องนี้ก็จัดการยากแล้ว อย่างอื่นน่ะไม่กลัว ข้ากลัวเพียงนางไม่ยอมปล่อยพี่ใหญ่ของพวกเจ้าไป แต่บันดาลโทสะจนตีพี่ใหญ่ของพวกเจ้าตายไปเสียก่อน…”
ฟังถึงตรงนี้ จูเหล่าโถวก็มีอันสั่นสะท้าน แม่เจ้าเว้ย ดูเหมือนนี่จะเป็นเรื่องที่ภรรยาของเขาทำออกมาได้เสียด้วย!