ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 581 นางยังอยู่ในคุก
บทที่ 581 นางยังอยู่ในคุก
“ท่านย่า” จูต้ากล่าวเป็นเชิงตำหนิ “ท่านแม่เพิ่งจะได้นั่งเอง ให้แม่ข้าพักก่อนสักหน่อยก็ไม่ได้หรือขอรับ?”
แม่เฒ่าจูมีสีหน้ากระอักกระอ่วน “แม่เจ้าก็ได้นั่งแล้วนี่นา…”
พูดกันอยู่ตรงประตูเรือนนานปานนั้น นางพยายามอดกลั้นไม่ถามแล้ว ยามนี้นั่งลงแล้วยังจะไม่ให้ถาม แล้วจะให้นางถามตอนไหน?
“แค่กแค่ก!” พ่อเฒ่าจูช่วยพูดให้ “ย่าพวกเจ้าไม่ได้มีเจตนาอื่น วันนั้นเจ้าหน้าที่มาพาตัวพวกเอ้อร์เม่ยไปนี่นา นางก็แค่อยากรู้ว่าทำไมพวกเขาไม่ได้กลับมากับพวกเจ้าด้วย คงไม่ได้ถูก…”
กล่าวตามตรง นี่ก็คือเรื่องที่ผู้เฒ่าทั้งสองกังวลมาตลอดสองวันนี้
ก่อนหน้านี้ตอนที่เย่อวี๋หรานพาพวกเขามาซ่อนตัวและให้จูเอ้อร์เม่ยแกล้งตาย พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก
แต่ผ่านไปไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็มาถึงเรือนแล้วพาครอบครัวจูเอ้อร์เม่ยไป พวกเขาก็กระวนกระวายใจขึ้นมา สะใภ้ใหญ่คงไม่ได้คิดจะส่งพวกเขาเข้าคุกหรอกนะ?!
จบกัน จบกัน ลูกสะใภ้คนนี้ยิ่งใจร้ายใจดำอยู่ด้วย คงไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่ ๆ!
ถ้าต้องเข้าคุกไป ยังจะอยู่ดีได้อีกหรือ?
ถึงอย่างไรจูเอ้อร์เม่ยก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจู คนก็อายุมากแล้ว ถ้ามาเข้าคุกไปตอนนี้ ผู้เฒ่าทั้งสองก็ยากจะทำใจได้
พวกเขาอยากปรับทุกข์กับพวกคนหนุ่มสาวเสียหน่อย แต่ลูกชายลูกสะใภ้ของจูเหล่าโถวก็หนีหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่อยู่ฟังพวกเขาบ่นสักนิด
มีเพียงจูเหล่าโถวที่ไว้หน้าบิดามารดาบังเกิดเกล้าอยู่บ้าง จึงฟังคำบ่นของพวกเขา
แต่พอบ่นเสร็จแล้ว จูเหล่าโถวกลับแสดงสีหน้าลำบากใจ “ท่านพ่อ ท่านแม่ เรื่องนี้…พวกท่านคิดว่าข้าตัดสินใจได้หรือ?”
แม่เฒ่าจูกล่าวว่า “นางเป็นเมียเจ้า ต่อให้ไม่มีอำนาจตัดสินใจก็คงพูดอะไรได้บ้างนั่นแหละ?”
นางเข้าใจสถานการณ์ของลูกชาย แต่ในใจกลับยากจะยอมรับ
นางไม่ได้อยากกดดันจูเหล่าโถว แต่เป็นเพราะนางสงสารจูเอ้อร์เม่ยจับใจ กลัวว่าถ้าเหล่าเฉียนและเฉียนซินเข้าคุกไปแล้ว ชีวิตของจูเอ้อร์เม่ยจะน่าเวทนากว่าเดิม
จูเหล่าโถวกล่าวอย่างคล้ายจะละอายใจ “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องพูดแล้ว ท่านลืมเรื่องแม่ม่ายฉินคราวก่อนไปแล้วหรือ? นางยังติดใจเรื่องนั้นอยู่ ถ้ามีเรื่องเพิ่มมาอีก ข้ากลัวว่านางจะไล่ข้าออกจากเรือนโดยเห็นแก่พวกลูกชายอีก…”
“นางเป็นคนแบบไหน พวกท่านใช่ว่าจะไม่รู้ ใจเด็ดยิ่งนัก”
“ข้าง้อนางมานานขนาดนี้แล้ว ถึงตอนนี้ก็ยังแยกห้องกันนอน มือก็ยังไม่ยอมให้ข้าจับด้วยซ้ำ”
……
จูเหล่าโถวยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกแย่
ก่อนที่เรื่องแม่ม่ายฉินจะแดงออกมา เขายังมีสิทธิ์มีเสียงอยู่ในครอบครัวบ้าง ภรรยาของเขายังไว้หน้าเขาเพราะเห็นแก่ลูกชายลูกสาว
ทว่านับตั้งแต่เรื่องราวเปิดเผยออกมาแล้ว สายตาที่พวกลูก ๆ มองเขาก็เปลี่ยนไป
เขาอยู่ในบ้านหลังนี้ก็ลำบากเหมือนกันนะ!
มาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะกล้าไปยุ่งได้อย่างไร?
ตอนนี้เขาแก่แล้ว ไปทำงานในนายังรู้สึกว่ากินแรง วันหน้าคงต้องพึ่งพาลูกชายเลี้ยงดู เขาเพียงหวังว่าจะได้ใช้บั้นปลายชีวิตอย่างสงบมั่นคง
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูฟังจูเหล่าโถวพูดแล้วก็รู้สึกเศร้าใจ ชั่วขณะนั้นพลันไม่รู้ว่าจะออกปากอีกครั้งอย่างไรดี
แต่ไม่พูดก็ไม่ได้หมายความว่าจะถอดใจจากเรื่องนี้
ยามนี้ เมื่อผู้เฒ่าทั้งสองไม่เห็นครอบครัวของจูเอ้อร์เม่ยในกลุ่มคนที่กลับมา หัวใจก็แขวนค้างขึ้นมาอีกครา
……
จูต้ากล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ไม่มีเจตนาอื่นแล้วหมายความว่าอย่างไรขอรับ? แม่ข้าเพิ่งออกมาจากคุก พวกท่านกลับไม่คิดจะเป็นห่วงเป็นใยสักนิด อ้าปากขึ้นก็ถามหาครอบครัวอาหญิงรอง ทำไมรึ พวกเขาถึงขั้นทำให้แม่ข้าต้องเข้าคุกแล้ว พวกข้ายังต้องพูดจาน่าฟัง หาข้าวหาน้ำมาปรนนิบัติอีก? พวกเขาจะไปตายที่ไหนแล้วเกี่ยวอะไรกับพวกข้า?”
“เจ้าใหญ่ พูดจาแบบนี้ได้อย่างไร?” เย่อวี๋หรานตำหนิจูต้าทันที “ท่านปู่ท่านย่าเป็นผู้อาวุโส เจ้าควรพูดกับท่านปู่ท่านย่าแบบนี้รึ? รีบขอโทษพวกท่านเดี๋ยวนี้”
จูต้าไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา เย่อวี๋หรานจึงตวัดสายตาเย็นชามองเขา
เขาคับข้องใจอย่างยิ่ง แต่ยังกล่าวกับผู้อาวุโสทั้งสองว่า “ขอโทษขอรับ”
เสียงไม่เบาไม่ดัง เย่อวี๋หรานไม่ได้ต่อความยาวอีก นางหันมากล่าวกับพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ เจ้าใหญ่แค่เป็นห่วงแม่อย่างข้าจึงพูดจาแข็งกระด้างไปบ้าง พวกท่านโปรดวางใจ ประเดี๋ยวข้าจะสั่งสอนเขาเอง มีใครพูดกับผู้อาวุโสแบบนี้บ้าง? ต่อให้ผู้อาวุโสทำไม่ถูกก็ยังเป็นผู้อาวุโสอยู่วันยังค่ำ ต้องเคารพนอบน้อม พูดจาก็ต้องมีความเกรงอกเกรงใจ ถ้าใคร ๆ ล้วนทำเหมือนเขา พอมีเรื่องไม่พอใจนิดหน่อยก็ขึ้นเสียง คนอื่นคงเข้าใจไปว่าสกุลจูของข้าไร้การอบรม…”
ดูเหมือนว่า ‘สั่งสอน’ จูต้า แต่ประโยคที่ว่า ‘ต่อให้ผู้อาวุโสทำไม่ถูก’ ก็ทำให้วาจานี้เปลี่ยนความหมายไปทันที ผู้อาวุโสสามารถทำตัวไม่น่าเคารพได้ แต่ผู้เยาว์ไม่อาจไม่เคารพผู้อาวุโส ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับไร้การอบรม
ลูกที่เย่อวี๋หรานสั่งสอนมากับมือย่อมไม่มีทางไร้การอบรมไปได้!
พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูสะท้านใจ “…”
ลูกสะใภ้ผู้นี้ไม่ยอมใครเลยจริง ๆ!
ดูคำพูดคำจาสิ น่าฟังกว่าเมื่อก่อนเยอะ แต่อ้อมค้อมไปมา ทำให้คนอัดอั้นใจกว่าเดิมเสียอีก
มีโทสะแต่ไม่อาจระบาย ยังมิสู้พูดจาตรงไปตรงมาแบบเมื่อก่อน
คนที่เข้าใจได้เร็วที่สุดก็คือจูซื่อ จูอู่ และหลี่ซื่อ คนทั้งสามมองตากัน สื่อสารผ่านสายตาว่า ‘ดูเอาเถอะ ยังคงเป็นท่านแม่ของพวกเราที่ร้ายกาจ ด่าคนไม่มีคำหยาบเลยสักนิด!’
เห็นสีหน้าของผู้เฒ่าทั้งสองแล้ว เย่อวี๋หรานก็กลัวว่าจะทำให้พวกเขาโมโหตายไปเสียก่อน จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เรื่องเอ้อร์เม่ย ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องกังวล เอ้อร์เม่ยไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คนที่วางแผนร้ายต่อข้าคือเหล่าเฉียนกับเฉียนซินเจ้าเด็กหน้าเหม็นนั่นต่างหาก ถ้าจะมีใครติดคุกก็คือพวกเขา แต่เอ้อร์เม่ยสงสารลูกชาย ไม่ยอมกลับมากับพวกข้า นางอยากอยู่กับลูกชายจึงไม่ได้กลับมาด้วยกัน”
วาจานี้ พ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูหรือจะเชื่อ?
พวกเขาไม่ได้โง่เสียหน่อย ตอนที่เจ้าหน้าที่มาพาคนไป เฉียนซินยังบีบคอจูเอ้อร์เม่ยอยู่เลย ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตอบสนองรวดเร็ว จูเอ้อร์เม่ยจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้
ขนาดนี้แล้ว จูเอ้อร์เม่ยยังจะอยู่ในคุกเป็นเพื่อนเฉียนซิน?
“เมียเจ้าใหญ่ เอ้อร์เม่ย…” แม่เฒ่าจูที่รู้สึกกลัวเย่อวี๋หรานอยู่บ้างถามขึ้นมาอย่างขลาด ๆ “ตอนนั้นเอ้อร์เม่ยพูดอย่างไรหรือ? เฉียนซินทำแบบนั้นกับนางแล้ว นางยังจะ…”
เย่อวี๋หรานแค่มองสีหน้าของผู้ชราก็ทราบว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ นางเองก็จนปัญญา “ถึงจะแค้นใจอย่างไร แต่นั่นก็เป็นลูกชายนาง เป็นเลือดเนื้อของนาง นางจะไม่สนใจได้อย่างไรเจ้าคะ? ตอนนั้นยังขอร้องแทนเหล่าเฉียนกับเฉียนซินอยู่เลย ขอให้ข้าไม่ฟ้องร้องพวกเขา บอกว่าพวกเขาสองคนไม่ได้เจตนา บอกว่าถึงอย่างไรข้าก็ไม่เป็นไร ต่างก็เป็นญาติกัน ไม่จำเป็นต้องถือสาเอาความ…”
แม่เฒ่าจูยังไม่ทันเอ่ยปากก็ถูกเย่อวี๋หรานพูดดักทางไว้เสียก่อน จึงรู้สึกร้อนใจยิ่งนัก
“ท่านแม่ ท่านก็รู้นิสัยของข้าดี ผู้อื่นเคารพข้าหนึ่งส่วน ข้าก็จะเคารพเขากลับสิบส่วน สองพ่อลูกนั่นวางแผนร้ายกับข้า ถ้าข้ายอมปล่อยไปง่าย ๆ ข้าจะกลายเป็นตัวอะไร? คิดว่าข้าเป็นเต้าหู้นิ่มที่จะบีบจะคั้นอย่างไรก็ได้งั้นหรือ?” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะดีนัก “พวกเขาไม่ได้แค่ขโมยผักในสวนหรือขโมยข้าวสารในบ้านข้าไปเสียหน่อย พวกเขาตั้งใจส่งข้าเข้าคุก อยากทำให้ข้าตายเชียวนะเจ้าคะ ถ้าข้าตายอยู่ในคุกไปจริง ๆ ครอบครัวข้าก็คงถึงคราวบ้านแตกสาแหรกขาด พวกเขาก็จะกลายเป็นศัตรูที่ฆ่าแม่ของลูกชายลูกสะใภ้ข้า ศัตรูเช่นนี้ อภัยให้ได้เสียที่ไหน?”
คำก็ ‘บ้านแตกสาแหรกขาด’ สองคำก็ ‘ศัตรูที่ฆ่าแม่’ โจมตีจิตใจของพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูอย่างรุนแรง พวกเขาพูดอะไรไม่ออกอยู่เป็นนาน
เพราะพวกเขารู้ว่าเย่อวี๋หรานพูดถูก
แต่จูเอ้อร์เม่ยก็เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเขา…