ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 721 เคล็ดลับของหญิงปากสว่าง
บทที่ 721 เคล็ดลับของหญิงปากสว่าง
เย่อวี๋หรานเห็นทุกคนมองมาทางตนเองพร้อมกับกางหูผึ่งก็ยิ้มออกมาบาง ๆ “พวกเจ้านี่นะ…เมื่อกี้นี้พวกเจ้าก็ไปดูเหมือนกันไม่ใช่หรือ ทำไมรึ ดูนานขนาดนั้นยังไม่ได้อะไรกลับมา? ยกตัวอย่างเช่น กล้าข้าวจากแปลงนาทั้งสองมีจุดเหมือนและจุดต่างอย่างไรบ้าง”
นางไม่รีบร้อนเฉลย
ถึงอย่างไรนางก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ พวกเขาแค่ยังไม่เคยบ่มเพาะความเคยชินในการวิเคราะห์ปัญหาก็เท่านั้น
สิ่งที่นางต้องทำคือการทำให้คนที่เชี่ยวชาญด้านการทำนากลุ่มนี้คุ้นเคยกับการวิเคราะห์ปัญหา
“สีไม่เหมือนกันเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อตอบอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่กลัวว่าจะตอบผิด “ฝั่งนี้เป็นสีเหลือง ฝั่งนั้นเป็นสีเขียว”
หลินซื่อมองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ ‘เจ้าบ้าหรือเปล่า? นี่ยังต้องพูดอีกหรือ ใครมีตาก็มองเห็นกันทั้งนั้น!’
แต่หลังจากนั้นนางกลับได้ยินแม่สามีชมเชยหลี่ซื่อ “ใช่แล้ว เจ้าตอบได้ถูกต้อง นับเป็นหนึ่งข้อ ยังมีอีกไหม?”
“ทั้งหมดนั้นเป็นต้นกล้า นับไหมเจ้าคะ?” หลินซื่อตอบเสียงเบาหวิว
เย่อวี๋หรานยิ้ม “นับ”
เอาเถอะ ข้อสังเกตโง่ ๆ แบบนี้ก็ยังนับ คนอื่น ๆ ค่อยใจกล้าขึ้นมา เริ่มพูดสิ่งที่ตนสังเกตได้ออกมา
“ต้นกล้าในแปลงนาของหญิงปากสว่างสูงกว่า”
“ข้าสังเกตว่าระดับน้ำของนาทั้งสองแปลงดูเหมือนจะสูงเท่ากัน ไม่ได้ต่างกันมาก”
“ไม่ใช่สิ ข้ากลับคิดว่าระดับน้ำฝั่งนั้นสูงกว่านะ ฝั่งนี้เตี้ยกว่า”
……
จูปาเม่ยสังเกตได้ละเอียดกว่าเล็กน้อย มีข้อสังเกตที่ต่างจากคนอื่น ๆ “จำนวนใบเท่ากัน ข้านับแล้ว ส่วนใหญ่มีจำนวนใบเท่ากัน ความยาวของใบก็ใกล้เคียงกันเจ้าค่ะ”
คำพูดของนางทำให้ทุกคนฉุกใจคิดแล้วหันไปเปรียบเทียบลักษณะของต้นกล้าในแปลงนาทั้งสองฝั่ง
เนื่องจากต้นกล้าในแปลงนาของหญิงปากสว่างแห้งตาย พวกเขาจึงไม่อาจเปรียบเทียบขนาดของลำต้น แต่พิจารณาจำนวนใบ ความสูงต่ำ ความนิ่มร่วนของดิน ระดับน้ำ…
รวมถึงตำแหน่งของแปลงนา พูดออกมาโดยไม่ตกหล่นแม้แต่ประเด็นเดียว
มีคนสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ให้คนนำต้นกล้าจากแปลงนาทั้งสองฝั่งมาเปรียบเทียบกันอีกรอบ
จูซาน จูซื่อ และจูอู่วิ่งไปดูแล้วกลับมาเล่าให้ทุกคนฟังด้วยความประหลาดใจ “ท่านแม่ พวกเขาพบว่าถึงต้นกล้าของหญิงปากสว่างจะสูงกว่าต้นกล้าของคนอื่น แต่พอถอนออกมาเทียบกลับมีความยาวเท่ากันขอรับ”
“แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมรากฝอยของต้นกล้าในนาของหญิงปากสว่างถึงหลุดไปเยอะขนาดนั้น”
“พวกเขาเปรียบเทียบระดับน้ำและดินของแปลงนาทั้งสองฝั่งแล้ว พบว่าสูงเท่า ๆ กัน จึงยังไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหนขอรับ”
……
เย่อวี๋หรานฟังคำตอบของทุกคนแล้วก็ยกยิ้มมุมปาก กระตุ้นให้พวกเขาพิจารณาหาจุดที่เหมือนและแตกต่างกันต่อไป
นางกลัวว่าพวกเขาจะไปต่อไม่ถูกจึงเอ่ยเตือนพวกเขาว่า “พวกเจ้าลองไปถามดูสิว่าต้นกล้าในแปลงนาของหญิงปากสว่างเริ่มโตเร็วแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
คนทั้งกลุ่มได้แนวทางแล้วก็ดีใจยิ่งนัก ไปสังเกตการณ์ต่อขณะพยายามคิดวิเคราะห์ไปด้วย
จูเหล่าโถวยืนอยู่ที่เดิม ไม่เข้าใจเลยว่าเย่อวี๋หรานกำลังทำอะไรอยู่
เขาพูดว่า “เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสก็กำลังสอบสวนอยู่ไม่ใช่รึ ทำไมเจ้าต้องให้พวกเขาวิ่งไปวิ่งมาแบบนั้นด้วย?”
“พวกเขาไม่มีอะไรทำก็เลยหาเรื่องให้ทำน่ะสิ” เย่อวี๋หรานตอบ
จูเหล่าโถวไร้คำจะกล่าว “…มีใครหาเรื่องทำกันแบบนี้ด้วยรึ?”
แต่เมื่อรวบรวมข้อมูลได้มากขึ้น บรรดาลูกชายกับลูกสะใภ้สกุลจูก็ยิ่งงุนงงกว่าเดิม เพราะพวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดต้นกล้าในแปลงนาของหญิงปากสว่างถึงได้โตเร็วกว่าต้นกล้าในแปลงนาของคนอื่นได้ขนาดนั้นในช่วงเวลาสั้น ๆ?
อย่างน้อยก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนี้
“เห็นที คงมีแต่ต้องไปถามหญิงปากสว่างว่านางทำอะไรลงไปแล้วล่ะ” เย่อวี๋หรานพูด
พวกลูกชายกับลูกสะใภ้ “…”
เอาล่ะสิ ปัญหาวกกลับมาที่ตัวหญิงปากสว่างอีกแล้ว
ทางด้านเจ้าหน้าที่ก็ได้ข้อสรุปอย่างเดียวกัน เขาหันไปซุบซิบอะไรบางอย่างกับผู้อาวุโส แล้วไปถามหญิงปากสว่างใหม่อีกครั้ง
พวกเขาถามหญิงปากสว่างว่านางดูแลต้นกล้าพวกนี้อย่างไรกันแน่ ต้นกล้าในแปลงนาของนางถึงได้โตกว่าต้นกล้าของคนอื่นในช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ไม่กี่วัน?
“ก็เพราะเคล็ดลับสุดยอดของครอบครัวข้าน่ะสิ!” หญิงปากสว่างเชิดหน้ากล่าวด้วยความภูมิอกภูมิใจ “ถ้าข้าบอกพวกท่านแล้วพวกท่านเอาไปทำเหมือนกัน ต่อไปข้าจะใช้อะไรทำกิน? ข้ายังต้องพึ่งพาเคล็ดลับนี้เลี้ยงปากท้องอยู่นะ”
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสหมดคำจะพูด “เจ้าไม่พูดออกมา พวกข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าต้นกล้าของเจ้าเกิดปัญหาขึ้นจากตรงไหน? อีกอย่าง วิธีการทำนาน้ำก็ได้จูต้าเหนียงเป็นคนสอน นางยังไม่กลัวว่าทุกคนเรียนรู้ไปแล้วจะแย่งถ้วยข้าวของนางไป เจ้ายังต้องกลัวอะไร? อย่างมากเจ้าก็แค่ทำให้ต้นกล้าโตไวเท่านั้นแหละ”
หญิงปากสว่างไม่ยอมแพ้ “วิธีของข้าต้องมีประโยชน์อยู่แล้วสิ ถ้าไม่มีประโยชน์ ต้นกล้าจะโตกว่ากล้าในแปลงนาข้าง ๆ ขนาดนั้นเรอะ? พวกท่านก็แค่อยากมาล้วงถามจากข้า คิดว่าข้าโง่งั้นเรอะ ข้าไม่บอกหรอกนะ”
ปัญหามาชะงักอยู่ที่หญิงปากสว่างนั่นเอง
จูหย่งหนิงไม่ได้โง่ เขาฟังออกแล้วว่าสาเหตุที่ต้นกล้าในแปลงนาบ้านตัวเองเกิดปัญหา อาจเกี่ยวข้องกับเคล็ดลับของหญิงปากสว่างก็ได้
เขาร้อนใจ “ตกลงแล้วเจ้าทำอะไรลงไป? เจ้าดูต้นกล้าพวกนี้สิ พวกมันโตแล้ว แต่กลับตายไปเสียได้…เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่ พวกมันตายได้อย่างไร?”
“ใครว่าที่ต้นกล้าตายเกี่ยวกับข้า? ข้าทำให้พวกมันโตนะ ไม่ได้ทำให้พวกมันตาย พวกมันตายไม่ได้เกี่ยวอันใดกับข้า” หญิงปากสว่างกลอกตา แล้วชี้ไปที่เย่อวี๋หรานในกลุ่มคนพลางเอ่ยว่า “ทำไมเจ้าไม่ไปถามนาง? นางอาจเล่นตุกติก เพราะทนเห็นข้าได้ดีไม่ได้ ถึงได้มาทำลายต้นกล้าในแปลงนาของพวกเราก็ได้นะ?”
คนสกุลจู “…”
คนโง่ยังดูออกว่าปัญหามาจากเคล็ดลับของเจ้า เจ้ากลับเอาแต่โทษคนอื่น!
“วิธีทำนาน้ำ คนเขายังบอกออกมา ยังจะมาทำร้ายต้นกล้าที่เจ้าปลูกอีกรึ?” จูหย่งหนิงกล่าวอย่างโมโห “เจ้าคิดว่าคนอื่นจะเหมือนเจ้าที่ทำตัวเอ้อระเหยอยู่ได้ทั้งวันงั้นรึ?”
“ข้าเนี่ยนะทำตัวเอ้อระเหย? ข้าว่างทีไรเป็นต้องมาดูนาน้ำ คอยเฝ้ามองพวกมันอยู่ทุกวัน กลัวว่าพวกมันจะโตได้ไม่ดีจึงดูแลพวกมันเป็นอย่างดี พวกมันถึงได้โตไวและโตได้ดีขนาดนั้น พอมาตายกะทันหันแบบนี้ทำไมถึงมาโทษข้าล่ะ?” หญิงปากสว่างแก้ตัวอย่างไม่ยอมแพ้ “ข้าบอกไปแล้วว่าคนร้ายคือนาง พวกท่านก็ยังไม่เชื่อข้า? ข้าไปทำอะไรให้หรือ พวกท่านถึงได้ดูถูกดูแคลนข้านักหนา?”
จากนั้นก็หันไปถามเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสว่า ไม่ไปตามหาคนร้ายที่ทำลายกล้าข้าวในนาของนาง แต่กลับมาสอบสวนนางแบบนี้ หมายความว่าอย่างไรกันแน่?
คิดว่าที่กล้าข้าวของนางกลายเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะนางงั้นรึ?
กล้าข้าวในแปลงนาบ้านตัวเอง นางไม่ดูแลให้ดี แต่กลับมาทำให้พวกมันตาย ทำให้ครอบครัวตนเองเก็บเกี่ยวอะไรไม่ได้ สมองนางมีปัญหาหรือถึงจะทำอย่างนั้น?
ใครบางคนพึมพำว่า “เป็นไปได้มากเชียวล่ะ!”
คนข้าง ๆ รีบสะกิดเขา “อย่าพูดเหลวไหล ระวังคนอื่นได้ยิน!”
“ข้าไม่ได้พูดเหลวไหลสักหน่อย หญิงปากสว่างเหมือนคนสติดีเสียที่ไหน?” คนผู้นั้นตอบกลับแต่พูดเสียงเบาลงกว่าเดิม เพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยินอยู่บ้าง
สมองของหญิงปากสว่างมีปัญหาหรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ แต่เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสมาถามนางเช่นนี้จะต้องเป็นเพราะนางมีปัญหาแน่นอน
ไม่อย่างนั้น เหตุใดเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสจึงไม่ไปถามคนอื่น แต่มาถามนางด้วยเล่า?
นอกจากนี้ จูต้าเหนียงเอาวิธีทำนาน้ำมาเผยแพร่ หญิงปากสว่างมีวิธีเพิ่มความสูงให้ต้นกล้า แต่กลับไม่เต็มใจจะนำมาแบ่งปัน นี่หมายความว่าอย่างไร?
เป็นคนเหมือนกัน เหตุใดจึงกระทำเรื่องราวที่ต่างกันสุดขั้วเช่นนี้?
ไม่แปลกเลยที่ใคร ๆ ล้วนไม่ชอบนาง เพราะนางเป็นคนแบบนี้ ทำตัวเองทั้งนั้น