ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 822 ขอแค่เป็นสิ่งที่แม่ข้าพูดจะต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอน
- Home
- ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด
- บทที่ 822 ขอแค่เป็นสิ่งที่แม่ข้าพูดจะต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอน
บทที่ 822 ขอแค่เป็นสิ่งที่แม่ข้าพูดจะต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอน
มีอะไรที่ข้าไม่เคยกิน? อวี๋จิ้งฉีไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะมาเป็นแขกในเรือนผู้อื่น ทั้งยังมีเรื่องมาขอร้องอีกฝ่าย เขาก็อยากจะเสียดสีกลับไปจริง ๆ ว่า “เจ้ามาจากบ้านนอกแบบนั้น ยังจะมีของอร่อยอันใด?”
เยี่ยนเหออันที่อยู่ข้าง ๆ ยิ้มกล่าวขึ้นมาว่า “คราวนี้ไม่มีเนื้อกระต่ายแดดเดียวหรือ? ข้าจำได้ว่าเนื้อกระต่ายแดดเดียวคราวก่อนอร่อยมากเลย”
“รู้ว่าเจ้าชอบเนื้อกระต่ายแดดเดียว ข้าเขียนจดหมายไปบอกที่บ้านแล้ว แต่เจ้าต้องรอก่อน กระต่ายตัวค่อนข้างใหญ่ เวลาทำจึงต้องใช้เวลา” จูชีกล่าวพลางผลักถาดใส่ปลาแดดเดียวส่งไปให้ “ปลาแดดเดียวรอบนี้ก็อร่อยมากเหมือนกัน เจ้ากินอันนี้ไปก่อน”
“เนื้อกระต่ายแดดเดียวคราวก่อนค่อนข้างพิเศษ ไม่ค่อยเหมือนที่ข้าเคยกินมาสักเท่าไหร่ จริงสิ ตอนนั้นเจ้าบอกว่าใส่อะไรนะ?” เยี่ยนเหออันพยายามนึกแต่คิดชื่อนั้นไม่ออก
จำได้ราง ๆ ว่าเป็นของที่ค่อนข้างพิเศษทีเดียว
“เจ้าหมายถึงพริก?” จูชีถาม
“ใช่แล้ว ก็คือพริก รสชาติเผ็ดร้อน ทั้งยังตากจนแห้ง กรุบกรอบยิ่ง กินแล้วก็ยังอยากกินอีก…” เยี่ยนเหออันกล่าว “ผู้ใหญ่ที่บ้านข้าฟันไม่ค่อยดี ไม่อย่างนั้นข้าก็อยากเอากลับไปให้พวกเขาชิมด้วยเหมือนกัน”
“พวกเขาน่าจะกินเส้นมันเทศได้นี่นา แค่นำไปลวกก็กินได้แล้ว นุ่มมาก”
“อย่าพูดถึงเลย เส้นมันเทศที่เจ้าส่งมาให้ตอนนั้น ข้าได้กินแค่ถ้วยเดียว ที่เหลือพวกเขาเอาไปแบ่งกันจนหมด” กล่าวถึงเรื่องนี้ เยี่ยนเหออันก็ยิ้มออกมา “ท่านปู่กับท่านย่าชอบกินมากจริง ๆ นั่นแหละ แต่เจ้าบอกมาในจดหมายว่ามันย่อยยากกว่าข้าว ไม่แนะนำให้กินมาก ข้าจึงบอกให้พวกสาวใช้คอยดูเอาไว้ เว้นช่วงสักหลายวันก่อนแล้วค่อยกินซ้ำ แต่ถึงจะทำเช่นนี้ พวกเขาก็กินหมดในเวลาไม่นาน”
“ไม่เป็นไร ที่บ้านข้ายังมีอีก เจ้าอยากได้เท่าไหร่ ข้าจะส่งไปให้” จูชีพูด “ปีนี้หมู่บ้านพวกข้าปลูกมันเทศกันเยอะมาก จะต้องเก็บเกี่ยวได้เยอะแน่นอน”
ชั่วขณะนั้น อวี๋จิ้งฉีพบว่าตนเองไม่มีที่ให้พูดแทรก เพราะสิ่งที่พวกเขาพูดถึง เขาล้วนไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
“เนื้อกระต่ายแดดเดียวอร่อยตรงไหน? มันก็แค่เนื้อแห้งไม่ใช่หรือ?” เขาไม่ได้ถามว่าเส้นมันเทศคืออะไร จะได้ไม่แสดงออกถึงความไม่รู้ของตน เพียงกล่าวถึงเนื้อกระต่ายแดดเดียว “ใช่ว่าไม่เคยกินมาก่อนเสียหน่อย อีกอย่างของพวกนั้นผู้หญิงกับเด็กล้วนกินไม่ได้ โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์ ถ้ากินแล้วจะมีปากสามกลีบ…”
จูชีพูดแย้ง “ไม่หรอก แม่ข้าบอกว่าพวกนั้นเป็นคำพูดเหลวไหล หมูกับไก่ก็มีปากที่แตกต่างจากของมนุษย์ ถ้าแค่ปากไม่เหมือนกันก็กินไม่ได้ คนท้องก็กินเนื้ออะไรไม่ได้แล้วน่ะสิ”
น่าเสียดายที่เขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดมารดากล่าวเช่นนั้นแล้ว ตอนที่พี่สะใภ้รองกับพี่สะใภ้สี่ตั้งครรภ์ก็ยังไม่กล้ากินอยู่ดี
“เจ้าเถียงข้าง ๆ คู ๆ คำพูดของบรรพบุรุษต้องมีเหตุผลอยู่แล้วสิ แต่คนรุ่นหลังอย่างพวกเราความรู้น้อยด้อยประสบการณ์จึงไม่เข้าใจก็เท่านั้น” อวี๋จิ้งฉีพูดจบแล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้ รีบหันมาขออภัยกับเย่อวี๋หราน “ขออภัยขอรับ จูต้าเหนียง ข้าไม่ได้ตำหนิท่าน พวกข้าหมายถึงคนหนุ่มอย่างพวกตัวเอง…”
เหมือนกับตบหน้าตนเองอยู่ ยิ่งพูดก็ยิ่งผิด
เยี่ยนเหออันอ่อนใจ ทราบว่าเย่อวี๋หรานไม่ถือสา แต่ก็ช่วยพูดกู้สถานการณ์ให้ “เจ้าก็พูดให้น้อยลงหน่อยเถอะ ของกินยังปิดปากเจ้าไม่ได้อีกหรือ? เจ้าเคยกินเนื้อแดดเดียวมาก่อนก็จริง แต่ยังไม่เคยกินของสกุลจู นั่นไม่เหมือนกับที่เจ้ากินในยามปกติหรอกนะ ลองชิมดูสิ…”
แล้วยัดชิ้นหนึ่งใส่มือของอวี๋จิ้งฉี บอกว่าเขาต้องลองชิมสักครั้ง
ตอนแรกอวี๋จิ้งฉียังรังเกียจอยู่บ้าง ไม่อยากกิน แต่เยี่ยนเหออันยัดใส่มือเขาแล้ว เมื่อครู่ยังเพิ่งจะ ‘ล่วงเกิน’ จูต้าเหนียงไป จึงได้แต่ส่งเข้าปากอย่างกล้ำกลืนฝืนใจ
แต่พอได้กินแล้ว เขาก็ต้องอึ้งไป
ช้าก่อน รสชาตินี้มัน…
ดูเหมือนจะไม่เลวเลย?!
ไม่ได้แค่ไม่เลวเท่านั้น เทียบกับอันที่เขาเคยกินมาแล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หวาน ๆ เค็ม ๆ ทั้งยังมีกลิ่นจำเพาะ
อวี๋จิ้งฉีกินไปหลายชิ้นโดยไม่รู้ตัว
เยี่ยนเหออันเห็นอย่างนั้นก็อยากหัวเราะ
‘ครู่ก่อนยังไม่อยากกินอยู่เลย ตอนนี้คงรู้แล้วสินะว่าอาหารบ้านจูต้าเหนียงอร่อยแค่ไหน?’
รอจนได้กินมันเทศตากแห้ง อวี๋จิ้งฉียิ่งอัศจรรย์ใจกว่าเดิม
‘รสหวาน แต่ไม่เลี่ยน ทั้งยังหอมมาก’
เขากัดเสร็จแล้วก็ยกขึ้นมามองซ้ายมองขวา ดูไม่ออกว่านั่นคืออะไร
“ไม่ต้องดูแล้ว เจ้าไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนแน่” เยี่ยนเหออันกล่าว “แม้แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน”
“หา เจ้าก็ไม่เคยเห็น?” อวี๋จิ้งฉีมีสีหน้าไม่เชื่อถือ “เป็นไปไม่ได้หรอก เจ้าเคยกินแล้วนี่”
“อันที่ข้ากินเป็นอันที่บ้านจูต้าเหนียงทำสำเร็จมาแล้ว ซุ่นเต๋อส่งมาให้” เยี่ยนเหออันกล่าว “ทั้งเส้นมันเทศและมันเทศตากแห้ง ล้วนทำมาจากมันเทศ แต่เจ้านี่ก็เหมือนกับผลไม้ เก็บไว้ได้ไม่นาน ส่งไปที่ไกล ๆ ไม่ได้…”
กล่าวยังไม่จบก็ถูกจูชีพูดแทรกขึ้นมา “ไม่ใช่เก็บไว้นานไม่ได้ แต่เป็นเพราะหมู่บ้านพวกข้าปลูกน้อย กินเองยังไม่พอ ไม่อาจส่งมาให้ได้”
“แต่ตอนนั้นเจ้าบอกในจดหมายว่าเจ้านี่เก็บไว้นานไม่ได้นี่นา…” เยี่ยนเหออันเอ่ยเตือนเขา
จูชีอึ้งไปเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้าหมายถึง ถ้าเก็บไว้ไม่ถูกวิธีก็จะเสียง่าย ความจริงพวกข้าก็กำลังหาวิธีเก็บอยู่เหมือนกัน แต่แม่ข้าบอกว่า ขอเพียงพวกเราหาวิธีเก็บรักษาที่เหมาะสมได้แล้ว ถึงจะส่งไปไกลหน่อยก็สามารถทำได้เช่นกัน”
เขายังย้ำมาอีกว่า “ขอแค่เป็นสิ่งที่แม่ข้าพูดจะต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอน”
จูชีมักเขียนประโยคทำนองนี้มาในจดหมายเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ เยี่ยนเหออันเคยชินเสียแล้ว เพราะในสายตาจูชี ในโลกนี้ไม่มีใครฉลาดเท่ามารดาของเขาอีกแล้ว
แต่อวี๋จิ้งฉีไม่เหมือนกัน เขาบ่นในใจ ‘แม่ ๆๆ เอาแต่พูดถึงแม่อยู่นั่นแหละ โตปานนี้แล้ว ยังเป็นลูกแหง่อยู่อีก’
“จูต้าเหนียง ท่านคิดว่าเรื่องนี้เป็นไปได้หรือไม่?” เยี่ยนเหออันรู้ว่าจูชีก็ไม่อาจชี้ชัด จึงหันมาถามเย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานพยักหน้า “อืม! ปีก่อนพวกข้าขุดห้องใต้ดินเพื่อเก็บมันเทศเอาไว้ในช่วงฤดูหนาว ถึงจะมีบางส่วนที่เสียไป แต่นั่นน่าจะเป็นปัญหาเรื่องวิธีเก็บมากกว่า ถ้าแก้ไขปัญหาตรงนั้นได้ ใช้วิธีที่คล้ายกันนี้เก็บรักษามันเทศ การขนส่งมันเทศในช่วงฤดูหนาวก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร…”
“หมายความว่าข้าใกล้จะได้กินมันเทศสดใหม่แล้วน่ะสิ?” เยี่ยนเหออันยิ้ม “ถึงตอนนั้นข้าก็ขอชิมสักหน่อย ได้ยินซุ่นเต๋อพูดถึงในจดหมายหลายครั้งแล้วว่ามันเทศย่างอร่อยมาก เหนียวนุ่ม เทียบกับมันเทศตากแห้งแล้วกลับเป็นอีกรสชาติหนึ่ง”
เย่อวี๋หรานก็ยิ้มเช่นกัน “จวนแล้วล่ะ ไม่แน่ว่าหน้าหนาวปีนี้ก็อาจได้กินแล้ว”
ถึงเวลามื้อเย็น อวี๋จิ้งฉีก็ได้ลิ้มรสก๋วยเตี๋ยวมันเทศที่พวกเขาพูดถึงกันเสียที
แน่นอน คนที่ทำย่อมเป็นคนครัวของเยี่ยนเหออัน
เริ่มจากต้มน้ำแกงเป็ดเสียก่อน จากนั้นก็นำเส้นมันเทศลงไปลวกในน้ำแกงจนกระทั่งรสชาติซึมเข้าเนื้อ อร่อยอย่าบอกใครเชียวล่ะ
อวี๋จิ้งฉีเพิ่งจะเคยกินของที่มีรสสัมผัสลื่น ๆ เคี้ยวหนึบเช่นนี้เป็นครั้งแรกก็รู้สึกเหลือเชื่อ “เจ้านี่ใช้วัตถุดิบอันเดียวกับที่ทำมันเทศตากแห้งจริง ๆ หรือ?! ไม่น่าใช่นะ มันเทศตากแห้งมีรสหวาน…”
ขณะที่พูดยังกินเข้าไปอีกคำหนึ่ง มั่นใจอย่างยิ่ง “แต่เจ้านี่ไม่หวานเลย เป็นรสชาติของน้ำแกงเป็ดล้วน ๆ ต่างกันลิบลับ”
เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเยี่ยนเหออันจึงกล่าวว่าท่านปู่กับท่านย่าของเขาชอบกินเจ้าสิ่งนี้
รสสัมผัสนุ่มลื่นหนึบหนับนั้น เมื่อจับคู่กับน้ำแกงที่ผ่านการเคี่ยวมาเป็นอย่างดีช่างชวนให้คนลุ่มหลงโดยแท้