สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 500 บ่มเพาะอย่างเงียบงัน บนทวีป
แห่งความโกลาหล
ในความว่างเปล่าอันมืดมัว ร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้น และลงมา
“มาถึงแล้ว”
หลินหยวนมองไปยังทวีปอันกว้างใหญ่ที่ลอยอยู่ไม่ไกลอย่างละเอียด
ขนาดของทวีปแห่งนี้ใหญ่กว่าจักรวาลบ้านเกิดของเขาหลายสิบเท่า พลังที่ไม่มี
ที่สิ้นสุดแผ่ออกจากทวีป และแผ่ไปยังความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลโดย
รอบ
“ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง?” (ทวีปแห่งความโกลาหลแห่งแสงสว่าง
โบราณ)
บนใบหน้าของหลินหยวนปรากฏรอยยิ้มออกมา
ทวีปแห่งนี้เป็นทวีปแห่งความโกลาหลที่ใกล้กับจักรวาลบ้านเกิดของเขา
มากที่สุด ในจักรวาลบ้านเกิดนั้นเวลาได้ผ่านไป 100 ปี แต่ในความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหลกลับผ่านไปเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น
เมื่อ 3 เดือนก่อน หลินหยวนได้เดินเล่นอย่างไม่มีจุดหมายอยู่ในความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล และได้บังเอิญค้นพบพลังที่แผ่ออกมาจากทวีปแห่ง
ความโกลาหลกู่หมิง
หลังจากที่เดินทางมา 3 เดือน หลินหยวนก็มาถึงในที่สุด
ยิ่งเข้าใกล้ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงมากเท่าไหร่ ความถี่ในการที่หลิน
หยวนได้พบกับผู้แข็งแกร่งคนอื่นๆ ก็ยิ่งสูงขึ้น และในการเจรจาต่อรองกับผู้
แข็งแกร่งเหล่านั้น ก็ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิ
งมา
ที่
ขั้
ทิ้
นั้
ในข้อมูลที่ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด ‘ชังเวยหยาง’ ทิ้งไว้นั้น
ก็มีการแนะนำเกี่ยวกับทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
“โชคยังดี”
จิตใจของหลินหยวนรู้สึกยินดี ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้นถือได้ว่า
เป็นพื้นที่ที่อยู่ชายขอบของแผนที่ที่ท่านผู้อาวุโส ‘ชังเวยหยาง’ ทิ้งไว้
หากไกลกว่านี้ ก็จะเกินขอบเขตที่แผนที่ได้บันทึกเอาไว้
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล แม้แต่มหาปราชญ์
แห่งความโกลาหลก็ยังไม่สามารถที่จะไปถึงขอบได้
แล้วนับประสาอะไรกับผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง?
“ตอนนี้เราอยู่ห่างจากจักรวาลบ้านเกิด”
หลินหยวนมองไปยังด้านหลัง
ด้วยความเข้าใจในกาลอวกาศในตอนนี้ของเขา การหายใจแต่ละครั้งก็
สามารถก้าวข้ามขอบเขตจักรวาลบ้านเกิดได้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังต้อง
เดินทางอย่างไม่หยุดหย่อนถึง 3 เดือนกว่า
เห็นได้ว่าจักรวาลบ้านเกิดนั้นอยู่ห่างจากทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงไกล
ขนาดไหน
แน่นอนว่าระยะทางที่ไกลในที่นี้ ก็เป็นเพียงแค่เมื่อเทียบกับหลินหยวน
เท่านั้น สำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองแล้ว อาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็
สามารถข้ามผ่านได้ และสำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลแล้ว อาจจะสามารถ
ข้ามผ่านไปได้ด้วยความคิดในชั่วขณะหนึ่ง
ทั้ง 3 ขอบเขตของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นั้น บุกเบิกวิถี ปกครองโกลาหล
แต่ละขอบเขตก็เหมือนกับเป็นเหวที่ลึก กล่าวกันว่าเมื่อเหนือกว่าขอบเขต
โกลาหลแล้ว ก็สามารถเข้าใกล้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบได้ และมี
ลักษณะบางส่วนของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ
ชื่
นั้
ที่
“การเชื่อมต่อระหว่างร่างจริงและร่างวิญญาณนั้น ใกล้ที่จะถึงขีดจำกัด
แล้ว”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่มีความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 6 ในจักรวาล
บ้านเกิดนั้น ร่างแยกที่รวมตัวขึ้นมาได้ ทำได้เพียงแค่เดิน
วนเวียนอยู่บริเวณใกล้ๆ จักรวาลเท่านั้น และยังไม่สามารถรักษาสภาพเอา
ไว้ได้นาน เนื่องจากจะถูกพลังแห่งความโกลาหลกัดกินจนพังทลายลง
หลินหยวนมีความเข้าใจในกาลอวกาศถึงระดับ 7 และมีขอบเขตการเชื่อม
ต่อกับร่างแยกที่ไกลกว่าระดับ 6 มาก แต่ถึงจะไกลกว่า ก็ยังมีขีดจำกัด
แต่หลินหยวนก็โชคดี ที่ได้ค้นพบทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงก่อนที่จะถึง
ขีดจำกัด หรือจะพูดได้ว่าทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้นอยู่ในขอบเขตการ
เชื่อมต่อระหว่างร่างจริงและร่างวิญญาณของหลินหยวน
“ผู้ที่ดูแลทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง”
ในสมองของหลินหยวนปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับทวีปแห่งความโกลาหลกู่ห
มิง
ผู้ที่มีคุณสมบัติในการเรียกได้ว่าเป็นทวีปแห่งความโกลาหลนั้นเบื้องหลัง
ย่อมต้องมีผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลคอยหนุนหลังอย่างแน่นอน
และผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลที่อยู่เบื้องหลังของทวีปแห่งความโกลาหลกู่
หมิงนั้น ชื่อว่ากู่หมิง และทวีปแห่งความโกลาหลทั้งทวีปนั้นก็ตั้งชื่อตามเขา
ท่านกู่หมิงให้ความสำคัญกับความยุติธรรมมาก ทวีปแห่งความโกลาหลกู่ห
มิงที่เขาได้เปิดขึ้นนั้น มีการค้าขายที่เจริญรุ่งเรือง และดึงดูดผู้ที่แข็งแกร่งจาก
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลโดยรอบหรือแม้แต่จากทวีปแห่งความโกลา
หลอื่นๆ ให้มาทำการค้าขาย
ที่
นั้
ที่
“ในตอนที่ท่านผู้อาวุโสชังเวยหยางยังมีชีวิตอยู่นั้น ท่านกู่หมิงก็เป็นผู้ที่อยู่
ในขอบเขตโกลาหลที่มีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว ตอนนี้ท่านผู้อาวุโสชังเวยหยางได้
ดับสูญไปหลายยุคของจักรวาลแล้ว แต่ท่านกู่หมิงกลับยังคงอยู่”
ในใจของหลินหยวนรู้สึกซาบซึ้ง
โดยปกติแล้ว ผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลนั้น ยากที่จะตายมากๆ
การที่เจ้าหอหยกปีศาจ และองค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’ ซึ่งเป็นมหาปราชญ์
แห่งความโกลาหลหายตัวไปอย่างไม่มีสาเหตุนั้น ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า
พวกเขาตายไปแล้ว
และต่อให้ตาย ก็ไม่แน่ว่าจะถูกสังหาร
“เข้าไปเถอะ”
หลินหยวนเดินทางเข้าไปใกล้กับทวีปแห่งความโกลาหลอันกว้างใหญ่ที่อยู่
ข้างหน้าต่อไป
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงมีค่ายกลปกคลุมอยู่ และโดยรอบก็มีทางเข้า
ออกอยู่ 33 ทาง หลินหยวนเลือกทางเข้าที่ใกล้ที่สุด
“การเข้าไปในทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้น ต้องจ่ายหินแห่งความ
โกลาหล 10 ก้อน”
ที่หน้าทางเข้า มีคลื่นพลังทางจิตวิญญาณส่งเข้ามาในหูของหลินหยวน
“เข้าใจแล้ว”
หลินหยวนพยักหน้า
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้น ห้ามการต่อสู้ และปลอดภัยมากที่นี่
เมื่อปลอดภัยแล้ว ก็ต้องจ่ายเงิน เมื่อเทียบกับความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลที่เต็มไปด้วยอันตรายแล้ว ในทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้น อย่าง
น้อยก็มีระเบียบและความปลอดภัย
วูบๆ
หลินหยวนหยิบหินแห่งความโกลาหล 10 ก้อนออกมา เขาได้รับหินแห่ง
ความโกลาหลจำนวนไม่น้อยมาจากที่พำนักของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตปกครอง
ขั้นสูงสุด ‘ชังเวยหยาง’ ถึงแม้ว่าจะส่งกลับไปยังจักรวาลบ้านเกิดไปส่วนใหญ่
แล้ว
แต่บนร่างแยกก็ยังมีติดตัวอยู่บ้าง ซึ่งเป้าหมายของมันก็เพื่อเรื่องนี้
ด้วยข้อมูลที่ท่านผู้อาวุโส ‘ชังเวยหยาง’ ทิ้งไว้ให้ หลินหยวนจึงรู้กฎ
มากมายในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
“หืม?”
ในขณะนั้นเอง หลินหยวนก็เงยหน้าขึ้น และเห็นร่างหลายร่างลงมา
ร่างเหล่านั้น น่าจะมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน และหยุดอยู่ที่หน้าทางเข้าอยู่
ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หยิบอาวุธระดับ 12 มาสองสามชิ้น จึงจะสามารถรวบรวม ‘ค่า
ธรรมเนียม’ ในการเข้าไปในทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงได้
การที่จะเข้าไปในทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้น ต้องจ่ายหินแห่งความ
โกลาหล 10 ก้อน หากไม่มีหินแห่งความโกลาหล ก็สามารถใช้วัตถุในระดับ
เดียวกันแทนได้
แต่ผู้แข็งแกร่งส่วนใหญ่เลือกใช้หินแห่งความโกลาหล การที่จะใช้วัตถุอื่นๆ
แทนนั้น จะต้องจ่ายแพงกว่า ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงจะคิดราคาด้วย
ราคาที่ต่ำที่สุด
“ผู้แข็งแกร่งเหล่านั้นน่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เพิ่งออกมาจาก
จักรวาล”
หลินหยวนคาดเดาในใจ
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น ได้บ่มเพาะจักรวาลขึ้นมามากมาย
และในทุกๆ ขณะ ย่อมต้องมีจักรวาลล่มสลาย และมีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เอา
รั้
ชีวิตรอดจากการล่มสลายครั้งใหญ่ได้
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ในจักรวาล เมื่อเอาชีวิตรอดจากการล่มสลายครั้ง
ใหญ่ได้ และได้เข้าไปในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลหากโชคดีก็จะ
สามารถค้นพบทวีปแห่งความโกลาหลที่อยู่ใกล้ที่สุดและตั้งรกรากอยู่ได้
หากโชคร้าย?
เมื่อต้องเดินทางไปมาอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเป็นเวลา
นาน ก็อาจจะเจอกับอันตรายต่างๆ จนถึงแก่ความตายได้
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ในจักรวาลนั้น แทบจะไม่มีทางตายได้เลย นีเป็น
เพราะการคุ้มครองของจักรวาล ขนาดของจักรวาลนั้น ก็เปรียบเสมือนกับผู้ที่
อยู่ในขอบเขตโกลาหล
ที่สามารถปิดกั้นภัยคุกคามส่วนใหญ่ได้
เมื่อไม่มีการคุ้มครองของจักรวาลแล้ว และยังโชคร้ายอีก ผู้แข็งแกร่งระดับ
12 ก็จะต้องอยู่ในอันตรายในหลายครั้ง
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นมีผู้แข็งแกร่งมากมาย ทีคอยจับตา
ดูจักรวาลที่กำลังจะล่มสลาย และสังหารผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่สามารถเอา
ชีวิตรอดจากการล่มสลายครั้งใหญ่ได้
การที่จะเอาชีวิตรอดจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลได้นั้น ล้วนแต่
เป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล และบนร่างก็น่าจะมีทรัพย์สมบัติส่วน
ใหญ่ของจักรวาลติดตัวมาด้วยอย่างแน่นอน
เมื่อรวมกับการที่ไม่ได้เข้าไปในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลมาก่อน
แม้ว่าจะอยู่ในระดับ 12 แล้ว แต่ในเรื่องของพลังย่อมต้องอ่อนแอกว่าผู้
แข็งแกร่งระดับ 12 ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอย่างแน่นอน
มีสมบัติจำนวนมากติดตัว แต่กลับอ่อนแอ
‘แกะอ้วน’ แบบนี้ ต้องมีผู้ที่แข็งแกร่งมากมายจับตาดูอย่างแน่นอน
นั้
ที่
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น นอกจากสถานที่อย่างทวีปแห่ง
ความโกลาหลแล้ว บริเวณอื่นๆ นั้นไม่มีระเบียบ และเป็นไปตามกฎการอยู่รอด
ของผู้ที่แข็งแกร่ง
“การล่มสลายครั้งใหญ่”
สีหน้าของหลินหยวนจริงจังขึ้นเล็กน้อย
การล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลนั้น มีเป้าหมายอยู่ที่สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่
อยู่ในจักรวาล ในเวลานั้นเมื่อจักรวาลล่มสลาย แม่น้ำแห่งกาลเวลาพังทลาย
และทุกชีวิตดับสูญไป
มีเพียงแค่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่กระโดดออกจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาแล้ว
เท่านั้น ถึงจะมีหวังที่จะเอาชีวิตรอดไปได้
แต่ก็เป็นเพียงแค่มีหวังที่จะเอาชีวิตรอดไปได้เท่านั้น ในตอนทีจักรวาลล่ม
สลาย กฎต่างๆ ย่อมต้องพังทลายลง และสำหรับผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แล้วก็
เป็นสิ่งที่อันตรายถึงชีวิตเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วก็มีเพียงแค่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12
ส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถออกจากจักรวาลได้อย่างราบรื่น และเข้าไปในความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้
ส่วนชีวิตที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 12 นั้น?
การที่จะมีชีวิตรอดได้นั้น มีเพียงแค่วิธีเดียว
ก็คือการนำรอยประทับของสาระสำคัญของชีวิตของตนเอง ย้ายจากแม่น้ำ
แห่งกาลเวลาที่อยู่ในจักรวาล ไปยังแม่น้ำแห่งกาลเวลาทีอยู่ในจักรวาลภายใน
ของผู้ที่อยู่ในระดับ 12
เมื่อจักรวาลล่มสลาย แม่น้ำแห่งกาลเวลาจะพังทลายลง สิ่งมีชีวิตใดๆ ที่
อยู่ในแม่น้ำย่อมต้องตาย นี่เป็นเพราะว่ารอยประทับของสาระสำคัญของชีวิต
ของตนเอง ก็อยู่ในแม่น้ำแห่งกาลเวลาเช่นกัน
เพียงแค่นำรอยประทับของสาระสำคัญของชีวิต ย้ายเข้าไปยังแม่น้ำแห่ง
กาลเวลาที่อยู่ในจักรวาลภายในของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็พอ
ที่
รั้
หลังจากที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 เอาชีวิตรอดจากการล่มสลายครั้งใหญ่ไป
แล้ว สิ่งมีชีวิตมากมายที่อยู่ในจักรวาลภายในของเขาก็จะสามารถที่จะมีชีวิตอยู่
ได้
แน่นอนว่า
ถึงแม้ว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 จะมีความสามารถนี้ ก็จะไม่นำสิ่งมีชีวิต
จำนวนมากจากในจักรวาล ย้ายเข้าไปยังจักรวาลภายในของตนเอง
เพราะยิ่งมีสิ่งมีชีวิตจากในจักรวาลอยู่กับตัวเองมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับ
การจับตาจากจิตสำนึกของจักรวาลมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อถึงเวลาที่ล่มสลาย
ครั้งใหญ่แล้ว แรงกดดันที่ต้องรับจะยิ่งมากขึ้นและน่ากลัวมากขึ้นเท่านั้น
“การล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลนั้น พลเมือง 99% ของอารยธรรม
มนุษย์ของเรา จะต้องตาย”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
ในความเป็นจริง 99% นั้นก็ถือว่าดีแล้ว การที่จะสามารถเข้าไปอยู่ใน
จักรวาลภายในของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นั้น มีมากที่สุดเพียงแค่ 1 ในล้าน หรือ
1 ในสิบล้านเท่านั้น
เมื่อรวมกับการที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ส่วนใหญ่ที่ต้องดับสูญไปเมื่อ
จักรวาลล่มสลายด้วยแล้ว จำนวนก็จะยิ่งน้อยลงไปอีก
“ช่างเถอะ ตอนนี้คิดเรื่องนี้ไปก็ไกลเกินไป”
หลินหยวนเก็บความคิดไป จักรวาลบ้านเกิดของเขายังเด็กมากหากไม่มี
อะไรผิดพลาดแล้ว ระยะห่างจากการล่มสลายครั้งใหญ่ของจักรวาลนั้นก็ยังคง
ห่างไกลออกไปอีกมาก
ในเวลาไม่นาน
หลินหยวนก็เข้าไปในทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
นั้
ซึ่
ที่ที่สิ่
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้นมีเมืองอยู่ 9 เมือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่สิ่งมี
ชีวิตจากภายนอกมารวมตัวกัน
ส่วนภายนอกเมืองนั้น?
ก็เต็มไปด้วยค่ายกลต่างๆ และยังเป็นสถานที่ที่ท่านกู่หมิงใช้ในการบ่ม
เพาะตน และห้ามผู้แข็งแกร่งจากภายนอกเข้าไปโดยพลการ
“นั่นคือ?”
หลินหยวนมองไปยังใจกลางของทวีปจากระยะไกล
ที่นั่นมีภูเขาสีดำตั้งตระหง่านอยู่ และมีอานุภาพที่น่ากลัวแผ่ไปโดยรอบ
ภูเขาสีดำนั้นเต็มไปด้วยอานุภาพแห่งความมืดมิดและโกลาหล ซึ่งมากพอที่จะ
ทำให้ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองทั่วไปรู้สึกสั่นสะท้านได้
“นั่นคือเขาของสัตว์ มังกรแห่งความโกลาหลที่ท่านกู่หมิงได้ปราบลง”
หลินหยวนคิดในใจ
ท่านกู่หมิงในฐานะที่เป็นผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหล ในช่วงแรกๆนั้นก็ได้
เดินทางอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล และได้ปราบมังกรแห่งความ
โกลาหลตัวหนึ่งลง ซึ่งมังกรแห่งความโกลาหลตัวนั้นก็มีพลังต่อสู้ที่ใกล้เคียงกับ
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหล
ภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่ใจกลางของทวีปแห่งความโกลาหลในตอนนี้ เป็น
เพียงแค่เขาเดี่ยวของมังกรแห่งความโกลาหล
ส่วนร่างจริงของมังกรแห่งความโกลาหลนั้น?
กำลังหลับใหลอยู่ในส่วนลึกของทวีปแห่งความโกลาหล
“มังกรแห่งความโกลาหลที่มีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับผู้ที่อยู่ในขอบเขต
โกลาหล”
นั้
ที่
หลินหยวนเก็บสายตากลับ ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้นมีการค้าขายที่
เจริญรุ่งเรือง ก็เป็นเพราะมังกรแห่งความโกลาหลตัวนีด้วย
ไม่ว่าจะเป็นใคร แม้แต่ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดเมื่อได้เห็น
เขาเดี่ยวที่ทิ่มแทงท้องฟ้าแล้ว ย่อมต้องรู้สึกหวาดกลัว และไม่กล้าก่อเรื่องใน
ทวีปแห่งความโกลาหลมากขึ้น
และการที่ทวีปแห่งความโกลาหลนั้นจะเจริญรุ่งเรืองหรือไม่นั้น ก็ไม่ได้มี
ความเกี่ยวข้องกับพลังของผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลมากนัก
ถึงแม้ว่าพลังของท่านจะแข็งแกร่ง แต่หากทวีปแห่งความโกลาหลที่ท่าน
ดูแลนั้นมีแต่ความวุ่นวาย ผู้ที่แข็งแกร่งคนอื่นๆ ก็ไม่ต้องการไปทำการค้าด้วย
ท่านกู่หมิงให้ความสำคัญกับความยุติธรรม ในหลายยุคของจักรวาลที่ผ่าน
มา ก็ไม่มีชื่อเสียงที่ไม่ดีแพร่กระจายออกไป ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีและผู้ที่
อยู่ในขอบเขตปกครองมากมายก็ชอบที่จะมาทำการค้าขายและบ่มเพาะตน
อย่างเงียบๆ ที่ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
หลินหยวนเข้าไปในเมืองหมิงชวน ซึ่งเป็นหนึ่งในเก้าเมืองของทวีปแห่ง
ความโกลาหลกู่หมิง
เมืองนั้นกว้างใหญ่ และแบ่งออกเป็นหลายเขต เช่น เขตการค้าเขตที่อยู่
อาศัย เป็นต้น
“ร้านค้าจำนวนมากในเขตการค้านั้น มีผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองคอยหนุน
หลังอยู่ ซึ่งมีอิทธิพลเพียงแค่ในทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง หรืออาจจะเฉ
พาะเมืองหมิงชวนเท่านั้น”
หลินหยวนกวาดสายตาไป และจากนั้นก็มองไปยังที่ที่ลึกกว่า
ที่นั่นมีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งเบื้องหลังสิ่งก่อสร้างเหล่านั้น ต้อง
เป็นกลุ่มกองกำลังต่างๆ ที่มาจากทวีปแห่งความโกลาหลอื่นๆ และเบื้องหลัง
ย่อมต้องมีผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลคอยหนุนหลังอยู่
มื่
ที่
เมื่อเทียบกับร้านค้าส่วนตัวของผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองแล้วร้านค้าใหญ่
เหล่านี้ก็มีชื่อเสียงที่ดีกว่า แต่แน่นอนว่าราคาก็แพงกว่าด้วย
“หอหมื่นวิถี?”
หลินหยวนมองไปยังสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุด ที่หนึ่งในอาคารนั้น
มีเมฆหมอกล่องลอย และลึกล้ำจนไม่อาจจะหยั่งถึงได้
หอหมื่นวิถี ไม่ได้ขายสมบัติและวัตถุดิบ แต่ขายเส้นทางวิวัฒนาการ
การที่จะก้าวเข้าไปในระดับ 12 นั้น ต้องเดินไปจนสุดปลายของเส้นทาง
วิวัฒนาการเส้นทางหนึ่ง และเส้นทางวิวัฒนาการนั้น ต้องไม่มีผู้แข็งแกร่งระดับ
12 อยู่
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น กว้างใหญ่ไพศาล การพึ่งพลังของ
ตนเอง สร้างเส้นทางวิวัฒนาการใหม่ขึ้นมา และจากไม่มีอะไร จนในที่สุดก็ก้าว
เข้าสู่ระดับ 12 นั้น ก็เป็นส่วนน้อยอย่างที่สุด
ผู้ที่แข็งแกร่งในระดับ 12 ส่วนใหญ่ ได้เดินตามเส้นทางวิวัฒนาการที่มีอยู่
แล้ว
สำหรับชีวิตที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 12 แล้ว เส้นทางวิวัฒนาการทีนำไปสู่
ระดับ 12 นั้น ต้องใช้ความพยายาม และโชคชะตาอย่างมากถึงจะสามารถสร้าง
มันออกมาได้
แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลมากมายแล้ว บางทีในการปิดด่านบ่ม
เพาะตนเพียงครั้งเดียว และสำรวจเส้นทางหลายร้อยหลายพันเส้นทาง ก็
สามารถค้นพบเส้นทางวิวัฒนาการในระดับ 12 ได้หลายร้อยหลายพันเส้นทาง
วิถีนั้นไม่มีที่สิ้นสุด เส้นทางวิวัฒนาการใดๆ ก็มีศักยภาพในการที่จะก้าวไป
สู่ระดับ 12 ได้ทั้งนั้น
ก็เป็นเพียงแค่ความเป็นไปได้ที่สูงต่ำ แต่ในระหว่างที่ผู้ที่อยู่ในขอบเขต
โกลาหลปิดด่านบ่มเพาะตนนั้น เมื่อจิตใจได้สังเกตแก่นแท้ของวิถีแล้ว เส้นทาง
ขึ้
ที่
วิวัฒนาการมากมายก็จะปรากฏขึ้น และผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลบางคน
จะบันทึกเส้นทางวิวัฒนาการเหล่านั้นเอาไว้ และในท้ายที่สุดก็ทำให้มันสมบูรณ์
“เส้นทางวิวัฒนาการก็มีการแบ่งระดับเช่นกัน เส้นทางวิวัฒนาการบางเส้น
ทางนั้น ก็มีหวังที่จะก้าวไปสู่ขอบเขตปกครองหรือแม้แต่ขอบเขตโกลาหล”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
เขาไม่ได้มีความสนใจในเส้นทางวิวัฒนาการที่หอหมื่นวิถีได้ขาย เมื่อเส้น
ทางวิวัฒนาการที่เหมาะสมกับตนเองนั้นสำคัญที่สุดและเส้นทางวิวัฒนาการวร
ยุทธ์ที่ตนเองได้สร้างขึ้นมาเองนั้น ก็เหมาะสมกับตนเองอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
แล้ว
การที่หอหมื่นวิถีกล้าที่จะขายเส้นทางวิวัฒนาการได้นั้นเบื้องหลังก็ต้องมีผู้
ที่ทรงพลังอย่างแน่นอน
ในข้อมูลมากมายที่ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด ‘ชังเวยหยาง’
ทิ้งไว้นั้น หอหมื่นวิถีเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ห้ามไปยุ่งเกี่ยวโดยเด็ดขาด
แม้แต่ในยุคขององค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’และเจ้าหอหยกปีศาจแล้ว หอ
หมื่นวิถีก็มีอยู่แล้ว และมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลทั้งสองท่านนั้นก็หวาด
กลัวหอหมื่นวิถีเป็นอย่างมาก
“หอหมื่นวิถีนั้น คล้ายกับเป็นแผนการของชีวิตที่ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ?”
หลินหยวนนึกถึงคำอธิบายขององค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’ เกี่ยวกับหอหมื่น
วิถี ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาไม่กี่ครั้งที่องค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’มีน้ำเสียงที่จริงจัง
หลินหยวนยังไม่มีความคิดที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับหอหมื่นวิถี
หลังจากที่เข้าไปในเมืองหมิงชวนแล้ว สิ่งที่หลินหยวนจะต้องทำก็คือ การ
ตั้งรกรากอยู่ที่นี่
นั้
มื่
ที่
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นอันตรายเกินไป เมื่อ 4 เดือนกว่าที่
ผ่านมา หลินหยวนเกือบที่จะต้องเจอกับอันตรายถึงชีวิตหากไม่ใช่เพราะความ
เข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 แล้ว เกรงว่าคงจะจบการเดินทางในความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหลไปแล้ว
และการตั้งรกรากอยู่ที่เมืองหมิงชวนนั้น ก็มีประโยชน์มากมายอย่างแรกก็
คือความปลอดภัย และต่อมาก็คือที่นี่มีสถานที่ค้าขายทีเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก
และหลินหยวนก็สามารถทำการค้าขาย และได้รับสมบัติและวัตถุดิบที่ตนเอง
ต้องการได้
การสำรวจความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล?
การได้รับสมบัติและโอกาส?
สำหรับหลินหยวนที่เป็นเพียงแค่ชีวิตในระดับ 11 ในตอนนี้แล้วมันก็ยังคง
เป็นสิ่งที่ยากลำบากเกินไป
ก่อนหน้านี้ที่ได้รับที่พำนักของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด
‘ชังเวยหยาง’ โดยตรงนั้น ก็เป็นผลลัพธ์จากโชคของหลินหยวนที่ดีมาก
แต่โชคดี
คงไม่สามารถอยู่กับเราได้
ตลอดไป