เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 15 หมาป่าทุ่งหญ้า
ตอนที่ 15 หมาป่าทุ่งหญ้า
-51
เอ๊งง !! เสียงร้องโหยหวนของหมาป่าดังขึ้นหลังจากที่แสงดาบได้ตัดผ่านร่างกายของมัน เลือดสีแดงไหลทะลักออกมาจากบาดแผลย้อมขนสีเทาของหมาป่าให้กลายเป็นสีดำ
หมาป่าพยายามประคองร่างกายที่บาดเจ็บแต่อาการของมันนั้นไม่สู้ดีนัก ร่างของมันสั่นจากความเจ็บปวดที่เกิดจากบาดแผลขนาดใหญ่ ดวงตาสีเหลืองขุ่นแม้ว่าจะดุร้ายแต่ในเวลานี้มันเผยให้เห็นร่องรอยของความกลัว
ขณะที่หมาป่ากำลังระวังคมดาบที่ชายหนุ่มถืออยู่ เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความทุกทรมานก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของมัน
อ๊ากกกกกกกกก !!
เมื่อหมาป่าหันมองไปยังที่มาของเสียง ดวงตาของมันก็เบิกโพลงด้วยความตกใจ
กลุ่มควันสีขาวขุ่นที่มีเพียงดวงตาและปากบิดเบี้ยวผิดรูปอยู่ห่างจากมันเพียงแค่ไม่กี่เซ็นติเมตร กว่าที่เจ้าหมาป่าจะสามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกลุ่มควันก็ได้พุ่งทะลุศีรษะของมันไปราวกับกระสุนที่พุ่งทะลุ
-78
ฟุบ . . . ร่างของหมาป่าล้มลงอย่างเงียบๆ มันตายโดยที่ไม่แม้แต่จะมีโอกาสกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้าย
: ท่านได้รับละอองดาว 11 หน่วย :
เสียงของระบบดังขึ้นแต่เจมส์ไม่มีเวลาที่จะตรวจสอบ ขณะนี้รอบๆตัวเขานั้นถูกรายล้อมไปด้วยหมาป่าทุ่งหญ้าที่ดุร้ายมากกว่าสี่ตัว
หมาป่าทุ่งหญ้า ร่างกายโคจรระดับ 3 [ว่องไว] HP: 120
เมื่อมองไปยังหมาป่าแต่ละตัวเจมส์ก็เห็นข้อมูลของมอนสเตอร์แสดงอยู่เหนือร่างกายของพวกมัน โดยข้อมูลจะแสดงชื่อของมอนสเตอร์ตัวนั้นๆและระดับร่างกายโคจร นอกจากนั้นข้อมูลยังแสดงจุดเด่นของมอนสเตอร์ให้เห็นอีกด้วย
สำหรับหมาป่าทุ่งหญ้านั้นมีร่างกายโคจรอยู่ที่ระดับสามซึ่งมากกว่าค่าสถานะของเจมส์อยู่หนึ่งระดับ โดยพวกมันเป็นมอนสเตอร์ที่มีความว่องไวเป็นพิเศษนั่นคือสิ่งที่ผู้เล่นทุกคนควรระวัง
อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะตกอยู่ในวงล้อมของหมาป่าแต่ใบหน้าของเจมส์ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงร่องรอยของความกังวล ในทางกลับกันเขาดูสงบนิ่งจนน่ากลัว
เมื่อเทียบกับศัตรูที่จะมาถึงในอนาคต หมาป่าเหล่านี้ไม่มีอะไรเลยสำหรับเขา
ฝูงหมาป่าเพ่งมองศัตรูของพวกมันด้วยความโกรธแค้น มนุษย์ผู้นี้ทำให้พวกมันสูญเสียสมาชิกไปแล้วหนึ่งตัว
ในขณะเดียวกันเจมส์ก็กวาดสายตามองหมาป่าทั้งสี่ด้วยความสุขุม เมื่อฝั่งนั้นไม่กล้าการโจมตี มันก็ต้องเป็นเขาที่ริเริ่มการต่อสู้
ทันใดนั้นเจมส์วาดนิ้วด้วยมือข้างที่ว่าง เสี้ยววินาทีต่อมาเสียงกรีดร้องโหยหวนที่มีมากกว่าหนึ่งเสียงก็ได้ดังขึ้น
วิญญาณร้ายสองตนพุ่งออกมาจากแนวหญ้าที่อยู่ในความมืด ในขณะที่พุ่งตรงเข้ามาร่างของพวกมันก็ไขว้สลับกันไปมาราวกับกำลังแสดงการเต้นระบำแห่งความตาย
พวกมันเร็วมากและเสียงที่ชวนขนหัวลุกของวิญญาณร้ายก็ได้ดึงความสนใจของหมาป่าทั้งสี่
ในจังหวะนั้นเจมส์ก็ได้โอกาส เขาพุ่งเข้าหาหมาป่าตัวที่ใกล้สุดพร้อมกับตวัดดาบสำริดในมือก่อให้เกิดเสียงดังเมื่อยามที่ใบดาบนั้นตัดผ่านอากาศ
-49
ควับ ! ใบมีดสำริดตัดผ่านผิวหนังหมาป่าก่อให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าอกของมัน
หมาป่ากรีดร้องเจ็บปวดแต่ยังไม่ทันได้สิ้นเสียง วิญญาณร้ายสองดวงที่พุ่งผ่านอากาศราวกับลูกกระสุนก็ได้เจาะทะลุร่างของมัน
-72
-77
หมาป่าทุ่งหญ้าที่มีพลังชีวิตเพียง 120 ล้มลงและเสียชีวิตในทันที
หมาป่าที่เหลืออยู่พยายามโจมตีเจมส์ด้วยความโกรธแค้น พวกมันพุ่งใส่เขาพร้อมกับคมเขี้ยวที่แหลมคม แม้ความเร็วของพวกมันจะเหนือกว่าแต่เจมส์ก็ได้คาดเดาเส้นทางการโจมตีเอาไว้แล้ว
เจมส์ก้าวเท้าอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะบิดข้อเท้าในฉับพลัน ร่างกายของเขาหมุนวนราวกับดาวบริวารที่โคจรรอบดาวฤกษ์และทำให้การโจมตีของหมาป่านั้นพลาดไปอย่างน่าอัศจรรย์
หมาป่าจู่โจมต่อเนื่อง ความน่ากลัวของหมาป่าทุ่งหญ้านั้นคือความเร็วและการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องฉับไว หากเป็นผู้เล่นทั่วไปเผชิญหน้ากับการโจมตีดังกล่าวพวกเขาอาจจะลนลานจากการโจมตีที่ต่อเนื่องและรอบทิศทาง
แต่กระนั้นแม้ว่าหมาป่าจะจู่โจมอย่างต่อเนื่องพวกมันก็ทำได้แค่คว้าลม การเคลื่อนไหวของเจมส์นั้นคล้ายกับการเต้นรำท่ามกลางหมู่ดาว เมื่อมีการโจมตีเข้ามาร่างกายของเขาก็จะหมุนออกและเหวี่ยงเข้าหาเพื่อโจมตีในอีกมุมหนึ่ง
แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกิดจากการเคลื่อนไหวธรรมดา
การเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกเรียกว่าศาสตร์ท่องดาราจักร มันเป็นการเลียนแบบวงโคจรของดวงดาวที่ใช้แรงเหวี่ยงจากการบิดข้อเท้าและเคลื่อนไปรอบๆ หมุนออกและเหวี่ยงเข้าหา ซึ่งการเคลื่อนที่ดังกล่าวเป็นศาตร์การเคลื่อนที่ที่เจมส์ถนัดและเป็นหนึ่งในศาสตร์ระดับตำนาน
อย่างไรก็ตามศาสตร์ท่องดาราจักรที่เจมส์ใช้นั้นเป็นแค่ท่วงท่าเพียงเท่านั้น ระดับของเขายังไม่สูงพอที่จะใช้พลังที่แท้จริงของศาสตร์ท่องดาราจักรได้
นอกจากนั้นด้วยระบบเส้นทางดวงดาว เจมส์ไม่ได้เป็นผู้ที่ครอบครองหรือเรียนรู้ศาสตร์ดังกล่าวดังนั้นระบบเขาจึงไม่อนุญาตให้เกิดผลกระทบหรือโบนัสใดๆจากการเคลื่อนไหว
ผ่านไปเพียงห้าถึงหกวินาทีหมาป่าทุ่งหญ้าทั้งสองตัวก็ถูกสังหาร ในปัจจุบันหลงเหลือแต่เพียงหมาป่าตัวสุดท้ายที่อยู่ในสภาพบาดเจ็บ
เจมส์ไม่ได้ปลิดชีพหมาป่าตัวสุดท้ายแต่เขากลับปล่อยให้มันโจมตีเข้ามาโดยที่ตนเองไม่ได้หลบเลี่ยง
หมาป่าง้างคมเขี้ยวและพุ่งเข้าใส่ศัตรูตรงหน้าด้วยความสิ้นหวัง เมื่อเห็นเช่นนั้นเจมส์ก็ยกท่อนแขนขึ้นเพื่อรับการโจมตีของหมาป่า
-11 %
ตัวเลขความเสียหายสีแดงปรากฏขึ้น สำหรับค่าความเสียหายที่ผู้เล่นได้รับนั้นจะถูกแสดงผลเป็นเปอร์เซ็นแตกต่างจากการสร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์ซึ่งจะแสดงผลเป็นตัวเลข
แน่นอนว่าไม่มีผู้เล่นคนใดชอบการแสดงผลแบบนี้ การแสดงค่าความเสียหายที่ได้รับเป็นเปอร์เซ็นนั้นจะทำให้พวกเขาประเมินความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ได้ยากขึ้น ผิดกับการแสดงความเสียหายเป็นตัวเลข ผู้เล่นจะสามารถคำนวณค่าความเสียหายที่พวกเขาจะได้รับได้อย่างง่ายๆ
แม้ว่าผู้เล่นหลายคนจะบ่นกับการแสดงผลที่แตกต่างกันและมองว่าเป็นการทำงานอย่างชุ่ยๆของผู้พัฒนาเกมแต่ไม่มีใครทราบว่านี้เป็นความตั้งใจของเส้นทางดวงดาว
เมื่อตัวละครของผู้เล่นพัฒนาขึ้นพวกเขาจะพบกับสัตว์ประหลาดหรือศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากพวกเขาไม่สามารถประเมินความแข็งแกร่งของศัตรูได้พวกเขาก็จะตายฟรี โดยในอนาคตเมื่อตัวละครถูกฆ่าผู้เล่นจะได้รับบทลงโทษที่รุนแรงมาก สุดท้ายแล้วผู้เล่นจะต้องคิดหาวิธีประเมินความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์โดยวิธีอื่นซึ่งมันหนีไม่พ้นการประเมินด้วยความรู้สึกและจิตสัมผัส
ความยุ่งยากวุ่นวายของเส้นทางดวงดาวอาจจะทำให้ผู้เล่นหลายๆคนเบื่อและรำคาญแต่เมื่ออโพคาลิปเฟส 2 เริ่มต้นขึ้นพวกเขาจะขอบคุณระบบของเส้นทางดวงดาว
เขี้ยวแหลมของหมาป่าฝังเข้าไปในต้นแขนของเจมส์ มันก่อให้เกิดความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วเส้นประสาท อย่างไรก็ตามเจมส์ยังคงใบหน้าที่ไม่แยแสแม้ว่าเขาจะปรับการแสดงผลของความรู้สึกเจ็บปวดมากถึง 80% แล้วก็ตาม
“ อืม ความรู้สึกนี้ไม่เลวเลย ” เจมส์พึมพำในขณะเดียวกันเขาก็ใช้ดาบสำริดแทงเข้าไปในช่องท้องของหมาป่าเพื่อปลิดชีพมัน
: ท่านได้รับละอองดาว 12 หน่วย :
เมื่อฝูงหมาป่าถูกกำจัดเจมส์ก็เก็บดาบสำริดเข้าไปในฝักที่ห้อยอยู่ข้างเอว เขาชำเลืองมองแผลสดที่เกิดจากรอยเขี้ยวของหมาป่าเล็กน้อยก่อนที่เขาจะนำมีดชำแหละศพออกมาจากช่องเก็บของ