กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ - ตอนที่ 1077: ปกษาทองคําปกคลุมผืนฟา คุกเตาเทวะสะเทือน!
ทันทีที่พระธิดาหยินอัญเชิญศาสตราวิถี
แท้วิญญาณนภาออกมา กลิ่นอายและแรง
กดดันของนางก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เข้าสู่สภาวะต่อสู้อย่างจริงจัง ดุจดั่งวีรบุรุษที่
เปียมล้นด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวน่าเกรง
ขาม ให้ความรู้สึกเกรี้ยวกราดดุดันอย่างที่สุด
เป็นแรงข่มขวัญที่ทำให้ฝั่ายตรงข้ามยอม
ศิโรราบโดยมิได้ต่อสู้ ผสานไปด้วยกลิ่นอาย
ของจักรพรรดิโบราณเล็กน้อย!
เป็นความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวเฉก
เช่นเดียวกับจักรพรรดิโบราณ ‘ตรา
จักรพรรดิ’ ที่จักรพรรดิโบราณได้มอบให้แก่
นาง นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่
หลวง แม้แต่ อู่ อวี้ ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวราวกับ
ว่าเขากำลังต่อสู้อยู่กับจักรพรรดิโบราณ
อย่างไรอย่างนั้น
แต่ความหวาดกลัวนี้ก็ไม่ได้ทำให้ อู่ อวี้
ถึงกลับถอดใจล่าถอย เขาแค่รู้สึกประหลาด
ใจกับพลังอันยิ่งใหญที่ระเบิดออกมาจาก
ศาสตราวิถีแท้วิญญาณนภา ‘ตราจักรพรรดิ’
ชิ้นนี้
โอรสเล่อได้บอกข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ตรา
จักรพรรดิ’ ให้ อู่ อวี้ ฟังว่ามันมีวงเวทโจมตี
และปั้องกันอยู่จำนวนเท่าใด ก่อนการต่อสู้
เขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถชนะคู่ต่อสู้ได้หรือไม่
แต่เพื่อความอยู่รอดของเย่ซีซีกับคนอื่น ๆ
เขาจึงกระทำได้เพียงเปิดฉากสังหารคู่ต่อสู้
เท่านั้น! ในหัวใจไร้ซึ่งความหวาดกลัว มี
เพียงความกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะต่อสู้
อย่างบ้าคลั่ง!
ความจริงสิ่งที่เขาไม่รู้อีกอย่างหนึ่งก็คือ
นอกจากการหนานซาน หวางเยว่ , เย่ซีซี
และหิ่งห้อยมายาแล้ว คนนอกก็ยังเห็นการ
เคลื่อนไหวทั้งหมด
แค่มองผ่านคันฉ่องย่อมไม่สามารถ
มองเห็นระดับพลังฝีมือของพวกเขา แต่เมื่อ
เริ่มต่อสู้ ทุกอย่างจะปรากฏอย่างชัดเจน
” อย่าบอกนะว่าสองคนนี้ มีความ
แข็งแกร่งพอจะต่อสู้กับ เจียงหวู่โจ้ว และ สง
จ่าน เช่นนั้นหรือ? เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวก
มันออมมือให้? ”
” เจียงหวู่โจ้ว กับ สงจ่าน ย่อมไม่มีทาง
ออมมืออย่างแน่นอน! คนทั้งสองเป็นปีศาจ
กับผู้ฝึกตนนอกรีต ซึ่งคอยติดตามอยู่ข้างกาย
อู่ อวี้ ดังนั้นพวกเขาต้องแข็งแกร่งอย่าง
แน่นอน ขีดจำกัดความแข็งแกร่งของพวก
เขาน่าจะอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋า
ขั้นที่ 2 หรือ 3 เลยด้วยซ้ำ! แต่ตอนนี้กลับ
เผชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ในระดับสามภัยพิบัติ
ค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ! นี่มัน
ปาฏิหาริย์ชัด ๆ อาาา∼ … ”
” ด้วยเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน พวกเขา
สามารถยกระดับจนต่อสู้ถึงขั้นนี้ได้อย่างไร? ”
บอกตามตรงแม้แต่คนที่ดูสุขุมเยือกเย็น
มากที่สุดอย่างหวงจุน ยังแสดงท่าทาง
อัศจรรย์ใจอย่างที่สุด
แม้กระทั่งจอมจักรพรรดิหมิงไห่และคนอื่น
ๆ ยังอ้าปากค้างหูตาถลึงด้วยความไม่อยาก
เชื่อ เพราะมันเป็นไปไม่ได้เลย แค่ช่วงเวลา
สั้น ๆ พวกเขาจะยกระดับขึ้นพร้อมกันเช่นนี้
กล่าวได้ว่าเวลานี้ลานเมฆาสวรรค์เพลิง
วายุบังเกิดเสียงฮือฮาแตกตื่นตกใจกันเป็น
อย่างนี้
” ไม่ใช่แค่คนสองคนนี้เท่านั้นนะ หุ่นเชิด
ของ อู่ อวี้ ก็แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นด้วยมัน
เทียบเท่ากับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6!
หุ่นเชิดเหล่านี้จะต้องเป็นสมบัติวิเศษที่อยู่
ภายในร่างกายของ อู่ อวี้ อย่างแน่นอน! ”
” ความจริงก็เข้าใจอยู่ว่าไม่มีผู้ใดกล้า
ปล้นชิงสมบัติจากเขา เป็นเพราะมีจักรพรรดิ
โบราณคอยหนุนหลังอยู่ แต่ก็ไม่คาดคิด
เช่นกันว่าหุ่นเชิดจะมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ใน
ระดับสามภัยพิบัติค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 เช่นนี้! ”
” อยากรู้จริงเชียวว่าตอนนี้ อู่ อวี้
แข็งแกร่งมากเพียงใด? ”
กล่าวได้ว่าสถานะปัจจุบันของ อู่ อวี้ ทำ
ให้ตัวตนระดับเดียวกับจอมจักรพรรดิหมิงไห่
และคนอื่น ๆ ต่างพากันตื่นตะลึงด้วยความ
ไม่อยากเชื่อ เพียงช่วงเวลาอันสั้นข่าวนี้ก็
แพร่กระจายไปทั่วทั้งชมพูทวีปโลกธาตุ
เวลานี้สรรพชีวิตนับหมื่นล้าน กำลัง
พูดคุยหารือเรื่องผลสำเร็จของเขา ว่าเพราะ
เหตุใดเขาถึงแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วถึง
เพียงนี้
” เพราะเช่นนี้นี่เอง จักรพรรดิโบราณถึง
ให้พวกเราทุกคนได้รับชมการต่อสู้ครั้งนี้!”
มหาราชาปีศาจแห่งความตายกล่าวพร้อมกับ
จ้องมองดวงตาล้ำลึก
บางคนเข้าใจว่านี่เป็นเหตุการณ์ครั้ง
สำคัญที่เกิดขึ้นในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
” พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก
ด้วยเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน บอกได้เลยผู้ที่จะ
กระทำเรื่องดังกล่าวได้บนโลกนี้มีเพียงแค่
จักรพรรดิโบราณเท่านั้น จักรพรรดิโบราณทำ
อะไรบางอย่างกับพวกเขาในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลหรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็ดูไม่ยุธิ
ธรรมเท่าใดนัก? ”
หลังจากนั้นคำพูดทำนองนี้ก็ปรากฏขึ้น
แล้วก็ดูเหมือนว่าเป็นหัวข้อสนทนาที่พูดคุย
กันมากที่สุดก็คือ เจ้าอาณาเขตสระบูรพา
เดียวดาย กับ ราชันย์อัสนีพิโรธ พวกมัน
กำลังวิจารณ์โดยไม่รู้ว่าบุตรชายของตนเอง
ได้ตกปลาด้วยน้ำมือของ อู่ อวี้ ไปแล้ว
” ทุก ๆ ท่านในมุมมองของข้า พวกเขา
น่าจะตามหาตำหนักเต๋าจักรพรรดิโบราณ
เพื่อฟังคำเทศนาเต๋า สถานที่แห่งนี้ต้องหลบ
ซ่อนอยู่ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล คาด
ว่าพวกเขาคงพบเจอที่นั่นแล้วได้ฟังคำ
เทศนาเต๋าจากจักรพรรดิโบราณ ทุกคนถึงได้
ก้าวหน้าขึ้นมากมายเพียงนี้ ” ในระหว่างที่
ผู้คนกำลังโตเถียงกันหน้าดำหน้าแดง ทันใด
นั้นมหาอุปราชก็กล่าวขึ้นมาประโยคหนึ่งทำ
เอาทุกคนถึงกับนิ่งเงียบรับฟังอย่างตั้งอก
ตั้งใจ
“ฟังเทศนาเต๋าจากจักรพรรดิโบราณงั้นรึ?
ข้าคิดว่ามันเป็นเพียงตำนานเรื่องเล่าเสียอีก
ข้าไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีจริง ๆ ถ้าเป็น
อย่างที่ท่านกล่าว สาเหตุความก้าวหน้าพุ่ง
ทะยานขึ้น ก็คงจะมาจากการนั้น ”
” ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง โอรสเล่อก็ก้าวหน้า
ไปมากเช่นกัน ไฉนเขาถึงไม่สามารถต่อสู้กับ
พระธิดาหยินได้ จะบอกว่า…เป็นยุทธวิธี
เช่นนั้นรึ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงโอรสเล่อก็เป็นคน
ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ”
” ถูกต้อง ”
เป็นธรรมดาที่คนต่างเผ่าพันธุ์ต่างเชื้อชาติ
จะเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พวกมัน
ต่างรู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนที่จักรพรรดิ
โบราณได้วางไว้ ด้วยเพราะต้องการให้โอรส
เล่อเติบโตก้าวหน้าเพิ่มขึ้นทีละขั้น ขณะที่อยู่
ภายในเจดีย์วิญญาณบรรพกาล
หากทุกอย่างเป็นอย่างที่พวกมันคาดเดา
จริง กลายเป็นว่าสถานที่แห่งนี้ได้ถูก
ออกแบบมาเป็นการส่วนตัว ดังนั้นแทบไม่
ต้องสงสัยเลยว่าผู้ที่จะครอบครองไข่มุก
ทองคำเหยียนหวงจะเป็นผู้ใด?
ถ้าเป็นเช่นนั้นไม่กลายเป็นว่าจักรพรรดิ
โบราณ กำลังหยอกเย้าทุกผู้คนที่มาจากต่าง
อาณาจักร ต่างเผ่าพันธุ์เช่นนั้นหรือ?
เท่ากับว่าการต่อสู้ภายในเจดีย์วิญญาณ
บรรพกาลไม่มีความหมายใด ๆ ทั้งสิ้น …
ทว่าช่างน่าอนิจจัง… ต่อให้การคาดเดา
ของพวกมันเป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่มีไอ้อีตนใด
กล้าเปิดปากพูด ด้วยเพราะหากปากพล่อย
ออกไป ก็ไม่ต่างจากการที่พวกมันท้าทาย
จักรพรรดิโบราณ
ผู้คนต่างพูดคุยกันอย่างลับ ๆ สอดแทรก
ในบทสนทนาด้วยข้อความเป็นนัยแอบแฝง
ถึงแม้จะได้ข้อสรุปดังกล่าวก็จริง แต่พวกมัน
ก็ไม่อาจทำอันใดได้นอกจากเฝั้าดูเหตุการณ์
ต่อไป แล้วถ้าจักรพรรดิโบราณก็ทำเรื่อง
เช่นนั้นจริง ๆ พวกมันทั้งหลายคงจะต้อง
รวมตัวทำอะไรสักอย่าง
พวกมันเปลี่ยนไปให้ความสนใจลุ้นระทึก
กับการต่อสู้ระหว่าง อู่ อวี้ และ พระธิดาหยิน
เวลานี้เขาได้ใช้เทียมฟั้าจรดดินขยายร่างยักษ์
ในมือถือจับพลองฟั้าเพลิงผลาญ ซึ่งกำลังลุก
โชนไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง แต่เมื่อ
ประจันหน้ากับ ‘ตราจักรพรรดิ’ ก็ดูเหมือน
พลองฟั้าเพลิงผลาญจะด้อยกว่าเล็กน้อย
ซึ่งมันก็น่าจะเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว พลองฟั้า
เพลิงผลาญกำลังถูก ‘ตราจักรพรรดิ’ สะกด
ข่มจนมิอาจต้านทาน
ส่วนทางด้านของพระธิดาหยิน ภายในใจ
ของนางบังเกิดความโกรธแค้นอย่างสุดซึ้ง
แรงปรารถนาที่จะสังหารนั้นมากมายท่วมท้น
กว่า อู่ อวี้ มากนัก ในเวลานี้นางต้องการ
เพียงฆ่า! แล้วก็ฆ่าเท่านั้น!
“กระบี่มังกรจักรพรรดิปักษาทองคำเร้น!”
การโจมตีครั้งนี้ เป็น 1 ใน 2 วงเวทหลัก
ของ ‘ตราจักรพรรดิ’ นางไม่รังเกียจว่าจะใช้
อิทธิฤทธิ์หรือเคล็ดวิชาเต๋าหรือไม่ เนื่องจาก
สิ่งที่คิดมีเพียงการสังหารเขาอย่างเดียว
เท่านั้น
ตราจักรพรรดิมีวงเวทหลักอยู่ 2 วง 1
หนึ่งคือมหาวงเวทปั้องกัน และสองก็คือกระบี่
มังกรจักรพรรดิปักษาทองคำเร้น ซึ่งเป็น
มหาวงเวทสังหารเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!
ท่ามกลางความวิตกกังวลของธารกำนัล
กลิ่นอายของพระธิดาหยินเปลี่ยนแปลงอย่าง
ใหญ่หลวง นางถือตราจักรพรรดิในรูปแบบ
กระบี่มังกรไว้ในมือ พร้อมกับพุ่งทะลวงแทง
เข้าใส่ อู่ อวี้ ในฉับพลัน แล้วทันใดนั้น
ปราณกระบี่ก็ระเบิดพวยพุ่งออกไป ก่อตัว
กลายเป็นมังกรทองตนหนึ่ง แผ่สยายปีก
ขนาดใหญ่ พุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง
ล้ำ ปีกนี้บดบังไปทั่วทั้งผืนฟั้า จน อู่ อวี้ ถูก
กลืนหายเข้าไปในความมืดมิด ปราณกระบี่
สังหารระเบิดออกในชั่วพริบตา จากนั้นก็พุ่ง
ทะลวงแทงเข้าใส่หน้าอกของ อู่ อวี้ !
นี่คือวงเวทที่ถูกออกแบบโดยจักรพรรดิ
โบราณ ซึ่งมีเปั้าหมายอยู่ที่การสังหารศัตรูให้
สิ้นซาก มิใช่เพื่ออวดบารมีแสดงความ
ยิ่งใหญ่ตระการตา
ปักษาทองคำปกคลุมผืนฟั้า กระบี่มังกร
สังหารเหี้ยม!
ในช่วงเวลานี้ อู่ อวี้ ยังไม่ปล่อยให้ร่าง
กลืนสวรรค์ไปต้านรับศัตรู เพื่อรับมือกับ
สถานการณ์ที่บังเกิดขึ้น เขาต้องดูขอบเขต
ความสามารถของอีกฝั่ายให้แน่ใจก่อน
และในขณะนี้เขากำลังประสบกับมันอยู่
อำนาจสังหารของฝั่ายตรงข้ามอยู่เหนือเกิน
กว่าระดับค้นหาเต๋าขั้นที่ 6 ไปแล้ว แน่นอน
ว่าหาใช่เพราะนางไม่ แต่เป็นศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภา ‘ตราจักรพรรดิ’!
ชั่วอึดใจนี้ อู่ อวี้ รู้สึกว่าแม้กระทั่งวงเวท
เก้าตำหนักไม่สั่นคลอน ก็ยากจะหยุดยั้งการ
โจมตีของอีกฝั่ายได้ ดังนั้นเขาจึงจะกระทำได้
เพียงงัดไม้ตายหลบหนีก้นหีบออกมาใช้ นั่นก็
คือเมฆาตลบฟั้า นี่เป็นแผนการที่เขาคิดไว้
ตั้งแต่แรก หากไม่อาจต่อสู้ประหัตประหารกับ
คู่ต่อสู้ได้อย่างตรงไปตรงมา ก็จำเป็นต้องใช้
มันสมองและกลยุทธ์เข้าสู้
บัดนี้เมฆาตลบฟั้าขั้นที่ 2 ถูกผสานรวม
กับร่างกายของเขาเตรียมพร้อมรอไว้นาน
แล้ว ชั่วอึดใจที่การโจมตีสังหารพวยพุ่งเข้า
มา อู่ อวี้ ก็กระโดดตีลังกาหลบหนีออกไป
ทันที! เนื่องจากความเร็วในการโจมตีสังหาร
ของอีกฝั่ายนั้นน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง อู่
อวี้ จึงตระหนักถึงความท้าทายในครั้งนี้อย่าง
ลึกซึ้ง ทว่าบัดนี้การโจมตีนั้นกลับปกคลุมอยู่
เหนือศีรษะของเขาอย่างรวดเร็ว
การโจมตีที่เคยหลบหนีได้อย่างง่ายดายใน
อดีต แต่ครั้งนี้กลับทำให้เขารู้สึกลุ้นระทึกเป็น
อย่างยิ่ง แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิดไว้ การ
หลบหนีของเขาเชื่องช้ากว่าการโจมตีของ
ฝั่ายตรงข้ามเล็กน้อย ชั่วพริบตาที่เขากำลัง
ตีลังกาพลิกตลบเข้าไปในมิติความว่างเปล่า
ปราณกระบี่สังหารก็ยังพุ่งทะลวงแทงเข้าใส่
แขนของ อู่ อวี้ จนฉีกขาด!
ความเจ็บปวดทรมานจากแขน ทำให้เขา
ต้องขบเคี้ยวเขี้ยวฟันอย่างรุนแรง! อู่ อวี้
ปรากฏตัวขึ้นอีกตำแหน่งหนึ่งอย่างเจ็บปวด
ซึ่งครั้งนี้เขาไม่ได้กระโดดออกมาไกลนัก เมื่อ
เขาปรากฏกายขึ้น พระธิดาหยินก็จับ
ตำแหน่งเขาได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็
ปลดปล่อยการโจมตีสังหารอีกครั้งทันที!
“ขนาดใช้การโจมตีนี้แล้ว ยังทำได้เพียง
ตัดแขนของเจ้า ช่างน่าทึ่งจริง ๆ !”
พระธิดาหยินกล่าวเยาะเย้ย
แน่นอนว่าแขนของ อู่ อวี้ ที่ถูกนางสะบั้น
ไป ฟืนฟูกลับคืนมาอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
สำหรับกายาเพชรอมตะของเขาแล้ว แค่แขน
ขาดข้างเดียว ถือว่ามิใช่ปัญหาอันใด นับเป็น
อาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยไม่ต่างจากแผล
ถลอกเท่านั้น
อย่างไรก็ตามผู้ชมที่คอยเฝั้ามอง
เหตุการณ์อยู่ด้านนอก เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็
อดชื่นชมในพลังอำนาจของศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภาอย่างช่วยไม่ได้ การเผชิญหน้า
ครั้งแรกระหว่างคนทั้งสอง พระธิดาหยินนั้น
ทรงพลังกว่าเขามาก แน่นอนว่า อู่ อวี้ ก็มิได้
ด้อยไปกว่ากัน ใครจะไปคิดว่าเขาสามารถ
รอดพ้นจากการโจมตีของศาสตราวิถีแท้
วิญญาณนภา ที่ถูกใช้โดยยอดฝีมือซึ่งมี
พื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับสามภัยพิบัติค้นหา
เต๋าขั้นที่ 6 มาได้
“ ดูเหมือน ชีวิตของเขาคงจะจบสิ้นแล้ว
” มังกรปีศาจเทวะพิสุทธิ์กล่าวอย่างแผ่วเบา
“ ถ้าเจ้าไม่พูดเสียบ้าง ก็ไม่มีผู้ใดว่าเจ้า
เป็นใบ้หรอกนะ ” ลั่วผินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียง
เย็นชา ประโยคนี้ของนางทำให้มังกรปีศาจเท
วะพิสุทธิ์ถึงกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน สายตาของ
มันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
มันไม่เข้าใจเลยสักนิด
กะอีแค่มนุษย์ตัวเล็ก ๆ ไฉนนางถึงให้
ความสำคัญกับมันนัก
จวบจนบัดนี้มันก็ยังไม่เข้าใจและหา
คำตอบไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งที่มันทำได้แค่เพียงเบิ่ง
ตาเฝั้าดูจุดจบของ อู่ อวี้ ภายในหัวก็คิด
เกี่ยวกับเรื่องนี้
หวังว่าบางที อู่ อวี้ อาจจะตายแล้ว
หายไปในที่สุด
แต่ก็ไม่คาดคิดว่า หลังจาก อู่ อวี้ รอดพ้น
จากการโจมตีมาได้แขนของเขาจะงอก
กลับมา จากนั้นก็ตีโต้สวนกลับไปทันที
ในขณะนั้นเองร่างกลืนสวรรค์ก็ปรากฏตัว
ขึ้น ในมือถือจับ ‘ดาบมารสะบั้นหัว’ และ
‘กระบี่สยบโลหิต’ ไว้ ซึ่งเป็นศาสตราวิถีแท้
สุดยอดวิญญาณระดับสูง
ชิ้ง!
แล้วทันใดนั้นร่างกลืนสวรรค์ ก็ใช้ดาบ
มารสะบั้นหัว ฟันเข้าใส่ลำคอของตนเอง
ส่วน กระบี่สยบโลหิต ที่อยู่ในมืออีกข้างหนึ่ง
ก็ปลดปล่อยการโจมตีสังหารเข้าใส่
พระธิดาหยิน ในเวลาเดียวกัน ผู้คนมากมาย
ไม่เข้าใจว่าเขาจะสะบั้นศีรษะตนเองไปทำไม
ยกเว้นคนจากนครมารของราชวงศ์มารฟั้า
พวกมันรู้ดีว่านี่คือศาสตราวิถีแท้สุดยอด
วิญญาณของ 7 นายน้อยแห่งนครมาร!
“นะ นั่นมัน ดูศาสตราที่อยู่ในมือของเขา!
” คนจากราชวงศ์มารฟั้าต่างพากันตะโกนขึ้น
ด้วยความโกรธเกรี้ยว แน่นอนพวกมันคิดว่า
อย่างน้อยสุด อู่ อวี้ ก็แย่งชิงศาสตราวิถีแท้
เหล่านี้มา ส่วนในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือพวก
เขาถูก อู่ อวี้ สังหาร!
อย่างไรก็ตามภูมิหลังของ 7 นายน้อยแห่ง
นครมารถือว่าธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเจ้า
มารดำและเจ้ามารขาวที่อยู่ที่นี่ แต่พวกมันก็
ไม่อาจกระทำอันใดได้ เนื่องจากยามนี้มีผู้คน
มากมายเห็นศาสตราทั้งสองแล้ว ดังนั้นต่อให้
พวกมันโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี ส่งผล
ให้บัดนี้ความโกรธของมารทั้งสองถูกสยบลง
อย่างรวดเร็วด้วยคนของตนเอง
สิ่งสำคัญก็คือ อู่ อวี้ ปลดปล่อยการโจมตี
จากทั้ง 2 วงเวทของ ดาบมารสะบั้นหัวและ
กระบี่สยบโลหิตออกไปอย่างพร้อมเพรียง
ถึงแม้การโจมตีของดาบมารสะบั้นจะไม่
ประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่ แต่บนคอของ
พระธิดาหญิงก็ปรากฏรอยโลหิต ที่บาดลึกลง
ไปจนถึงกระดูก! แน่นอนว่าทางฝังของร่าง
กลืนสวรรค์ ที่การโจมตีไม่ประสบ
ความสำเร็จ ก็ได้รับผลสะท้อนกลับ
เช่นเดียวกัน
ทางด้านของกระบี่สยบโลหิต กลับสร้าง
ผลกระทบให้แก่พระธิดาหยินอย่างใหญ่หลวง
บัดนี้ทั่วทั้งร่างของนางแดงก่ำไปด้วยโลหิต
พลุ่งพล่าน เมื่อบวกกับอาการบาดเจ็บที่
ลำคอ ทำให้นางต้องล่าถอยกลับไปอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ อู่ อวี้ ที่เฝั้ารอโอกาสอยู่ เมื่อ
เห็นเช่นนั้น แขนของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นทันที
นี่คือช่วงเวลาแห่งการเผด็จศึก ดังนั้นเขาจึง
ปลดปล่อยความแข็งแกร่งออกมาอย่างเต็มที่
การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วยิ่ง บัดนี้พลัง
อำนาจแห่งเคล็ดระเบิดพลังคลั่งได้ถูก
ปลดปล่อยออกไปแล้ว!
โอกาสดี ๆ เช่นนี้มีมาไม่บ่อยครั้ง!
เคล็ดระเบิดพลังคลั่ง เทียมฟั้าจรดดิน
และเก้าทัณฑ์ผลาญฟั้าทลายอเวจีถูก
ปลดปล่อยออกไปทันที พลองของเขาถูกตวัด
ฟาดลงมาจากบนฟากฟั้าอย่างรุนแรง เป็น
ช่วงเวลาแห่งการสำแดงเดชของพลังอำนาจ
แห่งการเนื้อ อู่ อวี้ เป็นเสมือนดั่งสัตว์ปั่าแสน
ดุร้าย อหังการ ทั้งรวดเร็วและดุดัน พุ่ง
ทะยานหมายขย้ำ พระธิดาหยินที่ตกอยู่ใน
ห้วงแห่งความสับสน บัดนี้ผู้คนได้ประจักษ์ถึง
ความยิ่งใหญ่ของ อู่ อวี้ แล้ว!
อย่างไรก็ตาม พระธิดาหยิน ก็ยังถือว่ามี
ความสามารถอยู่บ้าง ไม่สิคงต้องกล่าวว่า
‘ตราจักรพรรดิ’ นั้นน่าอัศจรรย์ยิ่ง นางเบี่ยง
กายพร้อมกับโจมตีสวนกลับมาในฉับพลัน อู่
อวี้ สามารถแลเห็นได้อย่างชัดเจน กระบี่
ทองคำในมือของนาง ได้แปรเปลี่ยน
กลายเป็นฝุั่นผงทองคำ จากนั้นก็ควบแน่น
กลายเป็นเกราะเหล็กกล้าสีดำขนาดใหญ่
ทันที!
เกราะเหล็กกล้าทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง อีก
ทั้งตรงส่วนปลายขอบของมันยังคมกริบ
นำมาซึ่งความรู้สึกกดดันอันน่าสะพรึงกลัว
ระหว่างที่มันกำลังขึ้นรูปเป็นโล่มังกร
สามารถแลเห็นรูปร่างของกระดองเต่าปรากฏ
ออกมาให้เห็น แต่เมื่อเพ่งพินิจมองดูอย่าง
ใกล้ชิด จะเห็นว่าลึกลงไปภายในกระดอง มี
หัวของมังกรซ่อนอยู่ นอกจากนี้ยังมีหางและ
ขาซึ่งเป็นกรงเล็บมังกร!
“โล่มังกรจักรพรรดิคุกเต่าเทวะสะเทือน!”
ในขณะที่พลองฟั้าเพลิงผลาญของ อู่ อวี้
กำลังบดขยี้ลงไป ตราจักรพรรดิก็แปรเปลี่ยน
กลายเป็นรูปแบบของโลกมังกรขนาดใหญ่
อย่างไร้เปรียบ เต่ามังกรทมิฬปรากฏขึ้นเบื้อง
หน้าพระธิดาหยิน โดยที่ตัวนางซึ่งอยู่
เบื้องหลังดูปลอดภัยไร้กังวลยิ่ง อู่ อวี้
กระหน่ำโจมตีเข้าใส่โล่ไม่ยั้ง แล้วชั่วอึดใจ
ต่อมา ก็บังเกิดเสียงคำรามขึ้นบนตัวโล่ จาก
มันก็สะท้อนการโจมตีของ อู่ อวี้ คืนกลับใส่
ตัวเขาเอง พลังอำนาจของตราจักรพรรดิทำ
ให้ อู่ อวี้ ไม่อาจสยบคู่ต่อสู้ได้ ทั้งยังทำให้
ตนเองได้รับบาดเจ็บ จนพิภพแห่งกายเนื้อ
เกือบถูกทำลาย!
“ข้าบอกแล้ว ว่าเจ้ากำลังรนหาที่ตาย นี่
แหละคือจุดจบของคนที่บังอาจมาท้าทาย
ข้า!”
พระธิดาหยินหัวเราะเยาะเย้ย ตอนนี้ถือ
ว่าอารมณ์ของนางได้ถูกปลดปล่อยออกไป
มากแล้ว จากนั้นนางก็กล่าวขึ้นว่า “หลังจาก
นี้ข้าจะส่งเจ้าไปลงนรก ถือว่าโชคดีมากเลย
นะเนี่ย ที่ได้แลเห็นวงเวททั้งหมดของตรา
จักรพรรดิ ”
นางชูกระบี่ขึ้น จากนั้นทั่วทั้งโลกหล้าก็นิ่ง
สงบลงในบัดดล พลังอำนาจของวงเวทต้อง
น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากระบี่มังกรจักรพรรดิ
ปักษาทองคำเร้นอย่างแน่นอน
เมื่อแลจะมองตราประทับจักรพรรดิที่
แปรเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบกระบี่ ดวงตาของ อู่
อวี้ ก็ลุกโชติช่วงไปด้วยแรงปรารถนา
เนื่องจากเขารู้ดีว่า มันคือสิ่งที่เขาขาดอยู่
ในตอนนี้ เป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด
ดังนั้นเขาจึงตั้งปณิธานว่าจักต้องแย่งชิงมัน
มาให้จงได้!
อู่ อวี้ มองไปยัง เย่ซีซี กับหิ่งห้อยมายาที่
ตกเป็นฝั่ายเสียเปรียบ เมื่อใดที่ปราชัย เมื่อ
นั้นจะเป็นจุดจบของพวกเขาอย่างสมบูรณ์
ตราบใดที่ยังไม่ล้มลง เขาก็จะไม่ยอมแพ้
เด็ดขาด
มีเพียงต่อสู้จนตัวตายเท่านั้น …