การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 327 ดึงเข้ามาเป็นพวก
อันที่จริงพี่สามคิดมาตลอดว่าเงินสองร้อยตำลึงในครั้งนี้หามาได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ดูแลเจ้าเด็กคนนี้ แต่เมื่อ
ได้เห็นแววตาของต้วนอวี้เพียงแวบเดียว ความคิดทั้งหมดของเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป
พวกเขาจับตัวต้วนอวี้มาได้อย่างง่ายดาย จนรู้สึกว่ามันง่ายจนไม่น่าเชื่อ
ในตอนนั้นเมื่อบ่าวรับใช้กับเจ้าเด็กคนนี้เดินผ่านมาตรงหน้า พวกเขาก็ใช้โอกาสที่บ่าวรับใช้คนนั้นไม่ได้สนใจมอง
จับเจ้าเด็กคนนี้มาแล้วออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่พาตัวออกจากเมืองหลวงได้แล้ว จึงพามาที่ห้องเก็บฟางเล็กๆ ห้องนี้
ความราบรื่นในการจับตัวเด็กน้อยมาทำให้ทั้งเขาและทูจื่อดีใจเป็นอย่างมาก ฟั้าดินคงกำลังให้โอกาสพวกเขาได้
รํ่ารวยเหมือนคนอื่นบ้าง แต่ว่าจนถึงตอนนี้ที่ได้มองหน้าต้วนอวี้ เขากลับพบว่าหรือความจริงแล้วพวกเขากำลังละเลย
ความจริงบางอย่างไป… นั่นก็คือ เจ้าเด็กน้อยคนนี้เงียบสงบจนผิดปกติ
ตั้งแต่ที่จับตัวมา เจ้าเด็กคนนี้ก็ไม่ดิ้นขัดขืน รวมทั้งไม่ส่งเสียงร้องออกมาสักคำ เดิมทียังคิดว่าเจ้าเด็กคนนี้อาจ
ตกใจจนขวัญหนีฝั่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อน ไม่กล้าร้องส่งเสียงออกมา หรือไม่ก็อาจเป็นเด็กใบ้พูดไม่เป็น?
แต่ในชั่วพริบตาเดียวที่พี่สามได้สบตากับเจ้าเด็กคนนี้ ก็เห็นสายตาที่จ้องกลับมาอย่างแหลมคมและเย็นชาเป็น
ที่สุด พี่สามถึงได้เข้าใจว่าความคิดที่คิดว่าง่ายนั้น ช่างผิดมหันต์!
เจ้าเด็กคนนี้ไม่ร้องขอความช่วยเหลือ ไม่ร้องไห้ส่งเสียงดัง ไม่โวยวาย และดูไม่มีความหวาดกลัวให้เห็น เพียงแค่
สายตาที่ได้สบกันเมื่อครู่ เขากลับรู้สึกได้ถึงแววตาของผู้ใหญ่ในร่างเด็กกำลังมองเขาอย่างเย็นชาและไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ใดๆ
ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้นมองอีกฝั่ายเพื่อต้องการให้เขาเอาผ้าห่อหมาเหอออกจากปากเขา ขณะนั้นพี่สามกลับชะงัก
และลังเลว่าควรจะทำเช่นนั้นดีหรือไม่
ทว่าแค่เสี้ยววินาที ต้วนอวี้ก็หัวเราะขึ้นอย่างมีเลศนัย ทำเอาเขาตกใจจนเกือบขวัญกระเจิง
เวลาเดียวกันกลับเห็นเด็กน้อยยกมือขึ้นมาดึงผ้าที่ห่อหมาเหอออกจากปาก หันหน้าไปด้านข้างเพื่อถ่มนํ้าลาย
ออกมาอย่างแรง พลางยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดริมฝีปาก ต้วนอวี้เลิกคิ้วขึ้นมองอีกฝั่าย กล่าวคำเตือนเสียงเรียบ “ครั้งหน้า
รบกวนพวกเจ้าเตรียมของที่ไม่เหม็นมายัดปากข้าก็แล้วกัน มิเช่นนั้นคนอื่นที่โดนเช่นข้า จะด่าพวกเจ้าเสียๆ หายๆ เอา
ได้!”
พี่สามมองตามไปที่ผ้าห่อหมาเหอที่ต้วนอวี้โยนทิ้งกับพื้น แล้วค่อยๆ หันหน้ากลับมา ปากเผยออ้าค้าง กะพริบตา
ปริบมองดูเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความตกใจ
แทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขา
เขามองนิ่งไปที่ต้วนอวี้ราวกับไม่ว่าอีกฝั่ายจะพูดสิ่งใด เขาก็จะรับฟังและทำตามแต่โดยดี พลันคุกเข่าลงเสียงดัง
‘ตุบ’ ที่พื้นโดยที่ไม่กล้าลุกขึ้นมาอีก
ทางด้านทูจื่อที่อยู่ด้านหลังของพี่สามมาโดยตลอด ที่จริงอยากจะทรมานเจ้าเด็กน้อยคนนี้เสียหน่อย แต่เมื่อเห็น
หน้าตาที่ตกใจจนตาถลึง ทูจื่อก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าด้านหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นจึงทำให้คนอย่างพี่สามยอมเชื่อฟังแต่โดยดี เพราะ
ตรงหน้าของเขาก็เป็นเพียงเด็กอายุไม่กี่ปี ไม่ใช่นักฆ่าที่โหดเหี้ยม
เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้นที่เพิ่งโดนจับตัวมา
ต้วนอวี้เห็นความสงสัยที่เผยออกมาจากแววตาของทูจื่อ จึงหันไปยิ้มให้ทูจื่อเล็กน้อย ทันใดนั้นความสงสัยของทูจื่
อก็พลันมลายหายวับไปกับตา… ยิ้มของเด็กคนนี้ราวกับมีพลังบางอย่างที่เห็นแล้วต้องยอมสยบทำตาม… เป็นสายตาที่
ยอมทำทุกอย่างแม้ต้องยอมตายก็ไม่หวาดหวั่น
สายตาของทูจื่อประสานกับตาของต้วนอวี้ ชั่วพริบตาเดียวก็คุกเข่าลงเสียงดัง ‘ตุบ’ ลงที่พื้นและก้มหน้าก้มตาไม่
กล้ามองขึ้นมาเฉกเช่นพี่สาม
ต้วนอวี้ฉีกยิ้มที่มีอำนาจพร้อมกับสะบัดเชือกที่เขาแก้ได้ตั้งนานแล้วออกจากมือ ขยับตัวยืดเส้นยืดสาย เด็กน้อยใช้
มือตบไปเบาๆ ที่หัวของพี่สาม พูดขึ้น “ถ้ารู้ว่าจะต้องโดนพาตัวมาที่นี่ตั้งแต่แรก ก็น่าจะบอกกันแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้อง
เสียแรงมัดให้เสียเวลา”
ต้วนอวี้ทราบดีว่าคนที่ต้องการเล่นงานเขาจะต้องไม่ใช่เจ้าโง่สองคนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นแน่ เขาจึงเดาได้ว่าคนที่อยู่
เบื้องหลังเรื่องนี้คงจะใกล้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว เพราะฉะนั้นหลังจากที่ต้วนอวี้รู้ถึงแผนการที่เอาตัวเขามาก็เลือกที่จะไม่
หลบหนี แต่ตั้งใจเข้ามาให้ติดกับดัก แผนการที่คนคนนั้นวางไว้ ต้วนอวี้อยากทราบเหลือเกินถึงเปั้าหมายที่แท้จริงของอีก
ฝั่าย ว่าต้องการสิ่งใดกันแน่
อันที่จริง เขาสามารถจัดการเจ้าโง่สองคนนี้ได้ตั้งแต่แรก ทว่าเขาเลือกที่จะไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น จึงทำเป็นยอมให้
จับตัวมาแต่โดยดี จนถึงตอนนี้
ต้วนอวี้ทดลองใช้การสะกดจิตได้สำเร็จแล้วกับพี่สามที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า “รีบบอกเรื่องทั้งหมดที่เจ้ารู้ ให้กับ
ข้าเดี๋ยวนี้!”
พี่สามเหมือนตื่นขึ้นจากการสะกดจิตเพียงเล็กน้อย
พี่สามลุกพรวดขึ้นและพุ่งเข้ามาหมายจับต้วนอวี้ แต่เด็กน้อยก็ยื่นมือออกไปปัดมืออีกฝั่ายและผลักจนเขาล้มลุก
คลุกคลานไปกับพื้น กว่าจะได้สติกลับมาก็เจ็บปวดจนทรมานพูดไม่ออกแล้ว
เขาไม่นึกไม่ฝันว่าจะโดนเด็กน้อยเล่นงานเช่นนี้ พลางเบิกตาโตและใช้มืออีกข้างที่ไม่เจ็บชี้ไปที่หน้าต้วนอวี้ ตะโกน
อย่างโกรธแค้น “เจ้า… เจ้า……”
ต้วนอวี้หันกลับไปนั่งด้วยท่าทางสบายๆ เขามองไปที่พี่สามอีกครั้งพร้อมกับเยาะเย้ย “เจ้า……เจ้า……อะไรของ
เจ้า นี่ข้ากำลังช่วยชีวิตเจ้าอยู่ ยังไม่รู้อีกหรือ?”
พอพี่สามได้ฟังก็เบิกตาโตด้วยความตะลึงอีกครั้ง สายตาของเขาดูออกว่าไม่เชื่อคำพูดของต้วนอวี้
ต้วนอวี้อ้าปากหัวเราะขึ้นมาเสียงดังไปทั่วห้อง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
อีกฝั่ายได้แต่ส่ายหน้าไปมา
คนคนนั้นบอกพวกเขาเพียงจะให้เงินเมื่อจับเด็กคนนี้มาได้เท่านั้น ส่วนเรื่องฐานะของต้วนอวี้กลับไปได้บอกมา
ก่อน ต้วนอวี้จึงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าโง่ทั้งสองคนตรงหน้า ส่ายหน้าไปมาช้าๆ และพูดด้วยความสงสาร “ข้าเป็นบุตรชาย
ของท่านแม่ทัพใหญ่ต้วน!”
หลังจากที่ได้ยินต้วนอวี้พูดทั้งพี่สามและทูจื่อแทบจะล้มตัวลงไปนอนกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ท่านแม่ทัพใหญ่ต้วนมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ ส่วนเด็กน้อยตรงหน้าก็คือบุตรชายคนเดียวของต้วน
เจิ้ง… ถ้ากล้าไปแตะหรือทำอะไรบุตรชายคนเดียวของเขาแม้แต่นิดเดียว อาจไม่มีโอกาสที่จะมีลมหายใจอยู่บนโลกได้อีก
ต่อไป
โบราณว่า คนธรรมดาไม่สู้กับขุนนาง คนจนไม่สู้กับคนรวย เห็นทีครั้งนี้พวกเขาจะเล่นผิดคนเข้าแล้ว!
เมื่อคิดได้ดังนั้นพี่สามก็สั่นระริกไปทั้งตัว… ถ้าสิ่งที่ต้วนอวี้พูดออกมาล้วนเป็นความจริงทั้งหมด เช่นนั้นวันตาย
ของพวกเขาก็ไม่ไกลจากนี้แล้ว
แต่ว่าพวกเขาก็แค่ทำตามที่คนอื่นบอกมาอีกที อีกอย่างพวกเขาก็ยังไม่ได้ทำร้ายต้วนอวี้แม้แต่ปลายเล็บ… เช่นนั้น
ละก็ ถ้าพวกเขาปล่อยต้วนอวี้ไปก็เท่ากับว่าไม่ต้องตายแล้ว
เมื่อพี่สามได้ยินก็รีบคำนับกับพื้นในทันที “คุณชายใหญ่ต้วน ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ บังอาจล่วงเกินคุณชายใหญ่
ถึงเพียงนี้ คุณชายได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยทั้งสองคนด้วยขอรับ……”
ต้วนอวี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือไปปัดฟางที่ติดเสื้อผ้า จากนั้นก็ก้าวเดินไปที่ด้านหลังของพี่สาม และสอดส่อง
สายตามองออกไปตามช่องกำแพงเห็นเพียงความมืดมิดของด้านนอก แล้วพูดเสียงเรียบ “ข้ารู้แล้ว!”
ถ้าต้วนอวี้ไม่ปรานีละก็ ชีวิตของทั้งสองคนมีหรือจะยังหายใจต่อไปได้!