การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 542 คำแถลงองค์หญิงอวี้หลัว (2)
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชายชราคนนี้ คือคนที่อยู่ในวัดร้างตอนที่เขาถูกจับตัวไป
ในตอนนั้น ซานไล่จื่อกับทูจื่อได้จับตัวเขาไปไว้ที่วัดร้างนอกเมือง ซึ่งได้นัดแนะกับชายชุดดำไว้เรียบร้อยแล้ว ชาย
ชุดดำกำลังรอต้วนอวี้มาถึงเพื่อจะได้ปลิดชีพเขาลง
ต้วนอวี้ไม่เพียงอ่านความคิดของซานไล่จื่อกับทูจื่อทะลุปรุโปร่ง แต่เขายังสามารถควบคุมสองคนนั้น ให้ร่วมมือ
เล่นงานชายชุดดำด้วยกัน จนตกหลุมที่ขุดไว้ถึงแก่ความตาย ต้วนอวี้ถึงเอาชีวิตรอดมาได้
ส่วนเรื่องชายชราที่คอยแอบดูอยู่ในวัดร้างนั้น ต้วนอวี้ได้ลืมไปเสียสนิทแล้ว พอถึงเช้าวันถัดมา เหยียนหลิ่งอวี๋มา
ค้นหาตัวต้วนอวี้ บังเอิญได้พบชายชราที่ใส่เสื้อผ้ามอมแมมอยู่ในวัดร้างด้วย เขาจึงยื่นเสื้อคลุมของเขาเองให้กับชายชรา
คนนั้นไป
อันที่จริง เรื่องนี้เป็นเพียงแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว เหมือนกับความกังวลยามคํ่าคืน ที่หลับตื่นขึ้นมาก็ลืมเลือนไปหมดแล้ว
แต่ว่าต้วนอวี้นึกไม่ถึงเลย ชายชราผู้นี้จะยังสามารถจดจำเขาได้อย่างแม่นยำ เพราะหลังจากที่ต้วนอวี้กลับไปที่
ส่วนตัวแล้ว ชายชราคนนี้ก็ถือโอกาสสะกดรอยตามต้วนอวี้ออกมาข้างนอกด้วย เมื่อทั้งสองคนพบหน้ากัน ชายชรารีบ
กดจุดไม่ให้เขาขยับตัวได้ จากนั้นจับไปโยนในซอย พล่ามนู้นพล่ามนี่มากมาย สุดท้ายชายชราต้องการเพียงแค่ให้ต้วนอวี้
เป็นลูกศิษย์ของเขา
ต้วนอวี้เกลียดคนที่ชอบทำอะไรลับหลังคนอื่น ชายชราใช้โอกาสที่เขาไม่ทันตั้งตัวบุกเข้าโจมตี จากนั้นค่อยเล่น
งานควบคุมให้อยู่หมัด… คนประเภทนี้ อย่าหวังว่าจะได้เป็นอาจารย์ของต้วนอวี้เลย เป็นคู่แค้นเสียยังดีกว่า
หลังจากที่ต้วนอวี้ถูกชายชรากดคลายจุดออก จึงมีเพียงความคิดเดียวผุดขึ้นมาในหัว นั่นก็คือหนีไปให้ไกลที่สุด
เท่าที่จะไกลได้ ไกลจนขนาดว่าชาตินี้ทั้งชาติ ไม่ต้องมาพบมาเจอชายชราที่น่ากลัวและน่าชิงชังคนนี้อีก
ต้วนอวี้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนยิ่งกว่าแมวเก้าชีวิตที่หนีตาย จนหายวับไปในพริบตาเดียว แต่ด้วยสนใจเพียงความเร็ว
ในการวิ่งหนี ต้วนอวี้ซึ่งไม่ได้หันกลับไปมองชายชราที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ โดยไม่มีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด สีหน้า
ท่าทางของชายชราเหมือนกับซุนหง๋อคงที่อยู่บนยอดเขาอวี๋จื่อ… ไม่ว่าอย่างไร ต้วนอวี้ไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของชาย
ชราไปได้!
ต้วนอวี้กลัวชายชราจะตามกลับมาด้วย เขาจึงไม่กล้าย่างกรายออกไปนอกจวนแม้แต่ก้าวเดียว เขาคิดว่าจะรอให้
ตาแก่นั่นจากไป ไม่ก็รอให้ลืมเรื่องนี้ไปก่อน แต่แล้วชายชรากลับมาปรากฏตัวอย่างที่เขาไม่ทันคาดคิด
ชายชราปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ระหว่างที่ต้วนอวี้เตรียมตัวไปช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนอวี้เลือกไม่อยากเอาเวลาใน
ชีวิต ไปเปลืองให้กับชายชรา ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากเรียนรู้การลอบโจมตีจากชายชราแล้ว เขาคงไม่ได้เรียนรู้สิ่งอื่นมากไป
กว่านี้
ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้นกับต้วนอวี้ขึ้นมา
ชายชราคนนั้นกลับไปปรากฏตัวในถํ้านํ้าแข็งเพื่อช่วยชีวิตต้วนอวี้ออกมา พูดได้ว่า หากชายชราไม่มาแล้วล่ะก็ ต้
วนอวี้ไม่เพียงจะช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้ แม้แต่ชีวิตของเขาก็คงจะจบเห่ไปพร้อมกันทั้งสองคน
ต้วนอวี้ขอบคุณชายชรา ด้วยความรู้สึกกลํ้ากลืนฝืนทน
แต่ว่าต้วนอวี้เป็นคนที่สามารถแยกแยะเรื่องราวได้เป็นอย่างดี… ความซาบซึ้งใจในการช่วยชีวิต ไม่ได้หมายความ
ว่าเขาจะยอมโอนอ่อนกับชายชรา
หลังจากที่ต้วนอวี้กล่าวขอบคุณชายชราเป็นที่เรียบร้อย เขาก็รีบหาข้ออ้างในการขอตัวจากไป
เนื่องจากเขาต้องมาช่วยชีวิตต้วนชิงหมิง ทว่าลูกน้องแต่ละคนกลับไม่ได้เรื่องเลยสักคน
มีเพียงซานไล่จื่อกับทูจื่อที่ยินยอมช่วยต้วนอวี้อย่างสุดกำลัง แต่ปัญหาคือสองคนนั้นความสามารถไม่ถึง
ส่วนองครักษ์ของเหยียนหลิ่งอวี๋ล้วนเป็นยอดฝีมือ เพียงแต่พวกเขาไม่รับคำสั่งจากต้วนอวี้ และในบรรดาองครักษ์
เหล่านี้ได้มีคนแขวนตัวเข้ามา หากต้วนอวี้ต้องพาองครักษ์ไปช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋ เกรงว่าทุกคนคงไม่มีชีวิตรอดกลับมา
ในตอนนั้น ชายชราได้ปรากฏตัวขึ้นมาทันเวลา
เขารับปากต้วนอวี้ว่าจะช่วยเหยียนหลิ่งอวี๋ออกมาให้ได้ แต่มีข้อแม้คือต้วนอวี้จะต้องยอมเป็นลูกศิษย์ของเขา
ระหว่างที่ต้วนอวี้กำลังร้อนรนใจจนปัญญาที่มี เขาจึงกัดฟันตอบรับข้อเสนอของชายชราไป… เดิมที ต้วนอวี้คิดว่า
เขาเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์และรํ่ารวย ประกอบกับสติปัญญาอันเฉียบแหลม อีกทั้งประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากยุคศตวรรษ
ที่ยี่สิบเอ็ด ทำให้การย้อนกลับมามีชีวิตอยู่ในยุคโบราณเป็นเรื่องที่ง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างไม่ได้เป็น
ตามที่คิดวางแผนเอาไว้ เขาจึงตัดสินใจว่าจะต้องสร้างกำลังให้กับตัวเองขึ้นมาก่อน จากนั้นค่อยสร้างอำนาจที่เป็นของ
เขาเองขึ้นมา
ชายชราดูแล้วเป็นยอดวรยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา เพราะชั่วพริบตาเดียว เขาสามารถหาเหยียนหลิ่งอวี๋และต้วนชิงหมิงที่
ถูกปิดล้อมไว้จนพบ… พวกเขาใช้กลยุทธ์ติดตามชายชุดดำที่หมายจะไล่สังหารเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ห่างๆ จึงไม่เสียแรงใน
การตามหามากนักก็สามารถสถานที่ซ่อนตัวของเหยียนหลิ่งอวี๋กับต้วนชิงหมิงได้
เมื่อพวกเขาตามมาจนพบที่ซ่อนตัว ชายชรารีบเข้าไปกดจุดไม่ให้เหยียนหลิ่งอวี๋ขยับตัวได้ จึงวางใจในการพูดคุ
ยกับต้วนอวี้
ส่วนต้วนอวี้รีบร้อนวิ่งเข้าไปทำบาดแผลตามเนื้อตัวให้ต้วนชิงหมิง หลังจากเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้วนอวี้จึงค่อยนั่ง
ลงอยากวางใจ
ฝีมือของชายชราเก่งกาจ ถึงขั้นสามารถจับตัวชายชุดดำมาได้หนึ่งคน
ชายชุดดำคนนี้คือคนที่ไล่หาร่องรอยของเหยียนหลิ่งอวี๋ แต่ด้วยความเลินเล่อจึงถูกชายชราจับตัวมา
บัดนี้ ชายชราได้กดจุดไม่ให้ชายชุดดำขยับตัวไปไหนได้ จากนั้นก็จับมาโยนไว้ในถํ้า เพื่อหวังจะใช้ฝั่ามือปลิดชีพ
ของเขาทิ้งเสีย แต่ต้วนอวี้รู้สึกว่าการทำแบบนั้นคนค่อนข้างเหี้ยมโหดเกินไป จึงเลือกที่จะนำตัวชายชุดดำไปเป็นอาหาร
อันโอชะให้กับฝูงหมาปั่าแทน
ชายชราวิ่งเข้ามาจับต้วนชิงหมิงยกขึ้นมา หมายจะวิ่งพาออกไปด้วยความรวดเร็ว
ต้วนอวี้ผงะถอยหลังไปเล็กน้อย พร้อมกับตะโกนไล่หลังมาว่า “เห้ย! ข้าขอบอกว่าอย่าทำให้พี่สาวต้องบาดเจ็บยัง
ไงเล่า!”
พี่สาวของต้วนอวี้ถือเป็นแก้วตาดวงใจของเขา เพื่อต้วนชิงหมิงแล้ว ต้วนอวี้สละได้แม้กระทั่งชีวิต หากชายชรามา
ทำร้ายสิ่งที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ เขาก็พร้อมจะคิดบัญชีกับชายชราให้สาสม
พอชายชราได้ยินก็หัวเราะเสียงตํ่าออกมา เขาหันไปทางต้วนอวี้ พูดขึ้น “ศิษย์เอ๋ย อาจารย์ไปรอเจ้าอยู่ที่รอม้า
ก่อน ส่วนเจ้าเขาวิ่งตามมาอย่างช้าๆ แล้วกัน”
ทันทีที่ชายชราพูดจบลง ก็เร่งฝีเท้าวายวับเข้าไปในความมืดมิด จนต้วนอวี้ถึงับอึ้งกิมกี่
อะไรกัน? ตาแก่วิ่งเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?
ส่วนเขาที่ขาสั้นจะต้องวิ่งนานเท่าไหร่ กว่าจะออกจากภูเขามีไปได้?
ดูท่าแล้ว ชายชราคนนี้ต้องการทรมานต้วนอวี้เป็นพิเศษ โดยปล่อยให้เขาเดินผ่านหุบเขาแห้งแล้งเพียงลำพัง เพื่อ
เป็นการทดสอบความอดทนและสติปัญญาไหวพริบที่มีของเขา
ต้วนอวี้หันซ้ายหันขวามองไปโดยรอบ เห็นเพียงท้องฟั้าที่ปกคลุมด้วยความมืดมิดแผ่ไปทั่วทุกสารทิศ แต่โชคยังดี
หน่อยที่เขาไม่ต้องไปเพียงคนเดียว
ต้วนอวี้หยิบบางสิ่งออกมาจากเสื้อข้างใน และใช้มือทั้งสองข้างออกแรงแกะอย่างจริงจัง จากนั้นเดินไปตรงหน้า
ชายชุดดำอยู่ข้างบีบกรามจนปากเปิด แล้วยัดของบางอย่างเข้าปากชายชุดดำ สุดท้ายใช้มือบีบไปที่คอเพื่อให้ชายชุดดำ
กลืนของลงไป
ด้วยความจนปัญญาที่ไร้แรงขัดขืน ชายชุดดำจึงมองต้วนอวี้ด้วยความเคียดแค้น พร้อมกับพูดเสียงเหี้ยมโหดออก
มา “เจ้ายัดอะไรให้ข้ากิน?”
ต้วนอวี้ได้แต่ยักไหล่ ตอบกลับเสียงเรียบนิ่งว่า “ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ยาพิษที่จะทำลายวรยุทธอย่างเชื่องช้า หลัง
จากหนึ่งชั่วยามสองชั่วยามผ่านไป ไม่ว่าใครที่มีวรยุทธ์สูงส่งเพียงใดก็จะกลายเป็นคนไร้ค่าในทันที……”
คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำให้สีหน้าของชายชุดดำถอดสีในพริบตา
เนื่องจากในหัวของพวกเขาคำว่าคนไร้ค่า นั่นก็หมายถึงคนตายนั่นเอง
เป็นที่รู้กัน คนที่ฝึกฝนวรยุทธ์นั้น ไม่กลัวความตาย ไม่กลัวบาดเจ็บ ไม่กลัวทรมาน เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่
พบเจออยู่เสมอ ฉะนั้นหากใช้วิธีการใดมาข่มขู่ทรมาน ย่อมไร้ผลต่อพวกเขา
แต่คนเรามักจะมีจุดอ่อนอยู่เสมอ สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในความมืดอย่างพวกเขา สิ่งที่หวาดกลัวที่สุดคือการสูญ
เสียวรยุทธ์ที่มีทั้งหมด กลายเป็นคนธรรมดาที่ไร้ค่าไร้ราคาคนหนึ่ง