ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] - บทที่ 190 ภรรยาสามคนกับชะตาชีวิตอันผันผวน
- Home
- ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]
- บทที่ 190 ภรรยาสามคนกับชะตาชีวิตอันผันผวน
หลังจากภรรยาคนที่สองของเหลียงโหย่วชีเสียชีวิต ก็เริ่มเกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นในบ้านและหมู่บ้าน
เริ่มจากสุนัขแก่ในหมู่บ้านทยอยตายทีละตัว จากนั้นแหล่งน้ำก็ปนเปื้อนเชื้อโรคโดยไม่ทราบสาเหตุ สัตว์เลี้ยงกว่าครึ่งตายอย่างลึกลับ
ต่อมาเด็กๆ ในหมู่บ้านร้องไห้ทุกคืน บางครั้งก็มีคนเห็นเงาผู้หญิงเดินวนเวียนอยู่นอกลานบ้านของเหลียงโหย่วชี
ไม่นานนัก ชายโสดในหมู่บ้านสองคนก็เสียชีวิตอย่างลึกลับ
ชาวบ้านเริ่มลือกันว่า เหลียงโหย่วชีไม่ควรแต่งงาน ภรรยาสองคนของเขาตายไปอย่างน่าสงสัย วิญญาณของพวกเธอไม่สงบ กลับมาเล่นงานเขา และยังทำให้ผู้อื่นตาย
แต่หากใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมา พ่อของเขาจะด่ากราด ซ้ำยังทำว่าวหนังสุนัขไปแขวนไว้ที่ทางเข้าหมู่บ้าน
ครอบครัวของเขาประกาศว่า ใครที่ยอมแต่งงานกับเขาจะได้รับค่าสินสอดห้าหมื่นหยวน
หากให้กำเนิดลูก เป็นลูกสาวจะได้รับเพิ่มอีกหนึ่งแสนหยวน แต่ถ้าเป็นลูกชาย จะได้เพิ่มอีกสองแสนหยวน แม้จะให้กำเนิดแล้วหย่าขาด ก็ยังได้รับเงินก้อนนี้เต็มจำนวน
ไม่ต้องพูดถึงหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้ แม้แต่ในเมือง เงินจำนวนนี้ก็เพียงพอที่จะล่อตาล่อใจสาวๆ บางคนได้
แม่สื่อและหญิงสาวที่เห็นแก่เงินต่างไม่สนข่าวลือเหล่านั้นอีกต่อไป
บางคนถึงกับบอกว่า ที่ผ่านมาใช้ชีวิตลำบากมามากพอแล้ว พอได้ยินข้อเสนอจากบ้านเหลียงโหย่วชีก็พากันไปสมัครแต่งงาน
ในสายตาของหลายคน ความยากจนน่ากลัวกว่าความตายเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวเหลียงโหย่วชีก็เสนอจำนวนเงินอย่างเปิดเผย แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ
ส่วนเหลียงโหย่วชีที่เป็นลูกแหง่ไม่กล้าพูดอะไรเลย
ภรรยาคนที่สองของเขาเพิ่งเสียชีวิตไปไม่ถึงปี พ่อของเขาก็หาผู้หญิงคนใหม่ให้ ครั้งนี้เป็นหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งกลับมาจากในเมือง
พ่อของเขาบอกว่า หญิงสาวคนนี้ดวงแข็ง อายุยังน้อย หุ่นดี สะโพกใหญ่ เธอจะต้องให้กำเนิดทายาทได้แน่นอน
เหลียงโหย่วชีก็พยักหน้าตกลงโดยไม่ได้ขัดอะไร เขามอบเงินสดห้าหมื่นหยวนให้หญิงสาวเป็นค่าสินสอดทันที
ทั้งคู่ยังเซ็นสัญญาที่ระบุเงื่อนไขว่า หากความสัมพันธ์พัฒนาไปถึงขั้นไหน ฝ่ายหญิงจะได้รับเงินจำนวนเท่าใด
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นมากกว่าการแต่งงานเพื่อความรัก มันเป็นข้อตกลงทางธุรกิจ มากกว่าการเป็นคู่ชีวิตที่วางแผนใช้ชีวิตร่วมกัน
คืนนั้น ทั้งสองคนเข้าหอกัน ฝ่ายหญิงโดยรวมไม่มีปัญหาใด นอกจากรอยแผลเป็นที่หน้าท้อง
เช้าวันรุ่งขึ้น พ่อของเหลียงโหย่วชีดูฤกษ์ยามแล้ว ตัดสินใจว่าจะจัดงานแต่งให้พวกเขาในเดือนถัดไป
พ่อยังมั่นใจว่าครั้งนี้ฝ่ายหญิงดวงแข็งพอ และจะต้องให้กำเนิดทายาทสืบสกุลให้ตระกูลเหลียงได้แน่นอน
ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป หมู่บ้านก็แตกตื่น
มีทั้งเสียงด่าทอฝ่ายหญิงว่าโลภเงิน ยอมแต่งงานกับชายวัยสี่สิบกว่าเพียงเพราะเงิน บางคนก็บอกว่าเหลียงโหย่วชีมีวาสนา แม้อายุขนาดนี้ เคยแต่งงานสองครั้ง ภรรยาเสียหมด แต่ยังได้ภรรยาสาววัยยี่สิบกว่า และมีเงินเก็บอีกหลายแสนหยวน
แต่ใครจะคาดคิดว่า…เพียงสามวันหลังจากข่าวแพร่ออกไป บ้านเหลียงโหย่วชีก็เกิดเรื่อง
เช้าวันหนึ่ง เหลียงโหย่วชีตื่นขึ้นมา พบว่าพ่อของเขาจมน้ำตายในโอ่งเก็บน้ำ เขาเศร้าโศกและรีบจัดงานศพให้พ่อ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่บ้านยิ่งรุนแรงขึ้น หลายคนพูดว่าเหลียงโหย่วชีไม่ควรแต่งงาน เพราะการแต่งงานของเขาเป็นสาเหตุให้พ่อ แม่ และภรรยาสองคนต้องตาย
เหลียงโหย่วชีเริ่มหวาดกลัว เขารู้สึกว่าทุกครั้งที่เขาแต่งงาน คนในครอบครัวต้องมีอันเป็นไป เขาจึงตัดสินใจยกเลิกการแต่งงานกับหญิงสาวคนนั้น
แต่ฝ่ายหญิงไม่พอใจ บอกว่าถ้าจะถอนหมั้นก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้เธอห้าแสนหยวน ครอบครัวฝ่ายหญิงก็เข้ามายุ่งวุ่นวาย บอกว่าทั้งสองคนได้เซ็นสัญญาหมั้นหมายกันแล้ว อยู่ด้วยกันแล้ว การ์ดเชิญงานแต่งงานก็ส่งออกไปหมดแล้ว งานแต่งต้องมีขึ้นในเดือนหน้า
หากจะถอนหมั้นก็ต้องจ่ายห้าแสนหยวนทันที ไม่อย่างนั้นล้มเลิกไม่ได้
เหลียงโหย่วชีเป็นคนอ่อนแอ ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้พ่อของเขาบ่งการชีวิตมาโดยตลอด ฝ่ายหญิงเองก็รู้เรื่องนี้ดี และตอนนี้ เหลียงโหย่วชีก็เหลือตัวคนเดียว
หากเธอได้แต่งงานกับเขา เงินชดเชยจากภรรยาคนที่สองที่เสียชีวิตไปหลายแสนหยวนจะตกเป็นของครอบครัวเธอทั้งหมด
เหลียงโหย่วชีเห็นว่าถอนหมั้นไม่ได้ จึงบอกว่า ถ้าแต่งงานกันอาจทำให้ฝ่ายหญิงต้องตาย
แต่ฝ่ายหญิงไม่กลัว เธอบอกว่าตัวเองดวงแข็ง พร้อมทั้งเร่งให้เขาไปจดทะเบียนสมรส
สุดท้ายเหลียงโหย่วชีจึงกัดฟันแต่งงานอีกครั้ง
พ่อของเขาเพิ่งเสียไปไม่ถึงเดือน เขาก็ไปจดทะเบียนสมรสและจัดงานแต่งในวันเดียวกัน
แต่คืนวันแต่งงาน อาจเพราะทั้งสองฝ่ายดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปจนเกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน
ภรรยาคนที่สามของเหลียงโหย่วชีดันกัดลิ้นตัวเองขาดจนสิ้นใจ คุกเข่าตายอยู่บนเตียง
แขกที่มาร่วมงานแต่งกว่าสามสิบคนก็เกิดอาการอาหารเป็นพิษจากเห็ดป่า ถูกนำส่งโรงพยาบาลกันหมด
เหลียงโหย่วชีต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลไปมาก และต้องจ่ายค่าชดเชยอีกมหาศาล
ครอบครัวฝ่ายหญิงก็มาทำเรื่องวุ่นวายอีก พวกเขาเรียกร้องเงินชดเชยและขอแบ่งมรดก จากนั้นก็ขนข้าวของมีค่าทุกอย่างออกจากบ้านของเขาไป พวกเขาแทบไม่สนใจเลยว่าฝ่ายหญิงจะตายไปแล้วหรือไม่ สิ่งที่พวกเขาต้องการคือเงินเท่านั้น
สุดท้ายเหลียงโหย่วชีเสียเงินไปหลายแสน โดยที่ภรรยาคนที่สามก็จากไปอีกคน สิ่งเดียวที่เหลืออยู่กับเขาคือมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ใช้ขี่รับจ้างหาเลี้ยงชีพ
แต่เรื่องร้ายยังไม่จบ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เหลียงโหย่วชีเริ่มฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในความฝัน เขามักจะเห็นภรรยาทั้งสามมาหาเขาอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่พวกเธอมาหามักจะเรียกร้องบางอย่างจากเขา
ชาวบ้านบางคนเคยเห็นผู้หญิงสามคนยืนอยู่หน้าบ้านของเขาตลอดทั้งคืน
สุขภาพของเขาแย่ลงเรื่อยๆ และครั้งหนึ่งเมื่อตื่นขึ้นมา เขาพบว่าตัวเองไปอยู่หน้าหลุมศพของภรรยาทั้งสาม กางเกงของเขาเปียกชุ่มไปทั้งแถบ
ในช่วงเวลานั้นเอง มีชาวบ้านคนหนึ่งเสียชีวิตที่หลุมศพของภรรยาคนที่สามของเขา
เหลียงโหย่วชีตกใจกลัวจนต้องไปหาผู้มีวิชาเพื่อขอความช่วยเหลือ หลายคนมองออกว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรง แต่กลับบอกว่าช่วยเขาไม่ได้ ได้แต่ให้เขาทำบุญให้ตัวเอง
จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เขาติดต่อไปยังศาลฮวงจุ้ยเป่าซาน และได้รู้จักกับเม่าจิ้ง
เม่าจิ้งจึงช่วยสะกดวิญญาณไว้ชั่วคราว ทำให้เขาทนอยู่ได้อีกสักสัปดาห์ แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงนอนไม่เป็นสุขในทุกค่ำคืน จนกระทั่งวันนี้ที่พวกเราสามคนมาถึงที่นี่…
เมื่อฟังจบ ผมรู้สึกว่าความเป็นจริงช่างบิดเบี้ยวเหลือเกิน ผู้ที่น่าสงสารมักมีเหตุให้ถูกสาปแช่งเสมอ ชีวิตของชายคนนี้ผ่านเรื่องราวเหลือเชื่อมากมาย
ตัวการหลักที่กำหนดเส้นทางชีวิตของเขาคือพ่อของเขาเอง เหลียงโหย่วชีเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อสืบทอดตระกูลเหลียงเท่านั้น
แต่เครื่องมือนี้กลับมีโชคชะตาที่บกพร่อง จนถึงตอนนี้เขาเสียภรรยาไปสามคน พ่อแม่ก็ต้องตายเพราะตัวเขา ทรัพย์สินเงินทองที่มีก็ค่อยๆ หมดไปกับการแต่งงานและเรื่องร้ายต่างๆ ที่ตามมา
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ผมอดพิจารณาถึงสาเหตุการตายของภรรยาทั้งสามคนไม่ได้
สะดุดตาย ถูกรถชนตาย กัดลิ้นตาย
ภรรยาที่เสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาติทั้งสามคน ตำแหน่งฝังศพฮวงจุ้ยก็แย่สุดๆ และวิญญาณของพวกเธอเหมือนจะเรียกร้องบางอย่างไม่หยุด…
เมื่อมีผู้เสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาติถึงสามคน รวมกับฮวงจุ้ยฝังศพที่เลวร้ายก็ย่อมก่อให้เกิดวิญญาณอาฆาต
ผมจึงถามต่อ “คุณเหลียง หลุมศพของภรรยาทั้งสามของคุณ ใครเป็นคนเลือก”
เหลียงโหย่วชีตอบทันทีโดยไม่ลังเล
“พ่อของผมเป็นคนเลือก เขาบอกว่าฝังภรรยาไว้ตรงนั้นจะนำโชคลาภมาให้ครอบครัว และทำให้ตระกูลรุ่งเรือง”
พานหลิงกลอกตา ก่อนจะพูดขึ้น “รุ่งเรืองอะไรกัน ดูสิว่าตอนนี้บ้านคุณเหลืออะไรบ้าง”
เหลียงโหย่วชีทำหน้าลำบากใจ
“ผม…ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ทุกอย่างพ่อเป็นคนจัดการ เขาบอกว่าฝังภรรยาไว้ตรงนั้นจะช่วยคุ้มครองผม ผมก็มองพวกเธอเป็นภรรยา พอตายไปแล้วก็อยากให้พวกเธอได้อยู่ด้วยกันจะได้มีเพื่อน”
เม่าจิ้งที่เงียบมานานพูดขึ้น “ใช่ พวกเธอมีเพื่อนแล้ว พ่อของคุณฝังภรรยาทั้งสามไว้ที่ ‘ตำแหน่งดอกท้อ’ จนทำให้เกิด ‘เคราะห์ดอกท้อ’! บ้านคุณไม่เพียงแต่จะไม่เจริญรุ่งเรือง คุณเองก็จะถูกสูบพลังจนตาย”
พอได้ยินคำว่า ‘เคราะห์ดอกท้อ’ ผมก็นึกออกทันที
ในศาสตร์ของพลังอาถรรพ์ หนึ่งในอาถรรพ์ร้ายแรงคือ ‘เคราะห์ดอกท้อ’
ตามหลักฮวงจุ้ย ‘ดอกท้อ’ หมายถึงเรื่องความรักและเสน่หา ดอกท้อเองก็มีทั้งด้านดีและด้านร้าย
ผู้ที่ประสบ ‘เคราะห์ดอกท้อร้าย’ มักจะประสบกับความล้มเหลวในชีวิต ความรักไม่สมหวัง หรือถูกชะตากรรมเล่นงาน
ในศาสตร์ฮวงจุ้ยมีตำแหน่งที่เรียกว่า ‘ตำแหน่งดอกท้อ’ หากมีคนอาศัยอยู่ในตำแหน่งนี้ พวกเขามักจะมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม และได้รับความนิยมจากผู้คน ซึ่งถือว่าเป็น ‘เคราะห์ดอกท้อดี’
แต่คุณสมบัตินี้เหมาะกับคนที่ยังไม่แต่งงานเท่านั้น
หากเป็นคนที่แต่งงานแล้ว มันจะกลายเป็น ‘เคราะห์ดอกท้อร้าย’ นำพาปัญหาและความอัปมงคลมาแทน
และพื้นที่แบบนี้เหมาะสำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยของคนเป็นเท่านั้น
หากนำไปใช้กับหลุมศพของคนตาย ก็เท่ากับเป็นการมอบ ‘เคราะห์ดอกท้อดี’ แก่วิญญาณ ซึ่งความจริงแล้ว คนตายไม่จำเป็นต้องมีเคราะห์ดอกท้อดี
หากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็จะกลายเป็น ‘เคราะห์ดอกท้อร้าย’
ต่างกันแค่คำเดียว แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว…