จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 626 ปากเสีย
“บนสนามรบ เจ้าต้องระวังตนเองด้วย”
ผู้อาวุโสขุนพลภูตเจินเยี่ยกําชับหลี่มู่
พูดจบได้เปลี่ยนร่างเป็นเสาควันปราณภูตสีดําข้นสายหนึ่งพุ่ง ทะยานฟ้าเข้าสู่การสู้รบ
ด้านหน้าเขม่าควันไฟคละคลุ้ง เสียงกู่ก้องสังหารสะเทือนฟ้า ปราณภูตกระเพื่อมเต็มท้องฟ้า ราวกับหมอกมืดในฟ้าดินก่อนวันสิ้น โลก
เสียงแหลมแหวกอากาศฉีกแหวกฟ้าดินแผ่นผืนใหญ่
ภูตบําเพ็ญที่ฝึกฝนวิชาแตกต่างกัน แปรเปลี่ยนรูปร่างที่ไม่ เหมือนกัน อาวุธภูตสมบัติเวทมากมายปล่อยแสงเจิดจ้า ราวกับการจุด ดอกไม้ไฟท่ามกลางฟ้าดินอันมืดมิดแห่งนี้ สวยงามแต่กลับน่าพรั่นพรึง
การต่อสู้ระหว่างภูเขาเทพกระดูกและสํานักภูตบําเพ็ญอื่นๆ ได้เข้า สู่ระดับขั้นดุเดือดรุนแรงที่สุดแล้ว
นี่คือวันที่ยี่สิบแปดนับตั้งแต่ที่หลี่มู่มายังดาวร้อยภูต
พันธมิตรสํานักภูตบําเพ็ญที่นําโดยสามสํานักภูตใหญ่ โจมตีเข้ามา ทางด้านหน้าของภูเขาเทพกระดูก สถานการณ์อันตรายเหมือนไข่ที่กอง ซ้อนกัน
ศิษย์ที่ภูเขาเทพกระดูกรับเข้ามาล้มตายไปมากมาย และหนี หายไปกว่าครึ่ง
ก็ไม่ใช่ว่าภูตบําเพ็ญทุกตนยินยอมที่จะสู้ถวายชีวิตจากปณิธานอัน ยิ่งใหญ่ของสองเทวะแห่งภูเขาเทพกระดูก
และแน่นอน ว่าไม่ใช่ภูตบําเพ็ญทุกคนที่ล้วนกลัวตาย
ตอนนี้ ภูเขาเทพกระดูกยังเหลือภูตบําเพ็ญอยู่ราวหนึ่งแสน สู้รบ เคียงบ่าเคียงไหล่ ต่อสู้เพื่อแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ในใจผืนนี้ของพวกเขา
หลี่มู่คือหนึ่งในนั้น
แต่ว่า เขามีเป้าหมายอีกอย่าง
หลี่มู่หันกลับไปมองลูกน้องด้านหลัง
ภูตบําเพ็ญหนึ่งร้อยตนในวันก่อน สู้จนตัวตายไปส่วนหนึ่ง หนีไป อีกส่วนหนึ่ง ตอนนี้เหลืออยู่ไม่ถึงห้าสิบตน ใบหน้าแต่ละคนแตกต่างกัน มีทั้งคนชราและวัยรุ่น มีทั้งชายทั้งหญิง มีเด็กน้อยอายุสิบกว่าขวบ และ มีคนชราศีรษะขาวโพลน เหล่าภูตบําเพ็ญล้วนคงสภาพหน้าตาขณะที่
ยังมีชีวิตเอาไว้ และคงเอาความรู้สึกรักโกรธเศร้าสราญขณะที่ยังมีชีวิต เอาไว้เช่นกัน
หลี่มู่เห็นในกลุ่ม มีวัยรุ่นคนหนึ่งอายุสิบหกสิบเจ็ด บนร่างสวมชุด เกราะอาวุธภูตที่สํานักมอบมาให้ ตัวสั่นร้องไห้ด้วยความกลัว แต่ยังคง ไม่ได้ถอยหนี
คนที่เคยตายไปครั้งหนึ่ง จะเข้าใจว่าความตายคืออะไรได้มากกว่า คนอื่น
คนที่เคยตายไปครั้งหนึ่ง จะมีความรู้สึกหวงแหนการมีชีวิต มากกว่าคนอื่น
เหล่าวิญญาณล่องลอยที่มายังดาวร้อยภูตได้ ขณะที่มีชีวิตล้วนมี ทิฐิและปณิธานที่ยังทําไม่สําเร็จทั้งสิ้น จึงไม่อยากตายมากกว่าเหล่าคน เป็น
แต่พวกเขาก็ยังปรากฏตัวบนสนามรบ
หลี่มู่มองเหล่าลูกน้องที่ชี้นํามาได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน ปรากฏความเห็น ใจขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ทุกท่าน ตามข้ามาด้านหลัง ระวังรูปขบวนด้วย”
หลี่มู่ออกคําสั่ง จากนั้นหันตัวกลับพุ่งเข้าไปปะทะกับภูตบําเพ็ญที่ พุ่งเข้ามา
ทหารต่อทหาร
ขุนพลต่อขุนพล
นี่คือรูปแบบการทําศึกระหว่างสํานักภูตบําเพ็ญ
บนท้องฟ้า ตัวตนของขุนพลภูตชั้นสูงแห่งภูเขาเทพกระดูก กําลัง บุกปะทะตรงๆ พร้อมส่งคลื่นพลังการรบอันน่ากลัวออกมา
บนพื้นดิน กลับเป็นสนามรบของภูตบําเพ็ญของขั้นแบบหลี่มู่
ในมือหลี่มู่ เป็นดาบภูตขึ้นสนิมขนาดยักษ์เล่มหนึ่ง อาวุธภูตชั้น ยอดที่หยิบออกมาจากคลังอาวุธทหารของภูเขาเทพกระดูก
หนึ่งดาบโบกออกไป ได้ฟาดฟันภูตบําเพ็ญสวมชุดเกราะกระดูก ขาวจากลานกว้างแห่งความตายสิบกว่าคนที่เข้ามาจนกระจายเป็นชิ้น เศษชิ้นกระดูกสีขาวปลิวว่อนราวกับเกล็ดหิมะเริงระบํากลางสายลม
เขาเหมือนกับสว่านแหลม เสียงเขาไปกลางค่ายของภูตบําเพ็ญ ลานกว้างแห่งความตาย
ด้านหลังของเขา ลูกน้องอีกห้าสิบตนรวมไปถึงภูตบําเพ็ญหนุ่มที่ สั่นกลัวจนร้องไห้ โบกสะบัดอาวุธตามติดหลี่มู่ ทะลวงเข้าไปอย่างไม่ หยุด
ในศึกหลายครั้งก่อนหน้า ประสบการณ์ที่หลี่มู่สรุปออกมา เขาจะ รับภาระการทะลวงโจมตีในตอนแรกให้มากที่สุด เพื่อลดแรงกดดันต่อ ลูกน้องด้านหลัง ปกป้องพวกเขาให้มากที่สุด และมีเพียงผู้บําเพ็ญที่ แข็งแกร่งเช่นหลี่มู่เท่านั้นจึงจะทําได้ถึงขั้นนี้
ดังนั้นกลุ่มเล็กของหลี่มู่ จึงเป็นกลุ่มที่ล้มตายน้อยที่สุด
ท่าทีการต่อสู้ที่องอาจเหี้ยมหาญของเขา ได้รับรางวัลและการชื่น ชมจากระดับสูงภูเขาเทพกระดูก พร้อมทั้งดึงดูดความสนใจของฝ่าย ศัตรูอีกด้วย
บนฟากฟ้า
มังกรกระดูกร่างยักษ์ยาวหลายลี้ตนหนึ่ง กระพือปีกกระดูกเข้ามา
บนหลังมังกรกระดูก ร่างที่คลุมไปด้วยชุดเกราะสีดําแดง รอบด้าน ปราณภูตหนาแน่น อยู่ในฐานะที่น่าศรัทธา
และด้านหลังของเขา มียอดฝีมือภูตบําเพ็ญจากล้านกว้างแห่ง ความตายนับสิบยืนอยู่ ภูตบําเพ็ญยักษ์ร่างใหญ่โตประดุจภูเขาขนาด
ย่อมตนหนึ่ง สะพายขวานคู่ไขว้ไว้กลางหลัง ในดวงตามีแสงสีแดง ไหลเวียนอยู่ แรงกดดันมากมายมหาศาล
“เขาหรือ?”
ร่างในชุดเกราะสีดําแดงมองลงมาด้านล่าง สายตาจับจ้องไปยัง หลี่มู่ที่กําลังสังหารอย่างเมามัน
ภูตบําเพ็ญลานกว้างแห่งความตายตนหนึ่งเอ่ยขึ้น “ท่านเจ้าสํานัก เป็นคนผู้นี้นั่นเอง ฉายา ‘ดาบคลั่ง’ วิชาดาบโดดเด่น พลังการรบ แข็งแกร่ง ช่วงไม่กี่วันนี้ได้สังหารยอดฝีมือของเราไปมากมาย ว่ากันว่า เพิ่งจะเข้าขั้นขุนพลภูต และเข้าร่วมกับภูเขาเทพกระดูกได้ไม่ถึงเดือน”
“สิงหม่าน ไปสังหารเขาเสีย” ร่างเงาชุดเกราสีแดงเอ่ยขึ้น
ภูตบําเพ็ญคนยักษ์ตนนั้นเลียริมฝีปาก เอ่ยว่า “รับทราบ”
เขากระโดดลงมาจากหลังมังกรกระดูกประดุจดาวตกที่ร่วงหล่น จากฟากฟ้า มาพร้อมสะเก็ดเพลิงแสงไฟ ราวกับดวงไฟดวงใหญ่ อย่างไรอย่างนั้น พุ่งดิ่งลงมา ขวานคู่ด้านหลังไม่รู้ถูกหยิบมาไว้ในมือ เมื่อไร ขวานยักษ์ไขว้ประสานเหมือกางเขนฟันผ่าฟ้าดินพร้อมกับรังสี อาฆาตอันร้ายกาจ ฟาดผ่าอากาศตรงมายังหลี่มู่ที่อยู่หน้าสุดของกลุ่ม
“วิชา ‘ขวานสังหารกางเขนฟ้า’ ของสิงหม่านออกมาอีกแล้ว พลา นุภาพก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จะต้องจัดการ ‘ดาบคลั่ง’ คนนั้นให้แก่เจ้าสํานัก ได้แน่” ยอดฝีมือหน้าตาดีคนหนึ่งจากลานกว้างแห่งความตายเอ่ยขึ้น ด้วยรอยยิ้ม
เจ้าสํานักลานกว้างแห่งความตายในชุดเกราะสีดําแดงพยักหน้า “อืม สิงหม่านเป็นผู้มีพรสวรรค์…”
เสียงยังไม่ทันขาด
ก็ได้เห็นหลี่มู่ที่กําลังไล่สังหารศัตรูอยู่ที่พื้น จู่ๆ ได้กระโดดขึ้นมาผ่า ลงหนึ่งดาบ ฟาดฟันภูตบําเพ็ญคนยักษ์สิงหม่านที่กลายเป็นลูกไฟ ขนาดยักษ์ขาดออกเป็นสองท่อน
ร่างของภูติบําเพ็ญสิงหม่านถูกฟันจนกระจุยไปด้วย
โดนสังหารในพริบตา
บนหลังมังกรกระดูก เงียบเป็นเป่าสากขึ้นทันที
ยอดฝีมือลานกว้างแห่งความตายที่พูดเมื่อครู่ ถึงกับกลืนไม่เข้า คายไม่ออก
มุมปากของเจ้าสํานักลานแห่งความตายภายใต้หน้ากากสีดํา กระตุก
สิงหม่านเป็นภูตบําเพ็ญระดับกลางขั้นขุนพลภูต ถึงแม้ไม่ถือว่า เป็นยอดฝีมือระดับสูงของลานกว้างแห่งความตาย แต่เนื่องจากเขามี พรสวรรค์ ประกอบกับเส้นสมองสักเส้นไม่ได้มีความเฉลียวฉลาด ภักดี ต่อเจ้าสํานักอย่างเด็ดขาด ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าสํานักมาโดย ตลอด เป็นหนึ่งในองครักษ์ติดตัวเจ้าสํานัก หากส่งลงไปยังสนามรบ เบื้องล่าง จะต้องเป็นขุนพลอันห้าวหาญที่เก่งกล้ามหาศาลคนหนึ่ง ควร ที่จะต้องไร้เทียมทานถึงจะถูก แต่ผลลัพธ์กลับถูก ‘ดาบคลั่ง’ แห่งภูเขา เทพกระดูกฟันขาดจนตายในดาบเดียว
ดูท่าพลังของ ‘ดาบคลั่ง’ คนนี้จะสูงกว่าที่จินตนาการเอาไว้
“เจ้าสํานัก ให้ข้าไปเด็ดศีรษะ ‘ดาบคลั่ง’ คนนี้เถิด” ผู้แข็งแกร่ง ลานกว้างแห่งความตายร่างผอมสูงอีกคนหนึ่งเอ่ยปากขอลงสนามรบ
เจ้าสํานักลานกว้างแห่งความตายพยักหน้า เอ่ยว่า “อืม ผู้อาวุโส จั๋วเปี๋ ยพลังยอดเยี่ยม เป็นถึงส่วนยอดระดับกลางขั้นขุนพลภูต จะต้อง สามารถสังหาร ‘ดาบคลั่ง’ คนนี้ ล้างแค้นให้แก่สิงหม่านได้แน่ และเพื่อ เป็นการปลุกใจขวัญทหารเบื้องล่างของลานกว้างแห่งความตาย…จงไป เถิด”
ภูตบําเพ็ญร่างผอมสูงพยักหน้า ร่างไหววูบหายไปจากหลังมังกร กระดูกอย่างรวดเร็ว พริบตาต่อมาได้ไปปรากฏอยู่ด้นหน้าของหลี่มู่ ใน
มือสาวหอกภูตเลือดมังกรแทงเข้าหาหลี่มู่ตรงๆ จังหวะของวิชาช่าง แสนมหัศจรรย์ ไร้ซึ่งสัญญาณ เป็นการแทงเพื่อสังหารอย่างแท้จริง
“ดีมาก ครั้งนี้ ผู้อาวุโสจั๋วเปี๋ ยจะต้องบรรเลงเพลงชัยกลับมา แน่นอน” ยอดฝีมือหน้าตาดีจากลานกว้างแห่งความตายที่พูดมาก่อน หน้า ได้ส่งเสียงเอ่ยชมขึ้นทันที
การลอบแทงสังหารครั้งนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ
เหล่าผู้แข็งแกร่งลานกว้างแห่งความตายบนหลังมังกร ล้วนเผยให้ เห็นรอยยิ้ม
แต่ว่าในพริบตาต่อมารอยยิ้มนี้ ได้ค้างแข็งอยู่บนใบหน้าของพวก เขา
เพราะเมื่อจั๋วเปี๋ ยแทงหอกออกไปอย่างไรซึ่งช่องโหว่ แต่ ‘ดาบ คลั่ง’ กลับเหมือนจะรู้อยู่แล้ว ฟาดผ่าตรงๆ อีกครั้ง คมดาบแม้จะฟาดที หลังแต่ถึงก่อน ผ่าเอาหอกภูตมังกรเลือดแยกออกเป็นสองแผ่น เหมือนกับวิธีตายของสิงหม่านก่อนหน้าไม่ผิดเพี้ยน เวลาเดียวกัน ร่าง ของจั๋วเปี๋ ยที่ไสหอกเข้ามาก็ถูกฟันขาดไปด้วย
ยอดฝีมือหน้าตาดีจากลานกว้างแห่งความตายที่ตะโกนชื่นชมสอง ครั้งติดก่อนหน้า สีหน้าบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นเหมือนกินหอยตายไปใน พริบตา
ยอดฝีมือคนอื่นก็ล้วนมองมายังเขา
นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว
บนหน้าผากของเจ้าสํานักลานกว้างแห่งความตายภายใต้หน้ากาก สีดํา เส้นเลือดแทบจะเขียนปูดออกมาแล้ว
“เจ้าสํานัก ข้าจะไปจัดการเขา” อีกร่างที่ทั่วตัวปกคลุมด้วยปราณ ภูตสีดําเข้มข้น คําพูดราวกับเสียงชั้นน�าแข็งแตก เอ่ยปากขอเข้าสู่สนาม รบด้วยตนเอง
เจ้าสํานักพยักหน้า เอ่ยว่า “ดี ผู้อาวุโสลี่หลินเป็นแขนที่ไว้ใจได้ ของข้า แค่เลือกที่จะไม่ลงมือ แต่หากได้ลงมือ จะต้องได้รับชัยกลับมา แน่นอน…เจ้าไปเถอะ ระวังด้วย”
ยอดฝีมือหน้าตาดีจากลานกล้าวแห่งความตายคนนั้นเมื่อเห็น เพื่อที่จะผ่อนเบาให้กับความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของตนเอง รีบร้อน พูดขึ้นว่า “ถ้าผู้อาวุโสลี่หลินลงมือล่ะก็ จะต้อง…”
ผู้อาวุโสลี่หลินหันศีรษะมา มองผาดไปและตะคอกว่า “เจ้าหุบปาก เดี๋ยวนี้”
ยอดฝีมือหน้าตาดีจากลานกว้างแห่งความตายรีบหุบปากทันที
ผู้อาวุโสลี่หลินกระโดดลงจากมังกรกระดูก ลงมือเข้าสังหารหลี่มู่
เพียงไม่นาน ร่างของเขาที่ได้รับบาดแผลจากดาบอันน่ากลัวที่ แทบจะบั่นเขาออกเป็นสองท่อน ได้หนีกลับขึ้นมาบนหลังมังกรกระดูก ปากแผลราวกับมีปราณภูตสีดําที่ดูเหมือนของเหลวไหลออกมา สําหรับ ภูตบําเพ็ญแล้ว นี่เท่ากับอาการ ‘เสียเลือด’ หากปราณภูตไหลออกไป มาก ไม่เพียงแต่พลังที่ลดลง แต่อาจจะทําให้ชีวิตได้รับการคุกคามอีก ด้วย
ยังดีที่ช่วงคับขันตอนท้ายเขาหนีรอดจากคมดาบภูตของ ‘ดาบ คลั่ง’ มาได้
“เจ้าสํานัก ข้า…” ผู้อาวุโสลี่หลินสีหน้าละอาย
เจ้าสํานักลานกว้างแห่งความตายเอ่ยขึ้น “ไม่เป็นไร ผู้อาวุโสลี่ หลินทําเต็มกําลังแล้ว…ถอยกลับไปรักษาตัวอีกด้านเถอะ”
ผู้อาวุโสลี่หลินพยักหน้าถอยกลับไปอีกด้าน จากนั้นใช้สายตาแค้น เคืองจับจ้องไปที่ยอดฝีมือหน้าตาดีของลานกว้างแห่งความตาย
ยอดฝีมือหน้าตาดีรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้าเมื่อครู่ยังพูดไม่ ทันจะจบเลย ว่าพลังของท่านไม่พอ แล้วจะมาโทษข้าได้อย่างไร?
ทว่ายอดฝีมือรอบด้านคนอื่นๆก็ล้วนรู้สึกได้ ว่าเมื่อครู่ผู้อาวุโสลี่ หลินไม่ยอมให้เขาพูดจนจบ ถือเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดมากแล้ว ถ้า
หากเมื่อครู่ยอมให้เขาพูดจนจบ ป่านนี้คงได้สลายกลายเป็นฝุ่น เหมือนกับสิงหม่านและจั๋วเปี๋ ยเป็นแน่
ปากเสียจริงๆ
ผู้อาวุโสซิ่งเฟิงผู้หน้าตาดีตัดสินใจจะพูดอะไรสักอย่าง ทว่าพอ คําพูดมาถึงมุมปาก ก็ถูกคนอื่นๆ ถลึงตาใส่จนต้องรีบอุดปากตนเอง เอาไว้อีกครั้ง กลัวว่าหากพูดอะไรออกไปอีก แล้วถ้าเผื่อเจ้าสํานักทํา อะไร ‘ดาบคลั่ง’ ผู้นี้ไม่ได้จนต้องแพ้กลับมา ตนเองยังจะรอดอยู่ไหม?
เจ้าสํานักลานกว้างแห่งความตายหัวเราะขึ้น เอ่ยว่า “พูดมา ไม่ เป็นไร”
น�าเสียงห้ามแม้แต่จะสงสัย
ผู้อาวุโสซิ่งเฟิงจึงต้องพูดออกมา “ท่านเจ้าสํานักออกโรง จะต้อง ได้รับชัยกลับมาแน่นอน”
เจ้าสํานักลานกว้างแห่งความตายพยักหน้า “ดี”
เขาจึงออกโรงด้วยตนเองแล้ว
……………………………………….