ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 424 ความสามารถเช่นนี้ ก็คิดจะลงมือหรือ?
บทที่ 424 ความสามารถเช่นนี้ ก็คิดจะลงมือหรือ?
ลู่เฉินส่ายศีรษะอย่างเสียมิได้ “มาแล้ว!”
มาแล้ว?
อะไรมาแล้ว?
ทุกคนไม่รู้ว่าเขาพูดถึงสิ่งใด แต่ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ใต้พื้นดินก็ปรากฏหลุมขนาดเล็กออกมามากมาย และภายใต้หลุมเหล่านั้นก็มีปีศาจจำนวนไม่น้อย
ดังนั้นเมื่อหลุมปรากฏออกมา คนจำนวนไม่น้อยจึงถูกดูดเข้าไปภายในหลุมทันที เมื่อคนเหล่านั้นคิดขัดขืน ผู้ใดจะรู้ว่าปากหลุมนี้จะถูกปิดทันที และขณะเดียวกัน ปีศาจด้านล่างจะรัดพันพวกเขาไว้ในทันที ฉุดกระชากร่างพวกเขาลงไปยังพื้นดิน
ทุกคนพลันหวาดกลัวขึ้นมา จึงพากันทุบทำลายพื้นดิน แต่หลุมใต้พื้นดินนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้การโจมตีพวกนั้นอยู่เพียงบนพื้น เหลือเพียงหลุมขนาดใหญ่ และคนที่ถูกลากลงไปนั้นก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
“นี่…เกิดสิ่งใดขึ้น?” หลงฉีตกตะลึงขึ้นมา
หั่วเหล่าจิ่วจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม หรือเจ้ากำลังเล่นกลใดอยู่?”
“สิ่งเหล่านั้นเป็นปีศาจของที่นี่ หรือว่าพวกเจ้าไม่เห็นหรือ?” ลู่เฉินเยาะเย้ย
เมื่อได้ยินดังนั้น แต่ละคนจึงหวาดกลัวขึ้นมา บางคนยังพูดด้วยน้ำเสียงติดขัดออกมา “ปีศาจเหล่านั้นน่ากลัวเพียงนี้เชียวหรือ?”
มีบางคนราวกับคิดบางอย่างออกจึงพูดขึ้นมา “ว่ากันว่าภูเขาเยาเหล่ามีปีศาจกระรอกดินบางส่วนที่ลี้ธรณีได้เก่งกาจ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะน่ากลัวเช่นนี้!”
“เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี? จะยอมเช่นนี้หรือ?” บางคนรู้สึกไม่สบายใจ
หลงฉีชี้นิ้วไปยังลู่เฉิน “จับเขา ให้เขาพาพวกเราออกไป!”
คนที่เหลืออยู่เหล่านั้นต่างก็เริ่มตื่นตัวขึ้นมา แต่ฮวากูเทียนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโมโห “พวกเจ้ายังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นหรือ?”
หั่วเหล่าจิ่วกลับพูดขึ้นมาว่า “เจ้าเมืองฮวาเฉิง เจ้าก็เห็นแล้ว เขารู้เรื่องมากมายเช่นนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจับเขา จึงจะสามารถให้เขาพาพวกเราออกไปได้!”
ฮวากูเทียนมองไปยังลู่เฉิน
ชายหนุ่มเพียงเอ่ยออกมาว่า “เมื่อครู่ข้าไม่ได้บังคับให้พวกเจ้ามา ดังนั้นหากคิดจะให้ข้าพาออกไป นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้”
สิ้นเสียงของเขา ต้นไม้บริเวณรอบ ๆ ก็ปรากฏเถาวัลย์ออกมามากมาย พันรัดผู้คนไว้ไม่น้อย จากนั้นจึงถูกแขวนไว้กลางอากาศ ครั้นคนเหล่านั้นคิดจะต่อต้าน ก็มีมือบางส่วนงอกออกมาจากเถาวัลย์และจับพวกเขาไว้ทันที
คนหล่านั้นต่างกรีดร้องขึ้นมา จากนั้นวิญญาณภายในจึงถูกทำลาย ทั้งร่างก็เหี่ยวเฉา จนกลายเป็นเพียงซากศพแห้งลอยอยู่กลางอากาศในที่สุด
จึงทำให้ผู้คนเริ่มกระวนกระวายขึ้นมา บางคนหวาดกลัวจนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ปีศาจต้นไม้ที่เล่าลือกัน?”
“ดูเหมือนว่าจะมีปีศาจเฒ่าที่น่ากลัวออกมามากมายแล้ว” ฮวากูเทียนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
หลงฉีร้อนใจขึ้นมา รีบมองไปยังลู่เฉินทันที “เจ้าหนุ่ม เร็ว! รีบนำพวกเราออกไป มิเช่นนั้นพวกเราจะฆ่าเจ้า!”
หั่วเหล่าจิ่วก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เจ้าเพียงแค่พาพวกเราออกไป พวกเราสามารถไว้ชีวิตเจ้าได้!”
คนอื่น ๆ ก็พูดกับลู่เฉินเช่นนี้
แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเจ้ากำลังขอร้องข้า”
“เจ้าหมายควมว่าอย่างไร?” หลงฉีเบิกตากว้าง
“ขอร้องข้า เหตุใดจึงไม่ทำท่าทางให้ดีกว่านี้เสียหน่อย?”
หลงฉีกังวลใจขณะมองไปยังลู่เฉิน “แท้จริงแล้วเจ้ากำลังคิดสิ่งใด?”
“ข้าผู้นี้ไม่ชอบการถูกผู้อื่นคุกคาม” ลู่เฉินยิ้มก่อนจะมองไปยังฮวากูเทียนและคนอื่น ๆ “พวกเราไปเถิด”
เมื่อพูดจบ ลู่เฉินก็พากลุ่มคนเหล่านี้ไป ส่วนหลงฉีและคนอื่น ๆ หวาดกลัวจนรีบวิ่งตามไปทันที
แต่ด้านหลังยังคงมีปีศาจต้นไม้บางส่วนที่คอยพันรัดคนเหล่านั้นไว้เป็นครั้งคราว หรือปีศาจกระรอกดินที่ปรากฏออกมาจากใต้ดินและนำตัวพวกเขาไป
สำหรับทุกคนแล้ว ราวกับเป็นฝันร้าย
ดังนั้นคนเหล่านี้จึงกังวลใจ คนจากหลายสำนักจำนวนไม่น้อยจึงเริ่มขอร้องลู่เฉิน
ลู่เฉินยังคงไม่สนใจ หลงฉีจึงพูดออกมาด้วยความโมโห “ทุกท่าน อย่าขอร้องเขา เข้าไปจับเขาก็พอแล้ว”
หั่วเหล่าจิ่วรู้ว่าเป็นทางเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงปล่อยโซ่ตรวนลูกกลมเพลิงออกไปพันล้อมลู่เฉินไว้ทันที ฮวากูเทียนกับคนอื่น ๆ จึงรีบลงมือป้องกันทันที จากนั้นฮวากูเทียนและคนที่อื่น ๆ ที่เหลือจึงรีบลงมือ
“เจ้าเมืองฮวาเฉิง เจ้าอย่าบีบบังคับพวกเรา!” หั่วเหล่าจิ่วพูดด้วยความโมโห
“เจ้าก็บีบบังคับให้ข้าต้องทำเช่นนี้เหมือนกัน!” บนฝ่ามือของเจ้าเมืองฮวาเฉิงจึงปรากฏพู่กันแสงทองออกมา และพู่กันนี้ได้วาดหุ่นเชิดไม้ออกมาจำนวนไม่น้อย
หุ่นเชิดไม้เหล่านี้กลายเป็น ‘กำแพง’ ล้อมปกป้องลู่เฉินไว้ ไม่ให้คนเหล่านี้โจมตีลู่เฉิน
คนเหล่านั้นกังวลใจขึ้นมาทันที
และในขณะนั้นเองก็มีคนบางส่วนถูกปีศาจต้นไม้พันลากออกไป
ยังคงมีบางคนที่ยังตกลงไปภายในหลุมอย่างต่อเนื่อง ทำให้จากเดิมที่มีคนจำนวนหลายร้อย เพียงไม่นานจึงเหลือคนเพียงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น
หลงฉีหวาดกลัวขึ้นมา รีบมองไปยังหั่วเหล่าจิ่วทันที “ทำอย่างไรดี?”
หั่วเหล่าจิ่วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา “เจ้านำคนของสำนักอสูรราตรีของเจ้าไปซุ่มโจมตีเจ้าหนุ่มผู้นั้น ส่วนข้าจะนำคนของสำนักอื่นไปจับเจ้าเมืองฮวาเฉิงและคนอื่น ๆ!”
“ได้!”
เพียงไม่นาน ภายในบริเวณนั้นจึงเกิดความวุ่นวายขึ้นมา ฮวากูเทียนนำคนไปเพียงสิบคน แต่อีกฝ่ายมีนับร้อยคน ดังนั้นย่อมไม่สามารถต้านทานการโจมตีได้ ทำให้เพียงไม่นาน หลงฉีและคนที่ตามมาได้บีบลู่เฉินไปยังมุมหนึ่ง
เห็นเพียงหลงฉีที่พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าดุร้าย “เจ้าหนุ่ม เห็นหรือไม่ ที่นี่ข้ามียอดฝีมือถึงยี่สิบกว่าคน ส่วนเจ้า มีเพียงคนเดียว”
“ยี่สิบกว่าคนแล้วอย่างไร” ลู่เฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ยังจะมีอารมณ์ตลกหรือ?”
“พวกเจ้าต้องตาย ข้าต้องหัวเราะออกมาอยู่แล้ว” เมื่อลู่เฉินพูดจบ ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองพลันปรากฏตัวออกมา กระทั่งจักจั่นสายฟ้าก็ยังปรากฏตัวออกมาเช่นกัน
พลังการต่อสู้ของแมลงทั้งสองนี้มีความแข็งแกร่งมาก เมื่อปล่อยสายฟ้าฟาดออกมาสามารถทำให้คนเป็นอัมพาตได้ก่อน ส่วนตั๊กแตนตำข้าวแขนทองใช้ความเชื่องช้าของพวกมันฟาดเงามีดออกไปทีละเล่ม
เพียงไม่นาน หลายคนก็ล้มลงไปกองกับพื้นทันที
หลงฉีหวาดกลัวจนตะโกนออกมา “ถอย ถอย!”
จักจั่นสายฟ้าและตั๊กแตนตำข้าวแขนทองคิดจะไล่ตามไป แต่ลู่เฉินเอ่ยห้ามออกมาไว้ก่อน “ไม่ต้องตามแล้ว พวกเขามีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานหรอก!”
แมลงทั้งสองจึงจำต้องกลับมา จากนั้นหลงฉีและคนกลุ่มนั้นก็ได้พบกับฝูง ‘เม่น’
เมื่อปีศาจเม่นเหล่านั้นปรากฏตัวออกมา พวกมันก็ยิงหนามแหลมคมออกมาทิ่มแทง
หนามเหล่านั้นเกิดจากการรวมตัวกันของไอปีศาจ ดังนั้นเมื่อทิ่มไปยังร่างกายของพวกเขา ไอมารจึงระเบิดอยู่ในกายพวกเขาทันที ทำให้ยอดฝีมือเหล่านั้นรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากและกรีดร้องโหยหวนขึ้นมา
พอหั่วเหล่าจิ่วและคนอื่น ๆ ได้เห็นเช่นนั้นก็นึกหวาดกลัวไม่น้อย
หลงฉีเผากายเนื้อของตนจนเหลือเพียงดวงวิญญาณเท่านั้น เขารีบวิ่งไปยังด้านข้างหั่วเหล่าจิ่วพลางพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “ที่นั่นมีปีศาจเม่นจำนวนมาก!”
หั่วเหล่าจิ่วกลับมองไปยังลู่เฉิน เห็นเพียงชายหนุ่มที่ไม่เป็นอันใดแม้แต่น้อย ราวกับว่าปีศาจเหล่านั้นไม่กล้าเข้าใกล้เขาอย่างไรอย่างนั้น
นี่ทำให้หั่วเหล่าจิ่วรู้สึกโมโหจนตะโกนสั่งทุกคน “สังหารเจ้าหนุ่มนั่นให้ข้า!”
ทุกคนพุ่งตัวออกไป
และเมื่อเข้าไปใกล้ ปีศาจเม่นเหล่านั้นรวมถึงปีศาจต้นไม้และปีศาจกระรอกดินก็ปรากฏตัวออกมา
พวกปีศาจโจมตีคนเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างกายของหั่วเหล่าจิ่วและคนกลุ่มนั้นก็เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ หวาดกลัวจนนำทุกคนวิ่งออกไปทันที
แล้วเหล่าปีศาจก็หายไปทันที
ฮวากูเทียนมีสีหน้าสงสัย จึงเดินไปด้านข้างลู่เฉินพลางเอ่ยถามว่า “คุณชายลู่ ปีศาจเหล่านั้น เหตุใดจึงไม่โจมตีพวกเรา?”
“เป็นเพราะว่าข้าได้เพิ่มพลังบางอย่างในตัวพวกเจ้า ทำให้พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
“เพิ่มพลัง?” ฮวากูเทียนรู้สึกงุนงง คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
แท้จริงแล้ว เมื่อครู่ลู่เฉินได้ปล่อยกลิ่นอาย ‘จักรพรรดิปีศาจ’ ออกมา และยังนำกลิ่นอายเหล่านี้ไปใส่บนร่างของคนที่เขาคิดจะวาง ทำให้ปีศาจเหล่านั้นหวาดกลัว จึงไม่กล้าเข้าใกล้และโจมตี
แต่ความลับนี้มีเพียงลู่เฉินเท่านั้นที่รู้
ดังนั้นคนเหล่านั้นจึงอยากรู้เป็นอย่างมากว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่ในขณะนั้นเองก็บังเกิดเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากทางที่พวกเขาเพิ่งหนีออกมาเมื่อครู่นี้
“เกิดสิ่งใดขึ้น?” ฮวากูเทียนมองไปไกล ๆ พลางพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าตกใจ