ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 723 ใช้การฝึกฝนในรูปแบบของเม็ดยาเงา
บทที่ 723 ใช้การฝึกฝนในรูปแบบของเม็ดยาเงา
ฮั่วเตาหลางไม่ตอบใด ๆ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากสนใจคนเหล่านี้
ฉินอ่าวพึมพำออกมา “ดูเหมือนจะต้องขัดจังหวัดการฝึกฝนของเจ้าหนุ่มผู้นี้เสียหน่อย”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนไปยังผู้คนในบริเวณนั้น “เร็ว รวบรวมเคล็ดวิชา แล้วโจมตีไปบนดักแด้นั่นทั้งหมด”
ทุกคนขานรับและพยักหน้าทันที จากนั้นจึงรวบรวมการโจมตีไปบนดักแด้นี้
ฮั่วเตาหลางรวดเร็วเป็นอย่างมาก ไม่นานก็ปลดปล่อยเพลิงออกมามากมาย และมันก็ได้กลายเป็นม่านเพลิงที่คุ้มครองดักแด้นี้เอาไว้ หลังเมื่อการโจมตีเหล่านั้นตกลงบนม่านป้องกันก็ไม่เกิดผลใดขึ้นทั้งสิ้น
เมื่อเห็นดังกล่าว ทุกคนจึงตกตะลึงขึ้นมา
เซี่ยอีฉานที่อยู่ตรงนั้นเองก็ตกตะลึงขึ้นมาเช่นกัน “เจ้าหนุ่มผู้นี้ นายท่านเชิญมาจากที่ใด และเหตุใดจึงน่ากลัวถึงเพียงนี้”
ฉินอ่าวคิดไม่ถึงเช่นกัน ว่าฮั่วเตาหลางตรงหน้าผู้นี้จะสามารถใช้พลังของตนเพื่อต้านทานการโจมตีของทุกคนได้
ไม่เพียงเท่านั้น ฮั่วเตาหลางก็พูดด้วยแววตาเย็นชาว่า “ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตาย เช่นนั้นข้าก็จะช่วยเอง!”
เมื่อพูดจบ ไหล่ของฮั่วเตาหลางก็มีเพลิงลุกโชนขึ้นมาทันที หลังจากผ้านั้นหายไป กระบี่เพลิงจึงปรากฏออกมา
ฮั่วเตาหลางเหวี่ยงกระบี่คู่ และกระบี่คู่นี้ก็พ่นเพลิง ‘มังกร’ ออกมา มันสะบัดไปโดนร่างกายของคนบางส่วน จากนั้นคนเหล่านั้นต่างไม่สามารถใช้พลังปราณได้ อีกทั้งร่างกายยังราวกับถูกบางอย่างโจมตี
ไม่นานซากศพก็กระจายเกลื่อนไปทั่วพื้นที่ กระทั่งวิญญาณก่อกำเนิดที่ไม่สามารถหนีออกไปได้ทันนั้นก็ถูกบดขยี้เช่นกัน
ภาพตรงหน้าน่าหวาดกลัวจนคนอื่น ๆ ต่างตะโกนขึ้นมา และยังซ่อนตัวอยู่ไกล ๆ
ฉินอ่าวยิ่งลอยตัวสูงขึ้นไป ใบหน้าของเขาซีดขาวไร้สีเลือด “เจ้าหนุ่มนี่คือผู้ใดกันแน่”
สำหรับความเป็นมาของฮั่วเตาหลางนั้น อสูรเฒ่าจ้าวและอวี่ซานเส้าก็ไม่รู้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อฉินอ่าวมาเอ่ยถามทั้งสอง พวกเขาจึงมีท่าทางไม่รู้เรื่องราวใด ๆ ทั้งสิ้น
และท่าทีเช่นนั้นก็ทำให้ฉินอ่าวก่นด่าออกมา “ไร้ประโยชน์!”
คนทั้งสองไม่รู้ว่าควรจะพูดเช่นไร แต่ตอนนี้พูดสิ่งใดไปก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นพวกเขาจึงหวังว่าฉินอ่าวจะสามารถจัดการลู่เฉินได้
สำหรับฉินอ่าวแล้ว ฮั่วเตาหลางเพียงโจมตีคนรอบ ๆ และคุ้มครองดักแด้นั่นอยู่ ดังนั้นเขาจึงจ้องมองไปยังดักแด้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา “ใช้เคล็ดวิชาภูตโจมตีจากทางไกล ข้าไม่เชื่อว่าม่านพลังปราณนั่นจะต้านทานเคล็ดวิชาภูตได้”
อสูรเฒ่าจ้าวและอวี่ซานเส้าคิดว่าน่าเชื่อถือ ฉินอ่าวจึงออกคำสั่งไปทันที
ดังนั้นอีกครู่หนึ่ง ทุกคนจึงใช้เคล็ดวิชาภูต แต่เคล็ดวิชาภูตนี้นับว่าแปลกประหลาดนัก เพราะมันมีเงาธนู เงากระบี่ เงาทวน และอื่น ๆ อีก
และการโจมตีนี้มีเพียงเป้าหมายเดียว นั่นก็คือดักแด้ตรงนั้น
ดังนั้นเมื่อการโจมตีพุ่งไปยังดักแด้ ฮั่วเตาหลางจึงคิดจะหลอมรวมม่านป้องกันขึ้นมา แต่ม่านป้องกันของเขาสามารถต้านทานได้เพียงการโจมตีของเคล็ดวิชาธรรมดาเท่านั้น ไม่สามารถต้านทานเคล็ดวิชาภูตได้
ดังนั้นการโจมตีของคนเหล่านั้น จึงตกลงบนร่างของดักแด้ในทันที
แต่ไหมคลุมวิญญาณนี้มีพลังต้านทานการโจมตีของวิญญาณที่แข็งแกร่ง ทำให้เมื่อการโจมตีเหล่านี้กระทบลงไปนั้น จึงไม่สร้างความเสียหายใด ๆ แก่ดักแด้นี้
ฉินอ่าวที่เฝ้าดูอยู่หน้ามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ไหมบนร่างของดักแด้นั่นสามารถต้านทานเคล็ดวิชาภูตได้”
อวี่ซานเส้าและอสูรเฒ่าจ้าวตกตะลึงขึ้นมา พวกเขาไม่คิดว่าไหมดักแด้ของลู่เฉินจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
ไม่เพียงทั้งสองคน ทว่าคนของพันธมิตรกำจัดมารที่ลงมือ ต่างรู้สึกราวกับเผชิญหน้าอยู่กับสิ่งประหลาดบางอย่าง และเมื่อฮั่วเตาหลางเห็นเช่นนี้แล้ว จึงทำเพียงเก็บกระบี่คู่กลับเข้ามา จากนั้นก็เฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ ราวกับปัญหาได้ถูกคลี่คลายลงแล้ว
ฉินอ่าวรู้สึกโมโห จึงนำกระดูกอสูรที่ดูเหมือนหัวหมาป่าออกมา และหลังจากเพิ่มพลังเข้าไปแล้ว ภายในกระดูกอสูรจึงมีเงาหมาป่าสีม่วงลอยออกมา จากนั้นมันก็พุ่งเข้าไปบนไหมคลุมวิญญาณอย่างรวดเร็ว แต่ผลลัพธ์กลับออกมาเช่นกัน ไม่ว่าเงาหมาป่าจะพุ่งไปโจมตีเช่นไรก็ไม่เกิดผล เพราะว่ามันไม่สามารถเข้าไปได้
ฉินอ่าวก่นด่าออกมา “นี่ก็ยังไม่ได้หรือ!”
ทุกคนมองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าต่างคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะจัดการได้ยากถึงเพียงนี้
เซี่ยอีฉานก็คิดไม่ถึงเช่นกัน ว่าการโจมตีของคนจากพันธมิตรกำจัดมารเหล่านี้ จะไม่สามารถทำอะไรลู่เฉินได้
ฉินอ่าวสาปแช่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปตะโกนยังทุกคน “ถอย!”
ถอย?
ทุกคนมองหน้ากัน แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้นคนเหล่านี้จึงทำเพียงถอยออกไป
ฮั่วเตาหลางเห็นพวกเขาเดินออกไปจึงไม่สนใจ และยังคงเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ดักแด้ต่อไป ส่วนเซี่ยอีฉานนั้น เมื่อเห็นคนเหล่านี้เดินออกไปแล้ว จึงเดินมาแสดงความยินดีต่อฮั่วเตาหลาง “พี่ชาย ท่านคือผู้ที่นายท่านเชิญมางั้นหรือ?”
อีกฝ่ายไม่ได้พูดใด ๆ เซี่ยอีฉานจึงเอ่ยถามด้วยความลำบากใจ “เช่นนั้นท่านพักผ่อนเถิด ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว”
ฮั่วเตาหลางจึงเฝ้าอยู่อย่างเงียบ ๆ ต่อไป
ส่วนเซี่ยอีฉานไปดูสถานการณ์ภายในสำนักเหมันต์
…
บริเวณใกล้ ๆ ด้านนอกของสำนักเหมันต์ ฉินอ่าวได้จัดคนจำนวนไม่น้อยคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบ ๆ สำนัก ส่วนตนนำคนไปตั้งฐานประจำการอยู่ในสถานที่ที่ไกลออกไป
“ผู้อาวุโสฉิน นี่พวกเรา?…” อสูรเฒ่าจ้าวรู้สึกสงสัย
ไม่เพียงอสูรเฒ่าจ้าว อวี่ซานเส้าก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ดังนั้นทั้งสองจึงมองฉินอ่าวด้วยความสงสัย
ฉินอ่าวครุ่นคิดก่อนจะพูดออกมา “ต้องการโอกาส”
“โอกาส?” ทั้งสองไม่เข้าใจ
“ข้างกายเจ้าหนุ่มผู้นี้มีชายประหลาดนั่นคอยเฝ้าอยู่ พวกเรารับมือไม่ไหว และทำได้เพียงรอเจ้าหนุ่มนั่นปรากฏตัวออกมา จากนั้นค่อยหาโอกาสซุ่มโจมตีเขาซะ”
ทั้งสองได้ฟังแล้วจึงเข้าใจ แต่อวี่ซานเส้ากลับพูดด้วยท่าทางจริงจัง “แต่หากเขาไม่ออกมา?”
“เป็นไปไม่ได้ ข้ารู้สึกว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้ต้องออกไปจากสำนักเหมันต์แน่” ฉินอ่าวพูดด้วยความมั่นใจ
อวี่ซานเส้าและอสูรเฒ่าจ้าวไม่รู้ว่าควรจะพูดเช่นไร จึงทำได้เพียงเฝ้ารอต่อไป
วันเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า
หลังจากผ่านไปครึ่งเดือนก็เกิดเสียงดังลั่นขึ้นในสำนักเหมันต์ ทำให้ผู้คนบริเวณรอบ ๆ ตื่นตกใจขึ้นมา คนของพันธมิตรกำจัดมารต่างแปลกใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ส่วนฉินอ่าวยิ่งรู้สึกแปลกใจ จึงส่งคนเข้าไปตรวจสอบภายในสำนักเหมันต์ดู
…
ขณะนั้นเอง ภายในสำนักเหมันต์ปรากฏหมอกมากมายรอบ ๆ ดักแด้ และภายในหมอกนี้มีเสียงดังขึ้นมา
เซี่ยอีฉานพึมพำออกมาท่ามกลางหมอกเหล่านี้ “นายท่าน นี่คือสิ่งใดกัน?”
ไม่เพียงเซี่ยอีฉาน ทว่าฮั่วเตาหลางก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ดังนั้นเขาที่อยู่ท่ามกลางหมอกจึงจ้องมองไปยังดักแด้นั่น เพราะเสียงนี้ดังออกมาจากดักแด้
กลุ่มควันลอยออกมาจากภายในดักแด้ ราวกับว่าปล่อยลมบางอย่างออกมา
ขณะที่ฮั่วเตาหลางกำลังแปลกใจกับควันนี้ ควันเหล่านั้นก็กลายเป็นเงาคนคนหนึ่งขึ้นมา
เงาคนนี้ก็คือลู่เฉิน
แต่ลู่เฉินไม่มีกายเนื้อ ราวกับเป็นเงาวิญญาณที่สว่างอยู่ตรงนั้น
ไม่เพียงเท่านั้น ศูนย์กลางของเงาวิญญาณนี้ยังสามารถมองเห็นแสงสว่างเก้าดวงได้ ราวกับว่าภายในร่างนั้นกำลังซ่อน ‘เม็ดยา’ ทั้งเก้าเม็ดเอาไว้
ฮั่วเตาหลางสงสัย
ลู่เฉินรีบเตรียมเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ ในขณะเดียวกับก็รวบรวมพลังปราณรอบ ๆ ทำให้ร่างกายค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นมา
แต่ลู่เฉินรู้ดีว่านี่เป็นเพียง ‘เงา’ เท่านั้น
“เม็ดยาสีดำทั้งเก้า ทำได้เพียงใช้เคล็ดวิชาเม็ดยาเงาในการฝึกฝนมัน!”
เม็ดยาเงาทำให้ร่างกายกลายเป็นเงา และแหล่งพลังที่สำคัญก็คือเม็ดยาสีทอง
ลู่เฉินมีเม็ดยาสีทองเก้าเม็ด เม็ดยาสีดำเก้าเม็ด แต่เม็ดยาสีดำทั้งเก้ายังไม่ผ่านการฝึกฝน ดังนั้นลู่เฉินจึงใช้วิธีปรากฏตัวโดยเม็ดยาเงา เพราะว่ามีเพียงวิธีนี้ที่จะดูดซับพลังและกระตุ้นเม็ดยาสีดำทั้งเก้าได้
ทว่าสถานะนี้ในขั้นหลอมแก่นแท้จะค่อนข้างอ่อนแอ และเมื่อร่างกายถูกโจมตี ก็จะทำให้ตนได้รับบาดเจ็บได้ง่าย ๆ