ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 221 เปิดใจ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 221 เปิดใจ
เดิมทีฉู่อี้ที่ได้ยินอวิ๋นเจียวปฏิเสธก็รู้สึกไม่สบายใจ ความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกนี้ช่างแสนทรมาน
เขาไม่ได้สนใจคำถามต่อมาของ เพียงถามนางว่า “เช่นนั้นเจียวเอ๋อร์อยากได้สามีแบบใด”
อวิ๋นเจียวตอบอย่างไม่ต้องคิด “แน่นอนว่าต้องเหมือนพี่ใหญ่สิเจ้าคะ เป็นคนเรียบง่าย ใจดี อ่อนโยน รูปงาม และตามใจข้าด้วย!”
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่อี้รู้สึกว่าอวิ๋นฉี่เยว่ช่างน่ารังเกียจ เขาถามอย่างไม่ยอมแพ้ “หรือว่าข้าไม่สง่างาม ข้าไม่ดีกับเจ้า” แน่นอนว่าความเรียบง่ายนั้นต่อให้ฆ่าเขา เขาก็ไม่มีวันทำได้
แต่ว่าอวิ๋นฉี่เยว่ก็ไม่ใช่คนเรียบง่ายหรอกกระมัง! เขาก็คืออาจารย์หลานหลิงเชียวนะ! ยิ่งไปกว่านั้นฉู่อี้ยังรู้สึกว่า อวิ๋นฉี่เยว่กำลังแสร้งทำเป็นหมูเพื่อจับเสือ [1] อย่างแน่นอน เบื้องหลังต้องมีเรื่องราวอีกมากมายที่คนตระกูลอวิ๋นไม่รู้
ตอนนี้ในใจของฉู่อี้ก็เหมือนกับมีไหน้ำส้มแตก [2] รสชาติเปรี้ยวอมขมกระจายไปทั่ว
แต่อวิ๋นเจียวกลับมองเขาด้วยความประหลาดใจ นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา ไม่ได้ตัวร้อนนี่น่า ไม่น่าจะป่วย
“ท่านก็สง่างาม อ่อนโยน แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ข้าจะรับเขยเล่า? ต่อให้ไม่รับเขย ข้าก็จะไม่มีวันแต่งงานกับตระกูลใหญ่โต เรือนหลังของจวนใหญ่โตนั้นน่ากลัวยิ่งนัก ทั้งอนุภรรยา ทั้งสาวใช้ต้นห้อง วันๆ คอยแต่จะระแวงคนนั้นคนนี้ ต่อให้มีความรักต่อกัน ก็คงจะถูกเล่ห์เหลี่ยมและความระแวงที่ไม่มีที่สิ้นสุดกัดกร่อนจนหมดสิ้น ที่สำคัญคือข้าไม่ใช่คนที่ใจกว้างพอจะแบ่งปันสามีร่วมกับผู้อื่น”
“เหอะ แกล้งเจ้าเล่นๆ เจ้ายังจะจริงจังอีกหรือ แค่เจ้าถั่วงอกตัวน้อยๆ อายุแค่เจ็ดขวบ รอให้เจ้าโต ข้าก็แก่แล้ว!”
นี่เขาเป็นอะไรไป ถึงได้มาคุยเรื่องแต่งงานกับเด็กน้อยอย่างนาง เขาอายุมากกว่านางถึงหกปี ยิ่งไปกว่านั้น อวิ๋นเจียวยังเด็กอยู่เลย!
ไม่ถูกๆ นางไม่ใช่เด็กทั่วไป ดูสิ พูดจาฉะฉาน รู้เรื่องราวมากกว่าหญิงสาวเสียอีก ยิ่งไปกว่านั้น นางยังไม่หลบเลี่ยงหัวข้อนี้เลย
นี่แหละจุดเด่นของเจียวเอ๋อร์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เสแสร้ง แถมยังตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ คุยด้วยแล้วสบายใจ บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่เขาเต็มใจระบายความในใจกับนางก็ได้
“ถ้าอย่างนั้นท่านก็ยังจะถามข้าอีก ท่านยังไม่ได้ตอบคำถามของข้าเลย ทำไมถึงพูดเรื่องพวกนี้กับข้า?”
อวิ๋นเจียวรู้สึกจนใจกับฉู่อี้ นางอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เขาอีกครั้ง บ่ายวันนี้ นางกลอกตาใส่เขา จนตาแทบจะพลิกกลับหมดแล้ว
ฉู่อี้ไม่ได้สนใจสายตาของนางเลยสักนิด เขานั่งตัวตรงรินชาให้ตัวเองยกขึ้นดื่มรวดเดียว ไม่มีท่วงท่าคุณชายสูงศักดิ์หลงเหลืออยู่เลย แต่ในสายตาของอวิ๋นเจียวกลับรู้สึกว่า ฉู่อี้ที่เป็นแบบนี้ต่างหากที่ดูจริงใจ เข้าถึงง่าย เหมือนคนธรรมดาที่ไม่ถูกพันธนาการ
“พวกเราถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องข้องเกี่ยวกันไปชั่วชีวิต ข้าก็แค่เล่าให้เจ้าฟังไว้เท่านั้น อีกอย่าง หลังจากเรื่องครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นการเปิดเผยความสัมพันธ์ของสองตระกูลเราอย่างชัดเจน ในราชสำนักต่างก็รู้ดีว่าเจิ้นหย่วนป๋อผู้ไม่เอาไหนอย่างข้าคอยปกป้องพวกเจ้าเพื่อตอบแทนบุญคุณ”
“แบบนี้ย่อมดีกว่าปล่อยให้พวกนั้นคาดเดาไปต่างๆ นานา พวกเจ้าเองก็จะได้มีความเข้าใจมากขึ้น ต่อไปหากพบเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้า ก็จะรู้ว่าใครเป็นศัตรูที่ต้องระวัง ใครคือสหาย… ที่สามารถคบหาได้”
“จริงๆ เรื่องพวกนี้ก็ไม่นับว่าเป็นความลับหรอกนะ ในแวดวงชนชั้นสูงที่เมืองหลวง เรื่องราวในจวนโหวของข้ามีข่าวลือต่างๆ นานาแพร่สะพัดไปทั่ว แล้วเรื่องที่ข้ากับแม่เลี้ยงและอารองไม่ลงรอยกัน ทุกคนต่างก็รู้ดี”
“ส่วนเรื่องครั้งนี้ แม้ว่าเบื้องหน้าจะเป็นข้าที่ทำให้เสนาบดีกรมกลาโหมอย่างอู๋เยว่ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง แต่จริงๆ แล้วทุกคนก็รู้ดีว่าอู๋เยว่นั่นไปทำให้หลินซูเฟยไม่พอใจต่างหาก”
“เบื้องหลังภัตตาคารอิ๋งเซียน ภายนอกดูเหมือนจะเป็นของหลินเจี่ยนจือเสนาบดีกรมอาญา หลินซูเฟยฉลาดนัก เรื่องนี้จึงแจ้งให้ฮ่องเต้ทราบอย่างเปิดเผย แถมหลินซูเฟยยังเคยนำส่วนแบ่งรายได้จากภัตตาคารอิ๋งเซียนไปช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทางทหารให้ฮ่องเต้”
“แน่นอนว่าต้องใช้ในนามเงินส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ที่นำมาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายทางทหาร ทั้งช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ฮ่องเต้ แถมยังให้เกียรติฮ่องเต้อีก”
“ดังนั้น สาเหตุที่ฮ่องเต้โปรดปรานหลินซูเฟย ไม่ใช่เพียงเพราะนางงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะนางช่างรู้ใจและเข้าใจสถานการณ์ นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม ท่านโหวเสเพลอย่างข้าถึงกล้าพูดเรื่องนี้บนท้องพระโรง”
การพัวพันกับพระสนมในวังหลังไม่น่าจะใช่เรื่องดี! อวิ๋นเจียวพลันรู้สึกกังวล เพราะครอบครัวของนางใช้สูตรอาหารร่วมลงทุนกับภัตตาคารอิ๋งเซียน
“ถ้าอย่างนั้น เหตุใดหลินซูเฟยถึงไม่ช่วยท่าน กลับปล่อยให้ท่านถูกลดขั้นบรรดาศักดิ์”
เจียวเอ๋อร์กำลังรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนเขาอยู่หรือ? กำลังเป็นห่วงเขาอยู่หรือ? ในใจของฉู่อี้ก็รู้สึกดีขึ้นมาก
“นั่นเป็นเพราะ ไม่ว่าจะเป็นหลินซูเฟย หรือหลินเจี่ยนจือ ต่างก็ไม่รู้ว่าเจ้าของภัตตาคารอิ๋งเซียนตัวจริงคือใคร แม้หลินเจี่ยนจือจะรับหน้าเป็นเจ้าของในนามแทนข้า แต่เขาก็ไม่รู้ว่าข้าคือเจ้าของที่แท้จริงของภัตตาคารอิ๋งเซียน”
“ส่วนหลินซูเฟย ต่อหน้าฮ่องเต้นางทำทุกอย่างเพื่อพระองค์ แม้ว่าข้าจะเป็นคนทำให้เรื่องนี้ใหญ่โต ทำให้ภัตตาคารฝูอวิ้นต้องประสบกับความสูญเสีย แต่หลินซูเฟยก็ยังแนะนำให้ฮ่องเต้ลดขั้นบรรดาศักดิ์ข้าเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยให้เหตุผลว่าข้าก่อเรื่องวุ่นวายบนท้องพระโรง ทำให้ฮ่องเต้เสียพระเกียรติ!”
นี่แหละสตรีในวังหลัง คนที่เอาตัวรอดจากการแย่งชิงในวังหลัง ไม่มีใครเป็นคนดีสักคน!
แต่ไม่รู้ทำไม เหมือนนางจะรู้ความลับของฉู่อี้มากขึ้นเรื่อยๆ อวิ๋นเจียวรู้สึกหนักใจ ทำไมวันนี้นางถึงได้ควบคุมปากตัวเองไม่ได้เลย ยิ่งถามเหมือนยิ่งรู้ความลับของฉู่อี้มากขึ้น แต่นางก็เป็นแค่เด็กอายุเจ็ดขวบ ทำไมฉู่อี้ถึงได้กล้าเล่าเรื่องแบบนี้ให้นางฟังนะ!
“ท่านไม่กลัวว่าข้าจะนำเรื่องพวกนี้ไปบอกคนอื่นหรือ ข้าเป็นแค่เด็กไม่รู้ความนะ”
ฉู่อี้มองอวิ๋นเจียวด้วยแววตาจริงจัง “เพราะข้าเชื่อใจเจ้า!”
แม้เขาเองก็อธิบายเหตุผลไม่ได้ แต่เขาแค่ไม่อยากปิดบังอะไรจากอวิ๋นเจียว บางที นี่อาจเรียกว่าความเชื่อใจกระมัง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉู่อี้ก็หัวเราะออกมา ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพียงแต่เมื่อมองใบหน้ากลมเหมือนลูกซาลาเปาของอวิ๋นเจียวฉายชัดไปด้วยความไม่เต็มใจ เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
เหมือนว่าเรื่องราวของเขาจะกลายเป็นภาระของนางไปแล้ว นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
“เจียวเอ๋อร์ เรื่องที่ข้าบอกเจ้า รบกวนเจ้ากลับไปบอกคนในครอบครัวด้วยนะ ตอนนี้พวกเราเป็นหุ้นส่วนกัน พวกเจ้าจำเป็นต้องรู้เรื่องของข้า หากลุงอวิ๋นและท่านป้ารู้เรื่องพวกนี้แล้วต้องการจะตัดขาดกับข้า ข้ายินดีจ่ายค่าสูตรหม้อไฟให้ครบจำนวนเงิน ไม่มีทางทำให้ครอบครัวพวกเจ้าต้องลำบากใจ”
แต่อวิ๋นเจียวก็ยังคงกังวล “บอกท่านพ่อท่านแม่ได้จริงๆ หรือเจ้าคะ? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่เรื่องภัตตาคารอิ๋งเซียนก็เกี่ยวข้องกับพระสนมในวังหลังแล้ว หากข่าวรั่วไหลออกไป ท่านคงเดือดร้อนแน่”
ฉู่อี้กล่าวอย่างจริงจัง “แน่นอนว่าบอกได้ เจียวเอ๋อร์ ข้าขอย้ำอีกครั้ง หากไม่มีครอบครัวของเจ้า ข้าคงตายไปนานแล้ว แถมวิญญาณอาจจะไม่ได้ผุดได้เกิด ชีวิตนี้ของข้าเป็นของครอบครัวเจ้า เรื่องบางเรื่องจะปกปิดไว้เพียงเพราะกลัวว่าจะรั่วไหลออกไปไม่ได้ หากรั่วไหลออกไปจริงๆ ข้าจะได้ลากศัตรูทุกคนลงไปด้วย ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่เสียเปรียบอยู่แล้ว!”
……….
เชิงอรรถ
[1] แสร้งทำเป็นหมูเพื่อจับเสือ (扮猪吃老虎) หมายถึง การปกปิดความสามารถที่แท้จริง เพื่อหลอกล่อหรือเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า
[2] ไหน้ำส้มแตก (醋坛子) หมายถึง หึงหวง