มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 236 – สมาคมนักชิม (1)
แอนนาเงียบระหว่างทางไปปราสาทโอโร บางครั้งเธอก็ยิ้ม
ออกมาแปลกๆ เมื่อพวกเราสบตากัน แต่เธอก็ไม่พูดอะไร
ออกมาก่อน
ผมอยากจะอ่านความคิดของเธอ แต่ความเข้าใจของผมที่มีต่อ
แอนนาก็ต่าจนผมไม่อาจเปิดใช้งานมุมมองนักอ่านพระเจ้าขั้น
ที่สองได้
ผมไม่ชอบแอนนาในนิยายต้นฉบับ ผมไม่อาจนับจ่านวนครั้งที่
เธอฆ่าหรือแทงข้างหลังยูจงฮยอคได้ด้วยนิ้วบนมือทั้งสองข้าง
บรรยากาศในรถม้านั้นอึดอัดเพราะทั้งผมและแอนนาไม่ได้พูด
อะไรกัน เซลีน่าหลั่งเหงื่อออกมา
“…งั้นพวกเราก็ไปด้วยกัน อวตารแห่งแอสการ์ดก็ถูกเชิญมา
ด้วย”
ด้วยนิสัยที่ดีของเซลีน่าท่าให้เธอไม่อาจทนต่อบรรยากาศแบบ
นี้ได้ และเธอก็พูดโพล่งออกมา ไม่ว่ายังไง มันก็เป็นการดี
ส่าหรับผมที่จะได้ยินข้อมูลเพิ่มเติม
“อ่าห้ะ เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของแอสการ์ดงั้นเหรอ?”
“ใช่ มันเป็นการจัดการของแอนนา”
“เธอเลือกเนบิวลาได้ดี”
“ฮ่าฮ่า ฉันแค่โชคดี ต้องขอบคุณมัน ฉันสามารถเพลิดเพลินไป
กับความหรูหราแบบนี้ได้ อวตารคนอื่นคงไม่ถูกเชิญมา…”
เซเลน่าดูตื่นเต้นเล็กน้อย อืม ค่าเชิญของสมาคมนักชิมต่างไป
จากงานเลี้ยงกลุ่มดาว ถ้างานเลี้ยงกลุ่มดาวเป็นการรวมตัวกัน
ของขุนนางทั้งหมด สมาคมนักชิมก็เหมือนกับเป็นการรวมตัว
กันของขุนนางชั้นสูง
ถึงกระนั้น มันก็ไม่จ่าเป็นว่าต้องเป็นสิ่งที่ดี ผมสงสัยว่าเซลี
น่าจะคิดแบบนี้ต่อไปได้ไหมเมื่อเธอไปถึง
“ไอริส ท่าไมเธอไม่พูดอะไรเลย? เธอบอกว่าเธออยากจะพบ
กับคิมทกจาอีกหนิ”
“บ้าน่า! ฉันไปพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เด็กคนนี้นี่… ไม่ใช่ว่าเธอเอาแต่พูดถึงคิมทกจามาตั้งแต่งาน
เลี้ยงครั้งล่าสุดเหรอ? พวกเธอไม่ได้เจอหน้ากันมาสักพักแล้วนะ
พูดอะไรหน่อยสิ”
ใบหน้าของไอริสเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อเจอกับค่าหยอกล้อของเซ
ลีน่า ไอริสสังเกตเห็นสายตาของผมและพูดออกมาอย่าง
ระมัดระวัง “นายคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น… ใช่ไหม?”
ผมสงสัยว่านี่คือเด็กทะเล้นจากเมื่อตอนนั้นหรือไม่ แต่ผมก็
ตัดสินใจที่จะสุภาพ “ใช่แล้ว”
“…นายรู้สึกอึดอัดไหมที่ได้อยู่กับพวกเรา?”
“ท่าไมฉันถึงต้องรู้สึกอึดอัดด้วย?”
“พวกเราเป็นแค่อวตาร แต่ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นคือ…”
การแสดงออกของเซลีน่าคิมก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ผมลืมไปสักพัก
แล้ว แต่ผมก็แตกต่างจากพวกเธอ ช่องว่างระหว่างกลุ่มดาว
และอวตารเป็นเหมือนกับช่องว่างสวรรค์และโลก
กลุ่มดาวอื่นๆ คงจะพูดว่า “ในที่สุดแมลงพวกนี้ก็ตระหนักได้
ว่าก่าลังพูดอยู่กับใคร” แน่นอนว่าผมไม่ได้เป็นแบบนั้น
“ไม่เป็นไรหนิ ฉันก็เคยเป็นอวตารมาก่อน”
เซลีน่าดูเหมือนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกกับ
ค่าพูดของผม ไอริสเรียกความกล้าบางส่วนกลับมาได้และพูด
ออกมาอีกครั้ง “งั้น… ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”
“ว่ามาสิ”
“นายมีอวตารที่นายเซ็นสัญญาเป็นผู้สนับสนุนด้วยรึยัง?”
“ท่าไมเธอถึงถามแบบนั้น?”
“เอ่อ เรื่องนั้น…”
เซลีน่าให้ค่าแนะน่าไอริสที่ก่าลังลังเล “ไอริส เธอมีผู้สนับสนุนรึ
ยัง?”
“ฉ-ฉันแค่ถาม! มันมาจากความสงสัยเฉยๆ!”
หางม้าคู่ขยับในขณะที่ไอริสบิดหัวของเธอ และภาพของชินยู
ซองกับลีกิลยังบนโลกก็โผล่ขึ้นมาในหัวของผม คนพวกนั้น
ขอให้ไม่เป็นอะไรด้วยเถอะ…
ผมพูดด้วยความคิดถึง “ฉันมีอวตารอยู่บนคาบสมุทรเกาหลีคน
หนึ่ง”
การแสดงออกของไอริสเปลี่ยนไปกับค่าพูดของผม “อ่า หรือว่า
จะเป็นเด็กน้อยคนนั้น…”
ผมพยักหน้า ดูเหมือนว่าข่าวลือของชินยูซองจะแพร่กระจาย
ไปทั่วแล้ว กลุ่มดาวคงได้บอกกับอวตารของตัวเองแล้ว
จากนั้นแอนนาก็พูดออกมา “นายเคยคิดที่จะเปลี่ยนอวตาร
ของนายไหม?”
เซลีน่าและไอริสจ้องไปที่แอนนาด้วยความประหลาดใจ แอน
นาพูดต่อ”มันมีอวตารดีๆ มากมายในเนบิวลาแอสการ์ด มันมี
สหายที่มีพรสวรรค์อยู่มากมาย ไอริสก็เป็นหนึ่งในนั้น”
มันเป็นข้อเสนอที่ไม่คาดคิด ท่าไมจู่ๆ แอนนาถึงเสนอแบบนี้
ออกมา? หรือว่าแอสการ์ดก่าลังพูดถึงผมอยู่ อืม ผมก็ยังไม่ได้
สร้างเนบิวลาขึ้นอย่างเป็นทางการหนิ
“เธอก่าลังจะบอกให้ฉันเข้าร่วมเนบิวลาแอสการ์ดเหรอ?”
“มันไม่จ่าเป็นต้องเป็นแบบนั้นหนิ มันแค่มีอวตารดีๆ อยู่
มากมายในแอสการ์ด ฉันแค่บอกว่ามันก็ไม่เลวที่จะยอมรับใคร
สักคน ไม่ใช่ว่านายก็ถอนสัญญาผู้สนับสนุนได้ทุกเมื่อเหรอ?”
ไอริสที่ก่าลังผิดหวังมองมาที่ผมอีกครั้งด้วยแววตาที่เปล่ง
ประกาย ผมตอบกลับด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ “ฉันไม่คิดที่จะ
ยกเลิกสัญญาผู้สนับสนุนของฉันหรอกนะ”
“นายชอบเด็กคนนั้นเหรอ? เธอชื่อชินยูซองใช่ไหม?”
ผมไม่ตอบ และใบหน้าของไอริสก็เต็มไปด้วยความผิดหวัง
อย่างมาก ความเข้าใจของผมเกี่ยวกับเธออาจจะต่ามาก แต่
การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์นั้นก็ถูกจับได้ง่าย
ยังไงก็ตาม แอนนาก็พูดแปลกๆ ออกมา “ยกตัวอย่างเช่น ถ้า
จู่ๆ อวตารตาย…”
มันมีรอยยิ้มแปลกๆ อยู่บนใบหน้าของแอนนา “อย่าแปลกใจ
ขนาดนั้นสิ มันเป็นเพียงตัวอย่าง มันเป็นไปได้ อุบัติเหตุที่ไม่
คาดคิดหรือภัยพิบัติอย่างฉับพลันสามารถท่าให้อวตารตายได้
มันเป็นเรื่องธรรมดา หากเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น นายไม่คิดจะ
เปลี่ยนอวตารของนายหน่อยเหรอ?”
“อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด?”
“ใช่ อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ”
ผมจ้องไปยังแอนนา ความตายของชินยูซอง… ผมไม่เคยคิด
เกี่ยวกับมันมาก่อนเลย
“มันจะไม่เกิดขึ้นตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่”
“นายไม่มีทางรู้ได้หรอก มันไม่ชัดเจนว่าโชคชะตาจะท่างาน
เมื่อไหร่และที่ไหน”
…โชคชะตา? บรรยากาศสั่นสะเทือนไปครู่หนึ่ง อากาศรอบๆ
เต็มไปด้วยออร่าลางร้าย และรถม้าทั้งคันก็สั่น การแสดงออก
ของไอริสและเซลีน่าแข็งที่อ พวกเธอขนลุกชันในขณะที่พวก
เธอมองมาที่ผมด้วยสีหน้าตื่นกลัว
ผมไม่ต้องการท่าแบบนี้ ผมไม่ต้องการท่าให้พวกเธอกลัวด้วย
การท่าเป็นเหมือนตัวร้าย อย่างไรก็ตาม แอนนาก็ได้ข้ามเส้นที่
เธอไม่ควรข้ามมา
[หากเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น]
ประกายแสงแห่งความเป็นไปได้ปรากฏขึ้นมาเมื่อผมใช้เสียงที่
แท้จริง
[เนบิวลา ‘แอสการ์ด’ เป็นกังวล]
[กลุ่มดาวแห่งเนบิวลา ‘แอสการ์ด’ เตือนคุณ!]
ผมได้ยินข้อความจากกลุ่มดาวของแอสการ์ด อย่างไรก็ตาม
ผมก็ไม่หยุด
[หากเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ฉันก็จะท่าลายโลกทุกใบที่ท่าให้เกิด
โชคชะตานั้นขึ้นมา]
แรงปะทะจากความกดดันท่าให้หน้าต่างของรถม้าระเบิดออก
ในเวลาเดียวกัน คนขับที่ถูกท่าให้ตกใจหันกลับมามองทางนี้
มันมีกระทั่งความประหลาดใจรางๆ อยู่บนใบหน้าที่ตามปกติ
จะสงบนิ่งของแอนนา บางทีเธออาจจะยังไม่ได้ตระหนักว่า
จริงๆ แล้ว ‘สถานะ’ ที่ผมมีนั้นมากมายแค่ไหน
หลังจากนั้นไม่นาน รถม้าก็หยุดลง และเสียงของไกด์ก็ดัง
ออกมา
[พวกเรามาถึงปราสาทโอโรแล้ว]
ผมยิ้มให้กับทั้งสามคนที่ยังตัวแข็งอยู่ “ไปกันเถอะ”
***
พวกเราลงมาจากรถม้าและถูกน่าทางไปยังปราสาทโอโร
ปราสาทโอโร ปราสาทแห่งนี้คือหนึ่งในบ้านหลังหลักของ
สมาคมนักชิมที่กระจัดกระจายไปทั่ว และเจ้าของก็เป็นสมาชิก
โดยตรงของสมาคมนักชิม บางที… ผมจ่าได้ว่ามันคือหนึ่งใน
เจ็ดสิบสองราชาปีศาจ มันคือ ‘ความเข้มงวดอันไร้ขอบเขต’ รึ
เปล่านะ?
[พวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้ามา]
[ข้ายืนยันแล้ว เข้ามา]
การตกแต่งภายในของปราสาทมีความทันสมัยมากกว่าสไตล์
ยุคกลาง มันชวนให้นึกถึงล็อบบี้โรงแรมสุดหรู ร่างสัญลักษณ์
ระดับกลางสามารถมองเห็นได้ทั่ว
[กลุ่มดาวบางกลุ่มให้ความสนใจกับการปรากฏตัวของคุณ]
พวกเราถูกน่าไปยังห้องรอตรงหัวมุมของล็อบบี้ชั้นหนึ่ง บางที
บางคนอาจยังไม่มาถึง มันมีอวตารจากแอสการ์ดสามคนและ
ผมเท่านั้นที่ปรากฏตัว
[กรุณารอในห้องรอ ยังมีอวตารที่จะมาอีก… อ่า ราชาปีศาจ
แห่งการหลุดพ้นคือกลุ่มดาว ข้าจะจัดห้องรอต่างหากให้กับ
ท่าน]
“ไม่เป็นไร ฉันรออยู่ที่นี่แหละ”
ไกด์จ้องมองมาที่ผมเหมือนกับว่าผมเป็นคนแปลกๆ แต่ก็
หายไปในไม่ช้า พูดตามตรง ที่นี่มันสะดวกกว่า ผมต้องการ
เวลาในการเตรียมตัว
มันมีหน้าจอแขวนไว้อยู่บนผนังของห้องรอ พวกมันก่าลังเล่น
สถานการณ์ย่อยที่ก่าลังเกิดขึ้นอยู่ทั่วทุกมิติ…
“ขอโทษนะ เรื่องเมื่อก่อนหน้านี้…” เซลีน่าเป็นคนพูดออกมา
เธออาจจะลังเลเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในรถ แต่มันก็ไม่มีอะไร
ผิดปกติกับโครงเรื่องของหนทางเอาชีวิตรอด
ผมยิ้มเบาๆ และตอบว่า “ไม่เป็นไร ฉันก็เกินไปหน่อย”
การแสดงออกของเซลีน่าผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ไม่ พวกเราก็
หยาบคายเกินไป ฉันขอโทษนะ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”
ค่าพูดของเธอเป็นทางการมากขึ้นกว่าเดิม ผมไม่ได้ตั้งใจจะ
ปฏิเสธค่าขอโทษ แต่ก็มีบางอย่างที่รู้สึกไม่ดี เซลีน่าไม่ได้ท่า
อะไรผิด เธอเป็นหนึ่งในคนไม่กี่คนที่ผมชอบในหนทางเอาชีวิต
รอด คนที่ผมเกลียดคือคนไร้ยางอายที่ก่าลังยืนอยู่ตรงมุมและ
มองดูฉากๆ นี้
จากนั้นประตูของห้องรอก็เปิดออกและมีไกด์อีกคนปรากฏตัว
ขึ้น
[อวตารแห่งแอสการ์ด โปรดตามข้ามา]
กลุ่มดาวแห่งแอสการ์ดน่าจะก่าลังตามหาพวกเธออยู่ เซลีน่า
และไอริสพยักหน้าให้กับผมก่อนที่จะจากไป
ในทางกลับกัน แอนนาได้มองผมโดยไม่ออกจากห้อง “นายมี
กลุ่มดาวเป็นศัตรูมากเกินไป”
“ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องมากังวล”
แอนนาขมวดคิ้วเล็กน้อยให้กับค่าพูดของผม เธอดูไม่หวาดกลัว
แม้จะมีเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ เธอเป็นเพียงแค่อวตาร แต่เธอ
ก็ได้ท่าสัญญากับทั้งเนบิวลา บางทีชาวแอสการ์ดระดับสูง
อาจจะก่าลังปกป้องเธอจาก ‘สถานะ’ ของผมอยู่
“ในฐานะสหายที่ก่าลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน ฉันขอ
แนะน่านายอย่างจริงจังนะ นายอาจจะไม่ชอบมัน แต่มันก็ถึง
เวลาแล้วที่จะร่วมมือกับกลุ่มดาวอื่น”
เป้าหมายเดียวกัน…
“อืม ฉันไม่รู้ว่าเป้าหมายของเธอคืออะไร ดังนั้นฉันก็คงจะตอบ
ไม่ได้”
“ปกป้องโลกใบนี้ นายไม่ได้ก่าลังต่อสู้เพื่อสิ่งนี้ด้วยเหรอ?”
แทนที่จะตอบค่าถาม ผมเหลือบไปที่หน้าจอบนผนังห้องรอ มัน
มีภาพของอวตารที่ถูกฉีกโดยภัยพิบัติและกลุ่มดาว ผมไม่ตอบ
และแอนนาก็คอยอยู่ข้างๆ ผม
ในเวลานั้นเอง ผมก็พูดออกมา “ฉันต้องดูก่อนว่าโลกนี้ควรค่า
แก่การปกป้องไหม”
การแสดงออกของแอนนาแข็งค้างไปกับค่าพูดของผม เธอมอง
มาระหว่างไกด์ที่ดูเป็นกังวลและผมก่อนที่จะถอนหายใจออกมา
สั้นๆ”…ฉันหวังว่าเราจะมีโอกาสพูดคุยกันในภายหลังนะ”
เธอหายตัวไปและเหลือแค่ผมที่อยู่ในห้อง เมื่อถูกทิ้งไว้คนเดียว
ผมก็จัดระเบียบความคิดของตัวเองอย่างเงียบๆ
ผมนึกถึงกลุ่มดาวแห่งสมาคมนักชิมที่ถูกกล่าวถึงในหนทางเอา
ชีวิตรอดและคิดถึงกลุ่มดาวที่สามารถโน้มน้าวได้ ผมไม่ลืม
ลักษณะของพวกเขาหรือค่าขยาย
ผมโชคดีในงานเลี้ยงกลุ่มดาว แต่มันก็ไม่มีการรับประกันว่ามัน
จะเกิดขึ้นอีก
ถ้าสมาคมนักชิมคือแวดวงสังคม นี่ก็คงจะเป็นการเปิดตัวเต็ม
รูปแบบของผม
มันขึ้นอยู่กับความประทับใจที่ผมสร้างขึ้นที่นี่และสิ่งที่ผมจะพูด
ทิศทางของสถานการณ์ต่อมาจะเปลี่ยนไป
ในเวลานั้นเอง ประตูของห้องก็เปิดออก
ผมคิดว่ามันเป็นไกด์ แต่ในคราวนี้ ตัวตนที่ไม่คาดคิดก็ก่าลังรอ
ผมอยู่ ในขณะที่ผมจะพูดอะไรบางอย่างออกไป อีกฝ่ายก็พูด
ออกมาซะก่อน
[สักพักแล้วสินะ คิมทกจา ข้ารออยู่นานเชียว]
ผมได้ยินเสียงที่สดใสของเสียงที่แท้จริงและตระหนักได้ว่าอีก
ฝ่ายคือใคร จริงๆ เลย ราชินีแห่งยมโลกช่างซุกซนซะจริง
ผมถอนหายใจและถาม “…ท่าไมท่านถึงดูเป็นแบบนั้นไปได้?”
(จบตอน)
เพอร์เซโฟนีหัวเราะเบาๆ
[ท าไม? เจ้าไม่ชอบเหรอ? ทูตสวรรค์ข้างบ้านบอกข้าว่ารสนิยม
ของเจ้าเป็นแบบนี้]
“มันก็แค่ความเข้าใจผิด”
[หืม…]
เสียงของเพอร์เซโฟนีฟังดูน่าเศร้า ส าหรับการอ้างอิง เพอร์
เซโฟนีในตอนนี้ก าลังอยู่ในร่างของยูจงฮยอค โชคดีที่เธอไม่ได้
สวมชุดกี่เพ้า
[งั้นแบบนี้ล่ะ?]
“เดี๋ยว…!” ก่อนที่ผมจะทันได้พูดจบ รูปลักษณ์ของเพอร์เซโฟนี
ก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ผมคิดว่าเธอจะกลายเป็นยูซานอาในชุดกี่
เพ้า แต่ในคราวนี้มันก็ไม่น่าเชื่อ”ไม่ นี่มัน…”
เพอร์เซโฟนียิ้ม และผมก็อึ้งไปแม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าคือเพอร์
เซโฟนี เพอร์เซโฟนีอยู่ในร่างของ ‘ผู้ลงโทษ’ ที่ผมได้เจอเมื่อไม่
นานมานี้
[ข้าสังเกตเห็นว่าเจ้าไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้ในตอนนั้น
เป็นไงบ้าง?]
ผิวขาวถูกเผยออกมาผ่านด้านข้างของชุด และผมก็หลับตาลง
โดยอัตโนมัติและตะโกนออกมา “…หยุดล้อเล่นได้แล้ว!”
[หุหุ มันตลกจริงๆ]
เพอร์เซโฟนีหัวเราะเหมือนเด็กๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนร่างอีกครั้ง
คราวนี้มันเป็นร่างของยูซานอา เธออยู่ในชุดที่เรียบร้อยแทนที่
จะเป็นกี่เพ้าและถุงน่อง ผมเห็นร่างนี้จากวันที่ท างานอยู่ที่
บริษัทและรู้สึกซับซ้อนขึ้นมา ยูซานอาคุยกับผมในชุดนี้เสมอ
ยูซานอา อย่าเป็นอะไรไปนะ ผมกังวลนิดหน่อยที่เธออยู่
กับฮันซูยอง… ถึงกระนั้น เธอก็คือยูซานอา ดังนั้นผมจึงเชื่อว่า
เธอจะโอเค
เพอร์เซโฟนียิ้มออกมาอย่างต่อเนื่อง
[ตามข้ามา ข้ามารับเจ้า]
ผมพยักหน้าและตามหลังเพอร์เซโฟนีไป ผมเดินออกไปจาก
ห้องและรู้สึกประหม่าเล็กน้อยกับสายตาของกลุ่มดาวบางส่วน
ผมเดินตามเพอร์เซโฟนีไปและเห็นกลุ่มดาว ผมรู้สึกเหมือนกับ
ผมเป็นหนุ่มรับใช้ของเธอขึ้นมายังไงยังงั้น
ไม่นานหลังจากนั้น เพอร์เซโฟนีและผมก็มาถึงลิฟต์ขนาดใหญ่
ที่กลางล็อบบี้ งานเทศกาลสมาคมนักชิมคงจะจัดอยู่ที่ชั้นบน
ของปราสาทนี้
ประตูของลิฟต์ที่มีลักษณ์คล้ายกับลูกบอลคริสตัลขนาดใหญ่ได้
เปิดออก และเพอร์เซโฟนีกับผมก็ขึ้นไป ร่างกายของผมรู้สึก
หนักขึ้นเล็กน้อย และความมืดของมิติมืดก็แผ่ออกไปภายนอก
ก าแพงคริสตัลโปร่งใส เหนือขอบฟ้าของมิติ โลกอันงดงามแห่ง
การถ่ายทอดสดดวงดาวได้ถูกเปิดเผยออกมา
[เจ้าก าลังรอคอยมันอยู่]
“แทนที่จะเป็นรอคอย ผมกลับรู้สึกประหม่ามากกว่า”
เพอร์เซโฟนีหัวเราะราวกับว่าเธอเข้าใจผม
[ข้าดีใจนะที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ครั้งล่าสุดเจ้าคืออวตาร และ
ในตอนนี้ เจ้ากลับเป็นกลุ่มดาว]
“ผมยังเป็นมือใหม่ ผมไม่แน่ใจว่ามันจะโอเคส าหรับผมไหมที่
จะมาที่นี่”
การแสดงออกของเพอร์เซโฟนีแข็งขึ้นกับค าพูดของผม
[เจ้าคิดว่าข้าอยู่ในต าแหน่งไหนในสมาคมนักชิม? มันยากนะที่
จะพาสมาชิกใหม่เข้ามา?]
“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น…”
[ข้าแค่ล้อเล่น]
“หยุดตลกกับผมได้แล้วน่า”
[คิดว่าเป็นการลงทุนล่วงหน้าละกันเพราะข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าจะเป็น
ยังไงในอนาคต มันเป็นสิ่งที่เจ้าจะต้องพบเจอในวันหนึ่ง]
ผมรู้อยู่ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าท าไมราชินีคนนี้ถึงดีกับผมนัก สิ่งเดียวที่
เธอขอเพื่อแลกเปลี่ยนกับการพาเซียนดาบทลายนภาไปยังทาร์
ทารัสคือการเข้าร่วมงานนี้
บางทีเธออาจจะรู้ ในความเป็นจริง การเข้าร่วมงานนี้มี
ประโยชน์ส าหรับผม ไม่ใช่กับเธอ เธอก าลังจัดงานเปิดตัวเต็ม
รูปแบบในฐานะกลุ่มดาวให้กับผมอยู่
ดวงตาของเพอร์เซโฟนีเปล่งประกาย
[สถานะของเจ้าตอนนี้มากขนาดไหน? ไม่น่าจะถึงระดับเรื่อง
เล่านะ]
บางทีกลุ่มดาวอื่นอาจจะไม่รู้ว่าผมเป็นระดับเรื่องเล่า ผมคิดอยู่
ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบ “ผมจะอยู่บนชั้นสองในงานเลี้ยงกลุ่ม
ดาวครั้งต่อไป”
ดวงตาของเพอร์เซโฟนีเบิกกว้างขึ้นกับสายตาของผม เธอเดา
ว่าอย่างมากผมก็คงจะเป็นระดับยิ่งใหญ่ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดี
มากที่ได้เห็นราชินีแห่งยมโลกเป็นแบบนี้ อย่างไรก็ตาม มันก็ยัง
มีความกังวลลึกๆ เจือปนอยู่ในแววตาของเธอ
[จะมีกลุ่มดาวที่รู้สึกอิจฉาเจ้า]
“…”
[กลุ่มดาวบางกลุ่มจะพยายามดึงเจ้าเข้าไปในฝ่ายของพวกเขา]
“ผมคิดไว้แล้ว”
ผมเตรียมตัวไว้แล้ว กลุ่มดาวที่ผมจะพบในอนาคตคงไม่ใช่
ง่ายๆ พวกเขาอาจจะอิจฉาผมหรือพยายามดึงผมเข้าไปอยู่
ด้วย ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม มันก็อันตรายทั้งนั้น
[อย่างไรก็ตาม กลุ่มดาวส่วนใหญ่ก็จะไม่สนใจเจ้าเลย]
“…ฮะ?”
[จนถึงตอนนี้ เจ้าอาจจะยังไม่รู้สึกถึงมันเพราะเจ้ามีอิทธิพลใน
สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีมาก… แต่อย่าลืมว่านี่คือสมาคม
นักชิม]
สมาคมนักชิม นี่เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มดาวระดับสูงในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะของเพอร์เซโฟนีก็ดูน่ากลัว
[ข้าจะไม่ท าตัวเป็นพี่เลี้ยงเหมือนที่ข้าท าในงานเลี้ยงกลุ่มดาว
คราวนี้ ข้าอยากจะเห็นเจ้าแสดงพลังของตัวเองออกมา]
ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับเสียง ‘ดริ๊ง’ และเพอร์เซโฟนีก็
หายเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง เมื่อถูกทิ้งไว้คนเดียว ผมก็ลังเล
ก่อนที่จะออกไปจากลิฟต์
[กลุ่มดาวบางกลุ่มแสดงความอยากรู้อยากเห็นต่อคุณ]
กลุ่มดาวบางส่วนมองมาที่ผมเมื่อผมออกจากลิฟต์ แต่ความ
สนใจก็หายไปในไม่ช้า มันนับเป็นความโชคดี มันคงเป็นการ
ยากที่จะเคลื่อนไหวถ้ามีความสนใจจ านวนมากพุ่งเป้ามาที่ผม
เช่นเดียวกับล็อบบี้ชั้นหนึ่ง มันไม่มีกลุ่มดาวที่อยู่ในร่าง
สัญลักษณ์ ทุกคนมีร่างมนุษย์หรือไม่ก็ร่างของสิ่งมีชีวิต ไม่มี
กลุ่มดาวไหนสนใจเรื่องการใช้ความเป็นไปได้เลย
กลุ่มดาวบางส่วนที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยงดูเหมือนกับคนที่ผมได้
อ่านมาในหนทางเอาชีวิตรอดเลย คนแรกที่โดดเด่นออกมาคือ
ชายในชุดไวกิ้งที่อยู่ ณ กลางห้องจัดเลี้ยง มันคงจะแปลกถ้าผม
จะไม่รู้จักเขาที่มีค้อนขนาดยักษ์อยู่บนแผ่นหลัง
[เรื่องราวรุ่นแรกที่ดีที่สุดย่อมต้องเป็น ‘มังกรกินค้อน’]
กลุ่มดาวแห่งเนบิวลาแอสการ์ด ธอร์ ก าลังพูดด้วยน้ าเสียงที่
ตื่นเต้น จากนั้นหญิงสาวคนหนึ่งก็ตอบกลับมาจากอีกด้าน
[เจ้าหมายความว่ายังไง? เรื่องที่ดีที่สุดเห็นได้ชัดว่าเป็น ‘ธิดา
แห่งรุ่งอรุณ’ คะแนนยังสูงที่สุดด้วย]
เธอคือเทพธิดาในชุดขาวที่ถูกปักลายด้วยดวงดารา ถ้าผมจ าไม่
ผิด เธอคือกลุ่มดาวแห่งเนบิวลาผู้พิทักษ์พงไพร ‘เทพีดารารุ่ง
อรุณ’
ดูเหมือนว่าจะมีการโต้เถียงกันว่าเรื่องราวไหนดีที่สุด การ
โต้เถียงกันในเรื่องนี้ มันเหมือนกับที่ผมอ่านมาในหนทางเอา
ชีวิตรอดไม่มีผิด เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างไรหลังจาก
ได้เห็นกลุ่มดาวระดับสูงที่มองเห็นได้ยากบนคาบสมุทรเกาหลี
แม้แต่ ‘เพอร์เซโฟนี’ ที่ทรงพลังก็เป็นเพียงกลุ่มดาวธรรมดาใน
สมาคมนักชิม
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังเชียร์คุณอยู่]
โชคดีที่ช่องยังท างานอยู่ ใช่ ผมไม่อาจสิ้นหวังในสถานที่แบบนี้
ได้
ผมเดินเข้าหาหนึ่งในกลุ่มศูนย์ในสมาคมนักชิมอย่างเงียบๆ
และพูดกับหนึ่งในกลุ่มดาวที่อยู่รอบๆ
“ขอ…”
อย่างไรก็ตามก็ไม่มีใครมองมาที่ผมเลย มันราวกับว่าผมไม่ได้มี
ตัวตนอยู่ที่นี่ ผมรวบรวมความกล้าและแตะไหล่ของกลุ่มดาวที่
อยู่ข้างๆ ผม
“ขอโทษนะ”
คราวนี้มันมีปฏิกิริยา กลุ่มดาวมองมาที่ผมก่อนที่จะสะบัดไหล่
และเดินไปยังกลางห้อง
「คิมทกจารู้จักความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี」
ผมรู้สึกเหมือนผมอยู่คนเดียวในโลกใบนี้ ทันใดนั้นเอง เสียง
ของกลุ่มดาวทั้งหลายก็รู้สึกห่างไกลออกไป เห็นได้ชัดว่าพวก
เขาอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน ผม
เข้าใจความหมายของเพอร์เซโฟนี้ได้แล้ว สมาคมนักชิมก าลัง
สร้างก าแพงของตัวเองขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้หน้าใหม่อย่างผม
เข้ามา
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังจ้องมองคุณด้วย
สายตาเศร้าๆ]
…แต่ผมก็ไม่อาจยอมแพ้ได้ ผมต้องสร้างรอยแยกขึ้นมา
ผมขยายวิสัยทัศน์ของผมและมองไปรอบๆ สมาคมนักชิม
นอกเหนือจากกลุ่มดาวที่ก าลังคุยกันอยู่ตรงกลางห้องแล้ว มันก็
ยังมีคนที่ก าลังยืนอยู่คนเดียวด้วย พวกเขาเองก็เป็นสมาชิก
ของสมาคมนักชิมและจะต้องทรงพลังแน่ๆ
ขอบของห้องจัดเลี้ยงมีหน้าจอมากมายเหมือนกับที่เห็นในห้อง
รอ พวกมันคือวิดีโอของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วทุกที่ ผมมอง
ใกล้ๆ และเห็นว่าตอนที่ผมกลายเป็นราชาปีศาจแห่งการหลุด
พ้นถูกฉายอยู่บนจอเล็กๆ มุมหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีกลุ่มดาวที่ดูอยู่เลย สถานการณ์
คาบสมุทรเกาหลีที่ผมผ่านมานั้นเป็นแค่เรื่องราวเดียวที่ผ่านพ้น
ไป หน้าจอถัดไปนั้นคือการออกอากาศตามเวลาจริงของ
คาบสมุทรเกาหลี ดูเหมือนว่ามันจะเป็นช่องของบีฮยอง
บนหน้าจอ หญิงสาวหน้าตาดีที่ไว้ผมบ๊อบก าลังบ่นอยู่
– ไอ้บ้าคิมทกจานั่น ฉันแน่ใจว่าเขาต้องก าลังรู้สึกยินดีอยู่แน่ๆ
ผมอดยิ้มให้กับน้ าเสียงที่คุ้นเคยไม่ได้ ฮันซูยองคงจะไม่พูดจา
แบบนี้ออกมาถ้าเธอรู้ว่าผมก าลังอยู่ ณ ที่แห่งไหน
– เฮ้ การเก็บศิลาอเวจีเป็นไงบ้าง? เธอต้องเก็บมันดีๆ นะ เธอ
จะต้องดีใจแน่เมื่อเธอจ าเป็นต้องใช้มันในภายหลัง
– …ทกจาเขาสั่งแบบนี้ไว้จริงๆ เหรอ?
– แน่นอน!
ผมรู้สึกคิดถึงมากเมื่อผมเห็นฮันซูยองและยูซานอาอยู่บน
หน้าจอ ผมคิดว่าผมคงจะหดหู่มากขึ้นไปอีกถ้าผมมองมันต่อ
และหันไปยังหน้าจออื่น
หน้าจอมีเรื่องราวที่พบได้ทั่วไป เรื่องราวนั้นชื่อว่า ‘ต านาน
แห่งการกลับมาจากต่างโลกของต านาน’ มันมีกลิ่นแปลกๆ
จากแค่ชื่อ และเนื้อหาก็เห็นได้ชัดว่าเกี่ยวข้องกับผู้หวนคืนที่
ช่วยโลกไว้และจบลงอย่างมีความสุข มันคุ้มค่าที่ได้ดู มันดู
คล้ายกับหนทางเอาชีวิตรอดอยู่บ้าง… ค าพูดของตัวเอกก็
คล้ายคลึงกับยูจงฮยอค ผมมองเรื่องราวและมีข้อความปรากฏ
ขึ้นมา
[คุณต้องการที่จะให้ดาวหรือไม่?]
โอ้ มันคือระบบที่จะมอบดวงดาวให้กับทุกๆ เรื่องราว ผม
วางมือลงไปอย่างระมัดระวังในกล่อง ‘คะแนนดาว’ ที่อยู่ข้างๆ
ในเวลานั้นเองก็มีเสียงของใครบางคนดังออกมา
[นี่คือเรื่องราวโปรดของข้า]
ผมมองกลับไปและเห็นว่ามีชายชราคนหนึ่งยืนอยู่ ผมตอบ
เบาๆ “มันเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ”
[หุหุ ใช่ไหมล่ะ? สหายคนนี้มีรสนิยมดีจริงๆ]
ในความเป็นจริง มันคือเรื่องราวที่ไม่เหมาะกับสมาคมนักชิมที่
ผมรู้เลย สมาคมนักชิมไม่ได้ชอบเรื่องราวธรรมดาๆ แบบนี้
กลุ่มดาวแห่งสมาคมนักชิมเบื่อกับแนวคิดธรรมดาๆ แบบนี้
“คุณคือผู้สนับสนุนของเรื่องราวนี้เหรอ?”
[ใช่แล้ว คิคิ ข้าแสดงมันทุกๆ ปี ข้าแค่อยากจะให้มีคนรู้จัก
เรื่องราวนี้มากขึ้นอีกสักคน มันเป็นเรื่องราวที่ดีและสนุกจริงๆ
แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง]
“ความรู้สึกนั้น ผมเข้าใจมัน”
อย่างไรก็ตาม ผมก็ดีใจ ผมเองก็โพสต์เกี่ยวกับหนทางเอาชีวิต
รอดทุกๆ ชุมชนเว็บไซต์ที่ผมไปในขณะที่อ่านมัน คนส่วนใหญ่
ด่าผม แต่… ไม่ว่ายังไงก็ตาม ชายชราคนนี้ก็คล้ายคลึงกับผม
ชายชราถอนหายใจและเสริม [คนพวกนี้แค่เย้ยหยันออกมาเมื่อ
ข้าแนะน ามัน พวกคนหนุ่มสาวต่างก็หัวสูง… พวกเขายุ่งอยู่กับ
เรื่องราวรุ่นแรก]
มันเป็นค าพูดที่ไม่คาดคิดจริงๆ แน่นอนว่ามันก็มีระดับสูงอยู่ใน
สมาคมนักชิม ยิ่งระดับในการถ่ายทอดสดดวงดาวของพวกเขา
สูงเท่าไร มันก็มีแนวโน้มที่พวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ในเวลานี้ เสียงพึมพ าของกลุ่มดาวที่ผ่านไปมาก็ดังออกมา
[คนมั่นคงมาที่นี่อีกแล้ว]
[เคี๊ยก เคี๊ยก เขาไม่รู้เรื่องของเรื่องราวที่ดีเพราะอายุของเขา…]
…คนมั่นคง? ดูเหมือนมันจะเป็นชื่อเล่นของชายชราที่อยู่ข้างๆ
ผม ผมจ าได้ว่ามีกลุ่มดาวที่มีชื่อเล่นคล้ายกันนี้ในหนทางเอา
ชีวิตรอด…
[เอาสิ่งนี้ออก! มันไม่ใช่เรื่องราวและควรเอาทิ้งไปซะ!]
ในเวลานั้นเอง คะแนนดาวที่อยู่ติดกับต านานแห่งการกลับมา
จากต่างโลกของต านานก็เปลี่ยนไป
★ 1.3/5 -> ★ 1.1/5
การให้คะแนนลดลง เห็นได้ชัดว่าใครก าลังท า
[อ-ไอ้พวกนี้!]
มันคือคะแนนที่ต่ าเตี้ย ชายชรากรีดร้องใส่พวกกลุ่มดาวที่ก าลัง
หายไป ผมคิดว่าผมเข้าใจความรู้สึกของชายชราคนนี้และเอา
มือไปวางไว้ตรงส่วนคะแนน
“ผมไม่คิดว่าเรื่องราวนี้จะแย่พอที่จะได้รับคะแนนแค่นี้หรอก
นะ”
มันมีเสียง ‘ปี๊บ’ และคะแนนดาวก็เพิ่มขึ้น ชายชราหันหัวมา
ทางผมพร้อมด้วยเสียงนั้น
“อันที่จริง ผมก็ไม่แน่ใจว่าท าไมถึงต้องมีคะแนนบนเรื่องราว
ทุกเรื่องราวต่างก็มีคุณค่า มันเป็นเรื่องราวที่มีความน่าสนใจ
ส าหรับคนบางคนและเป็นหนทางสว่างส าหรับใครบางคน”
ชายชราตกใจกับค าพูดของผม เขาเลียริมฝีปากของเขาอยู่
หลายครั้งก่อนที่จะพึมพ าด้วยความชื่นชม
[เจ้าไม่เหมือนกับกลุ่มดาวหนุ่มสาวพวกนั้น… เจ้ามีสัมผัสถึง
คุณค่าอันยิ่งใหญ่…]
“เปล่าหรอก”
ทุกคนคงจะคิดอย่างผมถ้าพวกเขาต้องอดทนต่อเรื่องราว
เหมือนกับหนทางเอาชีวิตรอด อารมณ์ของชายชราผ่อนคลาย
ลง และเขาก็ยิ้มให้กับผม
[เจ้าดูเหมือนจะเป็นสหายที่ดีพอตัวเลย ค าขยายของเจ้าคือ
อะไร? ข้าไม่มีโอกาสได้ถามสักที?]
นี่จะเป็นเรื่องดีไหมนะ? ผมยิ้มและประกาศว่า[ผมคือราชา ปีศาจแห่งการหลุดพ้น]
(จบตอน)
การแสดงออกของชายชราเปลี่ยนไปตามค าพูดของผม
[…ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น…?]
มันเป็นการยากที่จะอ่านอารมณ์ที่แน่นอนเนื่องจากรอยย่นของ
ชายชรา ชายชราประหลาดใจในตอนแรก จากนั้นก็โกรธ และ
ในที่สุดก็ดูชื่นชม พูดให้ชัดๆ ทุกๆ อารมณ์ถูกบรรจุไว้ในการ
แสดงออกเพียงครั้งเดียว
[ใช่แล้ว เจ้าคือ… หุหุ ข้าเข้าใจแล้ว]
ชายชราดูเหมือนจะรู้จักผม ผมไม่คิดว่าจะมีใครในสมาคมนัก
ชิมที่รู้จักผมนอกจากเพอร์เซโฟนี… แต่น่าแปลกที่เขารู้จักผม?
“ผมขอทราบค าขยายของคุณได้ไหม?”
ชายชราเผยรอยยิ้มแปลกๆ แทนที่จะตอบค าถามของผม
[เจ้าชอบเสื้อโค้ทที่ข้าท าไหม?]
“…ฮะ?”
[เสื้อโค้ทที่เจ้าใส่อยู่]
ผมมองลงไปยังเสื้อโค้ทสีขาวของผมโดยอัตโนมัติ
[เสื้อคลุมมิติอนันต์]
มันเป็นเสื้อที่ผมได้รับมาเป็นรางวัลหลังจากการจัดการกับเมียง
อิลซัง ชื่อของกลุ่มดาวที่สร้างมันขึ้นมาคือ…
“…ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก?”
ชายชราหัวเราะให้กับน้ าเสียงที่ประหลาดใจของผม
[ข้าถูกเรียกว่าแบบนั้นแหละ]
เขาชี้นิ้วโป้งของเขาไปที่ตัวเอง และผมก็รู้สึกห่อเหี่ยวเล็กน้อย
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก เขาถูกกล่าวถึงในลิสต์ของกลุ่มดาวที่มี
อิทธิพลเป็นอย่างมากต่อสถานการณ์ในการถ่ายทอดสด
ดวงดาว
มันเป็นการยากที่จะอธิบายความสามารถในการต่อสู้ของเขาว่า
อยู่ในระดับสูงสุด แต่เขาก็เป็นตัวตนที่มีความใกล้ชิดกับหลายๆ
เนบิวลาและส านักงาน สิ่งที่แย่ลงไปอีก ผมได้ฆ่าเมียงอิลซังที่
เป็นอวตารของเขาในสถานการณ์ที่ห้า
[หุหุ เจ้าไม่ต้องท าหน้าแบบนั้นก็ได้ ข้าไม่กินเจ้าหรอก]
เขาดูเหมือนจะสังเกตเห็นว่าผมพยายามจะพูดอะไรออกมา
[ข้ารู้ว่าเจ้าก าลังคิดอะไรอยู่ อย่าตื่นตระหนกไป มันเป็นเรื่อง
ปกติในการถ่ายทอดสดดวงดาว เขาไม่ใช่คนที่ข้าจะสนใจ
หรอก]
“…”
[เขาไม่มีความกล้า มีความอ่อนแอ และค้นหาวิธีง่ายๆ อยู่
เสมอ]
ผมรู้สึกถึงอารมณ์ที่ซับซ้อน มันมีความโล่งอกที่เขาไม่ได้สนใจ
อะไรกับมันนัก และความผิดหวังที่แม้กระทั่งกลุ่มดาวอย่าง
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากก็ยังคิดว่าอวตารเป็นเครื่องมือ…
ผมแสร้งท าเป็นใจเย็น “ขอบคุณมาก”
[อย่าขอบคุณข้าเลย ไม่ว่าเขาจะไร้ประโยชน์แค่ไหน แต่เขาก็
ยังเป็นอวตารของข้า… อย่างไรก็ตาม ข้าก็ได้เห็นเรื่องราวที่เจ้า
ท าแล้ว]
“เรื่องราวของผม?”
[ใช่ เจ้าเก่งในการน าสถานการณ์ไปสู่ทิศทางที่ไม่คาดคิดและ
สร้างความยุ่งเหยิงขึ้นมา ต้องขอบคุณเจ้า ช่วงนี้ข้าไม่เบื่อเลย
ข้าให้เจ้าตั้งห้าดาว]
ผมไม่รู้ว่ามันเป็นค าชมหรือการเยาะเย้ย แต่ผมก็ขอบคุณเขา
[นี่เป็นครั้งแรกของเจ้าที่นี่ ใครเป็นคนแนะน าเจ้ามา?]
“ราชินีแห่งยมโลก”
ดวงตาของผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากเปล่งประกาย
[ยัยเฒ่านั่น… หุหุ ท าสิ่งนี้ผ่านทุกวิถีทาง การพาหน้าใหม่อย่าง
เจ้ามาในเวลาเช่นนี้…]
ผมดูเหมือนจะพอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ผมก็จงใจตัวสั่น
ออกมา”จะเกิดอะไรขึ้นในสมาคมนักชิมเหรอ?”
[พวกเขามักท าสิ่งต่างๆ กัน แต่ยัยเฒ่านั่นได้ทิ้งหน้าใหม่ที่เธอ
พามาเพื่อดูว่าเจ้าท าอะไรได้บ้างงั้นเหรอ? เคี๊ยก เคี๊ยก… ไม่ว่า
ยังไง เธอก็คือชาวโอลิมปัสสินะ มา ข้าจะแนะน าเจ้าเอง]
ไม่น่าเชื่อ สิ่งต่างๆ ก าลังไปได้สวย ผมเดินตามหลังเขาไปและ
มองไปรอบๆ ผมไม่ลืมจุดประสงค์ที่ผมมาที่นี่เพียงเพราะแค่มี
สิ่งดึงดูดตาอยู่มากมาย ผมมาที่นี่เพื่อหากลุ่มดาวไปช่วยในการ
คัดเลือกราชาปีศาจ
มาดูกัน สิ่งแรกที่ต้องท าคือการคุยกับกลุ่มดาว…
[เจ้ารู้ไหมว่าใครที่เมาอยู่ตรงนั้น? เขาคือธอร์ ส่วนผู้หญิงที่
กระฉับกระเฉงและเข้มงวดนั่นก็คือวาไครี่…]
ผมรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากเรียกชื่อกลุ่ม
ดาวออกมา ชื่อจริงของกลุ่มดาวมีพลังที่จะดึงดูดความสนใจ
ของพวกเขาได้ ปัญหาก็คือพวกเขาอาจจะชอบมันหรือโกรธก็
ได้ บางครั้งผมก็เรียกชื่อของกลุ่มดาวอย่างเพอร์เซโฟนีออกมา
แต่ก็ไม่ใช่แบบนี้…
[พวกเขาไม่ชอบข้ามาก ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถแนะน าเจ้ากับ
พวกเขาได้ พวกเขาตื่นกลัวกันแล้วแค่ข้าเข้าไปใกล้]
ในความเป็นจริง คนทั้งคู่ดูเหมือนจะก าลังหลบผู้ผลิตสินค้า
จ านวนมากอยู่ ผมรู้สาเหตุอย่างคร่าวๆ
[เคี๊ยก เคี๊ยก พวกเขาไม่รู้ว่าเรื่องราวที่ดีคืออะไร…]
ไม่ว่าจะยังไง ผมก็รู้สึกว่าปฏิกิริยาของกลุ่มดาวมีความแตกต่าง
อย่างเห็นได้ชัดเพียงแค่ขยับไปพร้อมกับผู้ผลิตสินค้าจ านวน
มาก นอกจากนี้ มันยังง่ายต่อการเข้าไปสู่ศูนย์กลางของห้องจัด
เลี้ยง ซึ่งยากที่จะเข้าไปในตอนแรก อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้
ทุกๆ คนก็หนีไปก่อนที่ผมจะทันได้พูดออกมา…
อ่า ผมจ าได้ว่าแอสโมเดียวคือสมาชิกของสมาคมนักชิม… เขา
อยู่ไหนกัน?
[ดูเหมือนว่าเหตุการณ์หลักก าลังจะเริ่มขึ้นแล้ว]
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากยิ้มออกมาและคว้าแขนเสื้อของผม ผม
นั่งลงที่โต๊ะใกล้ๆ และไกด์ก็น าอาหารมาให้ผมในทันที่
[ดวงตาแห่งมหาปราชญ์เมอร์บาทอส]
ผมมองไปที่อาหารอย่างรวดเร็วก่อนที่จะวางส้อมลงไป กลุ่ม
ดาวที่อยู่รอบๆ หลายคนหัวเราะใส่ผม พวกเขาดูเหมือนจะ
ก าลังดูถูกกับความจริงที่ว่าผมไม่อาจกินอาหารได้ ผู้ผลิตสินค้า
จ านวนมากเพิกเฉยต่อสายตาพวกนั้นและเคี้ยวดวงตา
[รสชาติดีหนิ ดูนั่น คนๆ นั้นคือพิธีกรในวันนี้]
แสงไฟส่องขึ้นมาบนเวที่ และพิธีกรก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้านั้น
คุ้นเคย มันเป็นกลุ่มดาวที่ผลักผมเมื่อก่อนหน้านี้ มันเป็นหญิง
สาวในชุดลูกไม้แบบกอธิคที่งดงามพร้อมกับใบหน้าที่น่ารัก
[สวัสดี สมาชิกสมาคมนักชิม ข้าคือพิธีกรในวันนี้ ยูฟรอซินี!]
ผมได้ยินชื่อและรู้ว่าเธอคือใคร เทพีแห่งความสุขและการเฉลิม
ฉลอง ยูฟรอซินี เธอเป็นกลุ่มดาวแห่งโอลิมปัส
ท่ามกลางการปรบมือ กลุ่มดาวบางคนได้ลดเกียรติลงและ
ตะโกนออกมา
[โอ้ ยูฟรอ! ทางนี้!]
พูดให้ชัดๆ มันคือผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากข้างๆ ผม
ทันใดนั้นเอง ความทรงจ าจากหนทางเอาชีวิตรอดก็ปรากฏขึ้น
ในหัวของผม ในนิยายต้นฉบับ มันมีช่วงเวลาที่ยูฟรอซินีได้
ปรากฏตัวขึ้นในฐานะพิธีกรของงานเทศกาลสมาคมนักชิม ใน
เวลานั้น ยูจงฮยอค…
[ขอบคุณส าหรับการเข้าร่วมในขณะที่ทุกคนยุ่งมาก! ขอบคุณ
เจ้าของปราสาทโอโร ความเข้มงวดอันไร้ขอบเขต ที่ให้พวกเรา
ได้ยืมสถานที่แห่งนี้!]
บางทีเขาอาจจะฆ่าเธอ
[วันนี้มีสองเหตุการณ์หลัก ก่อนหน้านั้น ข้าอยากจะแนะน า
แขกพิเศษ บางทีพวกท่านอาจจะได้ยินมาแล้วใช่ไหม? แขก
ของวันนี้มาจากดาวเคราะห์ที่ก าลังร้อนแรงอยู่ในเวลานี้!]
ผมมีลางสังหรณ์แปลกๆ ในขณะที่มีประทัดถูกจุดขึ้น ณ มุม
หนึ่งของเวที่
[กรุณาปรบมือให้กับแอนนา คลอฟฟ์ ผู้เผยพระวจนะจาก
โลก!]
กลุ่มดาวที่ก าลังส่งเสียงดังเงียบลงโดยพร้อมเพรียงกัน ผมเห็น
แอนนาก าลังเดินขึ้นบันไดมายังเวทีหลัก
…เข้าใจละ ผมดูเหมือนจะรู้แล้วว่าท าไมแอนนาถึงมาที่นี่ใน
เวลานี้ เธอเป็นผู้หญิงที่ผมไม่ชอบจริงๆ
แอนนามองผู้ชมด้วยสายตาที่สงบนิ่งและทักทายด้วยรอยยิ้มที่
สดใส
“เป็นเรื่องดีที่ได้พบกับพวกท่าน กลุ่มดาวแห่งสมาคมนักชิม
ฉันคือแอนนา คลอฟฟ์ อวตารแห่งเนบิวลาแอสการ์ด”
เธอดูสง่างาม แต่กลุ่มดาวก็ก าลังขมวดคิ้วตั้งแต่วินาทีที่เธออ้า
ปาก
[สมาคมนักชิมตกต่ าลงจริงๆ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาหาร
ก าลังพูดอยู่บนเวที]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวเสื่อมถอยลงไปทุกวัน]
นี่คือสมาคมนักชิม มันเป็นงานเลี้ยงของ ‘เรื่องราว’ ที่คัดสรร
มาเป็นอย่างดีส าหรับกลุ่มดาวนักชิม มันเป็นธรรมดา แต่
‘อวตารตัวเป็นๆ’ นั้นคือส่วนผสมหลักของ… เรื่องราว
แอนนามาที่นี่แม้จะรู้มัน “ฉันอาจจะอ่อนด้อยไปบ้าง แต่ฉันก็
คือเจ้าภาพของเหตุการณ์แรก”
นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้หญิงคนนี้น่ากลัว
[ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเตรียมอาหารอะไรมา]
[เอามันออกเดี๋ยวนี้!]
บรรยากาศร้อนขึ้นและเป็นยูฟรอซินีที่พยายามเข้ามา
แทรกแซงอย่างรวดเร็ว
[เอาล่ะ ทุกๆ คน อย่าตื่นเต้นเกินไปนัก… มาฟังค าพูดของเหยื่อ
กันหน่อยไหม? พวกท่านน่าจะมีความอดทนต่ออาหารกันสัก
หน่อยนะ?]
ยูฟรอซินียิ้มอย่างร่าเริง และกลุ่มดาวที่ปั่นป่วนก็หยุดลงไปครู่
หนึ่ง แอนนาผู้เฉลียวฉลาดไม่พลาดโอกาสนี้
“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การถ่ายทอดสดดวงดาวเต็มไปด้วย
เรื่องราวซ้ าๆ”
การเริ่มต้นอันเร้าใจท าให้กลุ่มดาวสนใจเธอ แอนนาพูดต่อ “ผู้
หวนคืน ผู้กลับชาติมาเกิด ปรมาจารย์ดาบ มหาจอมเวทย์…
แม้กระทั่งผู้เผยพระวจนะ ทั้งหมดนั้นล้วนเริ่มต้นจากความ
แข็งแกร่งที่มากกว่าคนอื่น…”
มันมีรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของแอนนา
“มันเป็นความจริงของการถ่ายทอดสดดวงดาวในทุกวันนี้ ซึ่ง
เต็มไปด้วยเรื่องราวที่สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนานเพียงสั้นๆ”
กลุ่มดาวดูประทับใจ ราวกับว่าพวกเขาประหลาดใจที่อาหาร
ของพวกเขาเล่าเรื่อง อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของแอนนาก็เพิ่ง
เริ่มขึ้น
“มันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน อย่างน้อยที่สุด เทรนด์ก็แตกต่าง
ไปจากเรื่องราวรุ่นแรก”
ราวกับว่ามีอะไรมาดลใจ กลุ่มดาวต่างเฝ้ารอค าพูดต่อไปของ
แอนนา
“ในสมัยนั้น กลุ่มดาวต่างก็รักในเรื่องราว มันเป็นเพราะ
เรื่องราวมีค่า ในเวลานั้น เรื่องราวไปถึงขอบเขตของ ‘ศิลปะ’
อย่างแท้จริง”
…ศิลปะ เธอเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวอย่างแท้จริง ผมสามารถพูดสิ่ง
นี้ได้จากต าแหน่งของอวตาร กลุ่มดาวดูคิดถึงกับค าพูดของ
แอนนา เพอร์เซโฟนีก็สามารถเห็นได้ในหมู่พวกเขา พวกเขา
ต่างก็เป็นกลุ่มดาวที่มีชีวิตรอดมาจากสมัยนั้น
[น่าสนใจ งั้นเจ้ามีเรื่องราวที่สามารถสนองต่อความต้องการ
ของพวกเราได้งั้นเหรอ?]
คนที่พูดคือราชาปีศาจที่ยืนพิงอยู่ที่มุมของห้องโถง แอนนา
ไม่ได้ตื่นตระหนกกับการยั่วยุและยิ้มออกมา
“ใช่แล้ว ฉันก าลังจะมอบเรื่องราว ‘รุ่นแรก’ ที่สูญหายไปให้”
การแสดงออกของกลุ่มดาวเปลี่ยนไป ทุกๆ คนสงสัยในรูหูของ
ตัวเอง
“พวกท่านไม่ชอบปรมาจารย์ดาบหรือมหาจอมเวทย์ พวกท่าน
ชอบเรื่องราวที่มีโลหิต หยาดเหงื่อ น้ าตา และความพยายาม
ฉันมาที่นี่ในวันนี้เพื่อน าเสนอเรื่องราวแบบนี้ให้กับพวกท่าน”
กลุ่มดาวตอบสนองในปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไปกับค าพูดของ
แอนนา บางคนก็ตะโกนออกมาว่าอวตารจะมาท าอะไรโง่ๆ ต่อ
หน้าพวกเขา ในขณะที่บางคนก็สนใจในสิ่งที่เธอก าลังพูด
ออกมา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มดาวที่ตอบสนองอย่างกังขา
อย่างเช่นผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากที่อยู่ข้างๆ ผม
[…เธอก าลังเล่าเรื่องราวโง่ๆ สมาคมนักชิมในปัจจุบันคงจะไม่
พบเรื่องราวที่น่าสนใจแบบนั้นหรอกจริงไหม?]
“ผมเห็นด้วย”
แน่นอนว่ามันมีเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมอยู่ในหมู่เรื่องราวรุ่นแรก
แต่เวลาได้เปลี่ยนไปแล้ว กลุ่มดาวที่ถูกกระตุ้นโดยเรื่องราว
มาแล้วคงจะไม่ประทับใจไปกับเรื่องราวที่ถูกเลียนแบบมาจาก
รุ่นแรก
ถึงกระนั้น… แอนนาอาจจะไม่รู้เรื่องนี้ก็ได้ เธอเป็นอวตารที่มี
ความรอบรู้ที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอด
ผมจ าส่วนของหนทางเอาชีวิตรอดที่เกี่ยวกับเธอได้ ในนิยาย
ต้นฉบับ แอนนาไม่เคยมาร่วมงานแบบนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม
มันก็ต้องมีบางสิ่งที่คล้ายคลึงกัน
ในเวลานั้นเอง มันก็มีคนคว้าไหล่ของผม “ราชาปีศาจแห่งการ
หลุดพ้น!”
(จบตอน)
ผมมองกลับไปและเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าที่คุ้นเคย “เซลี
น่า?”
“ได้โปรด ได้โปรดช่วยไอริสด้วย!” มือที่ก าลังจับไหล่ของผมไว้
สั่น เซลีน่าที่ใจเย็นและใจดีก าลังท าสีหน้าแบบนี้เหรอ? “ถ้ามัน
เป็นแบบนี้ต่อไป ไอริสจะต้องตายแน่ๆ…!”
ในเวลานั้นเอง ฉากจากหนทางเอาชีวิตรอดก็ปรากฏขึ้นในหัว
ของผม
「”แอนนา ท าไมเธอถึงท าแบบนี้… มันไม่จ าเป็นต้องท าแบบ
นี้!”
“มันเป็นสิ่งที่จ าเป็น”
“ไม่ ไม่ได้นะ นี่มัน… พวกอวตารไม่รู้เรื่องอะไรเลย! เธอจะท า
แบบนี้ได้ยังไง?”
“นี่ก็เพื่อช่วยมนุษยชาติ อย่าลืมสิเซลีน่า พวกเราถูกโยนเข้าไป
ในฝูงนักล่าที่สามารถกินพวกเราได้ทุกเมื่อ”」
มันไม่ได้เกิดขึ้นในรอบนี้ อย่างไรก็ตาม เวอร์ชั่นเดิมก็ถูกแก้ไข
แล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะเกิดขึ้นใน
รอบนี้ นอกจากนี้ เรื่องราวของการเสื่อมถอยครั้งที่สามยังถูก
ลบออกไปจากการแก้ไขครั้งแรก
“เซลีน่า เล่าให้ฉันฟังชัดๆ เกิดอะไรขึ้น?”
ก่อนที่เธอจะพูดออกมาได้ เสียงของกลุ่มดาวที่ก าลังโกรธอยู่
รอบๆ ผมก็ดังออกมา
[อวตารกล้าดียังไง…!]
สายตาที่น่ากลัวก าลังพุ่งมาที่ผมและเซลีน่า เซลีน่าตัวแข็งที่อ
เหมือนกับรูปปั้นหินและหน้าซีด ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก
ยกระดับสถานะของเขาขึ้นเพื่อปกป้องผม และประกายแสง
แห่งความน่าจะเป็นก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ตัวเซลีน่า
‘ศูนย์กลาง’ เป็นที่ส าหรับกลุ่มดาวเท่านั้น ครู่หนึ่ง ผมลืมไปว่า
นี่คือสมาคมนักชิม
เซลีน่าหุบปากของเธอราวกับปลาทองที่ตื่นกลัวและถูกลาก
ออกไปโดยไกด์ เธอไม่อาจต่อต้านได้เลยและจ้องไปที่เวทีด้วย
สายตาที่ไม่พอใจ
ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวที่เธอก าลังจะบอกผมเหมือนกับหนทางเอา
ชีวิตรอดหรือไม่ แต่มีหนึ่งสิ่งที่แน่นอน เหตุผลที่เซลีน่ามาหา
ผมเกี่ยวข้องกับเหตุผลที่แอนนาอยู่บนเวที่
ในขณะที่ผมมองไปที่เวทีด้วยสายตาทุกข์ๆ แอนนาก็พูดต่อ
ด้วยสายตาอันว่างเปล่า”เรื่องราวที่ฉันก าลังจะเล่าให้กับพวก
ท่านคือการเดินทางของสร้อยข้อมือ”
กลุ่มดาวเอะอะ
[…การเดินทางของสร้อยข้อมือ?]
“ใช่”
[เจ้าก าลังจะเลียนแบบเรื่องราวรุ่นแรก สร้อยข้อมือทลายอสูร
งั้นเหรอ?]
สร้อยข้อมือทลายอสูร มันถูกกล่าวถึงในนิยายต้นฉบับและเป็น
เรื่องราวที่คลาสสิคมากยิ่งกว่ามังกรกินค้อนและธิดาแห่งรุ่ง
อรุณ มันเก่าแก่ยิ่งกว่ารุ่นแรกและใกล้เคียงกับรุ่นเริ่มต้น
การเดินทางของสร้อยข้อมือคือเรื่องราวของการเดินทางของ
คน 15 คนที่ออกเดินทางเพื่อไปเผาท าลายสร้อยข้อมือที่เป็น
ต้นก าเนินของภัยพิบัติ
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากได้ยินค าพูดของเธอและพึมพ า [หืม…
เธอต้องการที่จะท าซ้ ากับเรื่องราวที่น่าเบื่อนั่นงั้นเหรอ?]
อย่างไรก็ตาม แอนนาก็พูดต่อโดยไม่กังวลถึงปฏิกิริยาของกลุ่ม
ดาว”ฉันขอแนะน าการเดินทางของสร้อยข้อมือที่จะน าไปสู่
เรื่องราวนี้”
แอนนาปรบมือ และหน้าจอขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง
ของเธอ มันเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ที่ปกคลุมทั้งผนังด้านหนึ่ง
ของห้องโถง หน้าจอแสดงให้เห็นถึงป่าที่กว้างใหญ่ซึ่งมีอวตาร
15 คนรวมตัวกันอยู่
– …นี่มันที่ไหนกัน?
– เธอแน่ใจเหรอว่าแอนนาพูดถูก?
– ทุกคน ตื่น ถ้าพวกเราท าได้ดี พวกเราก็จะได้ผู้สนับสนุน
ระดับสูง
ผมดูเหมือนจะรู้ว่าพวกเขาก าลังพูดถึงอะไร เมื่อมองใกล้ๆ มัน
มีไอริสที่ก าลังตื่นกลัวอยู่ในหมู่คนพวกนั้นด้วย ใช่แล้ว นี่คือ
เหตุผลของเซลีน่า…
ข้อความของระบบปรากฏขึ้นในไม่ช้าเหมือนกับว่ามันได้รับการ
อนุมัติจากโดเกบิแล้ว
[สถานการณ์ย่อย – การเดินทางของสร้อยข้อมือเริ่มขึ้นแล้ว]
[สถานการณ์นี้สามารถรับเรื่องราวใหม่ได้ขึ้นอยู่กับความส าเร็จ
หรือล้มเหลว]
+
* อวตารทั้งหมด 15 คนจะเข้าร่วมในสถานการณ์
* อวตารทุกคนจะต้องไปถึงภูเขาไฟ ณ ใจกลางพื้นที่ล่าผ่าน
ความร่วมมือ
* กรรมสิทธิ์ในสร้อยข้อมือและสถานการณ์จะสิ้นสุดลงเมื่อโยน
สร้อยข้อมือลงไปในภูเขาไฟและท าลายมัน
* อวตารที่สามารถท าสถานการณ์ได้ส าเร็จจะสามารถขอพร
กับสมาคมนักชิมได้
+
เนื้อหาเหมือนนิยายที่ผมรู้ ในตอนแรก เรื่องราวของสร้อย
ข้อมือทลายอสูรคือการแสดงความเคารพต่อนิยาย…
ข้อความสถานการณ์ด าเนินต่อ
+
* มีวิญญาณชั่วจ านวนมากในพื้นที่ล่า สถานการณ์จะล้มเหลว
หากคณะเดินทางถูกท าลายโดยวิญญาณชั่วร้าย
* หากสร้อยข้อมือไม่ถูกท าลายในเวลาที่ก าหนด สถานการณ์
จะล้มเหลว
+
[โฮ่… เจ้าได้เตรียมสถานการณ์นี้แล้ว น่าสนใจ]
กลุ่มดาวบางส่วนตอบสนองในเกณฑ์ดี ผมคิดว่ามันเป็น
สถานการณ์ที่ถูกออกแบบมาไม่ดีเท่าไร แต่มันก็มีรสชาติที่กลุ่ม
ดาวสามารถค้นหาได้ มันเป็นการเล่นซ้ าของเรื่องราวเก่า
เป้าหมายของแอนนาคือการจุดความทรงจ าของกลุ่มดาวแห่ง
สมาคมนักชิมขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม มันก็แทบจะไม่เพียงพอที่จะตอบสนองต่อกลุ่ม
ดาวแห่งสมาคมนักชิม
[…ถึงกระนั้นก็มีบางสิ่งที่ขาดหายไป เจ้าต้องการให้พวกเราท า
อะไร? อย่าบอกนะว่ามันก็แค่จะให้ดูเกมที่น่าเบื่อนี้]
“อย่างที่ท่านเห็นจากหน้าจอ มันมีอวตารที่ก าลังรอให้ท่าน
เลือกอยู่”
[พวกเราจะต้องเป็นผู้สนับสนุนของคนพวกนั้นเหรอ?]
“แน่นอนว่าท่านสามารถเลือกได้ แต่มันคงจะไม่สนุกเท่าไหร่”
[นั่นหมายความว่า…?]
“กลุ่มดาวสามารถมีส่วนร่วมในสถานการณ์นี้ได้โดยตรงและลิ้ม
รสชาติของอวตารสดๆ”
พร้อมกับแอนนา ข้อความของสถานการณ์ก็ถูกเพิ่มเติม
+
* วิญญาณชั่วร้ายทั้งหมด 15 ตัวจะปรากฏขึ้นในสถานการณ์
* กลุ่มดาวทั้งหมดในสมาคมนักชิมจะสามารถเล่นเป็น
‘วิญญาณชั่วร้าย’ ได้ตามล าดับก่อนหลัง
+
ผมรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินข้อความนั้น แอนนาเล็งแบบนี้ไว้ตั้งแต่
แรกแล้ว มันเป็นสถานการณ์ที่จะน าเอากลิ่นอายของรุ่นแรก
ออกมาพร้อมกับแก้ไขความปรารถนาของกลุ่มดาว
กลุ่มดาวเริ่มเดือดขึ้น มันมีความรู้สึกตื่นเต้นที่แตกต่างไปจาก
ความวุ่นวายที่ผ่านมา แม้แต่ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากก็ยังแสดง
สีหน้าสนใจ
หนึ่งในกลุ่มดาวถาม [เจ้าจะได้อะไรจากสถานการณ์นี้]
“ไม่มีอะไร ฉันแค่หวังว่าพวกท่านทุกคนจะสนุกไปกับมัน”
รอยยิ้มอันไร้ยางอายท าให้ผมสั่น ไม่มีทางที่เธอจะไม่ต้องการ
อะไรเลย เธอคงพยายามที่จะยกระดับต าแหน่งของเธอด้วยการ
พูดแบบนี้
[กลุ่มดาวของสมาคมนักชิมก าลังแสดงความชื่นชอบต่ออวตาร
‘แอนนา คลอฟฟ์’]
แผนการของแอนนาก้าวข้ามความโหดเหี้ยมของกลุ่มดาวไป
เธอไม่สนใจสิ่งที่เธอจะเสียสละไปเพื่อจุดประสงค์ของเธอเอง
เธอแทงข้างหลังยูจงฮยอคมากกว่า 10 ครั้ง
“จากนั้นฉันจะเริ่มสถานการณ์ในหนึ่งนาที่ กลุ่มดาวที่ต้องการ
เข้าร่วม โปรดลงชื่อในหน้าต่างตัวเลือก”
ตามค าพูดของแอนนา หน้าต่างตัวเลือกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ของผม
[คุณต้องการมีส่วนร่วมในสถานการณ์นี้ไหม?]
[จ านวนผู้สมัครในปัจจุบัน: 2/15]
ในสถานที่ที่เรื่องราวถูกสร้างขึ้น มันมีโอกาสที่จะกลืนกิน
ชิ้นส่วนของเรื่องราว จ านวนของผู้สมัครเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
[จ านวนผู้สมัครในปัจจุบัน: 5/15]
ผมนึกขึ้นมาอีกครั้งว่าท าไมผมถึงมาที่นี่ ผมต้องสร้างพันธมิตร
เพื่อการคัดเลือกราชาปีศาจ เพื่อที่จะท าสิ่งนี้ มันคงจะดีกว่าที่
จะเข้าร่วมในสถานการณ์ ผมคงจะสามารถเข้าใกล้พวกมันขึ้น
ได้ด้วยการแบ่งปันเรื่องราวกับกลุ่มดาว
[ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าจะกินผลงานศิลปะ]
[ไม่น่าเชื่อเลย?]
มันอาจถึงเวลาที่ต้องยอมรับ ผมกลายเป็น ‘กลุ่มดาว’ ที่ผม
เกลียดไปแล้ว
[จ านวนผู้สมัครในปัจจุบัน: 9/15]
จากนั้นผมก็ได้ยินเสียง ‘ป๊า’ ในหูของผมและมีหน้าจอเล็กๆ
ปรากฏขึ้น มันเป็นหน้าจอของบียูที่มีแค่ผมเท่านั้นที่เห็น
– ข้าขอเริ่มงานประลองครั้งที่ 857
มันแสดงให้เห็นว่ายูจงฮยอคก าลังเข้าร่วมการประลองวรยุทธ์
บางทีเขาอาจจะแข็งแกร่งขึ้นมากเพราะยูจงฮยอคได้จัดการคู่
ต่อสู้ของเขาอย่างต่อเนื่องด้วยการเคลื่อนไหวที่น้อยที่สุด ผม
จ้องไปที่การเคลื่อนไหวอันสงบของเขาและคิดตามปกติ:
ถ้าเป็นยูจงฮยอคจะท ายังไง? ในเวลานั้นเอง ผมก็ดูเหมือนจะ
เห็นสายตาของยูจงฮยอค แน่นอนว่ายูจงฮยอคคงไม่รู้ว่าผม
ก าลังดูอยู่ ถึงกระนั้น ยูจงฮยอคก็ดูเหมือนว่าจะพูดกับผม
「”ไม่ว่าฉันจะกลับมากี่ครั้ง ทางเลือกของฉันก็จะ
เหมือนเดิม”」
ไม่สิ บางทีเขาอาจจะบอกผมแล้ว อันที่จริง ผมเห็นเขาเลือก
แบบเดิมอยู่หลายครั้ง
「”ฉันจะฆ่าทุกคน ไม่เหลือไว้สักคน”」
จนถึงตอนนี้ ผมได้เลือกทางที่แตกต่างจากยูจงฮยอคอยู่เสมอ
ผมไม่ใช่ยูจงฮยอค ท่ามกลางฟันเฟืองอันแข็งแกร่ง ผมมักจะ
เดินบนเส้นทางที่แตกต่างอยู่เสมอ
เพอร์เซโฟนีก าลังเฝ้าดูผมจากระยะไกล เธอก าลังรอสิ่งที่
น่าสนใจที่จะเกิดขึ้น กลุ่มดาวที่มีชีวิตอยู่มานานรู้ว่าเรื่องราวที่
น่าจะสนใจจริงๆ จะเริ่มต้นขึ้นที่ไหน ดังนั้นเธอจึงเข้าใจในสิ่งที่
ผมจะท าต่อจากนี้
[จ านวนผู้สมัครในปัจจุบัน: 14/15]
ผมยกมือขึ้นไปที่หน้าต่างตัวเลือก
***
ไอริส วลาดีมีรอฟนา เรเบโซว่า เกิดที่มอสโก เธอเติบโตขึ้นมา
ด้วยการฟังเรื่องราวของการปฏิวัติ นักปฏิวัติคนโปรดของเธอ
คือเชเกวาราและคาร์ล มาคส์
อย่างไรก็ตาม โลกที่เธอเกิดขึ้นมาก็ไม่ใช่ยุคแห่งการปฏิวัติ มัน
เป็นโลกที่ถูกครอบง าด้วยความต้องการและทุนนิยม และถูก
ก าหนดโดยเจ้าของเมืองหลวง ไอริสรู้ตั้งแต่อายุยังน้อยว่ามันไม่
มี ‘การปฏิวัติ’ ในยุคนี้
นี่จนกระทั่งโดเกบิปรากฏตัวขึ้น
– ฮ่าฮ่า นี่เป็นสถานที่ที่น่าสนใจ โลกที่เส้นใยพืชเป็นราชา
ไอริสเห็นการล่มสลายของหลายประเทศและตระหนักว่าการ
ปฏิวัติที่เธอรอคอยได้เริ่มขึ้นแล้ว โลกซึ่งเคยเป็นสถานที่ของคน
รวยกับคนจนได้ละลายกลับมาเป็นกระแสน้ าเชี่ยวกรากอีกครั้ง
การปฏิวัติอาจเกิดขึ้นได้ โลกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไอริสน้อย
มั่นใจในสิ่งนี้ อย่างน้อยก็จนถึงวันนี้
“อ๊ากก!”
“ช่วยฉันด้วย! ได้โปรด!”
ร่างกายส่วนบนของอวตารถูกแยกออกจากกันโดยสมบูรณ์
[มันเป็นเนื้อที่สดมาก]
อวตารถูกฉีกออกด้วยฟันขนาดใหญ่ วิญญาณชั่วร้ายเช็ด
เรื่องราวที่ไหลออกจากริมฝีปากของพวกเขาและหัวเราะเบาๆ
[ข้าผิดหวังจริงๆ นี่คือเรื่องราวที่เจ้าอยากให้ข้ากินเหรอ?]
[สหายผู้รีบร้อน โปรดรอสักครู่ สถานการณ์เพิ่งเริ่มขึ้น]
[ข้าควรจะรองั้นเหรอ? นี่คือเรื่องราวเลียนแบบ…]
“อ-อ๊ะ… อ่า…”
เพื่อนที่ตื่นกลัวของเธอปัสสาวะราดต่อหน้า ‘สถานะ’ อัน
ยิ่งใหญ่ มันเป็นครั้งแรกที่เธอคิดว่าค าว่า ‘การปฏิวัติ’ นั้นช่าง
ว่างเปล่า
เธอทนไม่ได้ ไม่มีใครสามารถทนทานต่อสิ่งเหล่านี้ได้
“ไอริส! หนีไป! หนี!”
ไอริสได้ยินเสียงตะโกนของเพื่อนของเธอและวิ่งหนีไป ผมหาง
ม้าคู่ที่เธอภูมิใจนั้นยุ่งเหยิงไปด้วยเลือดและเหงื่อ แต่เธอก็ไม่
สนใจ ในเวลานั้น เธอได้ยินแค่เพียงเสียงกรีดร้องของเพื่อนที่
กระจายไปทั่วป่า
เสียงฝีเท้าของวิญญาณชั่วร้ายก าลังเข้ามาใกล้ เห็นได้ชัดว่ามัน
จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
หนี? บ้าเอ้ย เธอจะหนีไปที่ไหนได้ ในเวทีแคบๆ นี้ เธอจะหนีไป
ที่ไหนได้? มันมีต้นไม้มากมายล้อมรอบเธอไว้ ไม่ว่าเธอจะวิ่งไป
ที่ไหน เธอก็ไม่อาจหนีไปจากเวทีนี้ได้
ไอริสก่นด่าสิ่งที่ไม่ใช่ ‘เมืองหลวง’ เป็นครั้งแรก เธอก่นด่ากลุ่ม
ดาว เธอก่นด่าการถ่ายทอดสดดวงดาว เธอก่นด่าเรื่องราวนี้
อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังอ้อนวอน ได้โปรด ใครสักคน เปลี่ยน
เรื่องราวนี้ที่ แม้แต่แสงสว่างเพียงริบหรี่ก็เถอะ ได้โปรด ขอล่ะ
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังจ้องมองคุณอยู่]
น่าประหลาด ทางสว่างนั้นก าลังมองมาที่เธอ
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ต้องการท า ‘สัญญา
ผู้สนับสนุน’ กับคุณ]
(จบตอน)
ไอริสสับสน
แต่เดิมเธอควรที่จะเซ็นสัญญากับกลุ่มดาวของแอสการ์ดคน
หนึ่ง มันเป็นกลุ่มดาวระดับต่าที่ไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ และไอริส
ก็ไม่ชอบสัญญา นั่นเป็นเหตุผลที่เธอเข้าร่วมในการเดินทาง
ของสร้อยข้อมือที่ถูกจัดขึ้นโดยแอนนา แอนนาบอกว่าถ้าไอริส
แสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แอนนาก็จะสามารถเปลี่ยน
ผู้สนับสนุนที่เธอต้องการได้
ในตอนนี้ ณ สถานที่อันไม่คาดคิด โอกาสนั้นก็เกิดขึ้นกับไอริส
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ต้องการท่า ‘สัญญา
ผู้สนับสนุน’ กับคุณ]
เมื่อมาคิดถึงมันแล้ว มันไม่มีทางที่กลุ่มดาวจะสามารถท่า
สัญญาได้กับอวตารแค่คนเดียว กลุ่มดาวบางส่วนก็มีอยู่ 2 หรือ
3 คน ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเขา แน่นอนว่าพลังของ
กลุ่มดาวจะถูกแบ่งออก ดังนั้นอวตารก็จะได้รับอักขระที่อ่อนแอ
ลง
ถึงกระนั้น ไอริสก็ไม่ได้อยู่ในต่าแหน่งที่จะมาเสียใจกับอะไร
แบบนี้”ฉันยอมรับ!”
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ระบุว่าสัญญานี้มี
ระยะเวลาจ่ากัด]
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ระบุว่าสัญญานี้มีผล
จนถึงกระทั่งสิ้นสุดการเดินทางของสร้อยข้อมือ]
สัญญาชั่วคราว…
‘ใช่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะโลภ’
ไอริสกัดริมฝีปากของเธอแล้วพยักหน้า อย่างไรก็ตาม ค่าพูด
ของกลุ่มดาวก็ยังไม่จบ
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่ามีเงื่อนไข]
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ต้องการ ‘พร’
หลังจากสถานการณ์สิ้นสุดลง]
จิตใจของไอริสซับซ้อนขึ้น
…มันเป็นสัญญาชั่วคราว และเขาต้องการพร? ความเสียใจ
แปลกๆ ไหลผ่านเธอ แต่เธอก็ไม่ได้อยู่ในต่าแหน่งที่จะปล่อย
โอกาสนี้ผ่านไป เงื่อนไขของราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นขึ้นอยู่
กับการเคลียร์สถานการณ์ มันหมายความว่าเขาจะรักษาชีวิต
ของเธอไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“ฉันจะมอบให้นายแน่นอน”
ในเวลาเดียวกัน สัญญาโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นในอากาศ ไอริส
วิ่งไปและเซ็นสัญญาลงในโฮโลแกรม
[สัญญาผู้สนับสนุนเสร็จสมบูรณ์]
พลังงานไหลเข้าสู่ร่างกายของเธอ และเธอก็รู้สึกว่ามีคน
สนับสนุนเธออยู่ เธอรู้สึกมั่นใจว่าเธอจะท่าอะไรก็ได้ อย่างไรก็
ตาม ความมั่นใจของไอริสก็หายไปอย่างรวดเร็จจากเสียงร้องที่
ด้านหลังของเธอ
[การล่าอวตารได้เริ่มขึ้นแล้ว]
มันมีเสียงกรีดร้องในขณะที่อวตารถูกฉีกเป็นชิ้นๆ โดยวิญญาณ
ชั่วร้าย
***
[จ่านวนสมาชิกคณะเดินทางที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน: 6 คน]
ในนิยายต้นฉบับ เกมนี้มีชื่อว่า ‘การล่าและการไล่ล่า’ นี่ไม่ใช่
เหตุการณ์ของสมาคมนักชิม มันเป็นเหตุการณ์ที่ถูกจัดขึ้นโดย
แอนนา ในรอบนี้ แอนนาได้ตัดสินใจที่จะข้ามกระบวนการและ
เริ่มต้นจากสมาคมนักชิม
ผมยังคงพึมพ่าไปในอากาศ และผู้ผลิตสินค้าจ่านวนมากก็ถาม
ผม [โอ้ เจ้าเข้าร่วมเหรอ?]
“…คุณล่ะ เข้าร่วมไหม?”
[หุหุ ข้าแก่เกินกว่าที่จะวิ่งเข้าสู่สถานการณ์แบบนั้นแล้ว และ…
มันก็ไม่เหมาะกับรสนิยมของข้า]
ในความเป็นจริง ไม่ใช่สมาชิกของสมาคมนักชิมทุกคนที่
กระตือรือร้นกับสถานการณ์นี้ อีกด้านหนึ่ง มันมีกลุ่มดาวที่ไม่
ชอบแอนนา และอีกด้านก็มีกลุ่มดาวที่ไม่ชอบตัวเหตุการณ์นี้
[หืม ข้าไม่เห็นค่าขยายของเจ้าในลิสต์วิญญาณชั่วร้ายเลย…]
มันมีกลุ่มดาว 15 คนที่เข้าร่วมในสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม
จ่านวนของกลุ่มดาวที่เลือกบทบาทของวิญญาณชั่วร้ายก็มีแค่
14 ผมพยักหน้า และดวงตาของผู้ผลิตสินค้าจ่านวนมากก็เบิก
กว้างขึ้นอย่างช้าๆ
[อันที่จริงมันก็มีเหตุผลที่เพอร์เซโฟนีพาเจ้ามาที่นี่ แต่มันจะ
โอเคเหรอ? เจ้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก…]
ผมตอบด้วยรอยยิ้ม “ยิ่งการเปิดตัวของผมยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็
ยิ่งดี”
จากนั้นก็มีข้อความของระบบดังออกมาเหมือนกับว่ามันก่าลัง
รออยู่แล้ว
[คุณได้รับเรื่องราว ‘คนนอกรีตแห่งสมาคมนักชิม’ แล้ว]
บางทีแอนนาอาจจะก่าลังฟังข้อความที่คล้ายคลึงกับผม
「มันมักจะมีเรื่องราวอยู่ในที่ๆ กลุ่มดาวจ่านวนมากมา
รวมตัวกันอยู่เสมอ」
นี่เป็นหลักการแรกของการสร้างเรื่องราว ระดับของเรื่องราว
ถูกก่าหนดโดยการรวมความเสี่ยงของเรื่องและรูปแบบของ
เรื่องราว แอนนาในตอนนี้คือ ‘อวตาร’ และเธอก่าลังเดินบน
เชือกอยู่ หากสถานการณ์ของเธอเสร็จสมบูรณ์ มันอาจจะเป็น
เรื่องราวระดับต่านานอย่าง ‘ผู้ติดตามรุ่นแรก’ หรือ ‘ผู้จัดการ
เรื่องราว’
ผมหลับตาและดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับไอริส
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก่าลังจ้องมองอวตาร
ของเขา]
ผมรู้สึกเสียใจเมื่อเห็นเธอไหล่สั่น แต่ผมก็ไม่มีความทรงจ่าที่ดี
กับเด็กคนนี้ ผมไม่ได้เป็นคนดีพอที่จะแสดงความเมตตาต่อเธอ
นั่นเป็นเหตุผลที่มันเป็นเพียงแค่ท่าทางของการ ‘แลกเปลี่ยน’
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ บอกให้ใจเย็น]
ไอริสกลืนน้่าลายและตอบกลับ
– ฉันไม่รู้ว่าฉันจะท่าได้ไหม
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่าไม่มี
สถานการณ์ที่สิ้นหวัง]
สถานการณ์ทั้งหมดมีช่องว่างที่จะหลบหนี ช่องว่างเล็กและ
แคบมาก ดังนั้นมันจึงยากมากที่จะผ่านไปได้ตั้งแต่การลองครั้ง
แรก นี่หมายถึงมันมีโอกาสที่จะผ่านไปได้หลังจากลองมาสอง
สามครั้งแล้ว และผมก็เป็นคนที่รู้เรื่องนี้มากกว่าใครอื่น
เสียงของวิญญาณชั่วร้ายที่ก่าลังเคลื่อนไหวดังออกมาจาก
ระยะไกล ร่างกายของไอริสมาถึงขีดจ่ากัดแล้ว และอักขระ
เดียวที่ผมสามารถมอบให้เธอได้ก็คือเจตจ่านงแห่งการเสียสละ
บ้าเอ้ย อักขระนั่นคงไม่ช่วยอะไรในสถานการณ์ปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม อักขระก็ไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่กลุ่มดาวจะสามารถ
มอบให้ได้
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ มอบ ‘เสื้อคลุมราชา
แห่งการลอบสังหาร’ ให้กับอวตาร]
ไอริสรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นของขวัญที่ปรากฏขึ้นในอากาศ
มันเป็นไอเท็มที่ผมซื้อมาในราคา 150,000 เหรียญจากกระเป๋า
โดเกบิ มันสามารถใช้ได้วันละ 30 นาที่ และไม่มีความสามารถ
ในการหลอกลวงกลุ่มดาว แต่สถานการณ์ในปัจจุบันก็ต่าง
ออกไป
[…ตรงนี้?]
กลุ่มดาวโผล่ออกมาจากหญ้าราวกับว่าพวกเขาก่าลังรออยู่
กลุ่มดาวที่กลายเป็นวิญญาณชั่วร้ายนั้นดูแตกต่างออกไป มันมี
ปีศาจตัวใหญ่มีเขาและวิญญาณที่มีหัวเป็นวัวและก่าลังถือ
เคียวเล็กๆ อยู่ สิ่งเดียวที่พวกมันมีเหมือนกันคือพวกมันไม่มี
เท้าและห่อหุ้มไปด้วยเสื้อคลุมสีด่า
[หืม แปลก มันอยู่แถวนี้แน่นอน]
[เจ้าเห็นมันจริงรึเปล่า?]
ไอริสหายตัวไป และกลุ่มดาวที่เป็นวิญญาณชั่วร้ายก็ไม่
สามารถค้นพบร่องรอยของเธอได้เลย กลุ่มดาวที่เล่นบทบาท
ของวิญญาณชั่วอยู่ภายใต้ข้อจ่ากัดที่เข้มงวด กลุ่มดาวใน
บทบาทของวิญญาณชั่วร้ายสามารถมีสถานะได้แค่หนึ่งในสิบ
ของสถานะปัจจุบันเท่านั้น
ส่าหรับกลุ่มดาว เกมจะไม่สนุกถ้ามันง่ายเกินไป เช่นเดียวกับที่
ไม่มีมนุษย์คนไหนที่ชื่นชมยินดีในการเหยียบแมลง 15 ตัว พวก
เขาไม่ลังเลเลยที่จะก่าหนดข้อจ่ากัดเกี่ยวกับตัวเองเพื่อความ
บันเทิง นี่คือกลุ่มดาวของสมาคมนักชิม
[ดูเหมือนว่าเธอจะต้องท่าอะไรซักอย่าง ปล่อยให้เธอวิ่งไปอีก
หน่อย สถานการณ์จะได้มีรสชาติดีขึ้น]
[…หุหุ ข้าจะรอมัน]
กลุ่มดาวที่ก่าลังค้นหาหญ้ายอมแพ้ในไม่ช้า และไอริสก็ได้รับ
ข้อความของระบบ
[สมาชิกคณะส่ารวจไอริส วลาดีมีรอฟนา เรเบโซว่า รอดชีวิต
จากวิญญาณชั่วร้ายหนึ่งครั้ง]
[เรื่องราว ‘การเดินทางของสร้อยข้อมือ’ ได้ถูกสะสมแล้ว]
สถานการณ์นี้ถูกสร้างขึ้นจากเรื่องราวคลาสสิก ยิ่งไอริสอยู่ใน
สถานการณ์นานเท่าไหร่ พลังของเรื่องราวคลาสสิกก็ยิ่งจะอาบ
เธอมากเท่านั้น
– ฉ-ฉันรอด
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่าคุณโชคดีใน
ครั้งนี้]
หากพวกเขาเหล่านี้เป็นกลุ่มดาวระดับสูง มันคงเป็นไปไม่ได้ที่
จะซ่อนตัวจากพวกเขาโดยใช้เสื้อคลุมราชาแห่งการลอบ
สังหาร
อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนกับเพอร์เซโฟนีและผู้ผลิตสินค้า
จ่านวนมาก กลุ่มดาวระดับสูงจริงๆ ไม่ชอบวิ่งเหมือนสุนัขใน
สถานการณ์นี้ นอกจากนี้ มันยังน่าสนใจที่จะเฝ้ามองกลุ่มดาว
อื่นระบายความต้องการของตนในสถานการณ์นี้ กล่าวอีกนัย
หนึ่ง พวกเขาคือผู้ชมที่แท้จริงที่ผมควรตั้งเป้าหมายไว้
– ขอบคุณส่าหรับของขวัญนะ
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่าเป็นการกู้]
– …อืม
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เห็นอกเห็นใจต่อ
อวตารของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค่า’ กล่าวโทษความโหดร้าย
ของคุณ]
สถานการณ์จะเริ่มต้นจากนี้ไป
***
เมื่อจ่านวนสมาชิกคณะเดินทางลดลงอย่างต่อเนื่อง ไอริสก็
เคลื่อนตัวไปยังภูเขาไฟในขณะที่หลีกเลี่ยงสายตาของกลุ่มดาว
เธอโชคดีที่ได้เก็บสร้อยข้อมือจากสมาชิกคณะเดินทางที่
เสียชีวิตไประหว่างทาง
[จ่านวนสมาชิกคณะเดินทางที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน: 2 คน]
มันเป็นเรื่องธรรมดาเนื่องจากผมเข้าร่วมในสถานการณ์ใน
ขณะที่อ่านหนทางเอาชีวิตรอดแบบเรียลไทม์ มันเป็นเพราะ
หนทางเอาชีวิตรอดมีรายละเอียดของสถานการณ์สร้อยข้อมือ
ทลายอสูร ต้นแบบของสถานการณ์นี้
ผมวิเคราะห์ภูมิประเทศโดยใช้แผนที่สถานการณ์และย้ายไอริส
ไปตามเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเข้าสู่ภูเขาไฟ
[ฮ่าฮ่า เรื่องราวนี้สนุกจริงๆ ไม่ใช่ว่ามันมีอาหารแสนอร่อยอยู่
มากมายเหรอ? ข้าก่าลังน้่าลายไหลแล้ว…]
กลุ่มดาวอื่นๆ ดูเหมือนจะสังเกตเห็นว่ามีบางคนเข้าไปข้อง
เกี่ยวกับฝั่ง ‘คณะเดินทาง’ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ได้ตื่น
ตระหนกเลย
[สมาชิกคณะเดินทาง ‘เมอร์เวียส ลูเทียร์’ เสียชีวิตแล้ว!]
หลังจากนั้นไม่นาน ไอริสก็เหลืออยู่คนเดียว
[…มันมีกลิ่นหอมจริงๆ]
วิญญาณชั่วร้ายที่กระจัดกระจายมารวมตัวกันอยู่ใกล้ภูเขาไฟ
พวกเขารู้ว่าสมาชิกคณะเดินทางคนสุดท้ายต้องมาที่ภูเขาไฟ
ในตอนนี้เวลาของเสื้อคลุมแทบจะหมดลงแล้ว ผมให้สัญญาณ
กับไอริส
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ บอกให้ท่าตอนนี้]
ไอริสเริ่มวิ่งไปทางภูเขาไฟ ผมจ้องไปยังแผ่นหลังของเด็กสาวที่
ก่าลังวิ่งอยู่ กลุ่มดาวทั้งหมดของสมาคมนักชิมก่าลังเฝ้ามอง
สาวน้อยที่ก่าลังวิ่งไปด้วยพลังทั้งหมดของเธอ
บางทีทุกๆ คนคงรู้ เด็กคนนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตาย
อยู่ที่นี่
“อ่า…”
เธออยู่ห่างจากภูเขาไฟเพียง 100 ก้าวเมื่อผลของเสื้อคลุม
ราชาแห่งการลอบสังหารหมดลง วิญญาณชั่วร้ายทั้ง 10 ที่
ก่าลังเดินไปรอบๆ มารวมตัวกันในทันที่
[ข้าจะกินก่อน!]
ไอริสมองดูวิญญาณชั่วร้ายที่เข้ามาและถอยห่างไปด้วยความ
หวาดกลัว สายตาที่หมดหวังครั้งสุดท้ายของเธอหันมองไปยัง
ท้องฟ้า
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก่าลังขอยืมร่าง
อวตารของคุณ]
ไอริสอ้าปากค้าง
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่ามันไม่ใช่
‘การจุติ’]
ถ้าผมปรากฏตัวในรูปแบบการ ‘จุติ’ ผมก็คงจะถูกจ่ากัดโดย
สถานการณ์ไปด้วย ดังนั้นคราวนี้ผมจึงจะไม่ท่าแบบนี้
ผมมีสกิลที่มีประสิทธิภาพมากกว่าและใช้ความเป็นไปได้น้อย
กว่า ผมจงใจดึงเรื่องราวสองสามเรื่องที่สร้างร่างอวตารของผม
ออกมาเพื่อจัดการกับตัวเองอย่างรุนแรง
[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้าขั้นที่สามถูกเปิดใช้งาน]
[บทสนับสนุนมุมมองบุคคลที่หนึ่งถูกเปิดใช้งาน]
[ความเข้าใจของคุณต่อ ‘ไอริส วลาดีมีรอฟนา เรเบโซว่า’
เพิ่มขึ้น!]
ผมลืมตาขึ้นมองมุมมองของไอริส บางทีร่างกายของผมใน
สมาคมนักชิมคงก่าลังนอนอยู่ ดังนั้นผมต้องจบเกมนี้ลงด้วย
เวลาที่สั้นที่สุด
[กลุ่มดาวบางกลุ่มสังเกตเห็นการคงอยู่ของคุณ!]
ในขณะเดียวกันก็มีเสียงที่แท้จริงหลั่งไหลเข้ามาหาผม
[มีคนช่วยเธออยู่ เจ้าเป็นใครกัน?]
[โอ้ การจุติงั้นเหรอ?]
[ลาภลอยนี้…!]
ไอริสได้รับเรื่องราวสะสม และร่างกายของเธอก็เปล่งแสงสีทอง
ผมหัวเราะอย่างขมขื่นเมื่อมองดูตัวเอง
หนึ่งในวิธีส่าหรับหน้าใหม่ในสมาคมนักชิมคือการเติบโตไปทีละ
ขั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าผมลากมันออกไปแบบนั้น ผมอาจจะไม่
สามารถไปถึงตอนจบของเรื่องราวได้หลังจากผ่านไป 3,000
ตอน
[สาวน้อยแอนนานั่นวางแผนอะไรไว้? คนที่ข้าเพิ่งฆ่าไปคือ
ปรมาจารย์ดาบ]
หนึ่งในกลุ่มดาวที่ก่าลังเดินมาจากระยะไกลพูดออกมาใน
ขณะที่เขาโยนอวตารในมือ บางทีเขาอาจจะเป็นสมาชิกคณะ
เดินทางคนสุดท้ายที่เสียชีวิตไป
[เจ้าดูเหมือนจะเป็นหน้าใหม่ มันจะเป็นการดีที่สุดที่เจ้าจะ
ออกไปซะ มิฉะนั้นร่างกายของเจ้าจะเสียหายหนัก]
หัวหน้าของสมาชิกคณะเดินทางที่ตายไปแล้วกลิ้งมาหาผม มัน
เป็นหัวของอวตารที่หนีไปจนสุดทาง แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ผม
หยิบหัวนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวั งและกลุ่มดาวคนหนึ่งก็เยาะ
เย้ย
[เจ้าสงสารเขางั้นเหรอ? หุหุ… ชายคนนี้ไม่รู้จักศิลปะเอาซะ
เลย]
“ท่าไมชีวิตของพวกเขาถึงควรเป็นงานศิลปะของพวกนาย?”
ผมลูบหัวของเขา และความทรงจ่าของอวตารที่ตายก็ไหลเข้า
มา ในไม่ช้า ความทรงจ่าก็กลายเป็นเรื่องราวที่สิงสถิตอยู่ ณ
ปลายนิ้วของผม
[คุณได้รับชิ้นส่วนเรื่องราว ‘ความแค้นของปรมาจารย์ดาบที่
ถูกสังหารอย่างเลือดเย็น’]
กลุ่มดาวขมวดคิ้ว
[…เจ้าชอบเรื่องราวที่สกปรก]
“สกปรก? ฉันขอมอบมันให้กับนายละกัน”
ท่าไมคนๆ นี้ถึงกลายเป็นปรมาจารย์ดาบได้อย่างง่ายดาย? มัน
ง่ายมาก เขาได้รับมันมาจากกลุ่มดาว
“เรื่องราวน่าเบื่อ สถานการณ์ช้าเกินไป มันเป็นเพราะพลังที่
พวกนายทุกคนมอบให้พวกเขา”
สิ่งต่างๆ ที่ได้รับมารวมตัวกัน บางคนกลายเป็นปรมาจารย์ดาบ
บางคนกลายเป็นมหาจอมเวทย์ จากนั้นปรมาจารย์ดาบและ
มหาจอมเวทย์ก็กลายเป็นบาป พวกเขาต่างกลายมาเป็นเหยื่อ
ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
[เจ้าพยายามจะท่าอะไร? หยุดกิน!]
กลุ่มดาวอารมณ์ร้อนยกระดับพลังของวิญญาณชั่วร้ายขึ้น เดิม
ทีไอริสไม่อาจเอาชนะพวกเขาได้ คณะเดินทางไม่สามารถ
เอาชนะวิญญาณชั่วร้ายได้ อย่างไรก็ตาม—
วิญญาณชั่วร้ายกรีดร้องและถอยออกจากดาบที่ก่าลังลุกไหม้
[อ๊ากกกก!]
ในมือของผมคือดาบที่ผมซื้อมาพร้อมกับเสื้อคลุมราชาแห่งการ
ลอบสังหาร
+
[ข้อมูลไอเท็ม]
ชื่อ: ดาบแห่งโอเร็น – แบบจ่าลอง
ระดับ: SS+ (เฉพาะสถานการณ์เฉพาะเท่านั้น)
รายละเอียด: ดาบที่ถูกกระตุ้นโดยเรื่องราวรุ่นแรก เฉพาะ
อวตารสตรีเท่านั้นที่สามารถใช้มันได้ และมันก็สามารถสร้าง
พลังที่ต่อต้านวิญญาณชั่วร้ายได้เป็นเวลา 10 นาที่
+
มันเป็นดาบที่มีราคา 200,000 เหรียญ มันเป็นดาบที่ไม่มี
ประโยชน์อะไรนอกจากในสถานการณ์นี้ โดยปกติแล้วมันจะ
เป็นไอเท็มที่ผมไม่มีทางซื้อ
[…ดาบรุ่นแรก?]
[เฮ้ อย่ากลัวไปเลย! มันเป็นแค่แบบจ่าลอง!]
อันที่จริง ผมก็กังวลกับมันจริงๆ
[กลุ่มดาวหลายคนประหลาดใจกับการกระท่าของคุณ!]
ผมสงสัยว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงกับสถานการณ์นี้หรือไม่ ผม
ประเมินจากสิ่งที่ผมจะได้รับจากมัน
[สมาชิกของสมาคมนักชิมบางคนแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อ
คุณ!]
บางสิ่งก็ควรค่านวณและบางสิ่งก็ไม่ควร จากนั้นผมก็เลือก
“พวกนายรู้ว่าฉันจะมาที่ภูเขาไฟ” ผมตัดสินใจที่จะไม่ค่านวณ
สิ่งต่างๆ”แล้วพวกนายรู้ไหม? ฉันเองก็รู้ว่าพวกนายจะมา
รวมกันที่นี่”
ไม่ว่าบทลงโทษจะเป็นยังไงหรือว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นกลุ่มดาว
ผมก็ไม่อาจให้ความสนใจกับมัน
อย่างไรก็ตาม ผมก็ยิ้มเหมือนเคย “มาเริ่มการล่าที่แท้จริงกัน
เถอะ”
(จบตอน)
มันมีกลุ่มดาว 10 คนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ผมไม่รู้ว่าอีก 4 คนที่
เหลืออยู่ที่ไหน แต่บางทีพวกเขาอาจจะกระจายตัวกันไปที่ไหน
สักแห่งในสถานการณ์
[ถ้าเจ้าไม่ยอมจ านน…]
[ข้าจะกินเจ้าด้วย]
เสียงที่แท้จริงของกลุ่มดาวได้ไหลออกมาจากปากของวิญญาณ
ชั่วร้าย ผมไม่ลังเลและเพิ่มพลังเวทมนตร์ลงไปในดาบ
[สกิลเฉพาะตัว ‘พลังงานดาราบริสุทธิ์ LV.8’ ถูกเปิดใช้งาน]
มันเป็นพลังเวทของไอริสแทนที่จะเป็นของผม ถึงกระนั้น ไอริส
ก็ยังเป็นอวตารที่มาถึงจุดนี้ได้ และศักยภาพของเธอก็มากมาย
มหาศาล พลังงานสีขาวถูกเพิ่มเข้าไปในดาบโอเร็น และออร่า
รอบๆ ตัวมันก็เพิ่มมากขึ้น
ดาบเล่มนี้เป็นอาวุธที่สามารถโจมตีวิญญาณชั่วร้ายได้อย่าง
ทรงพลังนาน 10 นาที่ อย่างไรก็ตาม การมีอาวุธที่ทรงพลังก็
ไม่ได้แปลว่าผมจะมีชัยในสถานที่แห่งนี้
กลุ่มดาวเห็นดาบของผมและหัวเราะออกมา
[ฮ่าฮ่า ช้าๆ ไว้! กลุ่มดาวเล็กๆ โปรดสร้างความบันเทิงให้ผู้
เฒ่าเหล่านี้ซะก่อน!]
[ผู้เฒ่าอะไร? ข้าอายุยังไม่ถึง 500 ปีเลยนะ มันมีแต่คนที่แก่
กว่าพวกเรา]
มันเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมใช้ร่างของสาวน้อยงั้นเหรอ?
ดาบของผมท าได้เพียงแค่ลากเส้นอันเงอะงะผ่านอากาศ
กลุ่มดาวอาจจะไม่สามารถใช้พลังทั้งหมดได้ แต่กลุ่มดาวก็ยัง
เป็นกลุ่มดาว พวกเขาอยู่ในช่วงระดับตั้งแต่ระดับยิ่งใหญ่ไป
จนถึงระดับต่ า
กลุ่มดาวที่รวมตัวกันเพื่อกลายเป็นวิญญาณชั่วร้ายได้
ปลดปล่อยสถานะของพวกเขาออกมา การเคลื่อนไหวของไอ
ริสเริ่มแข็งที่อในขณะที่กลุ่มดาวทั้งสิบปลดปล่อยพลังออกมา
ร่างกายของเธออืดอาดเหมือนเธอติดอยู่ในใยแมงมุมล่องหน
ส่วนแมงมุมที่จับเธอไว้ก็ก าลังคืบคลานเข้ามา
ผมมองดูร่างกายของไอริสที่ก าลังสั่นโดยไม่ค านึงถึงความ
ประสงค์ของผม และผมก็กัดริมฝีปาก มันเป็นแบบนี้เสมอ แต่
คราวนี้จะแตกต่างออกไป
[อย่ามาดูถูกฉันนะ ฉันเองก็เป็นกลุ่มดาว]
จนถึงตอนนี้ ผมยังไม่เคยเปิดเผยสถานะของตัวเองออกมา
จริงๆ เลย ผมได้ต่อสู้ในวิถีทางของผมผ่านสถานการณ์โลก
ปีศาจด้วยสภาพแย่ๆ อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้ฟื้นฟูเรื่องราวของ
ผมอย่างต่อเนื่องในขณะที่ผมอยู่บนรถม้า ดังนั้นผมอาจจะไม่ได้
อยู่ในสภาพ 100% แต่ผมก็สามารถใช้ ‘สถานะ’ ที่แทบจะ
เกือบเท่านั้นได้
[‘สถานะ’ กลุ่มดาวถูกปลดปล่อยออกมา]
เรื่องราวบางส่วนของผมเริ่มตอบสนองต่อสถานการณ์
[เรื่องราวระดับประวัติศาสตร์ ‘คนนอกรีตแห่งสมาคมนักชิม’
ก่อกบฏต่อการกดขี่โดยรอบ!]
[เรื่องราวระดับต านาน ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ได้
ตอบสนองต่ออวตาร ‘ไอริส’]
พื้นดินโดยรอบแยกตัวออกจากกันด้วยเสียงที่ดัง และป่า
ใกล้เคียงก็สั่นสะเทือน กลุ่มดาวพากันประหลาดใจกับคลื่นของ
ประกายแสงในพื้นที่
ในสถานการณ์นี้ กลุ่มดาวที่ลงมาสามารถใช้พลังได้เพียง 10%
เท่านั้น ในทางกลับกัน ผมใช้ ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ แทน
‘การจุติ’ และสามารถปลดปล่อยสถานะดั้งเดิมของผมได้
[ผู้มาใหม่จะมีสถานะเช่นนี้ได้อย่างไร?]
[…นี่คือสถานะ ‘การจุติ’ จริงๆ หรือ?]
กลุ่มดาวไม่ทราบความจริงข้อนี้และแทบจะพากันหวาดกลัว
พวกเขาเข้าใจผิดว่าสถานะปัจจุบันเป็น 10% ของความ
แข็งแกร่งดั้งเดิมของผม มันเป็นเหตุผลที่ผมผลักดันตัวเอง
อย่างไร้เหตุผลเช่นนี้
[ตายหรือไสหัวไป เลือกเอา]
ผมต้องจัดการให้ได้ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว
[อ-ไอ้บ้าเอ้ย…!]
[…การถ่ายทอดสดดวงดาวช่างกว้างขวางจริงๆ คนแบบนี้โผล่
ขึ้นมาจากที่ไหนกันนะ?]
กลุ่มดาวบางส่วนหดตัวกลับไปจากแรงกดดันที่ผมแผ่ออกมาใน
ขณะที่บางส่วนก าลังลุกโชนขึ้นมาด้วยความกระตือรือร้น
[ฮ่าฮ่าฮ่า! จานที่ดีที่สุด เทศกาลสมาคมนักชิมวันนี้สุดยอดไป
เลย!]
กลุ่มดาวเปล่งเสียงอันน่าขนลุกออกมา และแขนของวิญญาณ
ชั่วร้ายก็เหยียดออกมาทางนี้ ผมรีบก้าวถอยไปและเหวี่ยงดาบ
ของผม แต่มันก็ไม่อาจตัดแขนที่ก าลังเข้ามาด้วย เสียงของไอ
ริสดังขึ้นในหัวของผม
‘ข-ขอโทษนะ! ฉันเป็นนักดาบที่แย่มาก…!’
บัดซบ นี่คือสาเหตุที่การเคลื่อนไหวของผมเป็นเช่นนี้ เลือด
กระเด็นออกมาขณะที่ไอริสได้รับบาดเจ็บ พวกเขาจะรู้อะไร
จากการเคลื่อนไหวของผมไหมนะ? โมเมนตัมของกลุ่มดาว
ก าลังเปลี่ยนแปลงไป
[…มันมีบางอย่างแปลกๆ นะ?]
กลุ่มดาวกระจายตัวออกไปและโจมตีออกมาเป็นพักๆ โดยการ
ใช้ร่างกายของวิญญาณชั่วร้าย ผมพยายามจะป้องกันด้วยการ
เหวี่ยงดาบ แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเนื่องจากระดับสกิลดาบของไอ
ริสต่ าเกินไป
ผลที่ได้ค่อนข้างแตกต่างจากตอนที่ผมอยู่ในร่างของยูจงฮยอค
เป็นอีกครั้งที่ผมตระหนักได้ว่ายูจงฮยอคยอดเยี่ยมแค่ไหน
[อันที่จริงเขาก็มีแค่สถานะที่สูง ก าจัดเขาซะ!]
[ไม่จ าเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับดาบ ฮ่าฮ่าฮ่า วันนี้พวกเราจะกิน!]
สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่ผมต้องการหลีกเลี่ยงก็คือการถูก
แฉ การโจมตีของวิญญาณชั่วร้ายบินมาจากทุกที่ มันมีเคียว
เล็กๆ ที่เล็มขาของผมไป บูมเมอแรงหันกลับมาและเล็งไปที่
หลังของผม หอกยาวทะลุผ่านช่องว่างและพุ่งเข้ามาข้างๆ ตัว
ผม ภายในเวลาไม่ถึงนาที่ ร่างกายของไอริสถูกปกคลุมไปด้วย
บาดแผลและรอยช้ า
ความแข็งแกร่งทางกายภาพของผมลดลงอย่างรวดเร็ว ผมรีบ
เปิดบุ๊คมาร์คและวิถีแห่งลม แต่มันก็รู้สึกอึดอัดในร่างกายของ
ไอริส ในที่สุดฝีเท้าของผมก็เริ่มผิดเพี้ยนไป และผมก็สับสน
กลุ่มดาวเล็งไปที่ช่องว่างเล็กๆ นั้นและยื่นแขนเข้ามาหาผม
“อั๊ค…”
ไอริสถูกคว้าคอและลอยอยู่ในอากาศ
[เจ้าโชคร้ายนะ ผู้มาใหม่]
กลุ่มดาวท าตัวเหมือนมันจบลงแล้วเมื่อพวกเขาเปิดปาก
ออกมา
[ได้เวลากินแล้ว]
เขี้ยวอันน่ากลัวงอกออกมา และน้ าย่อยก็ไหลออกมาจากปาก
ของพวกเขา เนื่องจากพวกเขาสามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ของ
วิญญาณชั่วร้ายได้ มันจึงเป็นรสนิยมที่เลวร้ายที่สุด
ผมพูดออกมาโดยไม่ลังเล “เปิดใช้งานบุ๊คมาร์คที่ห้า”
อันที่จริงแล้วผมไม่ต้องการใช้สกิลนี้ที่นี่ ผมไม่แน่ใจว่าร่างกาย
ของไอริสสามารถทนได้หรือไม่ และผมก็ไม่ต้องการใช้ความ
เป็นไปได้มากเกินไป อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว
[บุ๊คมาร์คที่ห้าถูกเปิดใช้งาน]
ในช่วงเวลาที่บุ๊คมาร์คถูกเปิดใช้งาน ข้อความที่ไม่คาดคิดก็
ปรากฏขึ้น
[สกิลนี้ไม่เหมาะส าหรับคนๆ นี้]
[สกิลเฉพาะตัว ‘การย่อขนาด’ ถูกยกเลิก]
[สกิลเฉพาะตัว ‘การปล่อยกระแสไฟฟ้า’ ถูกยกเลิก]
พลังของบุ๊คมาร์คหายไปพร้อมกับเสียงของประกายแสง
บางครั้งสกิลก็ไม่อาจเข้ากับได้กับคุณสมบัติของร่างกาย แต่
ท าไมต้องเกิดขึ้นตอนนี้? ผมไม่เคยคาดคิดถึงเรื่องนี้เลย
[การดิ้นรนครั้งสุดท้ายของเจ้าเหรอ? ใช่ ลองสิ]
เสียงหัวเราะเยาะและลิ้นยาวยื่นออกมาพร้อมกัน นอกจากนั้น
ยังมีแรงบีบที่ล าคอซึ่งเพิ่มมากขึ้น ค าอธิษฐานของผมถูกขวาง
กั้น และใบหน้าของผมก็เปลี่ยนเป็นสีน้ าเงิน ผมรู้สึกว่าสติของ
ไอริสก าลังพร่ามัว การเชื่อมต่อกับมุมมองนักอ่านพระเจ้าเริ่ม
อ่อนแอลง
[เอฟเฟกต์แอตทริบิวต์ช่วยเร่งความสามารถในการคิดของคุณ]
มันมีความคิดหลายสิบอย่างตัดเข้ามาในหัวของผมในช่วง
วิกฤตจนกระทั่งมีบางสิ่งสว่างวาบขึ้นมา
…ผมไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้ไหม ความเข้าใจของผมเกี่ยวกับตัว
ละครยังต่ า ถึงกระนั้น ผมก็ยังต้องลอง
“ฉันขอปลดปล่อยอัศวินแห่งการปฏิวัติ มาร์ค จาเวียร์ ออก
จากช่องที่หก”
ผมปลดปล่อย ‘สถานะ’ ของผมออกมาให้ได้มากที่สุดและ
หลบหนีออกมาจากการคว้าจับของกลุ่มดาวในทันที่ จากนั้น
ผมก็พูดต่อ “ฉันขอใส่เซียนดาบทลายนภา นัมกุงมินยัง ลงไป
ในช่องว่างนั้น”
[เปิดใช้งานบุ๊กมาร์กหมายเลขหก]
ตัวตนอันยิ่งใหญ่แทรกซึมอยู่ในตัวผม ผมรู้สึกถึงทุกสิ่งที่ผมได้
อ่าน รู้สึก และกลายเป็นหนึ่งเดียวกับสิ่งที่แอบอิงอยู่ในตัวผม
[ความเข้าใจของคุณต่อบุคคลนี้ไม่เพียงพอ!]
มันรู้สึกเหมือนครั้งแรกที่ผมโหลดเคียร์อีออส
[อ-อะไรกัน…?!]
[…พลังงานนี้มันอะไร?]
ดวงตาของกลุ่มดาวแห่งสมาคมนักชิมเต็มไปด้วยความ
ประหลาดใจ
[ระดับของตัวละครสูงเกินไปที่ส่งต่อระดับสกิลได้อย่างเต็มที่]
[ระดับของตัวละครสูงเกินไป ดังนั้นจึงเปิดใช้งานสกิลได้เพียง
บางส่วน]
[ระยะเวลาของบุ๊คมาร์คลดลงเนื่องจากมีความเข้าใจต่อตัว
ละครที่ต่ า]
เดิมทีวิถีดาบทลายนภาคือสกิลที่มีแค่ผู้หญิงที่สามารถใช้งานได้
เท่านั้น
ยูจงฮยอคเอาชนะมันด้วยความพยายาม แต่มันไม่มีเหตุผล
ส าหรับผม
[ร่างกายในปัจจุบันของคุณคล้ายคลึงกับลักษณะทางกายภาพ
ของตัวละครที่เป็นปัญหา]
แน่นอนว่ามันคงเป็นไปไม่ได้กับร่างกายดั้งเดิมของผม
[สกิลเฉพาะตัว ‘วิถีดาบทลายนภา’ LV.10 (+1) ถูกเปิดใช้
งาน]
สายฟ้าผ่าลงมาและสถิตอยู่ในดาบแห่งโอเร็น ผมปลดปล่อย
พลังเต็มพิกัดในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทุกๆ อย่างจะจบลง
ก่อนที่กลุ่มดาวจะสังเกตเห็นสถานการณ์
[สกิลเฉพาะตัว ‘ดาบสายฟ้าทลายนภา’ LV.10 (+1) ถูกเปิด
ใช้งาน]
สายฟ้าสีครามที่สามารถพลิกคว่ าพื้นพิภพได้ไหลลงมาจาก
ท้องฟ้าและโจมตีทุกสิ่งในพื้นที่ ค าพูดในหนทางเอาชีวิตรอด
โผล่ขึ้นมาในหัวของผม
「บู๊ลิ้มไม่นับเซียนดาบทลายนภาเป็นหนึ่งในสิบประมุข」
ร่างของวิญญาณชั่วร้ายกระจัดกระจายกลายเป็นเถ้าถ่านโดย
ไม่ทันได้กรีดร้อง
「ชาวบู๊ลิ้มคิดว่าเซียนดาบทลายนภาคือภัยพิบัติมากกว่า」
ถือก าเนิดขึ้นมาในฐานะมนุษย์ตัวเล็กและเผชิญหน้ากับกลุ่ม
ดาวหลังจากพยายามอย่างหนัก นี่คือจุดแข็งของเซียนดาบ
ทลายนภา ภัยพิบัติแห่งบู๊ลิ้ม
[สกิลเกินขีดความสามารถของร่างกายอวตาร]
ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติในขณะที่มีเลือดไหลออกมา ผลลัพธ์
นั้นชัดเจน มันเป็นพลังที่ไอริสกับผมไม่อาจใช้ได้เพราะพวกเรา
ไม่ใช่ผู้บรรลุ ท้องฟ้าเปล่งประกายราวกับเกิดไฟฟ้าขัดข้องขึ้น
สายฟ้าที่ก าลังเปล่งประกายหายไป และมันก็ไม่มีวิญญาณชั่ว
ร้ายสักตัวที่เหลืออยู่
[กลุ่มดาว ‘นักล่าแห่งหนองน้ า’ ถูกก าจัดออกจากสถานการณ์
แล้ว]
[กลุ่มดาว ‘นักชิมแห่งเกาะเงียบสงัด’ ถูกก าจัดออกจาก
สถานการณ์แล้ว]
[กลุ่มดาว ‘ลอร์ดแห่งความริษยาที่ถูกลืม’ ถูกก าจัดออกจาก
สถานการณ์แล้ว]
…
[กลุ่มดาวทั้งหมด 10 คนถูกก าจัดออกจากสถานการณ์แล้ว]
[คุณได้รับความส าเร็จที่ไม่น่าเชื่อ!]
[คุณบรรลุความส าเร็จที่เป็นไปไม่ได้ติดต่อกัน!]
ผมหายใจอย่างหนักหน่วงในขณะที่ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
[การถ่ายทอดสดดวงดาวให้ความสนใจกับความส าเร็จของ
คุณ]
[เรื่องราวใหม่ส าหรับคุณก าลังถูกเตรียม]
สถานะของกลุ่มดาวอาจจะถูกจ ากัดไว้มาก แต่พวกเขาก็ยัง
สังหารหมู่อวตารได้ ดังนั้นมันจึงไม่มีทางที่ผมจะไม่ได้รับ
เรื่องราว
มันมีเลือดไหลออกมาจากปาก หู และจมูกของผม เลือดไหล
ออกมาจากหลายๆ จุด และผมก็แทบจะชินกับมันแล้ว โชคดีที่
ความเป็นไปได้ได้รับอนุญาตจากสมาคมนักชิม ซึ่งท าให้ผมยัง
สามารถทนได้
ผมฉาบร่างกายพังๆ ของไอริสด้วยชิ้นส่วนเรื่องราว ผลกระทบ
จากเคล็ดวิชาของเซียนดาบทลายนภาได้ท าให้ไอริสหมดสติไป
แล้ว
[กลุ่มดาวของสมาคมนักชิมประหลาดใจกับเนื้อหาของ
สถานการณ์]
[กลุ่มดาวของสมาคมนักชิมบางส่วนได้กลายเป็นศัตรูกับคุณ]
ผมรู้ว่าคงถูกเกลียด อย่างไรก็ตาม มันก็มักจะมีบางสิ่งที่ได้รับ
มาจากการสูญเสียไปเสมอ
[กลุ่มดาวของสมาคมนักชิมบางส่วนสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราว
ของคุณ]
[กลุ่มดาวของสมาคมนักชิมบางส่วนรู้สึกดีต่อคุณ]
ผมพยุงร่างของไอริสและมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟ ไอริสจะมีชีวิต
รอดเมื่อสถานการณ์นี้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อที่จะท าให้สถานการณ์
เสร็จสมบูรณ์ ผมจะต้องโยนสร้อยข้อมือลงไปในภูเขาไฟ
เหลือระยะทางอีกไม่มาก 40 ก้าว, 30 ก้าว, 20 ก้าว…
ใบหน้าผมร้อนขึ้นเมื่อผมเข้าไปใกล้ลาวา แต่หน้าผาที่ผม
สามารถโยนสร้อยข้อมือลงไปได้นั้นก็มีใครบางคนก าลังรออยู่
ผมคิดไว้แล้วว่าพวกเขาต้องปรากฏตัวขึ้นในตอนนี้ มันยังมี
วิญญาณชั่วร้ายอีก 4 ตัวที่ผมยังไม่ได้จัดการ
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น เจ้าก าลังท าสิ่งที่น่าสนใจจริงๆ]
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นในหูของผมในขณะที่ผมจับดาบแห่งโอเร็น
ไว้แน่น ผมมองไปและเห็นเด็กสาวหน้าตาคุ้นๆ ก าลังยืนอยู่ตรง
นั้น เธอคือวิญญาณชั่วร้าย แต่รูปร่างหน้าตาของเธอกลับไม่ได้
เปลี่ยนไปเลย
ผมพูดออกมา “แอสโมเดียส”
แอสโมเดียสมีความสุขราวกับว่าเขารู้สึกยินดีที่ชื่อของตัวเอง
ถูกเรียกออกมา
[…อ่า เจอกันอีกแล้วนะ]
คนที่ท าร้ายยูจงฮยอคและเป็นตัวการส าคัญที่อยู่เบื้องหลัง
ความล้มเหลวในรอบที่สาม
ผมรู้สึกว่าสถานะของแอสโมเดียสก าลังคืบคลานเข้ามา นี่คือ
พลังเพียง 10% เท่านั้น ตามที่คาดไว้ หนึ่งในเจ็ดสิบสองราชา
ปีศาจอยู่ในมิติที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ผมก้าวถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวและมองไปยังรอบๆ อย่าง
ระมัดระวัง มันยังคงเป็นสถานการณ์ที่ยากล าบาก แม้ว่าผมจะ
จัดการชายคนนี้ได้ แต่มันก็ยังมีวิญญาณชั่วร้ายเหลืออยู่อีก 3
ตัว โอกาสในการชนะของผมจะหายไปถ้าพวกเขามา ดังนั้น
ก่อนหน้านั้น…
[ไม่ต้องระวังขนาดนั้นก็ได้ มันไม่มีกลุ่มดาวอื่นอยู่]
หัวเล็ก 3 หัวห้อยอยู่ในมือเล็กๆ ของแอสโมเดียสที่ก าลังยิ้มอยู่
เสื้อคลุมสีด าโบกไปมารอบๆ หัวที่ถูกตัดขาด พวกมันไม่ใช่หัว
ของอวตาร
ผมรู้สึกขนลุกขึ้นมาจากปลายเท้า ในช่วงเวลาสั้นๆ ผมก็เข้าใจ
ว่าท าไมแอสโมเดียสถึงถูกจ ากัดความว่าเป็นคนบ้าในหนทาง
เอาชีวิตรอด มันมีรอยยิ้มอันเยือกเย็นบนใบหน้าของแอสโมเดีย
สซึ่งเปื้อนไปด้วยเลือดของกลุ่มดาว
[ข้ากินพวกมันไปหมดแล้ว]
(จบตอน)
เขากินหมดแล้ว…
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของแอสโมเดียสไม่ได้มีความรู้สึกผิดอยู่เลยใน
ขณะที่เขาพูดออกมา
[สมาชิกหลายคนของสมาคมนักชิมก าลังประณามแอสโมเดีย
สอย่างรุนแรง]
[ชนกลุ่มน้อยในสมาคมนักชิมก าลังยินดีในความโหดเหี้ยมของ
แอสโมเดียส]
สมาชิกของสมาคมนักชิมได้เสื่อมโทรมลงไปหลายปีแล้ว และ
พวกเขาก็มีแนวโน้มและรสนิยมที่แตกต่างกันออกไป จากแวบ
แรก เรื่องราว ‘รุ่นแรก’ ดูเหมือนจะดีที่สุด แต่มันก็ยังมีกลุ่ม
ดาวบางคนอย่างผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากที่ชอบเรื่องราวแบบ
อื่นๆ ในขณะที่มีบางคนที่ชอบการพัฒนาอย่างไม่คาดคิดแบบ
ตอนนี้
[หุหุ ร่างของกลุ่มดาวมีคุณภาพต่างออกไป มันไม่จริงเลย
แต่…]
นี่คือเหตุผลที่ว่าท าไมราชาปีศาจแอสโมเดียสถึงได้รับการ
ยอมรับในสมาคม กลุ่มดาว ผู้บรรลุ หรือราชาปีศาจ สมาคม
นักชิมคือสถานที่รวมคนดื้อด้านมากกว่ากลุ่มไหน แต่พวกเขาก็
เคารพในความพึงพอใจของอาหารเลิศรส
ผมกลืนน้ าลายในขณะที่แอสโมเดียสก้าวไปบนแอ่งเลือดและ
เดินเข้ามาอย่างช้าๆ
[เอฟเฟกต์พิเศษของดาบแห่งโอเร็นก าลังจะสิ้นสุดลง]
ผมอาจจะใช้เคล็ดวิชาของเซียนดาบทลายนภาได้ แต่มันก็จะ
ใช้การได้เพราะดาบแห่งโอเร็น ถ้าไม่มีดาบ มันก็จะไม่มีทางที่
จะจัดการกับวิญญาณชั่วร้าย
หลังจากผ่านไปอีกหลายก้าว แอสโมเดียสก็เลียริมฝีปากใน
ขณะที่เขาจ้องมาที่ผม
ผมพูดออกมา […นายไม่ได้มาเพื่อกินฉัน]
[หืม เจ้าแน่ใจได้ยังไง?]
[นายจะไม่ได้เรื่องราวขนาดยักษ์ถ้านายฆ่าฉัน]
แอสโมเดียสเคยท าสัญญากับผมเกี่ยวกับการขึ้นเป็นราชา
ปีศาจ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจฆ่าผมได้
[ฉันสัญญาไว้ที่ 30% ท าไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?]
[มันก็ไม่แน่ว่าข้าจะได้รับ 30%]
[นายไม่มีความมั่นใจที่จะแข่งขันกับกลุ่มดาวอื่นงั้นเหรอ?]
การแสดงออกของแอสโมเดียสแข็งขึ้นกับค ายั่วยุของผม
[เจ้าก าลังยั่วข้างั้นเหรอ?]
แอสโมเดียสแผ่บรรยากาศที่คุกคาม แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวล
อะไร
[ถ้านายเป็นราชาปีศาจจริงๆ งั้นก็อย่าโวยวายสิ แข่งขันตาม
กติกาเพื่อรับส่วนแบ่ง]
ในตอนแรก มันชัดเจนว่าแอสโมเดียสปรากฏตัวขึ้นที่นี่เพื่อ
‘ช่วย’
เขาอาจจะเป็นแอสโมเดียส แต่การโจมตีสมาชิกของสมานักชิม
ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถึงกระนั้น เขาก็ยังท าแบบนั้นในขณะที่
แสร้งท าเป็นคนบ้า
สีหน้าของแอสโมเดียสซีดในขณะที่เขาตะโกนออกมา [ราชา
ปีศาจแห่งการหลุดพ้น… เจ้าดูเหมือนจะเข้าใจอะไรผิดไป
ตอนนี้ข้ากินเจ้าได้แล้ว—]
[อย่าพูดอะไรซ้ าๆ และไสหัวไปซะ]
ดวงตาของแอสโมเดียสเบิกกว้าง ผมพูดต่อโดยไม่หยุด
[ถ้านายอยากกินฉันจริงๆ งั้นก็ฆ่าฉันซะสิ]
ตัวผมในอดีตคงจะคิดว่าผมบ้าถ้าเขาได้เห็นสิ่งนี้ นี่คือแอสโม
เดียส ไม่ใช่ใครอื่น อย่างไรก็ตาม มันก็มีเหตุผลที่ผมท าแบบนี้
‘สถานะ’ ของแอสโมเดียสพุ่งเข้าใส่ผม ผมขนลุกจากพลังอัน
น่าเกรงขาม แต่ผมก็เชื่อใน ‘เรื่องราว’ ที่ผมได้อ่านมามากกว่า
ความรู้สึก
「ในเวลานั้น พวกเราไม่ควรปฏิบัติต่อแอสโมเดียสอย่างนั้น
」
ผมอ่านเวอร์ชั่นแก้ไขของหนทางเอาชีวิตรอด ผมได้พบกับ
ประโยคดังกล่าวในบันทึกรอบที่ 49 ของยูจงฮยอค
「แอสโมเดียสรักในสิ่งมีชีวิตที่ไม่ประนีประนอม」
「ยิ่งเขาได้เจอกับสิ่งมีชีวิตแบบนั้นมากเท่าไร เขาก็จะยิ่งมี
ความปรารถนาที่จะเอาชนะคนพวกนั้น」
ผมไม่รู้ว่ายูจงฮยอคเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร แต่ถ้าเขาพูดถูก การ
กระท าทั้งหมดของแอสโมเดียสก็เข้าใจได้
[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘แอสโมเดียส’ เพิ่มขึ้น]
ข้อความดังต่อ
[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘แอสโมเดียส’ เพิ่มขึ้น]
[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘แอสโมเดียส’ เพิ่มขึ้น]
ข้อความปรากฏขึ้นมาเมื่อผมเริ่มเข้าใจราชาปีศาจเป็นครั้งแรก
[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้าขั้นที่สองถูกเปิดใช้งาน]
「ข้าอยากกิน」
「ไม่」
「ข้าอยากกิน」
「ไม่」
「อ๊าาาา…」
ความคิดจ านวนมหาศาลวิ่งเข้ามาในหูของผม มันน่าตกใจที่
ความโลภมากมายขนาดนี้เกิดขึ้นภายในตัวคนๆ เดียว
[มันวิเศษจริงๆ…]
แอสโมเดียสเคลื่อนไหวราวกับสายลมในขณะที่เขาคว้าผมของ
ไอริสไว้และสูดลมหายใจเข้า
[อ๊าาา… ดี ใช่ วันนี้แค่นี้ก็พอแล้ว]
“…”
[ถึงกระนั้น โปรดจงจ าไว้ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ครั้ง
ต่อไปจะไม่เป็นเหมือนวันนี้อีก…]
ผมไม่ฟังค าพูดของแอสโมเดียสและวิ่งไปยังภูเขาไฟ ผมไม่อาจ
พลาดโอกาสนี้ไปได้ ลาวาปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม วิถีแห่ง
สายลมท าให้สร้อยข้อมือที่ปลายนิ้วของผมตกลงไปจากหน้าผา
สร้อยข้อมือหลอมละลายด้วยน้ าเสียงที่ชัดเจน
[สถานการณ์ย่อยสิ้นสุดลง]
[คุณได้รับ 150,000 เหรียญเป็นสิ่งตอบแทน]
[การรับรู้ของคุณใน ‘สมาคมนักชิม’ เพิ่มขึ้นอย่างมาก!]
[คุณได้รับเรื่องราวใหม่!]
ผมเทแก่นแท้แห่งป่าเอลเลี่ยนลงไปในปากอันเหนื่อยล้าของไอ
ริส สภาพร่างกายของเธอยุ่งเหยิง แต่การฟื้นตัวจะเร็วขึ้น
เนื่องจากไม่ได้มีการใช้ความเป็นไปได้แล้ว
[บทสนับสนุนมุมมองบุคคลที่หนึ่งถูกปลดปล่อย]
มันมีความรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมของผมถูกบดขยี้ และผมก็
กลับมาที่ห้องจัดเลี้ยงของสมาคมนักชิม ความรู้สึกของผม
กลับมา และสิ่งแรกที่ผมได้ยินคือเสียงของชายชรา
[หนุ่มน้อย ข้าสนุกกับมันมาก]
ผมตระหนักได้ว่าผมกลับมาแล้วเมื่อผมเห็นผู้ผลิตสินค้าจ านวน
มากหัวเราะออกมาเสียงดัง ผมมองไปที่เขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะ
ก้มหัวลงเล็กน้อย
“…ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณคุณ”
[หืม เจ้าก าลังพูดเรื่องอะไร?]
“มันคือสิ่งนี้”
มือของผมก าลังถือขยะราคา 200,000 เหรียญที่ไอริสใช้เมื่อครู่
ไว้ ดาบแห่งโอเร็น ส าหรับการอ้างอิง ด้ามดาบมีข้อความ
ต่อไปนี้จารึกไว้อยู่:
― ท าโดยผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากหัวเราะออกมา [มันเป็นเพียงแค่ธุรกิจ
ใครจะคิดว่ามาวันนี้ดาบจะขายได้?]
“มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกแนะน าในกระเป๋าโดเกบิ”
[หุหุ กลุ่มดาวจะไปรู้การท างานของโดเกบิได้ยังไง?]
ผมไม่รู้ว่าเขาคิดแบบนี้จริงๆ ไหม แต่ก็มีหนึ่งสิ่งที่แน่นอน ดาบ
เล่มนี้ได้ช่วยชีวิตของไอริสและผมไว้
[อย่างไรก็ตาม เรื่องต่างๆ ก็ยากขึ้นหน่อยแล้ว]
ผมมองไปรอบๆ บรรยากาศรอบตัวผมตึงเครียดขึ้น
[ใครคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น?]
กลุ่มดาวพุ่งเข้ามาทางนี้ในขณะที่พวกเขามองมาที่ผมด้วย
ความโกรธอันรุนแรง ในหมู่คนพวกนั้นคือกลุ่มดาวที่สูญเสีย
ร่างกายไปและกลับมาจากสถานการณ์
[กลุ่มดาว ‘นักล่าแห่งหนองน้ า’ เผยถึงความเป็นศัตรูต่อคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักชิมแห่งเกาะเงียบสงัด’ ก าลังจ้องมองคุณอยู่]
ยูฟรอซินียืนตะลึงอยู่บนเวทีในขณะที่แอนนานั้นหน้าซีด
ในตอนนี้กลุ่มดาวบางส่วนก าลังเฝ้ามองผมอยู่พร้อมกับสงสัย
ว่าผมจะท ายังไง สถานการณ์ย่อยจบลงแล้ว แต่ส าหรับพวก
เขาแล้ว สถานการณ์นี้เป็นส่วนเสริมของเกมเท่านั้น แน่นอนว่า
ผมก็ไม่ได้ทรยศต่อความคาดหวังของพวกเขา
[คุณได้รับ ‘ตั๋วขอพร’ ตามสัญญากับอวตาร ‘ไอริส’]
[คุณสามารถขอพรได้หนึ่งครั้งภายใต้อ านาจของสมาคมนักชิม]
มันต้องอยู่ภายในขอบเขตของสมาคมนักชิม
ความหมายของสิ่งนี้ชัดเจน ผมย่อมไม่อาจขอให้กลุ่มดาวถูก
สังหารได้
[นี่มันเกินกว่าความเป็นไปได้ที่พรจะท าได้]
ผมไม่อาจขอให้กลุ่มดาวทั้งหมดมาอยู่ฝ่ายผมหรือเป็นเจ้านาย
ของพวกเขา มันเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจเป็นไปได้
[นี่มันเกินกว่าความเป็นไปได้ที่พรจะท าได้]
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ‘พร’ นี้คือการ์ดทางการทูตประเภทหนึ่ง ผม
ต้องระบุพื้นที่ที่เป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ และหาพรที่ดีที่สุด
ส าหรับผม
[สมาชิกของสมาคมนักชิมบางคนแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อ
คุณ!]
[กลุ่มดาวหลายคนก าลังรอทางเลือกของคุณ]
แม้แต่กลุ่มดาวในช่องของผมก็ตึงเครียด
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังรอคอยการเลือกของ
คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ บิดนิ้วของเธอใน
ภวังค์]
ต่อหน้าสายตาทุกๆ คู่ ผมค่อยๆ พูดออกมา
[ฉันขอให้สมาคมนักชิมแสดงความสุภาพต่อฉัน]
***
ครู่หนึ่ง ความเงียบงันได้ปกคลุมห้องทั้งห้องไว้ ผมไม่ได้ตื่น
ตระหนกและมองไปรอบๆ ในความเงียบ
[ความเป็นไปได้ของสมาคมนักชิมถูกเปิดใช้งาน]
[พรของคุณบรรลุผลแล้ว]
ประกายแสงเต็มไปทั่วห้อง ไม่สิ เมื่อมองใกล้ๆ พวกมันคือ
สายฟ้า ไม่ใช่ประกายแสง จากนั้นก็มีเสียงดังก้องออกมา
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เป็นชายที่สนุกจริงๆ!]
ธอร์ที่ก าลังถือแก้วเบียร์หัวเราะออกมา
[เรื่องราวที่น่าเบื่อกลายเป็นเรื่องราวที่คุ้มค่าที่ได้ดู ท าไมพวก
เจ้าถึงบ่นและข่มเหงกลุ่มดาวเล็กๆ แบบนี้?]
กลุ่มดาวบางกลุ่มกบฏอย่างรุนแรงต่อค าพูดของเขา
[แต่กฎ…!]
[สถานการณ์เป็นเพียงแค่สถานการณ์ นอกจากนี้ สถานการณ์
นั่นก็จบลงไปแล้ว นั่นคือทั้งหมดที่ค้อนของข้าและข้ารู้]
ค้อนของธอร์เปล่งเสียงออกมาราวกับว่ามันไม่ยอมรับค าโต้แย้ง
ใดๆ ธอร์แห่งเนบิวลาแอสการ์ดคือหนึ่งในเรื่องราวที่ทรงพลัง
ที่สุด ณ สถานที่แห่งนี้ ไม่มีใครที่อยู่ที่นี่อยากจะต่อกรกับค้อน
ของเขา
[มันไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไรที่จะเห็นด้วยกับค าพูดของสายฟ้า
หยาบคายผู้นี้ แต่ในคราวนี้ ข้าก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน]
คนที่พูดออกมาคือเทพีดารารุ่งอรุณ ผงดวงดาวหล่นลงมาจาก
ผมที่มัดอย่างประณีตของเธอในขณะที่เธอเคลื่อนไหว
[สถานการณ์ควรจบในสถานการณ์ ถ้าเจ้าต้องการที่จะสู้ งั้นก็
ไปสู้ในสถานการณ์ ข้าไม่ต้องการที่จะเห็นสมาคมนักชิมอุจาด
ตาแบบนี้]
กลุ่มดาวระดับสูงสองคนได้ออกหน้าออกมา ดังนั้นกลุ่มดาว
อื่นๆ จึงอดลังเลไม่ได้
ยิ่งกว่านั้น ‘ตั๋วขอพร’ ยังถูกใช้งานไปแล้ว
กลุ่มดาวบางส่วนยังคงมองมาที่ผม แต่พวกเขาก็ไม่แสดง
สัญญาณของการเข้ามาท าร้ายผม บรรยากาศสงบลง และ
ดวงตาของเทพีดารารุ่งอรุณก็เบนมาที่ผม
[ถึงกระนั้น ข้าก็มีอะไรจะถามสักหน่อย]
มันเป็นค าถามที่ไม่คาดคิด และผมก็มองเธออย่างระมัดระวัง
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ท าไมเจ้าถึงแสดงสถานการณ์
เช่นนั้นให้พวกเราได้เห็น?]
ดวงตาของเทพีดารารุ่งอรุณดูราวกับบรรจุกาแล็คซี่ทั้งอันไว้
ในตอนนี้พวกมันก าลังท าเหมือนว่าเธอได้พบดวงดาวดวงใหม่
[ในสายตาของข้า เจ้าดูเหมือนมีบางสิ่งที่จะพูด อย่างไรก็ตาม
สายตาของข้าก็มืดบอด และข้าก็ไม่อาจเข้าใจสถานการณ์ที่เจ้า
แสดงให้ข้าได้เห็นได้ หากเจ้าไม่รังเกียจ ข้าต้องการได้ยินจาก
ปากของเจ้า]
เธอไม่ได้บอกว่าสถานการณ์ที่ผมแสดงออกมานั้นดูหยาบ และ
อาจเป็นเพราะความนอบน้อมของเธอ ผมเห็นเพอร์เซโฟนีที่
ก าลังยิ้มให้ผมจากข้างๆ เทพีดารารุ่งอรุณ
…ข้าบอกให้เจ้าท าสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง และนี่คือวิธีเดียวที่ข้า
จะช่วยเจ้าได้
กลุ่มดาวทั้งหมดของสมาคมนักชิมมองมาที่ผม มันเป็น
สถานการณ์ที่ผมต้องการตั้งแต่ที่ผมมาที่นี่ ผมควรพูดอะไร
เพื่อให้ได้รับความชื่นชอบจากพวกเขานะ? มันคงจะโง่ที่จะคิด
ว่าพวกเขาจะช่วยผมเพียงเพราะผมพูดเรื่องการคัดเลือกราชา
ปีศาจขึ้นมา
「ในเวลานั้น คิมทกจาก็คิดเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับสิ่งที่เขา
ต้องการจะพูดออกไปจริงๆ」
มันอยู่ไกลเกินไปและยังไม่อาจมองเห็นได้ อย่างไรก็ตาม อย่าง
น้อยก็ส าหรับคนๆ หนึ่งที่เดินบนเส้นทางนี้ มันชัดเจน เขา
ล้มเหลวมานับพันครั้งในขณะที่รู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง
มันมีคนที่พยายามจะเดินบนเส้นทางนี้ก่อนผม ผมจ าได้ว่าชาย
คนนั้นเดินไปบนเส้นทางที่ไม่มีใครเดินและหัวเราะ จากนั้นผมก็
นึกถึงค าพูดบางค าขึ้นมา
[ฉัน…]
ไม่สิ บางทีนี่อาจเป็นสิ่งเดียวที่ผมต้องพูดออกไป
(จบตอน)
[ฉันจะสร้าง ‘เรื่องราวใหม่’ ที่ไม่เคยมีมาก่อน]
กลุ่มดาวปิดปากกับค าพูดของผม ไม่เพียงเพราะพวกเขาตกใจ
แต่เพราะพวกเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด
คนแรกที่พูดออกมาคือกลุ่มดาวที่ก าลังดื่มอยู่ข้างๆ ธอร์
[เรื่องราวใหม่ เจ้าหมายความว่ายังไง]
ตามหนทางเอาชีวิตรอด ราชาโดเกบิได้ทิ้งค าพูดเหล่านี้เอาไว้
เมื่อนานมาแล้ว:
「มันไม่มีเรื่องราวใหม่ในการถ่ายทอดสดดวงดาวเลย
เรื่องราวทั้งหมดต่างก็มีพื้นฐานมาจากเรื่องราวเก่าๆ」
ค าพูดเก่าๆ นี้คือการถ่อมตัวของโดเกบิ และเป็นวลีที่ต้องก้าว
ข้ามไปให้ได้
ผมลังเลที่จะตอบ และกลุ่มดาวอารมณ์ร้อนก็พูดออกมาก่อน
[มันมีปรมาจารย์ดาบในเรื่องราวไหม?]
ปรมจารย์ดาบ… ผมพยักหน้าให้กับค าถามที่ไม่คาดคิด
[มี]
กลุ่มดาวบางคนถอนหายใจกับค าตอบของผมในขณะที่คนอื่นๆ
มีดวงตาที่เปล่งประกายขึ้นมา จากนั้นกลุ่มดาวอื่นก็ถาม [มหา
จอมเวทย์ล่ะ?]
[อาจจะมี]
[ผู้กลับชาติมาเกิด?]
[มี]
[นักล่าระดับ SSS ล่ะ? ข้าชอบสหายที่ได้รางวัลส าหรับความ
พยายามอย่างสมเหตุสมผล]
[มันเป็นไปได้ ฉันก็ไม่ได้ไม่ชอบคนที่พยายามอย่างหนัก]
[ผู้หวนคืนจะต้องออกมาใช่ไหม?]
ค าถามต่างๆ ยังคงด าเนินต่อไประยะหนึ่ง ราวกับว่ามันเป็น
เรื่องสนุก ในกระบวนการนี้มีทั้งผู้ที่ยิ้มและส่ายหัว ไม่ว่าพวก
เขาจะแสดงออกอย่างไร พวกเขาต่างก็ก าลังจินตนาการถึง
เรื่องราว
มันเป็นเรื่องราวที่ยังไม่ได้สร้างขึ้นมา อย่างไรก็ตาม มันก็เป็น
เรื่องราวที่อาจจะมีอยู่ เป็นเพราะมันนานมากแล้วเหรอ
นับตั้งแต่ที่สมาคมนักชิมได้กระโดดเข้ามาใน ‘จินตนาการ’
เช่นนี้? ครู่ต่อมา มันก็มีบรรยากาศอันอ่อนโยนในห้องซึ่งไม่
เหมาะกับสมาคมนักชิม
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศก็ไม่ได้อยู่อย่างนี้
[ข้าไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเรื่องราวพวกนี้ก็มีอยู่มากมายแล้วเหรอ?]
ผู้ที่เทน้ าเย็นลงบนมันคือเทพีดารารุ่งอรุณ
[ปรมาจารย์ดาบ มหาจอมเวทย์ ผู้กลับชาติมาเกิด ผู้หวนคืน…
มันมีอะไรใหม่กัน? ข้าไม่รู้ว่าของแบบนี้จะถือว่าเป็นของใหม่ได้
ยังไง?]
ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับ [มันไม่ใช่แค่วัสดุใหม่ๆ ที่
จะสร้างเรื่องราวใหม่ขึ้นมาได้ ไม่ใช่ว่าเรื่องราวรุ่นแรกที่สมาคม
นักชิมชอบก็ท าด้วยวัสดุธรรมดาๆ ด้วยเหรอ?]
[เจ้าก าลังเปรียบเทียบศิลปะรุ่นแรกกับเรื่องราวของเจ้างั้น
เหรอ?]
[ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบมัน ในตอนแรก ฉันไม่ได้พยายาม
จะสร้างงานศิลปะ]
กลุ่มดาวบางคนดูผิดหวังกับค าพูดของผม เทพีดารารุ่งอรุณ
หัวเราะราวกับว่ามันไร้สาระ
[เจ้าก าลังพูดพล่อยๆ ออกมา ได้ ดี งั้นเรื่องราวใหม่ของเจ้าคือ
อะไร?]
บรรยากาศของกลุ่มดาวก าลังเปลี่ยนไปอีกครั้ง อย่างที่คาดไว้
ผมไม่อาจท าอะไรลวกๆ ได้เลย ผมเผชิญหน้ากับพวกเขาและ
ประกาศด้วยน้ าเสียงที่แท้จริงของผม
[ในเรื่องราวที่ฉันสร้างขึ้นจะมีจุดจบของทุกสถานการณ์]
จุดสิ้นสุดของสถานการณ์ทั้งหมด บรรยากาศหยุดนิ่งในทันที่
[จ-เจ้ากล้าดียังไง…]
บางคนพึมพ าในขณะที่กลุ่มดาวอื่นๆ หน้าซีด มันมีฟันเฟืองที่
ไม่ได้เกิดขึ้นแม้ในตอนที่ผมพูดถึงรุ่นแรก มันอาจเป็นเพราะผม
ฝ่าฝืนข้อห้ามของพวกเขา
ผมรู้สึกว่าสายตาทุกๆ คู่ก าลังมองมาที่ผมและหลับตาลง สิ่งนี้
จะไม่เปลี่ยนสถานการณ์ไปมาก อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของผม
ก็จะยังคงอยู่ลึกลงไปในใจของกลุ่มดาว ตอนนี้มันก็เพียงพอ
แล้ว
[…ไอ้เจ้าบ้า]
อย่างไรก็ตาม มันก็ดูเหมือนว่าความประทับใจที่ผมมอบให้กับ
พวกเขาจะลึกเกินไป เสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นศัตรูดัง
ออกมาอย่างต่อเนื่อง
[ข้ารู้ว่ามีคนบ้าอยู่ทุกประเภทในสมาคมนักชิม แต่คราวนี้มันก็
มากไปหน่อย เจ้าคิดถูกแล้วเหรอที่พูดอะไรแบบนั้นออกมา?]
มันเป็นตุ๊กตาสีเขียวที่มีหัวเป็นมังกร มันคือนักล่าแห่งหนองน้ า
กลุ่มดาวที่มีส่วนร่วมในสถานการณ์ก่อนหน้านี้ รอยยิ้มของเขา
เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยในขณะที่เขาพูดต่อ
[งั้นเจ้าต้องการให้พวกเราช่วยอะไร? มารวมตัวกันเพื่อตอนจบ
ของสถานการณ์ นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการจะพูดงั้นเหรอ?]
[ใช่แล้ว ฉันมาที่นี่เพื่อหากลุ่มดาวที่จะไปยังตอนจบของ
สถานการณ์กับฉัน]
การประกาศอย่างสงบของผมท าให้สีหน้าของกลุ่มดาว
เปลี่ยนไป บางคนก็เข้าร่วมเนบิวลาแล้ว ดังนั้นค าพูดของผมจึง
ฟังดูเหมือนกับการยั่วยุ
[เนบิวลา? เนบิวลาชื่ออะไร?]
[ยังไม่มีชื่อ ฉันยังไม่ได้สร้างขึ้นอย่างเป็นทางการ]
[หืม… แล้วมีสมาชิกผู้ก่อตั้งกี่คน?]
[สอง]
ความรังเกียจของกลุ่มดาวเพิ่มขึ้น ผมรู้สึกหัวเสียเล็กน้อย แต่
ผมก็ทนได้
ไม่ว่ายังไงก็ตาม นี่ก็ถือว่าเป็น ‘มารยาท’ ในสมาคมนักชิม ผม
ไม่คิดว่าจะมีใครยอมรับมันง่ายๆ อยู่แล้ว
เทพีดารารุ่งอรุณถาม [คนหนึ่งคือเจ้าแล้วอีกคนล่ะ? มันเป็น
กลุ่มดาวเหรอ?]
[มันไม่ใช่กลุ่มดาว…]
ผมลังเลที่จะเปิดเผยยูจงฮยอค นักล่าแห่งหนองน้ าสงสัย [หรือ
ว่าจะเป็นชายคนนั้น]
มันมีภาพต่างๆ ก าลังเล่นอยู่บนหน้าจอ มันก าลังฉายรอบชิง
ชนะเลิศของการประลองวรยุทธ์
– ในที่สุดมันก็เป็นการเผชิญหน้าที่ทุกคนรอคอย!
กล้องโฟกัสไปที่ชายคนหนึ่ง ในขณะที่ผู้ด าเนินรายการพูด
– ศิษย์แห่งเซียนดาบทลายนภา ราชาสูงสุด ยูจงฮยอค!
ตามที่คาดไว้ ยูจงฮยอคมาถึงรอบชิงชนะเลิศอย่างปลอดภัย
แล้ว งั้นฝ่ายตรงข้ามล่ะ…?
– หนึ่งในสิบประมุขแห่งบู๊ลิ้ม เทพธิดาบุปผาเหมันต์ จูเก้อเหลี
ยงเหลียง!
สปอตไลท์ที่สวยงามส่องประกายลงบนร่างของจูเก้อเหลียงเหลี
ยงที่แต่งกายอยู่ในเสื้อยืดและกางเกงยีนส์
เทพธิดาบุปผาเหมันต์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่รับมือได้ง่ายๆ เธอเป็นหนึ่ง
ในผู้บรรลุที่เป็นตัวแทนแห่งบู๊ลิ้ม เดิมทียูจงฮยอคคงไม่อาจ
รับมือเธอได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเขาก้าวหน้าไปมากเพียงใดในวิถี
ดาบทลายนภาในเวลาที่ผ่านมา…
[แค่ก…]
จิตใจของผมเริ่มตื่นตัวขึ้นมาเมื่อมีคนส่งเสียงออกมา ผมมองไป
รอบๆ จากนั้นก็เริ่มโกรธ
…บัดซบ มีคนอัพโหลดวิดีโอนี้ ผมจ้องมองไปยังแอนนาที่ก าลัง
ยืนอยู่ตรงมุมเวที่ อย่างไรก็ตาม จากการแสดงออกของเธอ ดู
เหมือนว่าจะไม่ใช่เธอ ถ้าเป็นเช่นนั้น วิดีโอ…
[หุหุ… เทศกาลของมนุษย์]
นักล่าแห่งหนองน้ าหัวเราะ
[เห้อ นี่มันเสียเวลาจริงๆ ตัวตนที่เพิ่งมาถึงระดับเรื่องเล่า และ
มนุษย์ธรรมดาก าลังพูดถึง ‘ตอบจบของเรื่องราว’ งั้นเหรอ?]
กลุ่มดาวหลายคนหัวเราะเหมือนพวกเขาก าลังรออยู่ มันเป็น
เสียงหัวเราะที่ปฏิเสธทุกค าที่ผมพูดไป ผมคิดไว้แล้วว่ามันต้อง
เป็นแบบนี้ มันอาจจะผิดไปตั้งแต่แรกที่จะคาดหวังอะไรจาก
กลุ่มดาว
[ฮ่าฮ่าฮ่า ค าขยายของกลุ่มดาวนี้คืออะไรนะ? ราชาปีศาจแห่ง
การขี้โม้เหรอ?]
[ราชินีแห่งยมโลก! เจ้าพาสหายที่สุดยอดมาจริงๆ เชียว!]
บนหน้าจอ ยูจงฮยอคก าลังเผชิญหน้ากับเทพธิดาบุปผาเหมันต์
นักล่าแห่งหนองน้ าหัวเราะเบาๆ เหมือนกับว่าเขาคิดว่ามัน
น่ารัก
[สถานการณ์นี้ดูจะยากส าหรับเขา นับประสาอะไรกับตอนจบ
ของสถานการณ์]
ผมก าหมัดอย่างเงียบๆ ผมรู้เส้นทางที่ยูจงฮยอคจะเดินและ
ความส าเร็จที่เขาจะท าในอนาคต ผมรู้ดีว่าชายที่พยายามอย่าง
หนักคนนี้จะฆ่าสมาชิกทุกคนของสมาคมนักชิมบัดซบนี่ในสัก
วัน
แต่ในสายตาของกลุ่มดาวที่อยู่ที่นี่ ยูจงยอคในปัจจุบันเป็นแค่
มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น
[สิ่งนี้มันคงจะดี ข้ารู้สึกเบื่อเพราะสถานการณ์มันจบไปแล้ว
เจ้าต้องการเดิมพันไหม? ใครจะเป็นผู้ชนะระหว่างแมลงทั้งสอง
ตัวนี้?]
[โอ้ ดี ดี!]
กลุ่มดาวจ านวนหนึ่งเห็นด้วยกับข้อเสนอของนักล่าแห่งหนอง
น้ า จากนั้นข้อความของระบบก็ปรากฏขึ้น
[สถานการณ์ย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]
[สถานการณ์ย่อย – การเดิมพันสมาคมนักชิมเริ่มขึ้นแล้ว]
มันมีหน้าต่างตัวเลือกมากมายปรากฏขึ้นตรงหน้ากลุ่มดาว
[ข้าจะเดิมพัน 50,000 เหรียญให้ผู้หญิงคนนั้น]
ในขณะที่นักล่าแห่งหนองน้ าตะโกนออกมา กลุ่มดาวอื่นๆ ก็
หัวเราะและเดิมพันด้วย จากนั้นนักล่าแห่งหนองน้ าก็เหลือบ
มองมาที่ผม
[ผู้มาใหม่ เจ้าเองก็น่าจะเดิมพันด้วย]
[ฉันเดิมพันไปแล้ว]
[เจ้าเดิมพันใคร?]
[100,000 เหรียญให้ยูจงฮยอค]
ความจริงที่ว่าผมเดิมพันมากกว่าเขาสองเท่าท าให้ดวงตาของ
นักล่าแห่งหนองน้ าเบิกกว้างขึ้น
[สหายอวดดี เจ้าจะต้องเสียใจ]
ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ว่าการเดิมพันนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ใน
ระยะไกล แอนนาก าลังมองมาที่ผมด้วยสายตาที่สงบนิ่ง การ
ต่อสู้ของยูจงฮยอคก าลังเข้าสู่ช่วงกลางบนหน้าจอ
[โฮ่ เขาก็ใช้ได้หนิ? ข้าควรให้เขามาเป็นอวตารของข้าดีไหม?]
ในตอนแรกยูจงฮยอคตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่เขาก็ค่อยๆ ตี
โต้กลับขึ้นมาได้ กลุ่มดาวบางคนชื่นชมไปกับการไหลของ
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด จากนั้นพวกเขาก็หุบปากลงในทันทีที่นัก
ล่าแห่งหนองน้ าจ้องไปที่พวกเขา
เป็นไปตามคาดจากยูจงฮยอค การพบกับเซียนดาบทลายนภา
อาจจะเร็วกว่าที่วางแผนไว้ และวิถีดาบทลายนภาของเขาก็
มาถึงระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิม
ภายในสังเวียน พลังงานทลายนภาระเบิดออกมา และเทพธิดา
บุปผาเหมันต์ก็กระอักเลือดออกมาในขณะที่เธอกลิ้งผ่านฝุ่น
สถานการณ์เอียงไปข้างหนึ่งอย่างสมบูรณ์ เรื่องราวไหลไปยัง
สถานที่ที่ไม่คาดคิด และการแสดงออกของนักล่าแห่งหนองน้ า
ก็เปลี่ยนไป
[…หืม อย่างนี้มันคงไม่สนุก]
เมื่อผมบังเกิดลางสังหรณ์ขึ้นมา ประกายแสงก็ปรากฏขึ้นรอบๆ
สมาชิกของสมาคมนักชิมหลายคน รวมทั้งนักล่าแห่งหนองน้ า
ด้วย ผมตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าพวกเขาก าลังท าอะไรอยู่
ประกายแสงของพวกเขาแพร่ไปยังหน้าจอที่แสดงภาพงาน
ประลอง พูดให้ชัดๆ มันแพร่ไปยังเทพธิดาบุปผาเหมันต์
– อ๊ากกกก!
เทพธิดาบุปผาเหมันต์กรีดร้องออกมาและตามด้วยค าพูดของ
พิธีกร
– น-นี่มันอะไรกัน?
ยูจงฮยอครู้สึกประหลาดใจเช่นกัน การแสดงออกของยูจงฮ
ยอคแข็งที่อในขณะที่เทพธิดาบุปผาเหมันต์กลายร่างเป็นสัตว์
ประหลาด ผมจ้องไปยังนักล่าแห่งหนองน้ าและพูดด้วยน้ าเสียง
อันเย็นชา [ไม่ใช่ว่านายบอกว่านี่คือการเดิมพันงั้นเหรอ?]
นักล่าแห่งหนองน้ าหัวเราะ
[ข้าไม่ได้บอกหนิว่ามันจะไม่มีการแทรกแซง]
ด้วยความเป็นไปได้จากกลุ่มดาวจ านวนมาก ร่างกายของ
เทพธิดาบุปผาเหมันต์ก็ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเขียว
ทั้งยูจงฮยอคและผมรู้ว่านี่มันหมายความว่ายังไง มันคือการจุติ
ของกลุ่มดาว มันเป็นเหมือนกับในดินแดนแห่งสันติและ
ปราสาททมิฬ ในเวลานั้น ยูจงฮยอคและผมได้ต่อสู้ด้วยกัน แต่
ตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไป
[สกิลเฉพาะตัว มุมมองนักอ่านพระเจ้าถูกเปิดใช้งาน]
[คุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับเป้าหมายปัจจุบันได้]
…ไอ้บ้านั่น ในเวลาแบบนี้เขาท าอะไรอยู่? มันเป็นไปไม่ได้ที่จะ
ใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้าเพราะยูจงฮยอคไม่ได้ก าลังคิดถึงผม
อยู่เลย
บนหน้าจอ เทพธิดาบุปผาเหมันต์ในร่างครึ่งมังกรเขียวได้
ค ารามออกมา
นักล่าแห่งหนองน้ า สิ่งมีชีวิตโบราณที่ถือก าเนิดขึ้นบนดาว
เคราห์ ‘เซเลเกด้อน’ คือกลุ่มดาวที่เพิ่งมาถึงระดับเรื่องเล่า
แบบผม อย่างไรก็ตาม จ านวนเรื่องราวที่เขาสะสมมานั้นก็
เหนือกว่าผมมาก ดังนั้นความสามารถของพวกเขาจึงอยู่ใน
ระดับที่แตกต่างกัน
ด้วยลมหายใจเพียงครั้งเดียว สนามประลองวรยุทธ์ได้ถูก
ท าลายไปกว่าครึ่ง บางทีเขาอาจจะลงนามในสัญญา
ผู้สนับสนุนกับเทพธิดาบุปผาเหมันต์ในระยะเวลาสั้นๆ อัตรา
การเชื่อมต่อที่ต่ าหมายความว่าเขาจะแสดงความแข็งแกร่ง
ออกไปได้ไม่มากนัก ถึงกระนั้น มันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรใน
การจบการประลองเนื่องจากมันถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วย
ความเป็นไปได้ในระดับนี้
มันคงยากที่จะจัดการกับกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าที่สะสม
เรื่องราวเหล่านั้นมา แม้ว่ามันจะเป็นยูจงฮยอค
[เจ้าดูไม่สบายใจนะ เจ้าไม่เชื่อในตัวสหายของเจ้างั้นเหรอ?]
ผมมองไปรอบๆ และเห็นเพอร์เซโฟนีก าลังยิ้มตามปกติ
ผมไม่เชื่อในตัวเขา? มันเป็นเรื่องธรรมดา ผมไม่อาจเชื่อในตัว
ไอ้หมอนั่นที่ตายอยู่บ่อยๆ ได้…
[ฉันเชื่อในตัวเขา]
ถึงอย่างนั้น ผมก็ตอบแบบนี้ออกไป ดวงตาของเพอร์เซโฟนี
เปล่งประกายกับค าตอบของผม
[ตอนแรก ฉันมาที่นี่ก็เพราะฉันเชื่อในตัวเขา]
ผมจ้องไปที่ยูจงฮยอคบนหน้าจอ มันไม่ส าคัญว่าเขาจะพ่ายแพ้
แหลกสลาย หรือรู้สึกสิ้นหวังไปกี่ครั้ง เขาเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้
จนถึงที่สุด หากผมไม่เชื่อในตัวเขา ผมจะไปเชื่อในตัวใครได้?
แม้ว่ารอบนี้จะล้มเหลวก็ตาม…
ชายคนนั้นคือคนที่จะได้เห็นตอนจบของโลกใบนี้ในที่สุด
ผมหลับตาลงอย่างช้าๆ ก่อนที่จะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
[ฉันจะเพิ่มเงินเดิมพันของฉัน ฉันขอเดิมพัน 1,000,000
เหรียญ]
(จบตอน)
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ วางเดิมพัน
1,000,000 เหรียญให้กับอวตาร ‘ยูจงฮยอค’]
ข้อความของระบบดังก้องออกมา และความสนใจของกลุ่มดาว
ก็โฟกัสมาที่ผม ผมเดิมพันเงินของผมในการต่อสู้ที่เห็นได้ชัดว่า
เสียเปรียบ การกระท าของผมเรียกความสนใจกลุ่มดาว
บางส่วน
[กลุ่มนักษัตร ‘สายฟ้าแห่งวันพฤหัส’ ก าลังแสดงความโปรด
ปรานต่อคุณ]
[กลุ่มดาว ‘เทพีดารารุ่งอรุณ’ ก าลังแสดงความโปรดปรานแก่
คุณ]
อย่างไรก็ตาม มันก็มีเพียงไม่กี่คนที่แสดงการตอบสนองแบบนี้
กลุ่มดาวส่วนใหญ่ถูกกวาดออกไปด้วยความร้อนแรงของการ
เดิมพัน
[ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้ามันบ้า! ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าจะเดิมพัน 500,000
เหรียญ!]
นักล่าแห่งหนองน้ าที่เดิมพันกับเทพธิดาบุปผาเหมันต์ตั้งแต่แรก
พูดออกมา จากนั้นกลุ่มดาวที่เฝ้าดูก็เริ่มเข้าร่วมทีละคน
[กลุ่มดาว ‘นักชิมแห่งเกาะเงียบสงัด’ วางเดิมพัน 20,000
เหรียญให้กับกลุ่มดาว ‘จูเก้อเหลียงเหลียง’]
[กลุ่มดาว ‘เจ้าของปราสาทสีขาว’ วางเดิมพัน 30,000
เหรียญให้กับกลุ่มดาว ‘จูเก้อเหลียงเหลียง’]
…
ข้อความก าลังไหลเทออกมา ส่วนใหญ่เป็นข้อความที่วางเดิม
พันกับเทพธิดาบุปผาเหมันต์ จูเก้อเหลียงเหลียง ผมเป็นคน
เดียวที่วางเดิมพันกับยูจงฮยอค
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ วางเดิมพัน 300,000
เหรียญให้กับอวตาร ‘ยูจงฮยอค’]
…ฮะ?
ผมเหลือบมองไปยังเพอร์เซโฟนีที่ก าลังยิ้มอย่างลึกลับ ผมถาม
ด้วยน้ าเสียงที่เป็นกังวลเล็กน้อย […มันจะไม่เป็นไรเหรอ?]
[หืม? ท าไมเจ้าถึงถามแบบนั้น?]
ผมไม่รู้จะตอบยังไง บางทีมันอาจจะไม่นับว่าเป็นอะไรส าหรับ
เพอร์เซโฟนีที่จะเดิมพัน 300,000 เหรียญ อย่างไรก็ตาม มันก็
มีคนชอบยุ่งอยู่ข้างๆ ผม
[โฮ่ ยัยเฒ่า ฮาเดสจะไม่บ่นที่เจ้าใช้เงินแบบนี้เหรอ?]
[ข้าไม่ใช่ยาย ดังนั้นเจ้าควรที่จะใส่ใจกับค าพูดของเจ้าหน่อย
นะ]
[อายุขนาดเจ้าควรจะกินแต่พอประมาณนะ…]
[ระวังปากของเจ้าด้วย หรือว่าเจ้าอยากจะที่ถูกขังอยู่ในทาร์
ทารัส… เดี๋ยวนะ เจ้าก็เดิมพันด้วยเหรอ?]
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากหัวเราะให้กับค าถามของเพอร์เซโฟนี
[กลุ่มดาว ‘ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก’ วางเดิมพัน 150,000
เหรียญให้กับอวตาร ‘ยูจงฮยอค’]
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากมองมาที่ผมและกล่าวว่า [ข้าไม่ได้เดิม
พันมากนัก เพราะข้ายังไม่ได้รับเงินจากกระเป๋าโดเกบิในเดือน
นี้]
ในความเป็นจริง เขาได้วางเดิมพันลงไปในราคาของดาบแห่ง
โอเร็น บางทีมันอาจจะไม่มีรายได้นอกเหนือจากค่าคอมมิชชั่น
ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมก็รู้สึกขอบคุณพวกเขามาก ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม
ดาวก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นกับการเดิมพัน
[กลุ่มดาว ‘เทพีแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง’ วางเดิมพัน
50,000 เหรียญให้กับกลุ่มดาว ‘จูเก้อเหลียงเหลียง’]
เหรียญที่ถูกวางเดิมพันซ้อนทับกันเรื่อยๆ และในไม่ช้ามันก็
ทะลุ 6,000,000 เหรียญไป กลุ่มดาวของสมาคมนักชิม
ในตอนนี้อดเบนสายตาของพวกเขาไปยังจุดๆ เดียวกันไม่ได้
[ตายซะ! ฆ่าเขาเร็ว!]
[ข้าจะฆ่าเจ้าถ้าข้าเสียเหรียญไป!]
พวกเขาไม่แตกต่างจากผู้ชมในสนามประลอง… ผมรู้สึกตื่นเต้น
แปลกๆ แม้ว่าจะก าลังสัมผัสกับ ‘เรื่องราว’ เหล่านี้ ผู้ผลิต
สินค้าจ านวนมากหัวเราะราวกับว่าเขาอ่านใจของผมได้
[ข้าเคยผ่าน ‘เรื่องราว’ เหล่านี้มาแล้ว ดังนั้นข้าจึงยิ่งหิวโหย
เรื่องราวเหล่านี้]
[…อาจจะไม่ก็ได้]
[ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดาวหรือมนุษย์ พวกเขาต่างก็เป็นแค่เด็กน้อย
ต่อหน้าเรื่องราว อย่างไรก็ตาม มันมีโอกาสชนะไหม?]
[คุณรู้สึกไม่สบายใจงั้นเหรอ?]
[ไม่ มันไม่ใช่แบบนั้น…]
[หากไม่มีโอกาสชนะ ผมจะต้องท าขึ้นมา]
พูดให้ถูก ผมต้องท าให้มันทวีคูณสูงขึ้น ถ้ายูจงฮยอคตาย รอบ
นี้ก็คงจะถูกท าลาย หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ มันก็ดีกว่าที่จะ
ท าแบบนี้
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ถูกเปิดใช้งาน!]
พวกเราไม่อาจแพ้ได้
[คุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับเป้าหมายปัจจุบันได้]
บ้าเอ้ย ยูจงฮยอค… ผมยังได้รับข้อความแบบนี้อยู่ อย่างไรก็
ตาม มันก็ไม่ใช่วิธีเดียวเท่านั้น
“บียู”
[ป๊า]
ในขณะที่ผมรอ บียูก็ขยับมือของเธอ และหน้าจอส่วนตัวก็โผล่
ขึ้นมาตรงหน้าของผม หน้าจอเผยออกมาในไม่ช้า
นักล่าแห่งหนองน้ าตะโกนออกมาอย่างแปลกประหลาดและ
ปล่อยหมอกพิษอันน่ากลัวออกมา
– ว๊ากกก!
ทุกคนที่สัมผัสเข้ากับควันกรีดร้องออกมาในขณะที่พวกเขาถูก
พิษ เมื่อพิจารณาจากสถานะของนักล่าแห่งหนองน้ า เขาน่าจะ
ก าลังใช้สถานะประมาณหนึ่งในสามของเขา หนึ่งในสามก็
เพียงพอแล้วที่จะท าลายสนามประลองแห่งนี้ กลุ่มดาวที่อยู่
รอบๆ เองก็ก าลังสนับสนุนเขาโดยการใช้ความเป็นไปได้
พื้นของสนามประลองถูกแยกออกจากกันโดยเท้าของสัตว์
ประหลาด มันเป็นพลังท าลายล้างที่น่ากลัว อย่างไรก็ตาม มันก็
ไม่รุนแรงนักเมื่อเทียบกับดินแดนแห่งสันติและปราสาททมิฬ
ในช่วงเวลานั้น เทพเจ้าภายนอกได้จุติลงมา
ถึงกระนั้น มันก็ไม่มีหลักประกันว่าสถานการณ์นี้จะดีกว่า
สถานที่พวกนั้น ในดินแดนแห่งสันติ มันมีเคียร์อีออสอยู่ และ
ในปราสาททมิฬ มันก็มีดาบเล่มแรกแห่งโครยออยู่
…ถ้างั้นตอนนี้มีใครกัน?
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังจ้องมองอวตาร
‘ยูจงฮยอค’]
ยูจงฮยอคขมวดคิ้วให้กับข้อความของผม “…คิมทกจา งาน
ของนายเสร็จแล้วเหรอ?”
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่ายังอยู่ใน
ระหว่างด าเนินการ]
“ยัง?”
ในเวลานั้น เงาแห่งความสงสัยก็เต็มไปทั่วดวงตาของยูจงฮ
ยอค ยูจงฮยอคจ้องไปยังนักล่าแห่งหนองน้ าและถาม “หรือ
ว่า… มันปรากฏตัวขึ้นเพราะเจ้า?”
ไอ้หมอนี่สังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว
“…คิมทกจา?” เขาเต็มไปด้วยความโกรธอันมหาศาล
ผมเอื้อมมือออกมาแทนค าขอโทษ
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ได้สนับสนุนเงิน 100
เหรียญให้กับอวตาร ‘ยูจงฮยอค’]
“ฉันไม่ต้องการมัน!”
จากนั้นนักล่าแห่งหนองน้ าก็เคลื่อนไหว เขาคือตะกวดโบราณที่
ควบคุมหนองน้ าทั้งหมดบนดาวเคราะห์ของเขา รูปร่างของ
ศีรษะของเขาโผล่ขึ้นมาจากแผ่นหลังของเทพธิดาบุปผาเหมันต์
ที่กลายเป็นตะกวดอย่างฉับพลัน
มันมีเสียงกรีดร้องที่น่ากลัวดังออกมาในขณะที่อวตารถูกกีดกัน
ออกไปจากร่างกายของเธอ ตะกวดกรีดร้องออกมา พุ่งไป
ข้างหน้า และแกว่งหางขนาดยักษ์ของมันเข้าหายูจงฮยอค
หางของมันทะลวงผ่านการป้องกันตัวเองอันแข็งแกร่งของยู
จงฮยอค และเขาก็ถูกกระแทกอย่างแรง
“อั๊ค…”
ยูจงฮยอคดูเหมือนจะยังไปไม่ถึงประตูบานที่สองแห่งผู้บรรลุ
อืม มันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่ยูจงฮยอคจะไปถึงขั้นนั้นในเวลาแค่
สองสัปดาห์
มันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ของปีศาจแล้วที่เขาสามารถ
กดดันเทพธิดาบุปผาเหมันต์ให้อยู่ในสภาพนี้ได้
ถึงกระนั้น มันก็คงไม่นาน
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังร้องขอ]
ยูจงฮยอคเคยประสบกับมุมมองนักอ่านพระเจ้ามาหลายครั้ง
และน่าจะรู้ว่าผมก าลังขออะไร อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของยู
จงฮยอคก็ไม่น่าเชื่อเอาซะเลย “ฉันไม่ต้องการ”
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่าหากเป็นแบบ
นี้ต่อไป ทุกคนจะต้องตาย]
“ฉันจะไม่ตาย”
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กล่าวว่าไม่ใช่เวลาที่
จะดื้อรั้น]
ผมไม่เชื่อว่าผมจะสามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้
แม้ว่าผมจะใช้การปล่อยกระแสไฟฟ้าในร่างของยูจงฮยอค มัน
อาจจะมีวิธีการใช้ก าแพงที่สี่เหมือนกับครั้งล่าสุด แต่มันก็
เป็นไปได้เมื่อกลุ่มดาวใช้สกิลพลังจิตออกมาเท่านั้น
ยูจงฮยอคใช้ฝีเท้าอันว่องไวของเขาเพื่อโจมตี และนักล่าแห่ง
หนองน้ าก็เตรียมพิษของเขาอีกครั้ง จากจ านวนประกายแสง
รอบๆ ปากของเขา นี่จะต้องเป็นการโจมตีที่ร้ายแรงมาก
ผมกระตุ้นยูจงฮยอค แต่ยูจงฮยอคก็ยังคงดื้อด้าน “ไปท าในสิ่ง
ที่นายต้องท าซะ คิมทกจา”
ผมตื่นตระหนกกับการกระท าที่ไม่คาดคิด ไม่สิ ท าไมวันนี้ไอ้
หมอนี่ถึงดื้อรั้นนัก? ผมรีบมองไปรอบๆ เนื่องจากมันเป็นเช่นนี้
ผมก็ต้องยืมมือคนอื่น
แม้ว่างานประลองวรยุทธ์จะถูกท าลาย แค่ในสถานที่แห่งนี้ก็มี
อยู่หนึ่งคนที่แข็งแกร่งพอจะช่วยพวกเรา เซียนดาบทลายนภา
เธอคือขุมพลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเคียร์อีออสหรือดาบเล่มแรก
แห่งโครยอ ดังนั้นเธอจึงสามารถจัดการกับสัตว์ประหลาดตัวนี้
ได้เพียงล าพัง หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เจอเซียนดาบทลายนภา
ที่ก าลังนั่งอยู่บนที่นั่งพร้อมกับกินเกี๊ยวไปด้วย
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังขอความ
ช่วยเหลือ]
แม้จะมีข้อความของผม แต่เซียนดาบทลายนภาก็เคี้ยวเกี๊ยว
ต่อไป บางครั้งเธอก็ป้อนเกี๊ยวให้กับปรมาจารย์ดาบทลายนภา
ที่ก าลังนอนอยู่ข้างๆ เธอ ในที่นั่งข้างล่างพวกเขา จางฮายัง
และฮันมยอนโกก าลังนั่งอยู่ข้างๆ กันพร้อมกับกินเกี๊ยวไปด้วย
…คนพวกนี้ก าลังท าอะไรอยู่? จากนั้นผมก็ส่งข้อความอีกครั้ง
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ …]
ในเวลานั้นเอง ยูจงฮยอคก็พูดออกมา “…ชินยูซอง เธอก าลัง
ฟังอยู่ใช่ไหม?”
บียูปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับค าพูดเหล่านี้
[…ป๊า?]
“ปิดหน้าจอของคิมทกจา”
บียูเหลือบมองยูจงฮยอคเหมือนว่ามันยาก ผมไม่รู้ว่าความทรง
จ าของชินยูซองเหลืออยู่มากแค่ไหน แต่เมื่อผมคิดถึงมัน ทั้ง
สองคนนี้ก็มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกันอยู่
อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นเรื่องราวจากก่อนที่เธอจะเกิดใหม่
ในตอนนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่มีเหตุผลที่บียูจะฟังยูจงฮ
ยอคในเมื่อเธอเป็นโดเกบิของผม แต่บียูที่ก าลังนั่งอยู่บนไหล่
ของผมก็มองมาที่ผมด้วยสีหน้าขอโทษอย่างฉับพลัน
[ป๊า ป๊าา…]
“…บียู?”
[ป๊าา… คร่อก… คร่อกกกก…]
มันมีการแสดงออกที่น่าหัวเราะ และบียูก็แสร้งท าเป็นหลับไป
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หน้าจอส่วนตัวของผมก็ปิดลง และยู
จงฮยอคก็หายไป
[คุณถูกตัดการเชื่อมต่อ]
“ไม่นะ นี่มันอะไรกัน…!”
ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท าไมจู่ๆ บียูถึงท าแบบนี้? มันไม่มี
การเอ่ยถึงสถานการณ์นี้ในหนทางเอาชีวิตรอดที่ถูกแก้ไขเลย
– ว๊ากกกกก!
มันมีเสียงกรีดร้องดังออกมาอย่างฉับพลัน และผมก็เบนความ
สนใจไปยังหน้าจอที่ติดตั้งอยู่บนเวที่
[นั่นมัน…?]
กลุ่มดาวที่ก าลังประหลาดใจเริ่มขยับไปยังหน้าจอ เพอร์เซโฟนี
และผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากเองก็ก าลังขยับเข้าไปใกล้หน้าจอ
หน้าจอถูกบดบังโดยสมบูรณ์จากกลุ่มดาวมากกว่า 100 คนที่
รวมตัวกันอยู่ตรงหน้า
[ไม่สิ เดี๋ยวก่อน! ให้ฉันดูหน่อยสิ!]
ผมพยายามจะแหวกผ่านไป แต่กลุ่มดาวก็ออกันแน่นเกินไป
ทั้งหมดที่ผมได้ยินคือเสียงฟ้าผ่าจากหน้าจอ ถึงกระนั้น มันก็
ชัดเจนจากเสียงเพียงอย่างเดียว
มันคือดาบสายฟ้าทลายนภา มันเป็นดาบสายฟ้าที่แท้จริง ต่าง
จากที่ผมขโมยมา ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการโจมตีที่รุนแรงมาก
เนื่องจากนักล่าแห่งหนองน้ าได้กรีดร้องออกมาเสียงดัง
ค าตอบนั้นชัดเจนแม้จะไม่ได้มอง โชคดีที่มีเซียนดาบทลายนภา
อยู่
ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยูจงฮยอคคงไม่ได้รับอันตราย
อะไรเพราะเซียนดาบทลายนภาลงมือแล้ว เพราะเหตุนี้การ
ประลองวรยุทธ์ก็คงจะถูกยกเลิกไป แต่มันก็ดีกว่าการที่ยูจงฮ
ยอคจะต้องตาย
ทันใดนั้นก็มีบางคนตะโกนออกมา
– โอ้ ลูกศิษย์ของดาบทลายนภา!
– โฉมงามดาบทลายนภา!
…โฉมงามดาบทลายนภา?
[พวกเราไม่ควรดูถูกวรยุทธ์ของอวตารเลย]
[ป-เป็นไปได้ยังไง… ไม่ใช่ว่ามันเป็นแค่พลังของผู้บรรลุเท่านั้น
เหรอ…?]
[ฮ่าฮ่าฮ่า มันเป็นความสามารถที่น่าสนใจจริงๆ มันเป็นสิ่งที่
ชาวแอสการ์ดท าเหรอ?]
[มันไม่ใช่รสนิยมของข้าเลย]
เสียงที่แท้จริงในห้องเริ่มร้อนระอุขึ้นจากเหตุผลใดก็ไม่ทราบ
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ประหลาดใจ]
[กลุ่มดาวที่ชอบเปลี่ยนเพศก าลังดิ้นอย่างมีความสุข]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังหลั่งน้ าตาด้วย
ความไม่พอใจ]
ช่องและห้องจัดเลี้ยง ผมวิงเวียนจากข้อความที่เข้ามาจากทุก
ทิศทาง
[เหรียญของข้า! ไม่! เหรียญของข้า…!]
[ว๊ากกกก!]
ไม่ เกิดบ้าอะไรขึ้น? ผมกลั้นลมหายใจและใช้ ‘สถานะ’ ของผม
เพื่อเคลื่อนตัวผ่านกลุ่มดาว ผมเพิ่งมาถึงตรงหน้าของหน้าจอ
และการโจมตีด้วยสายฟ้าอันทรงพลังอีกครั้งจากหน้าจอ
หน้าจอทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีขาวจากสายฟ้าอันทรงพลัง
แสงค่อยๆ จางลง และเมื่อมันหายไป เถ้าถ่านสีด าก็กระจัด
กระจายไปราวกับหิมะ ตรงหน้าผม ชายคนหนึ่งก าลังยืนนิ่งอยู่
มันเป็นยูจงฮยอคที่ก าลังชูดาบของเขาด้วยสีหน้าหยิ่งยโส
ใต้ฝ่าเท้าของเขามีตะกวดยักษ์ที่ถูกย่างด้วยสายฟ้าอยู่ ยูจงฮ
ยอคก้าวออกจากร่างของตะกวดและเดินไปที่มุมๆ หนึ่งของ
สนามประลอง และดึงของสีด าที่ถูกเสียบไว้อยู่
– มันไม่มีที่สองในการประลองครั้งนี้
มันคือดาบปีศาจทมิฬ
– ดังนั้นนี่ก็คือของฉัน
จากนั้นเสียงพิธีกรก็ดังออกมา
– ผู้ชนะการประลองวรยุทธ์ถูกตัดสินแล้ว!
ผมไม่รู้ว่ามันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ผมขยี้ตาและมองอีกครั้ง
สถานการณ์ก็ยังเหมือนเดิม มันไม่ใช่เซียนดาบทลายนภา แต่
เป็น… ยูจงฮยอค?
– ผู้ชนะคือโฉมงามดาบทลายนภา ยูจงฮยอค!
ไม่ โฉมงามดาบทลายนภาบ้านี่มันอะไรกัน…? ค าถามของผม
คงอยู่ได้ไม่นาน มันเป็นเพราะข้อความของระบบจ านวนมาก
ก าลังดังขึ้นในหูของผม
[สถานการณ์ย่อย – การเดิมพันสมาคมนักชิมเสร็จสมบูรณ์
แล้ว]
[คุณชนะการเดิมพัน]
[คุณได้รับเรื่องราวใหม่!]
[คุณได้รับเรื่องราว ‘นักเดิมพันปาฏิหาริย์’]
จากนั้นก็มีเสียงของเหรียญหล่นลงมา
[คุณได้รับรางวัลของสถานการณ์ย่อย]
ผมตรวจสอบจ านวนเหรียญของผมโดยอัตโนมัติ ตัวเลยค่อยๆ
ขยับ ราวกับว่ามันยากเกินกว่าที่จะจัดการ
[เหรียญที่ครอบครอง: 1,986,725 เหรียญ]
…
[เหรียญที่ครอบครอง: 2,790,876 เหรียญ]
…
[เหรียญที่ครอบครอง: 3,890,875 เหรียญ]
เหรียญที่กลุ่มดาวเดิมพันวางซ้อนกันเหมือนหิมะบนยอดเงิน
ของผม
(จบตอน)
[เหรียญที่ครอบครอง: 5,490,875 เหรียญ]
ในที่สุดจ ำนวนเหรียญก็หยุดลง ผมสงสัยในสำยตำของผมอยู่
หลำยครั้งในขณะที่ผมจ้องไปที่ตัวเลขอันน่ำตกตะลึง
[…หนุ่มน้อย เจ้ำได้เงินมำมำกขนำดไหนกัน?]
ผมมองไปรอบๆ และเห็นสีหน้ำอันว่ำงเปล่ำของผู้ผลิตสินค้ำ
จ ำนวนมำก ชำยชรำจะต้องได้ก ำไรไปเยอะแน่เนื่องจำกเขำเดิม
พันไป 150,000 เหรียญเมื่อก่อนหน้ำนี้ เงินปันผลอย่ำงน้อยก็
น่ำจะ 5 เท่ำ…
[กลุ่มดำว ‘นักโทษรัดเกล้ำทองค ำ’ อิจฉำคุณ]
[กลุ่มดำว ‘ผู้ปล่อยกู้เล็งหัวใจ’ ก ำลังกระหำยเหรียญของคุณ!]
แม้แต่เพอร์เซโฟนีที่ดูเข้มงวดอยู่ตลอดก็ก ำลังยิ้มอยู่ ส ำหรับ
กำรอ้ำงอิง เธอได้เดิมพันไป 300,000 เหรียญ
…ยมโลกคงได้ก ำไรไปเยอะเลยสิ?
[ไร้สำระ! นี่มันไร้สำระ!]
กลุ่มดำวส่วนใหญ่เต็มไปด้วยควำมสิ้นหวังเป็นอย่ำงมำก
นอกเหนือจำกพวกเรำสำมคน ผมแค่ต้องกำรเห็นกำร
แสดงออกของพวกเขำเมื่อรู้ว่ำต้องเสียเงินไปมำกแค่ไหน กลุ่ม
ดำวที่เดิมพันไปเพียงเล็กน้อยเพื่อบรรเทำควำมเบื่อหน่ำยดู
เศร้ำๆ แต่เหล่ำคนที่เดิมพันไปมำกกว่ำ 100,000 เหรียญ…
[ว๊ำกกกก!]
พวกเขำเต็มไปด้วยควำมโกรธ มันมีกลุ่มดำวบำงคนที่ก ำลังจะ
ล้มละลำย ยกตัวอย่ำงเช่นผู้ชำยคนนั้น
[กลุ่มดำว ‘นักล่ำแห่งหนองน้ ำ’ ก ำลังแสดงควำมเป็นศัตรู
อย่ำงมหำศำลต่อคุณ]
[จับเขำไว้!]
กลุ่มดำวที่สูญเสียเหรียญไป รวมถึงนักล่ำแห่งหนองน้ ำก ำลัง
ขยับเข้ำมำหำผม เขำสูญเสียเหตุผลไปพร้อมๆ กับเหรียญ และ
พร้อมที่จะโยนตัวเองลงในแม่น้ ำฮัน
กลุ่มดำวที่สังเกตเห็นถอนตัวออกจำกด้ำนข้ำงของผมไป
อย่ำงไรก็ตำม มันก็มีกลุ่มดำวหนึ่งที่ไม่ได้ถอยไป มันคือรำชินี
แห่งยมโลก เพอร์เซโฟนี
[ทุกคนถอยไป พวกเจ้ำจะท ำตัวน่ำเกลียดแบบนี้ไปอีกนำนแค่
ไหน?]
‘สถำนะ’ ของเธอชวนให้นึกถึงบรรยำกำศยำมค่ ำคืนอันหนำว
เหน็บ และกลุ่มดำวที่ก ำลังขยับเข้ำมำก็ชะงักไป อย่ำงไรก็ตำม
กลุ่มดำวบำงส่วนก็ร้อนรุ่มมำกจนพวกเขำไม่อำจเย็นลงได้ด้วย
สำยลมเย็นยำมค่ ำคืน
[รำชินีแห่งยมโลก! เจ้ำก็เพิ่งได้เหรียญไปหนิ?]
[หลบไปซะ! มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเจ้ำ!]
บรรยำกำศเริ่มร้อนขึ้น และบำงส่วนก็ก ำลังเฝ้ำมองกลุ่มดำว
ระดับสูงที่เข้ำมำแทรกแซง
[รักษำมำรยำทของพวกเจ้ำด้วย]
มันคือเทพีดำรำรุ่งอรุณที่คุ้นเคยกับเพอร์เซโฟนี อย่ำงไรก็ตำม
นักล่ำแห่งหนองน้ ำก็ได้เสียสติไปแล้วและไม่ลังเล
[…มำรยำท? มำรยำทบ้ำบออะไร…!]
ในทันทีที่นักล่ำแห่งหนองน้ ำปลดปล่อยสถำนะของเขำออกมำ
กลุ่มดำวคนอื่นก็ยกระดับสถำนะของพวกเขำขึ้นมำด้วย
ประกำยแสงอันทรงพลังเต็มไปทั่วอำกำศรำวกับจะแจ้งให้
ทรำบถึงควำมขัดแย้งที่ก ำลังเกิดขึ้น
[ผลของตั๋วขอพรที่ถูกใช้โดยกลุ่มดำว ‘รำชำปีศำจแห่งกำร
หลุดพ้น’ ถูกเปิดใช้งำน]
ทันใดนั้น ประกำยแสงที่รุนแรงก็เต็มไปทั่วห้อง และกำร
เคลื่อนไหวของกลุ่มดำวก็หยุดลง ประตูมิติเปิดขึ้นบนเพดำนสี
ขำวในขณะที่ทุกคนลังเล เหนือประตูมิติคือออร่ำอันน่ำ
สะพรึงกลัว มันไม่ใช่เทพเจ้ำภำยนอก แต่มันก็เห็นได้ชัดว่ำเป็น
บำงสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ใครกัน? นี่เห็นได้ชัดว่ำมันอยู่เหนือกว่ำกลุ่มดำวระดับสูงสุด…
บรรยำกำศถูกฉีกกระชำก และสิ่งมีชีวิตแปลกๆ ก็ปรำกฏตัว
ผ่ำนประตูมิติ ออร่ำลึกลับรอบๆ ร่ำงกำยของเขำไม่อำจ
เทียบเคียงได้ แต่เขำก็ไม่ใช่ทั้งกลุ่มดำวหรือเทพเจ้ำ ชำยคนนั้น
แต่งกำยอยู่ในชุดจอมเวทและมีไม้เท้ำเก่ำๆ อยู่อันหนึ่ง
[…โดเกบิ?]
มันคือโดเกบิ
[สักพักแล้วสินะ กลุ่มดำวทั้งหลำย]
ห้องจัดเลี้ยงเงียบลงด้วยประโยคเพียงประโยคเดียวเหมือนน้ ำ
เย็นที่เทลงไป มันเป็นควำมเงียบที่กดขี่ กลุ่มดำวที่ก ำลังเดือด
ดำลนั้นพำกันกลั้นหำยใจ
[กฎแห่งกำรถ่ำยทอดสดดวงดำวผูกพันกับทุกๆ กลุ่มดำวแห่ง
สมำคมนักชิม]
กลุ่มดำวทั้งหมดอยู่ ณ ที่แห่งนี้ถูกจ ำกัดไว้โดยควำมเป็นไป
ไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้อย่ำงแน่นอนส ำหรับโดเกบิทั่วไป แม้ว่ำ
พวกเขำจะมีสิทธิ์ในกำรด ำเนินงำนช่อง
[อ-เอ่อออ…]
นักล่ำแห่งหนองน้ ำที่ไม่พูดติดขัดอะไรแม้จะมีกำรคุกคำมจำก
กลุ่มดำวระดับสูงกลับก้ำวถอยไปด้วยใบหน้ำซีดเผือด ผมเคย
เห็นค ำอธิบำยของโดเกบินี้ในนิยำยต้นฉบับ
「อวตำรส่วนใหญ่คิดว่ำมันมีโดเกบิอยู่แค่สี่ระดับ โดเกบิ
ระดับต่ ำ โดเกบิระดับกลำง โดเกบิระดับสูง และโดเกบิผู้อำวุโส
อย่ำงไรก็ตำม มันก็มีโดเกบิที่อยู่เหนือไปกว่ำนั้น」
「โดเกบิแห่งกำรถ่ำยทอดสดดวงดำว เหล่ำผู้ที่มีเขำสิบสองสี
ต่ำงอยู่ในระดับ ‘แถวหน้ำ’」
โดเกบิตัวนี้มีเขำสีแดงเจ็ดอันงอกออกมำจำกหัว กำร
ถ่ำยทอดสดดวงดำวเรียกพวกเขำว่ำ ‘มหำโดเกบิ’
[ขออภัย แต่ปำร์ตี้จะจบลงตรงนี้]
***
ในขณะที่ผมอ่ำนหนทำงเอำชีวิตรอด ผมก็มีค ำถำมเกี่ยวกับ
ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงกลุ่มดำวกับโดเกบิ
โดเกบิอำจจะมีพลังพิเศษ แต่กลุ่มดำวระดับสูงก็สำมำรถฆ่ำโด
เกบิได้ แต่ถึงกระนั้น กลุ่มดำวที่แข็งแกร่งก็ไม่ได้แตะต้องโดเกบิ
เลย ไม่ว่ำสถำนกำรณ์จะน่ำร ำคำญแค่ไหน พวกเขำก็ไม่เคย
พยำยำมฆ่ำโดเกบิเลย
…ท ำไม? เหตุผลนั้นอยู่ตรงหน้ำของผมแล้ว ท่วงท่ำของฝ่ำมือ
เพียงครั้งเดียวได้สะกดทั้งสมำคมนักชิมให้อยู่ในตำข่ำยแห่ง
ควำมเป็นไปได้
ผมไม่เคยเห็นประกำยแสงที่เข้มข้นขนำดนี้มำก่อน นี่คือพลัง
ของ ‘เรื่องรำว’ บำงทีมันอำจจะเป็นเรื่องรำวที่ถูกยืมมำจำก
สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดในโลก ไม่ว่ำมันจะเป็นระดับเรื่องเล่ำ
หรือระดับยิ่งใหญ่ พวกเขำก็ไม่อำจหลบหนีไปจำกพำยุนี้ได้โดย
ไม่ถูกท ำลำย
กลุ่มดำวระดับสูงอย่ำงธอร์หรือเทพีดำรำรุ่งอรุณไม่ได้บ่นและ
แค่ท ำสีหน้ำไม่พอใจออกมำเท่ำนั้น เพอร์เซโฟนีเป็นคนที่พูด
ออกมำ [มหำโดเกบิฮำลอง สักพักแล้วสินะ]
มหำโดเกบิมองไปรอบๆ อย่ำงช้ำๆ
[นั่นสินะ รำชินีแห่งยมโลก]
[รำชำเป็นไงบ้ำง?]
[รำชำสบำยดี]
เนื่องจำกฝ่ำยตรงข้ำม กำรแสดงออกของเพอร์เซโฟนีนั้นอยู่ใน
สภำวะตึงเครียดแบบที่ผมไม่เคยเห็นมำก่อน
[ท่ำนมำที่นี่ท ำไม? นอกจำกนี้ กำรน ำโดเกบิแห่งสำขำ
บริหำร…]
โดเกบิแห่งฝ่ำยบริหำรซึ่งผมเคยเห็นมำก่อนก ำลังยืนอยู่ในแถว
หลังของมหำโดเกบิ แรงกดดันอันน่ำสะพรึงกลัวที่พวกเขำแผ่
ออกมำนั้นไม่ด้อยไปกว่ำกลุ่มดำวแห่งสมำคมนักชิมเลย มัน
เป็นธรรมดำ
โดเกบิแห่งฝ่ำยบริหำรเคยเป็นกลุ่มดำวมำก่อน แทนที่จะตอบ
ค ำพูดของเพอร์เซโฟนีในทันที่ มหำโดเกบิกวำดไปยังกลุ่มดำว
[พวกเรำมำที่นี่เพื่อมำรับตัวกลุ่มดำวที่ยืมเหรียญไป]
[…เหรียญ?]
กลุ่มดำวหลำยคนคร่ ำครวญและเริ่มวิ่งหนี ผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวน
มำกพึมพ ำด้วยควำมเข้ำใจ
[พวกเขำโง่จริงๆ…]
ดูเหมือนว่ำจะมีกลุ่มดำวบำงส่วนได้ยืมเหรียญมำจำกโดเกบิ
เพื่อวำงเดิมพัน น่ำตลก หนึ่งในนั้นคือนักล่ำแห่งหนองน้ ำ
[เอ่อ…. หลบ หลบไป!]
เขำพุ่งไปยังก ำแพงที่ก ำลังเปล่งประกำยและพยำยำมจะฉีกตำ
ข่ำยควำมเป็นไปได้ออกจำกกัน
[อ๊ำกกกก!]
ตำข่ำยของมหำโดเกบินั้นทรงพลัง ทันทีที่เขำไปถึงตำข่ำยแสง
นักล่ำแห่งหนองน้ ำก็กรีดร้องออกมำ โดเกบิแห่งสำขำบริหำรได้
มัดร่ำงอวตำรของเขำไว้
[ป-ปล่อยข้ำ!]
ผมจ้องมองไปยังแถวของกลุ่มดำวและคิดว่ำท ำไมโดเกบิถึงมำ
ปรำกฏตัวที่นี่ ผมไม่รู้เหตุผลที่แน่นอน แต่ผมก็สงสัยว่ำมันจะ
เป็นเพรำะควำมเป็นไปได้ที่ได้รับอิทธิพลมำจำกพรของผม ใน
โลกนี้ โดเกบินั้นไวต่อควำมเป็นไปได้มำกที่สุด
ในพริบตำ โดเกบิได้จับกุมทุกคนที่เป็นหนี้และเริ่มส่งพวกเขำ
ข้ำมประตูมิติไป มันเป็นกำรเคลื่อนไหวที่รวดเร็วรำวกับว่ำไม่มี
อะไรเกิดขึ้น
มหำโดเกบิไม่ได้กล่ำวค ำอ ำลำ เขำจ้องมำรำวกับจะเตือนกลุ่ม
ดำวก่อนที่จะจำกไป
ในช่วงเวลำก่อนที่ประตูมิติจะปิดลง มหำโดเกบิก็เหลือบมองมำ
ที่ผม เหนือดวงตำอันเยือกเย็นของเขำ มันมีคนก ำลังพูดกับผม
อยู่
「อย่ำส่งเสียงไป เด็กน้อย ‘รำชำ’ ก ำลังเฝ้ำมองเจ้ำอยู่」
***
มหำโดเกบิจำกไป และงำนเลี้ยงก็จบลง มันเป็นธรรมดำที่ปำร์ตี้
จะสิ้นสุดลง มันได้เวลำแล้วที่กลุ่มดำวจะกลับไปตำมล ำดับ
ผมใช้ประโยชน์จำกควำมวุ่นวำยเพื่อหลบออกมำจำกปรำสำท
กลุ่มดำวจ ำนวนมำกถูกลำกออกไปโดยโดเกบิ แต่ก็ยังมีศัตรู
บำงส่วนของผมเหลืออยู่ ดังนั้นผมจึงต้องออกจำกที่นี่ก่อนที่จะ
มีปัญหำ
อย่ำงไรก็ตำม ผมก็ก ำลังยืนอยู่ตรงทำงเข้ำปรำสำทและพบกับ
ควำมยำกล ำบำกที่ผมไม่เคยคิดมำก่อน
…ผมจะกลับไปได้ยังไง?
มันไม่มีไกด์หรือรถม้ำ ถ้ำผมมัวรีรออยู่ที่นี่ ผมอำจจะถูกกลุ่ม
ดำวอื่นจับได้…
ในเวลำนั้นเอง มันก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นและมีบำงสิ่ง
ปรำกฏขึ้นใกล้ๆ กับมุมของปรำสำท
มันคือรถสปอร์ตสุดหรูที่มีรูปทรงเพรียวบำง มันคือรถที่ชวนให้
นึกถึงเฟอร์รำกินี่ระดับ SSS
เดี๋ยวนะ คนที่สร้ำงรถคันนั้นขึ้นคือ…
รถสปอร์ตจอดข้ำงหน้ำผมพร้อมด้วยเสียงอันดัง หน้ำต่ำงของ
รถลดลงมำ และชำยชรำที่ก ำลังสวมแว่นกันแดดอยู่ก็ปรำกฏ
ตัวขึ้น
[ขึ้นมำสิ หนุ่มน้อย]
มันคือผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำก
***
ในเวลำที่ประตูหลังของรถเปิดขึ้น ตัวรถก็ยำวขึ้นและ
เปลี่ยนเป็นรถลีมูซีน ผมรู้สึกตกใจมำกกับภำพตรงหน้ำใน
ขณะที่ผมขึ้นไปนั่งบนเบำะหลัง
มันมีคนขึ้นมำได้กี่คนกัน? เขำขำยรถคันนี้ไหม? ตอนนี้ผมมีเงิน
แล้วนะ…
ตัวรถท ำจำกวัสดุป้องกันแข็งที่ไม่เพียงแต่จะป้องกันแค่
ภำยนอก แต่ยังรวมถึงภำยในด้วย ผมนั่งดื่มชำเย็นจำกตู้เย็นใน
รถลีมูซีนและมองไปรอบๆ รถ
ผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำกนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับในขณะที่เพอร์
เซโฟนีนั่งอยู่ในที่นั่งผู้โดยสำร เพอร์เซโฟนีก ำลังสื่อสำรกับใคร
บำงคนอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว บำงทีมันอำจจะเกี่ยวข้องกับมหำโด
เกบิที่ปรำกฏตัวขึ้น
“ผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำก ขอบคุณนะที่นึกถึง แต่ผมก็ยังมี
ค ำถำม”
[หืม มีอะไร?]
“…ท ำไมผู้หญิงคนนี้ถึงอยู่กับคุณ?”
ผมมองไปยังแอนนำที่ก ำลังนั่งอยู่ข้ำงๆ ผม ผู้ผลิตสินค้ำ
จ ำนวนมำกยิ้มหวำนออกมำ [หุหุ ข้ำสัญญำว่ำจะให้เธอไปด้วย
อย่ำเถียงกันเลยน่ำ]
มันเป็นสถำนกำรณ์ที่ไม่พึงประสงค์นัก แต่ผมก็ไม่อำจบ่นได้
ผมถอนหำยใจและตรวจสอบเพื่อนร่วมทำง มันมีชำวแอสกำร์
ดสำมคนและตัวผมที่นั่งอยู่ ณ เบำะหลัง
มันมีไอริสที่หมดแรงไปและเซลีน่ำที่ก ำลังตกตะลึงอยู่ ส่วนแอน
นำนั้นมองไปที่สภำพของพวกเขำก่อนที่จะพูดกับผมอย่ำง
ฉับพลัน”…ไอริสจะรอดมำได้แม้ว่ำนำยจะไม่ช่วยก็ตำม”
“ฉันรู้ บำงทีธอร์คงจะช่วยเธอ ใช่ไหม?”
แอนนำเม้มปำกให้กับค ำพูดของผม แอนนำคือผู้หญิงที่
โหดเหี้ยมยิ่งกว่ำใคร แต่เธอก็ไม่ยอมเสียประโยชน์ไปแน่ อันที่
จริง สหำยของแอนนำจะไม่ตำยในเหตุกำรณ์แบบเดียวกันนี้ที่
เธอจัดขึ้นในนิยำยต้นฉบับ
กลับกัน พวกเขำได้ตื่นขึ้นผ่ำนสถำนกำรณ์ มันเป็นคนอื่นที่ตำย
“มันเป็นโอกำสของไอริสที่จะได้ผู้สนับสนุนดีๆ และนำยก็
ท ำลำยทุกอย่ำงลงไป อนำคตที่ฉันเห็นไม่ใช่แบบนี้…”
“เธอคงไม่อยำกได้ผู้สนับสนุนด้วยวิธีกำรแบบนั้น”
“นำยไม่รู้หรอกว่ำกลุ่มดำวพวกนั้นเป็นใคร”
[เคี๊ยก เคี๊ยก ข้ำบอกให้พวกเจ้ำอยู่ด้วยกันดีๆ แต่ข้ำเดำว่ำมัน
คงเป็นไปไม่ได้]
รูปแบบของรถลีมูซีนเปลี่ยนไป และที่นั่งของผมก็เคลื่อนไหว
แปลกๆ วิสัยทัศน์ของผมเบลอ และผมก็มำนั่งอยู่ในที่นั่ง
ผู้โดยสำรที่เพอร์เซโฟนีเคยนั่ง ผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำกได้
เปลี่ยนต ำแหน่งของผมกับเพอร์เซโฟนี
บำงทีเขำอำจจะไม่อยำกฟังกำรโต้เถียงหรือบำงทีมันอำจจะมี
ก ำแพงกั้นเสียงระหว่ำงเบำะหน้ำและเบำะหลัง
ผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำกพูดกับผม [เจ้ำก็ดูไม่ดีอยู่แล้วในสำยตำ
ของอวตำร รวมทั้งกลุ่มดำว อย่ำสร้ำงศัตรูมำกเกินไปเลย]
“ผมก็ไม่ได้อยำกจะสร้ำงศัตรูเหมือนกัน”
อันที่จริงผมมำที่นี่เพื่อค้นหำ ‘เพื่อนร่วมงำน’ มำกกว่ำศัตรู
ส่วนผลลัพธ์นั้น มันกลับกลำยเป็นแบบนี้
ผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำกเอำบุหรี่ไฟฟ้ำออกมำและพูด [ข้ำรู้สึก
ถึงควำมโกรธในเรื่องรำวของเจ้ำ มันมีควำมโกรธแค้นต่อโลกนี้
และกลุ่มดำว]
ผมพยำยำมจะพูดอะไรบำงอย่ำงออกไป แต่ก็ต้องเงียบไว้
[ข้ำรู้ว่ำเจ้ำได้เห็นหลำยๆ สิ่งที่ไม่ควรเห็นในวันนี้]
“ไม่ใช่เลย”
ผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำกหัวเรำะ ผมรู้สึกอึดอัดขึ้นมำนิดหน่อย
และเอำสมำร์ทโฟนของผมออกมำ ควำมมืดนั้นเหมือนกับ
กระจกตรงหน้ำรถ ผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำกจ้องมองไปยังควำม
มืดอย่ำงเงียบๆ และมีควำมเศร้ำเล็กน้อยเจือปนอยู่
[ถึงกระนั้นก็อย่ำเกลียดพวกเขำนัก]
มันใช้เวลำพอสมควรในกำรเข้ำใจค ำพูดของเขำ
[พวกเขำแค่ทนควำมเหงำไม่ได้ ไม่ว่ำมันจะเป็นกลุ่มดำวขยะ
หรือกลุ่มดำวที่สูงส่ง… พวกเขำก็ท ำแบบนั้นไปเพรำะพวกเขำ
ชอบเรื่องรำว]
ผมสับสนเพรำะผมไม่รู้ว่ำผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวนมำกจะพูดแบบนี้
ออกมำ ควำมรู้สึกแปลกๆ ของกำรทรยศเต็มอยู่ในอกของผม
“นี่ไม่ได้หมำยควำมว่ำพวกเขำจะสำมำรถเหยียบย่ ำชีวิตของ
อวตำรได้”
หำกพวกเขำชอบเรื่องรำว พวกเขำสำมำรถสร้ำงสถำนกำรณ์
ของตัวเองได้ แทนที่จะท ำลำยสถำนกำรณ์ของคนอื่น พวกเขำ
สำมำรถย้ำยไปยังสถำนกำรณ์ต่อไปได้ กำรเปลี่ยนไปยัง
สถำนกำรณ์อื่นและกำรขำยควำมคิดของพวกเขำเป็นแค่กำร
หลีกหนีควำมเป็นจริงเท่ำนั้น
ผมพยำยำมพูดแบบนี้ ในเวลำนั้นเอง สมำร์ทโฟนก็เปิดหนทำง
เอำชีวิตรอดขึ้นมำ ประโยคสุดท้ำยที่ผมก ำลังอ่ำนอยู่บน
หน้ำจอ
ผมจ้องมองประโยคอย่ำงว่ำงเปล่ำ และผู้ผลิตสินค้ำจ ำนวน
มำกก็ถำม [เจ้ำมักจะมองสิ่งนี้อยู่เสมอ เจ้ำก ำลังจะเขียนอะไร
ลงไปบนแผ่นกระดำษที่ว่ำงเปล่ำงั้นเหรอ?]
ผมไม่อำจหำค ำตอบได้ แต่ในไม่ช้ำผมก็ยิ้มออกมำเบำๆ และ
ตอบไปว่ำ”…ผมแค่รู้สึกมั่นคงเมื่อมองดูสิ่งนี้”
ในระยะไกล ควำมมืดของมิติมืดสำมำรถมองเห็นได้ มันสีแสง
โผล่ออกมำจำกหน้ำต่ำงอันว่ำงเปล่ำ
ในที่สุดมันก็ได้เวลำกลับไปแล้ว
(จบตอน)