มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 39 – ปลาแสงอาทิตย์ผู้รอบรู้ (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 39 – ปลาแสงอาทิตย์ผู้รอบรู้ (4)
น่าเสียดาย ยูจงฮยอคไม่ได้อยู่บนชั้นที่หก
ความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียวก็คือภาพยนตร์บนชั้นที่
หกนั้นง่ายมาก มันเป็นเพียงแค่ภาพยนตร์ทริลเลอร์ที่ถูก
ก ากับโดยไบรอัน ซิงเกอร์ ผมรู้จักฆาตกร ดังนั้นมันจึงถูก
เคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว
[เจ้าของโรงภาพยนตร์พอใจกับตอนจบของภาพยนตร์ที่
เปลี่ยนไป]
[คุณได้รับ 500 เหรียญเป็นรางวัล]
ลีจีฮเยถามราวกับว่าเธอตกตะลึง
“…เขาเป็นฆาตกรจริงๆ เหรอ?”
“อย่าบอกฉันนะ มันคือการสปอยเหรอ? มีคนที่อยู่ที่นี่
แล้วยังไม่ได้ดูมัน”
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ เกลียดการสปอย]
ไม่ว่าในกรณีใดๆ มันก็มีไอเท็มรางวัลเนื่องจาก
ลักษณะเฉพาะของภาพยนตร์
[หนังสือสกิล: การสังเกตอย่างใจเย็น]
การสังเกตอย่างใจเย็น มันเป็นสกิลที่ค่อนข้างมีประโยชน์
สกิลนี้ท าให้ผู้ใช้สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของ
เป้าหมาย และค านวณค่าสถานะโดยรวมของพวกเขาได้
มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับผมนักเนื่องจากผม
สามารถใช้ลิสต์ตัวละครได้ แต่มันคงจะมีประโยชน์มาก
ส าหรับคนอย่างยูซานอาและลีกิลยัง สกิลนี้จะได้ผลดีมาก
ต่อศัตรูที่มีการเคลื่อนไหวอันยอดเยี่ยม
[ได้รับสกิลเฉพาะตัว ‘การสังเกตอย่างใจเย็น’ แล้ว]
ถึงกระนั้น ผมก็ยังรู้สึกเศร้าอยู่เล็กน้อย มันคงจะดีถ้าได้
สัมผัสกับภาพยนตร์อย่างกลาดิเอเตอร์
ผมยังไม่ได้รับสกิลการต่อสู้เหมาะๆ เลย ผมอาจจะซื้อส
กิลฝึกฝนอาวุธได้ แต่มันก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีที่จะใช้
เหรียญไปกับสกิลในตอนนี้
“…ตอนนี้ฉันเบื่อหนังแล้ว”
ผมเห็นด้วยกับค าพูดของจางฮีวอน ผมไม่ต้องการดู
ภาพยนตร์ไปอีกสักพักเลย
พวกเราตรงขึ้นไปยังชั้นที่เจ็ด บางทีคราวนี้พวกเราอาจจะ
ได้เห็นยูจงฮยอคแล้ว…
บัดซบ โปสเตอร์ส่วนใหญ่บนชั้นที่เจ็ดถูกฉีกไปแล้ว ใช่
แล้ว ยูจงฮยอคในตอนนี้อยู่ในห้องบอสแล้ว ภายใต้
สถานการณ์เหล่านี้ มันไม่มีเวลาชักช้าจริงๆ แล้ว
“วิ่ง มันเกือบจะเป็นชั้นสุดท้ายแล้ว”
พวกเราเริ่มวิ่ง พวกเราต้องไล่ตามชายคนนั้นให้เร็วที่สุด
เท่าที่จะเป็นไปได้ ก่อนที่เขาจะยอมแพ้
พวกเราวิ่งผ่านหอประชุมและวิ่งไปตามทางเดิน
โปสเตอร์บนชั้นที่เจ็ดเป็นภาพยนตร์เกาหลีที่ได้รับความ
นิยมในอดีต
เชี่ย ขอให้พวกมันถูกฉีกไปแล้วทั้งหมดด้วยเถอะ…
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่เหมือนกับที่ผมหวัง โปสเตอร์
สุดท้ายยังคงอยู่ดี
“บัดซบ…”
[การฉายจะเริ่มต้นขึ้น]
แสงสปอร์ตไลท์สีฟ้าปกคลุมปาร์ตี้ และฉากก็เปลี่ยนไป
หัวของผมหมุนและมีกลิ่นเค็มเข้ามาแตะจมูก
ฉากเป็นทะเล แต่…คราวนี้มันไม่ใช่เรือส าราญ มันมีกลิ่น
ของปืนใหญ่ พื้นผิวที่ขรุขระของเรือเต่า (Pan0kse0n)
สามารถรู้สึกได้
เมื่อผมหันหน้าไปทางเรือที่ก าลังสั่น ผมก็ได้ยินเสียงของ
ใครบางคนดังออกมา
“ทุกคน หมอบ…!”
ผมก้มลงโดยอัตโนมัติ แล้วก็มีเสียงปืนใหญ่ดังออกมา
จากรอบตัวของผม ปัง ปัง ปัง ปัง – ทหารหลายคนทรุด
ตัวลงพร้อมกับหลั่งเลือดออกมา
“ปกป้องเรือ-!”
เหล่าทหารที่แต่งกายในชุดทหารโบราณก าลังวิ่งไปรอบๆ
สายลมอันไม่สบายใจโบกพัดในขณะที่สงครามปะทุขึ้น
ช่องแคบมยองนยังก าลังโกลาหลและมีเสียงกลองดัง
ออกมาจากระยะไกล
บัดซบ
ไม่มีคนเกาหลีคนไหนไม่รู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้ มันเป็น
เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการจับตามองจากชาวเกาหลี
ส่วนใหญ่
จางฮีวอนมองไปยังเส้นขอบฟ้าและพึมพ า
“นี่… พวกเราจะชนะได้ยังไง?”
ตอนจบของดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์จะเปิดออกเมื่อหัวหน้า
พึงพอใจเท่านั้น
ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า ซ่า!
เรือรบญี่ปุ่น 300 ล าเต็มไปทั่วท้องทะเล ผมรีบยืนยันพลัง
ของฝ่ายเรา ถึงกระนั้น นี่ก็ยังเป็นภาพยนตร์ที่อิงจาก
ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ มันยังมีหวังอยู่
“…อะไรเนี่ย?”
มันมีเรือเต่าเพียงล าเดียวทั้งที่ควรจะมีถึง 12 ล า ผมรีบคว้า
ตัวลูกเรือคนหนึ่งมาและถาม
“ผู้บัญชาการอยู่ที่ไหน?”
“ผู้บัญชา… การ?”
“พลเรือเอกอี้!”
ทหารเรือไม่รู้เรื่องอะไรเลย หน้าของของผมเริ่มเย็นขึ้น
มันแตกต่างไปจากภาพยนตร์ที่ผมรู้จัก หัวหน้าโรง
ภาพยนตร์เปลี่ยนเรื่องราวไป
ในเวลาไม่นาน ศัตรูก็ย่นระยะทางลงมา นี่มันไร้สาระไป
แล้ว พวกเราจะชนะศึกมยองนยังได้ยังไงถ้าไม่มีความ
ช่วยเหลือจากดยุคแห่งความภักดีและสงคราม
ผมมองไปรอบๆ และรีบตะโกนออกมา
“ลีจีฮเย!”
* * *
ผมคิดว่าเรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้น ในความเป็นจริง ผมพาลีจีฮ
เยมานั้นไม่เพียงแต่ต้องการพลังของเธอ แต่ยังได้พิจารณา
ถึงว่า ‘อะไรจะเกิดขึ้น’ ด้วย
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ขอโทษส าหรับลีจีฮเย]
การหาลีจีฮเยไม่ใช่เรื่องยาก มันมีเรือแค่ล าเดียว และ
สถานที่ที่ข้อความของดยุคแห่งความภักดีและสงครามดัง
ออกมาก็มีจ ากัด
“อ-อุ๊กกกก…”
เธอก าลังอาเจียนอยู่ที่มุมหนึ่งของดาดฟ้าเรือ
“เฮ้ เธอโอเคไหม?”
ลีจีฮเยเงยหน้ามองผมด้วยดวงตาที่เปียกชื้น
“ฉันท าไม่ได้ ฉันท ามันไม่ได้”
นี่ไม่เกี่ยวกับผม
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ให้ก าลังใจ ‘ลีจีฮเย’]
“ไม่มีทาง ฉันไม่ท า! อุ๊ป…!”
เธออาเจียนออกมาอีกครั้ง
ผมรู้ เหตุผลว่าท าไมคนๆ นี้ถึงได้รับเลือกจากดยุคแห่ง
ความภักดีและสงคราม แม้ว่าจะเกลียดทะเลก็ตาม
[เนื่องจากผลของแอตทริบิวต์ส่วนตัวของคุณ ความทรง
จ าจากหนังสือที่คุณอ่านจะเพิ่มขึ้น]
ในหัวของผม มันมีฉากหนึ่งจาก
ชีวิตรอดผ่านไป
「”เฮ้ เธอได้รับเลือกจากดยุคแห่งความภักดีและ
สงครามได้ยังไงในเมื่อเธอกลัวทะเล?”
“ฉันไม่รู้ อืม… บางทีอาจจะเป็นเพราะเธอมีพลเรือเอก
เป็นบรรพบุรุษมั้ง?”
“…เธอเป็นลูกหลานของดยุคแห่งความภักดีและสงคราม
งั้นเหรอ?」
มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากผู้อ่านเพียงไม่กี่คน
นอกเหนือจากผมซึ่งอ่านมาจนถึง
ความภักดีและสงครามผู้ยิ่งใหญ่?
แต่ผมก็ได้อ่านทุกตอนยกเว้นบทส่งท้ายของหนทางเอา
ชีวิตรอดมาแล้ว ดังนั้นผมจึงรู้ ลีจีฮเยไม่ได้มีสายเลือด
ของดยุคแห่งความภักดีและสงคราม
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ คิดถึงเพื่อนเก่าของเขาเมื่อ
เขาเห็น ‘ลีจีฮเย’]
「”งั้นนายก็คือลีจากตระกูลด๊อกซูงั้นเหรอ?”
“ไม่ ฉันคือจอนจูลี”」
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ มองไปยังลูกหลานของ
เพื่อนเก่า]
ลีจีฮเยเป็นลูกหลานของลีอ็อกจี สหายของดยุคแห่งความ
ภักดีและสงคราม
ดยุคแห่งความแน่นอนและความเมตตา ลีอ็อกจี
พร้อมกับดยุคแห่งความภักดีและสงคราม เขาได้น า
กองทัพเรือไปสู่ชัยชนะในศึกทังแฮงโปและศึกฮานซาน
โด เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้รับการปกป้องจากดยุค
แห่งความภักดีและสงคราม สุดท้ายเขาก็ถูกจับในข้อหาที่
ไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้มีต านานมากพอ
และไม่ได้กลายเป็นผู้สนับสนุน
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ก าลังมองมาที่ ‘ลีจีฮเย’
ด้วยดวงตาเศร้าๆ]
ด้วยเหตุนั้นเอง ดยุคแห่งความภักดีและสงครามจึงเลือกลี
จีฮเย
เธอไม่ใช่ลูกหลานของเขา แต่เธอเป็นลูกหลานของคน
สนิทของเขา บางทีมันอาจจะเป็นตัวเลือกง่ายๆ ส าหรับด
ยุคแห่งความภักดีและสงคราม
บางทีดยุคแห่งความภักดีและสงครามอาจจะไม่เห็นมัน
กับความเป็นจริงที่ว่าลูกหลานของสหายและคนสนิทผู้
ล่วงลับของเขาจะตายด้วยมือของเขาเองและกลายเป็น
ปีศาจ
อืม… นี่เป็นไปตามทิศทางของหนทางเอาชีวิตรอด
[สถานการณ์ล่ารางวัลบังเกิดขึ้น!]
+
[สถานการณ์ล่ารางวัล – เหล่าผู้แสวงหาความตายจะมี
ชีวิตอยู่ เหล่าผู้แสวงหาชีวิตจะตาย]
หมวดหมู่: ย่อย
ความยาก: B+
เงื่อนไขการเคลียร์: ‘เทพสงครามทะเล’ ก าลังขอความ
ช่วยเหลือจากคุณ สนับสนุนลีจีฮเย อวตารของดยุคแห่ง
ความภักดีและสงคราม และเอาชนะศึกมยองนยัง
จ ากัดเวลา: 2 ชั่วโมง
สิ่งตอบแทน: อักขระจากดยุคแห่งความภักดีและสงคราม
ความล้มเหลว: –
+
ผมสงสัยในสายตาของผมไปสักพัก
สถานการณ์ล่ารางวัลนั้นยากที่จะถูกส่งมาจากกลุ่มดาว
เพียงล าพัง ผมเข้าไปดูใกล้ๆ เพราะมันแปลกๆ และเห็นว่า
รางวัลเองก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
…อักขระของดยุคแห่งความภักดีและสงคราม?
ถ้าผมเคลียร์สถานการณ์นี้ได้ ผมจะสามารถใช้หนึ่งใน
อักขระของดยุคแห่งความภักดีและสงครามได้โดยไม่ต้อง
เซ็นสัญญา ผมเขย่าตัวลีจีฮเย
“ลีจีฮเย หยุดก่อน เร็วเข้า”
“ฉันไม่ต้องการ! อ๊วก… พวกนายสามคนจัดการมันได้!”
“เธอทนสักหน่อยไม่ได้เหรอ?”
“…ทน? นายไม่รู้อะไร”
ผมไม่รู้…
ใช่ นี่เป็นวิธีการพูดของเธอ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีเวลา
มายอมรับการกระท าอันไร้เดียงสาของเธอ
“ไม่ ฉันรู้ เธอไม่ได้ไม่ชอบเรื่องนี้เพราะอาการเมาเรือ?”
“…อะไรนะ?”
“มันเป็นเพราะความตายของเพื่อนของเธอเหมือนกับหนัง
เรื่องนี้”
ลีจีฮเยสั่น เหมือนกับนักมวยที่ถูกชก มันเหมือนกับฉาก
นั้นได้วิ่งเข้าไปในหัวของเธอ มันเป็นสถานการณ์แรก ณ
โรงเรียนของเธอ เธอบีบคอเพื่อนของเธอด้วยมือเปล่า
“ร-เรื่องนั้น… นายรู้ได้ยังไง…?”
“อย่าถามว่าฉันรู้ได้ยังไง มันไม่มีเวลามาอธิบาย
ลีจีฮเยเงยหน้ามองผมด้วยดวงตาอันว่างเปล่า
“เธอฆ่าเพื่อนของเธอด้วยมือของเธอเองให้ตายทั้งแบบ
นั้นใช่ไหม?”
ดาดฟ้าชั้นหนึ่งถูกแทงด้วยตะขอ ผมคว้าตะขอที่ก าลังยิง
เข้าใส่ลีจีฮเยด้วยมือเปล่าของผม ลีจีฮเยตัวสั่นในขณะที่
เธอมองมาที่ผม
“เธอจะวิ่งหนีไปก็ได้ ซึ่งเธอจะไม่มีวันได้รับการอภัย
แต่…”
มีเสียงตะโกนดังออกมา ผมสามารถได้ยินเสียงของผู้บุก
รุกชาวญี่ปุ่นที่กระโดดขึ้นมาบนเรือ
“ถ้าเธอตื่นขึ้นมาตอนนี้ อย่างน้อยเธอก็จะสามารถช่วยคน
บางคนได้”
ผมขึ้นไปบนดาดฟ้าชั้นที่สองพร้อมด้วยลีจีฮเยที่ก าลังสั่น
ลีกิลยังและจางฮีวอนถูกล้อมไว้แล้ว ผมชูอาวุธขึ้น ศัตรู
เป็นทหารญี่ปุ่นธรรมดาๆ พวกเราคงจะไม่แพ้ในการต่อสู้
แบบตัวต่อตัว ปัญหาก็คือมันมีจ านวนมากเกินไป
“อ๊ากกก!”
ผมฟันทหารที่ก าลังเข้ามา แต่ก็ไม่อาจเห็นจุดจบของมัน
เรือข้าศึกยิงมาจากระยะไกล พวกเราคงจบเห่ถ้าเรือล านี้
จบลง ภาพยนตร์เรื่องนี้คงจะจบลงอย่างน่าอนาถ และ
พวกเราคงจะตายที่นี่
“ลีจีฮเย!”
ผมตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของอี้ซุนชินขึ้นมา
เขาน าไปสู่ชัยชนะได้ยังไง?
“ตื่นเดี๋ยวนี้!”
นี่คือสถานการณ์บัดซบ พวกเราไม่มีซงยูช็องหรือจางอึง
โดอยู่เลย (คนสนิทของอี้ซุนชิน)
ทั้งหมดที่พวกเรามีอยู่คือเด็กผู้หญิงอ่อนแอที่ได้รับการ
ปกป้องโดยดยุคแห่งความภักดีและสงคราม เด็กสาวเดิน
โซเซอยู่บนดาดฟ้าชั้นที่สอง
“ฉ-ฉันมันน่าขยะแขยง ฉัน… ฉันไม่สมควรมีชีวิตอยู่…”
ใช่ มันน่าขยะแขยง ผมขยะแขยงไปกับวิธีที่ผมก าลังใช้
กับเธอ
“คงไม่มีใครมีคุณสมบัติ”
“อ-อ๊วกกก…”
น ้าตารินไหลออกมาจากดวงตาของลีจีฮเยไม่หยุด ผมถือ
โล่เฮอร์คิวลิสไว้และยืนอยู่ข้างหน้าของเธอ
ปัง! ปัง! ปัง!
“มีชีวิตต่อไปและรับผิดชอบ! ชดใช้ด้วยชีวิตที่เหลืออยู่
ของเธอ ไม่อย่างนั้นก็ใช้ชีวิตอย่างขยะไปซะ เอาตัวรอด
ไปให้ได้!”
เรือถูกท าลายลงโดยปลอกกระสุน ผมหันไปหาเธอด้วย
ดวงตาอันเย็นชา
“หรือว่าเธออยากจะตายอยู่ที่นี่จริงๆ”
[ความเข้าใจของคุณที่มีต่อตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ เพิ่มขึ้น]
อารมณ์ทุกประเภทออกมาจากการร้องไห้ของลีจีฮเย เธอ
จมอยู่ในอารมณ์ด้านมืดของความขูุ่นเคืองใจ การดูถูก
ตัวเอง และความท้อแท้กับโลกใบนี้ อย่างไรก็ตาม มันก็มี
อารมณ์ที่ตรงไปตรงมาอยู่ภายใต้มัน
「ฉันไม่อยากตาย」
กลุ่มดาวมีความเห็นแก่ตัว มีพวกที่ไม่สนับสนุนอวตาร
ของตัวเองหรือไม่สนใจว่าอวตารของตัวเองจะตายไป
หรือไม่ แต่
ตราบใดที่กลุ่มดาวยังไม่ได้อยู่ในช่วง ‘ต านาน’ พวกมัน
จะไม่ยอมหนีไปจากอวตารของตัวเอง
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ตอบสนองต่อความ
ต้องการของ ‘ลีจีฮเย’]
แสงสีแดงเจิดจ้าระเบิดออกมาจากรอบๆ ร่างกายของเธอ
มันดีส าหรับยูจงฮยอค แต่ผมกลับไม่ได้อะไรเลย ผมมี
บางอย่างที่จะต้องได้ไป
[ตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ ได้รับอักขระใหม่]
อักขระอันที่สามของปีศาจดาบลีจีฮเย มันเป็นอักขระที่
แข็งแกร่งที่สุดซึ่งต่อมาได้ท าให้เธอกลายเป็นจอมพลแห่ง
น่านน ้า
“…แด่พระเจ้า”
ลีจีฮเยจับด้ามดาบของเธอไว้และมองไปยังทะเล มันมี
ศัตรูอยู่มากมายและไม่มีพันธมิตรเลย เธอหันดาบของเธอ
เข้าหาโลกอย่างเงียบๆ
“ยังมีเรือเหลืออีก 12 ล า”
ล าแสงเปล่งประกายออกมาจากปลายดาบของเธอ
[ตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ เปิดใช้งานอักขระ ‘กองเรือผี LV.1!’]
ไอน ้าลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว น ้าสาดกระเซ็นไปทั่ว และ
เรือผี 12 ล าก็ปรากฏขึ้นในทะเล
“ทวงแค้นเหล่าศัตรู”
การตีกลองหยุดชะงักลงเหมือนกับว่ามันเขินอาย กระสุน
ปืนลอยเข้าใส่กองเรือผี อย่างไรก็ตาม กองเรือผีก็ไม่มีร่าง
เนื้อและไม่ได้รับความเสียหายใดๆ
“ตายซะ”
ในที่สุดกองทัพเรือของลีจีฮเยก็เริ่มเคลื่อนไหวไปข้างหน้า
เรือทั้ง 12 ล าเคลื่อนไหวผ่านน่านน ้า ก่อให้เกิดระลอก
คลื่นจ านวนนับไม่ถ้วน ล ากล้องสีขาวเริ่มท าการยิง และ
เรือที่ขวางทางอยู่ก็พังทลายลงอย่างช่วยไม่ได้
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง!
เด็กสาวผู้ไม่ร้องไห้น าศึก
ต่อหน้ากองเรือผี เหล่าเรือประจัญบานถูกท าลายลงโดย
สมบูรณ์ มันไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น จางฮีวอนและลีกิลยังเอง
ก็อ้าปากค้างให้กับฉากนี้ด้วย
นี่คือพลังที่แท้จริงของ ‘อักขระ’ มันเป็นพลังของจอมพล
ที่ไม่เคยพ่ายแพ้ในสงครามน่านน ้า
ท่ามกลางแสงตะวันยามตกดิน เสียงกรีดร้องของชาว
ญี่ปุ่นก็ดังออกมาจากกลุ่มควัน น ้าวนของช่องแคบได้ดูด
ร่างคนตายลงไป มันใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก่อนที่เรือของ
ข้าศึกล าสุดท้ายจะจมลงไป
[เจ้าของโรงภาพยนตร์พอใจกับตอนจบของภาพยนตร์ที่
เปลี่ยนไป]
[เข้าถึง ‘เอนเครดิต’ ครั้งที่สี่แล้ว]
[นักแสดง: คิมทกจา, จางฮีวอน, ลีจีฮเย, ลีกิลยัง]
[คุณได้รับ 500 เหรียญเป็นรางวัล]
ในทันทีที่มาถึงเอนเครดิต ข้อความเพิ่มเติมก็ดังออกมา
[สถานการณ์ล่ารางวัลถูกเคลียร์]
[คุณได้รับรางวัลของเทพสงครามทะเลส าหรับ
สถานการณ์ล่ารางวัล]
พูดตามตรง ผมเต็มไปด้วยความคาดหวัง บางทีผมอาจจะ
ได้รับกองเรือผี ถ้าผมได้มันมา ผมก็คงจะไม่อิจฉาลีจีฮเย
[ได้รับอักขระ ‘ล าน าดาบ’]
ผมคิดว่าผมได้ยินผิดไปเมื่อข้อความปรากฏขึ้นมา
อักขระล าน าดาบ เดิมทีนี่จะเป็นอักขระที่ลีจีฮเยจะได้รับ
เมื่อถึงช่วงกลางของเรื่อง แต่ดยุคแห่งความภักดีและ
สงครามกลับมอบอักขระนี้ให้กับผม
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ขอบคุณมาก]
ในความรู้สึก ในตอนนี้นี่เป็นสกิลที่ผมต้องการยิ่งกว่ากอง
เรือผี ถ้าผมมีอักขระนี้ ผมอาจจะสามารถป้องกันสิ่งที่
เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นบนชั้นที่แปดได้
ทัศนียภาพโดยรอบค่อยๆ เปลี่ยนไป และพวกเราก็
กลับไปที่ด้านในของโรงภาพยนตร์ ลีจีฮเยที่ก าลังเหนื่อย
ล้าจ้องมาที่ผม
“ลุง”
“เธอพักอยู่ที่นี่ก่อน พวกเราจะไปช่วยยูจงฮยอคเอง”
“แต่…”
“ตั้งใจฟัง”
ผมได้รับอักขระใหม่มา แต่ผมก็ไม่มีเวลามาหัวเราะ ไม่ว่า
อักขระจะดีแค่ไหน มันก็ไม่มีความหมายอะไรถ้า ‘โลก’
ใบนี้จบลง เพื่อป้องกัน ‘จุดจบ’ นั้น ผมต้องช่วยยูจงฮยอค
ให้ได้
ผมแจกจ่ายเข็มฉีดยาที่เก็บไว้ให้กับทุกๆ คน เมื่อเป็นการ
เพิ่มระดับค่าสถานะ เหรียญที่ถูกใช้ไปจะเพิ่มขึ้นทุกๆ 10
ระดับ ดังนั้นผมจะใช้เหรียญของผมก่อนที่จะใช้เข็มฉีดยา
[4,000 เหรียญถูกใช้จ่าย]
[เข็มฉีดยาเพิ่มค่าสถานะถูกใช้งาน]
[STA LV.18 -> STA LV.24]
[STR LV.18 -> STR LV.24]
[AGI LV.11 -> AGI LV.20]
[Magic P0wer LV.10 -> Magic P0wer LV.15]
[ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก!]
พวกเราปีนขึ้นไปยังชั้นสุดท้าย
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม”
[คุณเข้าสู่ชั้นที่แปด สวนสวรรค์]
ชั้นที่แปดของโรงภาพยนตร์คือดาดฟ้า มันเป็นโดมเล็กๆ
ที่ชวนให้นึกถึงโอเปร่าเฮ้าส์ ในทันทีที่ผมเหยียบย่างลง
บนหญ้าสีเขียวของดาดฟ้า ผมก็พบแผ่นหลังของผู้เสื่อม
ถอยที่ผมก าลังมองหาอยู่
อ่า…
เมื่อผมคิดว่าทุกคนต้องล าบากขนาดไหนถ้าเขาตาย ความ
โกรธของผมก็ปะทุออกมา โชคดีที่หลังศีรษะของเขาสูง
พอที่จะตบได้
“เฮ้ ยูจงฮยอค!”
ผมวิ่งเข้าไปหายูจงฮยอคและตบหัวของเขา