ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 110 สะใภ้สามบ้านข้าอยู่ที่ไหน
บทที่ 110 สะใภ้สามบ้านข้าอยู่ที่ไหน
“ข้าก็ทุบเจ้านั่นแหละ! คนชั้นต่ำไร้ยางอายอย่างเจ้ายังกล้ามาลงไม้ลงมือกับข้างั้นเรอะ? เจ้ารู้ไหมว่าตั้งแต่ข้าแต่งเข้ามาในหมู่บ้านสกุลจูหลายปีมานี้ พวกคนที่กล้ามาแยกเขี้ยวเล็บใส่ข้ามีสภาพไหนไปหมดแล้ว? ข้าจะเอาเจ้าให้ตายเชียว!”
เย่อวี๋หรานย่อมไม่มือไม้อ่อน นางอาศัยจังหวะได้เปรียบตามเข้าไปโจมตี ระดมทุบตีสะใภ้ใหญ่สกุลจางอย่างดุเดือด ทั้งตีแขนทุบอก ทุบตีจนอีกฝ่ายถอยร่นไม่เป็นขบวน
อีกฝ่ายกล้าใช้กาทองแดง นางก็กล้าคว้าเก้าอี้
อีกฝ่ายกล้าคว้าเก้าอี้ นางก็กล้ายกตั่งไม้
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองเสียเปรียบ
สะใภ้ใหญ่ที่น่าสงสารแต่งเข้าบ้านสกุลจางมาตั้งหลายปี เรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝน แสดงอำนาจมาจนเคยชิน คิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องมาเจอหญิงเฒ่าที่ดุร้ายเสียยิ่งกว่าตนเอง นางถูกทุบตีจนต้องร้องหาบิดามารดา
ท่านย่าจางมองอยู่ข้าง ๆ ก็รีบหลบอย่างขวัญหนีดีฝ่อ “หยุดตี หยุดตีได้แล้ว เดี๋ยวก็ได้มีคนตายหรอก!”
เมื่อจางโก่วไฉได้ยินว่ามารดาของตนเองถูกตีก็วิ่งออกมาดู บนใบหน้าและมือเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำเชื่อมผลไม้ พลันร้องเสียงสนั่น “ท่านแม่! ท่านแม่! ช่วยด้วย ท่านแม่ถูกตีแล้ว!”
ทั้ง ๆ ที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว แต่ก็มีคนไม่น้อยได้ยินเสียงความวุ่นวายและต่างก็รีบรุดมาดู
ในหมู่บ้านชนบทย่อมไม่ขาดแคลนคนที่ชอบความครึกครื้นและคนที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นอยู่แล้ว
มีคนเผ่นไปถึงที่นาของครอบครัวสกุลจางแล้วประกาศลั่น “แย่แล้ว แย่แล้ว ตาเฒ่าจาง เจ้ารีบไปดูเร็วเข้า มีคนมาตีสะใภ้เจ้าถึงเรือนแล้ว…”
“อะไรนะ?!” จางต้าได้ยินแล้วจะไม่รู้ได้อย่างไร ‘สะใภ้’ ที่ถูกตีคนนั้นก็คือภรรยาของเขาเองไม่ใช่หรือ?
เพราะภรรยาของน้องรองยังช่วยงานอยู่ที่นี่อยู่เลย
เขายกเท้าขึ้นได้ก็วิ่งกลับไปทันที
เย่อวี๋หรานไม่ได้ตั้งใจจะมาเอาชีวิตคนจึงไม่ได้ลงมือหนักมาก แต่เลือกตีเฉพาะบริเวณที่ค่อนข้างเจ็บ ทำให้อีกฝ่ายไร้กำลังจะตอบโต้ได้ก็เท่านั้น
นางกระชากผมของอีกฝ่าย บังคับให้ฝ่ายนั้นแหงนหน้าขึ้นมองนาง และถามอย่างดุดันว่า “ยอมไม่ยอม?”
“ยอม ข้ายอมแล้ว…” สะใภ้ใหญ่สกุลจางน้ำตาไหลพราก ไม่หลงเหลือมาดดุร้ายเหมือนก่อนนี้สักนิด สภาพนางเฉาช้ำราวกับดอกไม้ ยอมให้อีกฝ่ายบดขยี้ได้ตามใจ
“คราวหน้าถ้าเจอข้าอีก ทางที่ดีเจ้าก็อ้อมไปให้ไกล ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้าให้ตาย”
สะใภ้ใหญ่ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าต่อต้านสักนิด “อ้อม อ้อมแน่นอนเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานหาได้คลายมือ นางหันไปกล่าวกับท่านย่าจาง “ไป! ไปเอามีดมาจากในครัว!”
“เอา…เอามีดมาทำไม?” ท่านย่าจางสะดุ้งตกใจ
“ทำไม? จะเอาชีวิตคนไง ไม่ได้เรอะ?”
“ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด” ท่านย่าจางแตกตื่นขวัญหาย แล้วรีบขอร้องให้เย่อวี๋หรานละเว้นชีวิตสะใภ้ใหญ่ ภรรยาลูกชายคนโตของนางสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ไม่กล้าลงมือกับนางอีกแล้ว
“เจ้าสาม เจ้าไปหยิบมาจากห้องครัว” เย่อวี๋หรานไม่สนใจนาง แต่หันไปสั่งจูซาน
ท่านย่าจางตะลึงพรึงเพริด “ไม่นะ”
นางพูดแล้วก็จะโผเข้าไปรั้งจูซาน จูซานตอบสนองเร็วไว รีบหลบไปข้าง แล้วเผ่นเข้าไปในครัว
ท่านย่าจางรีบขอร้องเย่อวี๋หรานวกไปวนมา เอาแต่คร่ำครวญว่าสะใภ้ใหญ่ไม่ได้มีจิตคิดร้าย ขอให้ยกเว้นชีวิตนางด้วย
สะใภ้ใหญ่เองก็เข้าใจว่าเย่อวี๋หรานจะเอาชีวิตนางจึงร้องไห้ขอชีวิต
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “พอแล้ว ขอแค่พวกเจ้าคืนสะใภ้ให้กับบ้านสกุลจูของพวกข้า ข้าก็จะไม่พูดอะไรอีก พาคนจากไปทันที”
บรรยากาศเงียบสงบลงฉับพลัน
ยามนั้นมีคนชะโงกหน้าเข้ามาในเรือนสกุลจางเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
พลันเห็นว่าจางต้าและคนอื่น ๆ รุดมาแต่ไกลก็รีบหดคอกลับไป
“ท่านแม่ มีดที่ท่านสั่ง” จูซานส่งมีดที่หามาได้ให้เย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานชั่งน้ำหนักในมือ แล้วฟันลงไปบนโต๊ะเสียงดังฉับ!
บังเอิญยิ่งนัก ยามนั้นจางต้ามาถึงพอดี เมื่อเห็นภาพนี้ ดวงตาก็เบิกกว้างจนเบ้าตาแทบฉีก “ท่านทำอะไรน่ะ?!”
คนอื่น ๆ ตามมาข้างหลังจางต้า เมื่อกวาดสายตาเข้ามาในเรือนก็เห็นทุกสิ่งทุกอย่างในห้องโถง
สตรีสูงวัยผู้หนึ่ง มือหนึ่งจิกผมของสะใภ้ใหญ่ อีกมือใช้มีดฟันลงบนโต๊ะ
แม่เจ้าโว้ย! จะฆ่ากันแล้ว!
เวรแล้ว! นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ถึงได้อาละวาดกันยกใหญ่ปานนี้?!
คนที่มาชมความครึกครื้นย่อมไม่รังเกียจที่เรื่องราวใหญ่โต รีบร้องออกไปด้านนอกว่า “มาดูเร็วเข้า จะฆ่ากันแล้ว!”
เย่อวี๋หรานทราบตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าข้างนอกมีคน แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนมากมายเพียงนี้ นางย่อมดูออกว่าบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ตะโกนใส่นางผู้นั้นเป็นใคร เห็นเขาเดินดุ่มเข้ามาอย่างโกรธกริ้ว ไม่พูดซ้ำสองก็ขวางมีดไว้เหนือลำคอของสะใภ้ใหญ่แล้วคำรามว่า “หยุดอยู่ตรงนั้น!”
จางต้าถึงกับชะงัก
“เข้ามาอีก ข้าก็จะตวัดมีดเอาชีวิตของเมียเจ้าซะ” เย่อวี๋หรานสีหน้าเย็นเยียบ
ภรรยาของจางต้าตกใจจนหน้าถอดสี “อย่า…อย่าเข้ามา…”
“หยุดนะ!” จางต้ารีบร้อง “ข้าไม่ไปแล้ว ท่านอย่าขยับมือ”
“จางเยียนล่ะ? จางเยียนอยู่ที่ไหน?” เย่อวี๋หรานมองไปด้านหลังของจางต้า จงใจกล่าวว่า “ไม่ใช่บอกว่าเมียเจ้าสามบ้านข้าตามพวกเจ้าไปทำนาหรอกหรือ? เมียเจ้าบอกว่าน้องของพวกเจ้าไม่อยากเป็นลูกสะใภ้สกุลจูของข้าแล้วไม่ใช่หรือไร? เรียกนางออกมา ข้าก็อยากจะถามเหมือนกันว่าสกุลจูของพวกเราผิดต่อนางตรงไหน อาศัยอะไรถึงไม่อยากเป็นสะใภ้สกุลจูของพวกข้าแล้ว?”
“ไม่นะ ข้าไม่ได้พูดแบบนั้น…” ภรรยาของจางต้ารีบแก้ตัว
จางต้าเองก็ปฏิเสธ “เปล่า ไม่มีเรื่องแบบนี้แน่นอน ในเมื่อน้องสามของข้าแต่งให้สกุลจูไปแล้ว ตอนอยู่ก็เป็นคนสกุลจู ตอนตายก็เป็นผีสกุลจู ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นางไม่มีทางไปจากสกุลจูเด็ดขาด”
“เฮอะ! อย่าด่วนพูดเร็วเกินไป” เย่อวี๋หรานแค่นเสียงเย็นตัดบทเขา “ข้าถามแค่ว่าตอนนี้สะใภ้สามของข้าอยู่ที่ไหน? กลับบ้านเดิมมาตั้งแต่ต้นเดือนหกจนถึงตอนนี้ก็หลายเดือนแล้ว ข้ายังไม่เห็นแม้แต่เงาคน ข้าล่ะแปลกใจจริง ๆ สะใภ้บ้านไหนกลับบ้านเดิมมาหลายเดือนก็ไม่ยอมออกมาเจอหน้ากัน? นี่กลับบ้านเดิมหรือคิดจะงอกรากอยู่บ้านแม่ตัวเอง ไม่กลับบ้านแม่สามีแล้ว? ถ้าไม่อยากกลับบ้านแม่สามีก็บอกมาตรง ๆ บ้านสกุลจูของข้าไม่ขาดแคลนลูกสะใภ้หรอกนะ”
“ไม่ ไม่ได้คิดเช่นนี้แน่นอน…”
“ไม่ต้องมาพร่ำไร้สาระ ข้าแค่อยากรู้ว่าจางเยียนอยู่ไหน?” เย่อวี๋หรานไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายเบี่ยงเบนหัวข้อสนทนา ยืนกรานให้เขาพาจางเยียนออกมาให้นางถามไถ่ด้วยตนเอง
แต่จะเรียกจางเยียนมาได้หรือ?
จางต้าย่อมรู้แจ้งแก่ใจว่าจางเยียนอยู่ที่ใด เรื่องนี้สามารถ ‘พูด’ ออกมาได้หรือ? ถ้าพูดแล้ว สกุลจางจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
คนหมู่บ้านสกุลจูงุนงงกันหมด ไม่เข้าใจสักนิดว่านี่คือเรื่องราวใด
“จางต้า แม่สามีของผู้อื่นมาทวงลูกสะใภ้ เจ้าก็ให้น้องสาวของเจ้าออกมาเถอะ”
“ใช่น่ะสิ เจ้าดูสิ ผู้อื่นก็แค่อยากถามน้องสาวของเจ้าให้ชัดเจนเท่านั้นเอง…”
“น้องสาวเจ้าล่ะ?”
ที่จริงแล้วมีคนสับสนกันไม่น้อย ในฐานะที่เป็นลูกสะใภ้ ช่วงเก็บเกี่ยวแบบนี้ไม่ควรอยู่บ้านแม่สามีหรอกหรือ? ฟังจากที่หญิงเฒ่าผู้นั้นพูด จางเยียนผู้นี้คล้ายจะกลับบ้านมารดามาตั้งแต่เดือนหก จนถึงตอนนี้ก็หลายเดือนเข้าไปแล้ว แม่สามีของผู้อื่นจะไม่ร้อนใจอย่างไรไหว?
กลายเป็นว่าแม่สามีมาทวงคน แต่บ้านมารดากลับส่งคนออกมาไม่ได้
เริ่มมีคนรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว จึงสะกิดคนข้างกายให้หยุดพูด เดี๋ยวจะล่วงเกินคนอื่นเอาได้
คนผู้นั้นยังคงไม่เข้าใจ เขาล่วงเกินผู้อื่นตรงไหน? เขากำลังช่วยกู้สถานการณ์ให้จางต้าอยู่ไม่ใช่หรือ?
คนคนนั้นกระซิบข้างหูเขาว่า “เจ้าไม่คิดว่ามันแปลกบ้างหรือ? แค่ให้น้องสาวของเขาออกมาเสียก็จบเรื่อง แต่ยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ น้องสาวของเขาก็ยังไม่โผล่หน้ามา”
คนผู้นั้นถึงกับตะลึงไป
คนคนนั้นยังพูดเสียงเบาต่อไปว่า “ฟังความจากฝั่งนั้นเล่าว่าเดือนหกกลับมาที่นี่ แต่นี่ก็หลายเดือนแล้ว เจ้าเคยเห็นน้องสาวจางต้าบ้างหรือไม่?”