ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 121 ขอบตาดำกันทั้งคู่
บทที่ 121 ขอบตาดำกันทั้งคู่
ตอนเย็น หลี่ซื่อพบว่าสามีของนางที่ปกติมักจะนอนหลับกลับยังไม่นอน เอาแต่จ้องท้องของนาง ปากยังพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังได้ไม่ชัดเจนนัก
หลี่ซื่อปกป้องครรภ์ตัวเองเอาไว้ ท่าทางหวาดระแวง “เจ้า ๆๆๆ…เจ้าจ้องท้องข้าทำไม? เจ้าจะทำอะไรกับท้องข้างั้นรึ?”
“อย่าโง่ไปเลยน่า ข้าจะทำอะไรกับท้องของเจ้า? ข้ากำลังสอนลูกชายข้าท่องตำราอยู่ ท่องตำราน่ะ เข้าใจไหม?” จูซื่อบอกเรื่องที่เขาได้รู้มาจากพี่สามให้หลี่ซื่อฟัง
ตอนนี้มารดาของเขากำลังสอนความรู้ให้กับคนรุ่นเยาว์ในครอบครัว ตั้งใจว่าจะเลือกหนึ่งคนเพื่อส่งไปที่สำนักศึกษา แต่ว่าจะเลือกคนไหนล่ะ?
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเริ่มเรียนไปแล้ว ลูกของตนเองกลับยังไม่เกิด ไม่อาศัยโอกาสนี้รีบศึกษา รอจนคลอดออกมาแล้วจะตามต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าทันได้อย่างไร?
เขาครุ่นคิดแล้วก็ตัดสินใจว่าจะเริ่มสอนตั้งแต่อยู่ในท้อง ต่อไปจะต้องไม่ด้อยกว่าต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าแน่นอน
หลี่ซื่อตาโต “แต่ แต่ข้าอยากได้ลูกสาวนี่นา”
นางรีบบอกแผนการของตนเองให้จูซื่อฟัง
ตามความคิดของนาง นางคิดว่าคนแรกให้เป็นผู้หญิง ช่วงชิงสถานะคนโปรดของแม่สามีมาให้ได้ก่อน จากนั้นคนที่สองค่อยให้เป็นลูกชาย เช่นนี้ครอบครัวของพวกนางก็สามารถได้รับทั้งความโปรดปรานและได้มีลูกชายไปด้วย นี่ยิ่งดีไปใหญ่เลยไม่ใช่หรือ?
“ความคิดนี้ของเจ้าดีมาก แต่…” จูซื่อไม่คิดว่าความคิดของหลี่ซื่อจะมีปัญหาอะไร ถ้ามารดาของเขาไม่ได้จะเลือกคนรุ่นเยาว์ส่งเข้าไปเรียนในสำนักศึกษา ทำตามแผนการของหลี่ซื่อย่อมไม่มีปัญหา แต่ว่าสถานการณ์ตอนนี้จำต้องมีลูกชาย จึงจะมีโอกาสถูกเลือกแล้วส่งเข้าสำนักศึกษา
ดังนั้น ตอนนี้พวกเขาจึงพบปัญหาเข้าเสียแล้ว ตกลงว่าจะคลอดเด็กผู้หญิงเพื่อช่วงชิงความโปรดปรานเสียก่อน หรือคลอดลูกชายสักคนเพื่อให้มีโอกาสเข้าสำนักศึกษาดี?
สองสามีภรรยาถกกันอย่างเข้มข้นยิ่งนัก
ทารกในครรภ์ที่มีเพศแน่นอนแล้ว “…”
ผลจากการถกเถียงกันมาทั้งคืนน่ะหรือ?
เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า สามีภรรยาต่างก็ได้ขอบตาประดับไว้บนใบหน้ากันทั้งคู่
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ งานที่ต้องทำวันนี้ก็ยังคงต้องไปจัดการ จูซื่อออกไปเก็บแหจับปลากับจูซานและจูอู่ ส่วนหลี่ซื่อก็มีหน้าที่ออกไปต้อนรับคนที่มาซื้อของ
ถึงตอนนี้ จูปาเม่ยเรียนรู้วิธีการทำดอกหงฮวาอัดแผ่นได้แล้ว
วิธีพิฆาตบุปผาที่เย่อวี๋หรานสอนนางคราวก่อน การทำก้อนตะกอนกลีบดอกหงฮวาใช้เวลาไม่นานนัก หลังจากนั้นจึงสอนวิธีการแบบใหม่ให้นาง โดยใช้โกฐจุฬาลัมพากลบดอกหงฮวาเอาไว้ กลบเอาไว้เช่นนั้นทั้งคืน แล้วบีบอัดให้เป็นแผ่นกลมแบน นำไปตากลมให้แห้งก็ได้ดอกหงฮวาแห้งอัดแผ่นออกมาแล้ว
วิธีการนี้ทั้งง่ายดาย และแผ่นดอกหงฮวาที่ทำเสร็จแล้วยังสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานด้วย
สำคัญที่สุดก็คือเวลานำไปใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก เพียงนำไปละลายน้ำด่างหรือน้ำขี้เถ้าก็จะได้ของเหลวสีแดงที่สามารถนำไปใช้ย้อมสีได้แล้ว
สิ่งที่จูปาเม่ยจำเป็นต้องเรียนรู้ นอกจากดอกหงฮวาแล้ว ยังเก็บดอกไม้ชนิดอื่น ๆ มาลองใช้ผสมสีให้ได้หลาย ๆ แบบ
นอกจากสีแดง ตอนนี้นางยังสามารถปรุงสีเหลืองและสีน้ำเงินได้แล้ว รวมกับสีแดงก่อนหน้านี้ (เนื่องจากดอกหงฮวามีฤทธิ์ขับเลือดซึ่งจะมีผลต่อสตรีมีครรภ์ พวกนางจึงเปลี่ยนไปใช้พืชชนิดอื่น) ก็นับว่าปรุงแม่สีทั้งสามที่สามารถนำไปใช้ผสมสีต่าง ๆ ออกมาได้แล้ว
สีเหลืองผสมสีน้ำเงินได้สีเขียว สีเหลืองผสมสีแดงได้สีส้ม สีแดงผสมสีน้ำเงินได้สีม่วง สัดส่วนสีที่นำมาผสมไม่เท่ากันก็สามารถพลิกแพลงได้ไม่สิ้นสุด เกินพอสำหรับการใช้งาน
จูปาเม่ยยังพยายามรวบรวมวัสดุให้ได้มากที่สุด อย่างเช่นผ้ากระสอบ ผ้าฝ้าย ใบจง เพื่อดูว่าถ้าใช้สีเดียวกันย้อมวัสดุที่ต่างกันจะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร ลองทำจนเข้าใจกระจ่างแจ้ง
แม้ว่าตอนนี้นางจะยังทำได้ไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ว่าพื้นฐานก้าวแรกได้แสดงประโยชน์ออกมาแล้ว เป็นต้นว่าสร้อยข้อมือที่นางทำออกมาตอนนี้มีสีสันหลากหลาย ทั้งยังสวยงามมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากใช้น้ำบ๊วยดำที่มีฤทธิ์เป็นกรดแล้วก็ยิ่งทำให้สีติดแน่นคงทนมากขึ้น ไม่เพียงทำให้สีของสร้อยข้อมือและดอกไม้ประดับผมสวยงามขึ้น แต่ยังยืดเวลาใช้งานออกไปได้ด้วย
“ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ นี่เป็นสีที่ข้าทำขึ้นมาใหม่ ท่านว่าสวยไหมเจ้าคะ?” เมื่อจูปาเม่ยทำสีชมพูกับสีน้ำเงินออกมาได้ก็รีบนำไปแสดงให้เย่อวี๋หรานดูด้วยท่าทางดีอกดีใจ
ผลการย้อมสีผ้ากระสอบและใบจงสู้ผ้าฝ้ายไม่ได้ เพราะผ้าฝ้ายมีสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อย้อมสีออกมาแล้วจึงมีสีสันงามสดใส ส่วนวัสดุอื่น ๆ ตัวมันเองมีสีอื่นมาแต่แรก ทำให้ย้อมออกมามีสีคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อย
สิ่งของเหล่านี้หากนำไปแสดงต่อครอบครัวคนมีอันจะกินย่อมไม่น่าสนใจ แต่ในชนบทกลับเป็นของดีที่หาพบได้ยาก
เย่อวี๋หรานหยิบมาดูแล้วชมเชยจูปาเม่ยโดยไม่ตระหนี่แม้แต่น้อย “ไม่เลวเลย ยอดเยี่ยม!”
จูปาเม่ยยิ้มเบิกบานใจ
เย่อวี๋หรานยื่นมือออกไปลูบศีรษะของนาง “ทำงานฝีมือพวกนี้สนุกกว่าตอนที่เจ้าเอ้อระเหยลอยชายไปทั่วใช่ไหม?”
“อื้ม ๆ” จูปาเม่ยพยักหน้า “สนุกเจ้าค่ะ ท่านแม่ ท่านอาจไม่รู้ ตอนนี้เวลาข้าออกไปข้างนอก พวกสาว ๆ ในหมู่บ้านก็จะล้อมเข้ามาหาข้า แต่ละคนพูดจาดี ๆ กับข้าทั้งนั้น อยากให้ข้าไปพูดกับพี่สะใภ้สี่ให้ขายของให้พวกนางถูกลงมาหน่อย ไม่อย่างนั้นก็ให้ข้าสอนเคล็ดลับให้พวกนาง”
นางยืดศีรษะเล็ก ๆ ขึ้นอย่างภูมิอกภูมิใจ บอกให้รู้ว่านั่นเป็น ‘สูตรลับประจำตระกูล’ จะเอาไปสอนให้คนอื่นได้อย่างไร?
ถ้าสอนคนอื่นไปแล้ว ต่อไปนางจะค้าขายอย่างไร?
“โง่!” เย่อวี๋หรานจิ้มหน้าผากนาง “เจ้าคงไม่ได้คิดจริง ๆ ใช่ไหมว่าเจ้าสามารถอาศัยการทำสร้อยข้อมือสร้างเนื้อสร้างตัวได้? เจ้าดูพี่สะใภ้สี่ของเจ้า นางทำอะไรก็ไม่เป็น แต่ขอเพียงมีการค้าผ่านมือนาง ถึงนางจะอุ้มท้องโตเช่นนั้นนั่งอยู่ในเรือนก็ยังมีรายรับ พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ของเจ้ายังไม่อิจฉานาง?”
“อิจฉา” จูปาเม่ยพูดเสียงเบา ถึงพี่สะใภ้ใหญ่จะไม่ได้พูดอะไร แต่พี่สะใภ้รองกับพี่สะใภ้ห้ามักซุบซิบนินทาพี่สะใภ้สี่ด้วยกันบ่อย ๆ
พวกนางคิดว่าท่านแม่ลำเอียงเกินไป มีช่องทางหาเงินก็ส่งมอบให้พี่สะใภ้สี่ทั้งหมด ไม่มีส่วนของพวกนาง ทำเกินไปแล้ว
“พวกนางก็จริง ๆ เลย อีกไม่นานพี่สะใภ้สี่ก็จะคลอดหลานสาวให้ข้าแล้ว พวกนางที่ไม่มีหลานให้ข้าสักคนจะสู้ได้อย่างไร? ความรู้น้อย สายตาคับแคบ ไร้ประโยชน์จริง ๆ”
“พวกนางน่าจะเอาอย่างพี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่อย่างน้อยยังคลอดหลานชายสองคนให้สกุลจูของเรา พี่สะใภ้ใหญ่ยังไม่พูดอะไร พวกนางไม่มีลูกสักคนยังกล้ามาพูดจาปากเปราะเช่นนั้น?”
“ข้าว่า ช่วงนี้ท่านแม่ดีต่อพวกนางเกินไปแล้ว พวกนางจึงเหิมเกริม ท่านแม่ควรสั่งสอนพวกนางบ้างนะเจ้าคะ”
ระหว่างที่จูปาเม่ยพูดไม่หยุด เย่อวี๋หรานก็จ้องมองนางด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
พูดไปพูดมา จูปาเม่ยก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างแปลก ๆ น้ำเสียงจึงเบาลงเรื่อย ๆ สุดท้ายจึงกระซิบถาม “ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรไป เหตุใดจึงมองข้าเช่นนั้น?”
“นิสัยปากพล่อยของเจ้ายังแก้ไม่หายเสียที” เย่อวี๋หรานพูด “เด็กสาวที่ยังไม่แต่งงานแบบเจ้า เจ้าลองทบทวนดูเอาเองเถอะว่าเมื่อครู่พูดอะไรออกมา? ข้าให้เจ้าไปเรียนรู้ฝีปากพี่สะใภ้สี่ของเจ้า แต่ไม่ได้ให้เจ้าเรียนรู้เพื่อนำมาใช้กับเรื่องพวกนี้ ข้าให้เจ้าไปเรียนรู้วิธีทำการค้าจากนางต่างหาก”
จูปาเม่ยหดคอ ไม่กล้าปริปากอีกแล้ว ฮือ ๆๆ…นางก็แค่อยากจะฟ้องท่านแม่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็เท่านั้นเอง
ท่านแม่ช่วยจับประเด็นสำคัญหน่อยได้ไหม ประเด็นสำคัญก็คือพวกพี่สะใภ้บางคนแอบนินทาท่านแม่ลับหลังกันต่างหากเล่า
เย่อวี๋หรานย่อมฟังเจตนาของจูปาเม่ยออกอยู่แล้ว จุดนี้นางพอจะคาดเดาได้ ปัญหาเกิดขึ้นเพราะไม่กลัวว่าจะได้น้อยแต่กลัวว่าจะได้ไม่เท่าเทียม แต่ตอนนี้ที่ครอบครัวนี้ยังประคองได้อยู่ สาเหตุหลักก็เพราะผลประโยชน์ยังต่างกันไม่มาก
……………………………………………………………………………………………
LM5PNNHK
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ