ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 159 หลอกนางว่าลูกตายแล้ว
บทที่ 159 หลอกนางว่าลูกตายแล้ว
ครั้นเชิญหมอมาที่เรือนคราวนี้ เย่อวี๋หรานก็บังเกิดไหวพริบขึ้นมา อาศัยว่าอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องราวภายในครอบครัวสกุลจู หลอกว่า ‘สะใภ้สี่’ บ้านนางมีอาการผิดปกติ คลอดลูกแล้วชัด ๆ ทำไมยังมีเลือดไหลออกมาอีก?
หมอชาวบ้านมีสีหน้าสับสน จับชีพจรแล้วพูดว่า “นี่ยังไม่คลอดกระมัง?”
ยังพูดไม่จบก็ถูกเย่อวี๋หรานถลึงตาใส่ “นี่เป็นสะใภ้สี่บ้านข้า ก่อนหน้านี้คลอดลูกไปแล้วคนหนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ว่าในท้องยังมีเหลืออยู่อีกคน? คลอดสองครั้งห่างกันหลายวันแบบนี้ ถึงจะไม่ใช่เรื่องแปลกหายากอะไร แต่สะใภ้สี่บ้านข้าคงไม่เป็นไรกระมัง?”
หมอชาวบ้านอยู่นอกม่านมุ้ง ถึงจะมองไม่เห็นคนข้างใน แต่เขาก็กล้าสาบานว่าจากชีพจรที่เขาสัมผัสได้เป็นสตรีตั้งท้องครั้งแรกที่ยังไม่เคยคลอดบุตรมาก่อน
นอกจากนี้ ดูจากอายุครรภ์แล้วก็ไม่สอดคล้องกับสะใภ้สี่สกุลจู
แต่เขาก็นึกถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสกุลจูในช่วงนี้ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว จึงเข้าใจจนกระจ่าง แต่ก็กลัวการ ‘ข่มขู่’ ของเย่อวี๋หราน รีบพยักหน้าหลายที “ใช่ ๆๆ ในครรภ์ของสะใภ้สี่บ้านท่านเหมือนจะยังมีอีกคน กำลังจะคลอดแล้ว…”
เบื้องหลังม่านมุ้ง จางเยียนได้ยินว่าตนเองจะคลอดแล้วก็ร้องเสียงแหลม “ท่านแม่ ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลย ทำไมจะคลอดแล้วล่ะ?! ไม่ได้ ข้าไม่เอา เพิ่งจะเจ็ดเดือนเอง ข้าไม่คลอด…”
คราวนี้หมอชาวบ้านก็แน่ใจได้แล้ว ผู้ที่อยู่หลังม่านมุ้งไม่ใช่สะใภ้สี่สกุลจู แต่เป็น ‘สะใภ้สาม’ ที่ไม่รู้ว่าไปไหนเสียแล้วในคำร่ำลือสินะ?!
เขาถึงกับใจสั่นสะท้าน
“หุบปาก!” เย่อวี๋หรานคำรามใส่คนที่อยู่หลังม่าน “เจ็ดเดือนรอดแปดเดือนลูกผีลูกคน เจ้ายังปากมากอีก แม้แต่หมอก็ช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว”
จางเยียนตกใจไม่เบา เอาแต่ขอร้องเย่อวี๋หรานไม่ว่าอย่างไรก็ต้องช่วยนางกับลูกเอาไว้ให้ได้
“ข้าจะให้ท่านหมอช่วยเจ้าไว้ให้ได้ ส่วนว่าจะช่วยเด็กได้หรือไม่ รอเขาคลอดออกมาก่อนค่อยว่ากัน”
เย่อวี๋หรานให้หลินซื่อกับหลิวซื่อปลอบขวัญจางเยียน แล้วส่งสายตาให้หมอชาวบ้านออกไปคุยกับนางข้างนอก
หมอชาวบ้านรู้ว่าเรื่องราวซับซ้อนเช่นนี้ ในใจก็พลันหวาดหวั่น
“ข้ารู้ว่าการคลอดครั้งนี้คงจะยาก แต่ท่านไม่อาจพูดออกมาต่อหน้านาง ไม่อาจให้เรื่องนี้มากระทบจิตใจของสตรีที่กำลังจะคลอด เข้าใจใช่ไหม?” เย่อวี๋หรานกล่าวพลางจ้องตาหมอชาวบ้าน “แล้วก็คนที่กำลังจะคลอดคือสะใภ้สี่บ้านข้า อย่าจำผิดเสียล่ะ”
หมอชาวบ้านขานรับ “เข้าใจแล้ว”
“สถานการณ์ของนางเป็นอย่างไรบ้าง?”
หมอชาวบ้านย่อมไม่ปิดบังเย่อวี๋หราน พูดออกมาตามความจริง
สถานการณ์ของจางเยียนไม่ดีเท่าไหร่ ไม่เพียงขาดสารอาหารเท่านั้น แต่การตอบสนองของเด็กในครรภ์ก็ไม่สู้ดีนัก การคลอดค่อนข้างอันตราย
“อันตรายไม่กลัว ท่านแค่ต้องรับประกันว่าคนแม่จะไม่เป็นไรก็พอแล้ว”
ตอนที่รู้ว่าจางเยียนขาดสารอาหาร เย่อวี๋หรานก็กลัวว่าจะคลอดก่อนกำหนดแล้ว คิดไม่ถึงว่ายิ่งกลัวก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องจริงได้ง่าย ตอนนี้เรื่องราวก็เกิดขึ้นแล้ว เย่อวี๋หรานได้แต่ยืดอกเผชิญหน้า
เทียบกับหมอตำแย เย่อวี๋หรานค่อนข้างเชื่อหมอมากกว่า
จางเยียนหาว่าครรภ์ตนเองมีอายุเพียงแค่เจ็ดเดือนจึงไม่ยอมคลอด แต่เรื่องคลอดลูกสามารถกำหนดเองได้หรือ?
ปลอบขวัญกันอยู่นานกว่าจะคลอดเด็กออกมาได้ ทารกตัวเล็กผอมแห้ง ไม่อาจเทียบกับซานเป่าที่คลอดออกมาก่อนได้เลย
เย่อวี๋หรานอุ้มเด็กออกมาให้หมอชาวบ้านช่วยตรวจให้ ก็ยืนยันได้ว่าเด็กคนนี้อ่อนแอจริง ๆ จำเป็นต้องบำรุงดี ๆ ไม่เช่นนั้นอาจเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย
นางไม่ได้พูดอะไร เพียงบอกท่านหมอว่าควรเลี้ยงดูรักษาอย่างไรก็ขอให้บอกมา ครอบครัวพวกนางจะเลี้ยงเด็กคนนี้
จากนั้นก็อุ้มเด็กคนนี้ไปให้หลี่ซื่อ “จำไว้ว่าเจ้าคลอดลูกแฝด เด็กคนนี้คือซื่อเป่า ชื่อว่าจูอันคัง”
หลี่ซื่อที่ได้ทารกน้อยผอมแห้งมาอีกคนอย่างกะทันหันถึงกับชะงัก “…”
นางพอเดาได้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกใคร ถึงจะไม่ชอบจางเยียน แต่เด็กคนนี้ผอมแห้งขนาดนี้ ยังไม่รู้เลยว่าจะเลี้ยงรอดหรือไม่ ทั้งยังเป็นความต้องการของแม่สามี นางจึงได้แต่รับไว้
เย่อวี๋หรานรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่อาจปิดบังจูปาเม่ย หลินซานยากับหลินซื่อยาได้ จึงบอกให้พวกนางปิดปากให้สนิท จากนั้นค่อยกลับไปที่ห้องคลอด
เดิมทีนึกว่าจางเยียนคลอดเด็กออกมาได้แล้วก็จบ แต่คิดไม่ถึงว่าผ่านไปสักพักนางกลับ ‘ตกเลือด’ ราวกับว่าสวรรค์ต้องการจะพานางไปอย่างนั้นแหละ
หลินซื่อกับหลิวซื่อหวาดกลัวยิ่งนัก เย่อวี๋หรานจึงตัดสินใจเรียกหมอชาวบ้านเข้ามา ไม่สนใจข้อห้ามเรื่องความแตกต่างระหว่างบุรุษสตรี ให้เขาหาทางช่วยคนเอาไว้ ถึงได้กอบกู้ชีวิตจางเยียนกลับมาได้ในที่สุด
แต่หมอชาวบ้านแอบบอกนางลับหลังคนอื่นว่า “ต่อไปเกรงว่านางคงไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีกแล้ว”
“ข้ารู้แล้ว วันหน้าอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด” จิตใจเย่อวี๋หรานหนักอึ้ง
ถึงนางคิดเอาไว้ว่าจะอุ้มเด็กไปให้สะใภ้สี่เลี้ยง ในอนาคตจูซานจะได้เดินทางไกลโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แต่นางคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจางเยียนจะไม่เพียงคลอดก่อนกำหนดเท่านั้น แต่ยังไม่อาจมีลูกได้แล้วอีกด้วย?!
เรื่องนี้ไม่อาจบอกจางเยียนได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของจางเยียนแล้วคงจะต้องตามพัวพันสกุลจูไม่เลิกรา ไม่ยอมทำตามเงื่อนไขที่นางตกลงไว้แต่แรกแน่นอน
จะพูดว่านางเห็นแก่ตัวหรือใจดำก็ได้ แต่เย่อวี๋หรานไม่ชอบสะใภ้แบบจางเยียนมากจริง ๆ
นางอาศัยช่วงเวลาที่จางเยียนสลบไปสั่งให้ทุกคนในครอบครัวปิดปากให้สนิท บอกให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าลูกที่จางเยียนคลอดออกมานั้นตายแล้ว ขณะที่หลี่ซื่อคลอดลูกแฝด แต่เพราะลูกคนเล็กร่างกายอ่อนแอ เกรงว่าจะเป็นการข่มบุญวาสนา ดังนั้นวันที่คลอดจึงไม่ได้แพร่งพรายออกไป
จูซานที่คิดว่าตนเองจะได้ลูกชายคนหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่มีแล้วถึงกับชะงัก “…”
จูซื่อที่ได้ลูกชายเพิ่มมาอีกคนโดยไม่คาดหมายถึงกับนิ่งงัน “…”
จูซื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาของพี่สามก็รีบยิ้มให้เป็นเชิงประจบ
ในขณะที่จูซานละสายตากลับมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ไม่สนใจเขาเลยสักนิด
จูซื่อรู้สึกว่าพี่สามคงโกรธเขาเสียแล้ว ทำอย่างไรดี?
เย่อวี๋หรานไม่ได้พูดเรื่องจางเยียนต่อหน้าทุกคน แต่เรียกจูซานออกมาคุยเป็นการส่วนตัว “ข้าทำเช่นนี้ เจ้าไม่พอใจใช่ไหม คิดว่าข้าแย่งลูกชายไปจากเจ้าหนึ่งคน ข้าใจร้ายมากเลยใช่หรือไม่?”
“เปล่าขอรับ ท่านแม่” จูซานท่าทางเซื่องซึม แต่ไม่ได้ยอมรับ
“เฮ้อ…เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงอยากให้จางเยียนเชื่อว่าเด็กคนนี้ตายไปแล้ว?” เย่อวี๋หรานไม่รอให้จูซานตอบก็พูดต่อไป “ก่อนที่ท่านหมอจะไป เขาบอกข้าไว้ว่าจางเยียนไม่สามารถมีลูกได้อีกแล้ว”
จูซานเงยหน้าขึ้นมาทันใด ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“เจ้าลองคิดดู ก่อนหน้านี้นางรับปากดิบดีว่าจะตามเจ้าเข้าตำบลไป แล้วหลังจากนั้นก็จะหาทางไปต่อเอง สตรีผู้หนึ่งจะหาทางออกให้ตัวเองอย่างไร? ย่อมเป็นการแต่งงานใหม่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้จางเยียนไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก เจ้าคิดว่านางจะกล้าเสี่ยงหรือ?”
“ท่านแม่…” จูซานจิตใจสั่นสะท้าน
ทำไมมีลูกไม่ได้อีกแล้วเล่า?
เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า?
แม้จางเยียนจะผิดต่อเขา แต่เขาก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ดี
“เจ้าเลือกที่จะปล่อยมือไปแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้นางมาพัวพันเจ้าอีก ดังนั้นข้าจึงได้แต่เล่นบทคนเลวแล้ว” เย่อวี๋หรานพูด “ข้าบอกเจ้าตามตรงว่าซื่อเป่าเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ร่างกายอ่อนแอยิ่งนัก ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงให้รอดได้หรือไม่ ข้าให้เมียเจ้าสี่ช่วยเลี้ยงก็เหมือนเอาเปรียบทางนั้นอยู่บ้าง เมียเจ้าสี่สุขภาพแข็งแรง น้ำนมสมบูรณ์ ซื่อเป่าก็คงจะได้พึ่งพาวาสนาของนางบ้างไม่มากก็น้อย”
“ข้าตั้งชื่อให้ซื่อเป่าแล้ว ชื่อว่าจูอันคัง หมายความว่าสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ สงบสุขปลอดภัย”
จูซานยากจะรับไหว ลูกชายของเขาเพิ่งจะออกมาดูโลก เขายังไม่ทันได้อุ้มเลยด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายกลับเป็นไปได้ว่าจะเลี้ยงไม่รอดเนี่ยนะ?
เขาถามเย่อวี๋หรานว่าโกหกเขาใช่หรือไม่ หลอกเขาเช่นเดียวกับที่หลอกจางเยียนงั้นหรือ?