ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 177 สกุลเหมยมาเยือน
บทที่ 177 สกุลเหมยมาเยือน
เรื่องครึกครื้นแบบนี้จะขาดหลี่ซื่อไปได้อย่างไร?
ก่อนหน้านี้เป็นช่วงอยู่ไฟ นางจึงไม่มีทางเลือก คราวนี้เรื่องมาเกิดถึงหน้าเรือนแล้ว นางจะยอมพลาดไปได้หรือ หลี่ซื่อส่งซานเป่ากับซื่อเป่าให้จูปาเม่ยเสร็จก็รีบวิ่งเข้าห้องครัวไปคว้ามีดออกมายัดใส่มือเย่อวี๋หราน “ท่านแม่ มีดของท่านเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานมุมปากกระตุก รูปลักษณ์ของข้าแลดูองอาจขนาดนั้นเลยหรือ?
“หาม้านั่งที่ไม่ใช้แล้วมาสักตัว หรือขนไม้กระดานออกมาก็ได้”
ไม่ต้องให้เย่อวี๋หรานลงมือ หลินซื่อก็รีบยกมาให้ทันที “ท่านแม่ อันนี้ใช้ได้ไหมเจ้าคะ?”
“ได้ เอาอันนี้แหละ” เย่อวี๋หรานไม่ได้จะเอามานั่ง นางย่อมไม่สนใจอยู่แล้วว่ามันจะพังหรือไม่พัง นางหันมาบอกหลี่ซื่อที่กระโดดมาร่วมความครึกครื้นให้กลับเข้าห้องไป
“ท่านแม่ ข้าไม่กลับไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าแข็งแรงบึกบึนเอาเรื่องอยู่นะเจ้าคะ” นางหาไม้กวาดอันหนึ่งมาถือไว้ทันที
เย่อวี๋หรานไม่รู้จะพูดอย่างไรจริง ๆ “เจ้าเป็นแม่คนแล้ว จะมายุ่งกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?”
หลี่ซื่อเผยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์
“เอาเถอะ ใครก็ได้ ช่วยไปตักน้ำเย็นมาให้ข้าหน่อย”
“ท่านแม่ เอาน้ำเย็นมาทำไมหรือเจ้าคะ?”
“ให้ไปตักก็ตัก จะพูดมากทำไม?”
เพิ่งตักน้ำเย็นมาได้ เย่อวี๋หรานก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากนอกประตูเรือน รีบบอกให้ลูกชายลูกสะใภ้ยืนเรียงหน้ากระดานให้แลดูมีมาดน่าเกรงขามสักหน่อย
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องยืนแบบนี้ เรื่องนี้ทุกคนล้วนคุ้นเคยดี ต่างก็เข้าประจำตำแหน่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
จูเหล่าโถวหาเก้าอี้สองตัวมาวางไว้ตรงกลาง ตระเตรียมไว้สำหรับตนเองและเย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานคิดถึงคราวก่อนตอนที่นางต้องการจะจัดเช่นนี้ จูเหล่าโถวยังรู้สึกว่านั่งลงไม่ค่อยองอาจเท่าไหร่จึงไม่ยอมเห็นด้วย คิดไม่ถึงว่าหลังมีประสบการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง จูเหล่าโถวกลับชอบ ‘รูปแบบ’ เช่นนี้ขึ้นมา
ช่างเป็น…
ผลัวะ!
ประตูเรือนสกุลจูถูกคนเตะเปิดออกเสียงดัง ตัดบทความคิดของเย่อวี๋หรานทันที
ผู้มามีประมาณสิบคนเหมือนที่มีคนเอาข่าวมาบอก จำนวนคนใกล้เคียงกับคนสกุลจู
ฝ่ายตรงข้ามมีทั้งบุรุษสตรี ทุกคนล้วนพกอาวุธมาด้วย แต่เมื่อเทียบกับลูกชายหลายคนของสกุลจูที่ร่างสูงใหญ่กำยำ คนสกุลเหมยก็แลดู ‘ตัวผอมเล็ก’ ไปถนัดตา
ทั้งเหมยถงซานและเหมยอี้ล้วนจัดอยู่ในประเภท ‘ผอมแห้งเห็นกระดูก’ จนถึงขั้นหน้าแหลมแก้มตอบเหมือนลิง ชวนให้คนเห็นแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่คนดีอะไร
เย่อวี๋หรานไม่พูดพร่ำก็สาดน้ำเย็นทั้งอ่างไปทางฝ่ายตรงข้ามทันที
ซ่า
คนสกุลเหมยที่มาถึงด้วยท่าทางพร้อมเอาเรื่องถูกน้ำเย็นแทรกซึมเข้าร่าง เหน็บหนาวจนร่างสั่นสะท้าน ท่วงทีแลดูอ่อนด้อยลงไปทันที
คนสกุลจูรู้สึกเห็นใจขึ้นมาชั่วขณะ “…”
ซี้ด… น้ำอ่างใหญ่เบ้อเร่อที่สาดมากะทันหันนั้นยังเย็นอยู่มาก
สมแล้วที่เป็นท่านแม่ สาดได้แม่นจริง ๆ
เย่อวี๋หรานสะบัดอ่างทิ้งลงบนพื้น ตีหน้าเย็นชา เชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามว่า “คนสกุลเหมย?”
มีคำกล่าวว่า “การรบต้องสำแดงแสนยานุภาพ สองทัพแรกเผชิญหน้าขวัญกล้าฮึกเหิม รบแล้วรบเล่ากำลังใจตกต่ำ ศัตรูอ่อนแอ ข้าฮึกหาญจึงกำชัย” ไม่รู้ว่าคนสกุลเหมยเข้าใจหลักการข้อนี้หรือไม่
คนสกุลเหมยที่เจตนามาหาเรื่องและตั้งใจไว้ว่าจะบุกโจมตีอย่างฉับพลันถึงกับชะงัก “…”
รู้สึกว่าตอนเปิดฉากไม่เหมือนที่พวกเขาคิดไว้เท่าไหร่
น้ำเย็นอ่างนั้นสาดใส่จิตใจเร่าร้อนของพวกเขาจนมอดดับ ครั้นมองไปยังคนสกุลจู เห็นท่าทางดุร้ายของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ก็พลันรู้สึกว่า พวกข้าคงไม่ได้กลายเป็นลูกไก่ในกำมือของคนสกุลจูไปหรอกกระมัง?
ความคิดนี้แวบเข้ามาในสมองของเหมยถงซาน แต่ก็ยังอ้าปากพูดตามแผนเดิมว่า “พวกข้า…”
แต่ยังพูดไม่จบก็ถูกเหมยอี้พูดแทรกขึ้นมา “หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ คืนอาหญิงของข้ามานะ!”
เหมยอี้หงุดหงิดที่เหมยถงซานชักช้าเกินไป เขาชำเลืองมองเนื้อปลาที่แขวนเรียงรายอยู่ใต้ชายคาของเรือนสกุลจู ได้กลิ่นหอมของเนื้ออบอวลอยู่ในอากาศก็นึกเปรี้ยวปากจนน้ำลายไหล
มารดามันเถอะ สกุลจูดูไปแล้วมั่งมีมากเลยนี่นา สิ่งของมากมายก่ายกองแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะเรียกค่าชดเชยสักเท่าไหร่ดี?
“อาหญิงของเจ้าคือใครกัน?” เย่อวี๋หรานรู้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร แต่ก็ยังถามโดยแสร้งทำเป็นไม่รู้
“แม่เฒ่าเหมย” เหมยอี้เชิดหน้าชูคอ พูดจบยังจามออกมาทีหนึ่ง “ฮัดเช้ย!”
“ไม่รู้จัก พวกเจ้ามาผิดที่แล้ว ถ้าจะกลับไปก็ออกจากประตูเลี้ยวขวา ตรงไปเรื่อย ๆ ออกไปจากหมู่บ้านสกุลจู หมู่บ้านสกุลจูของพวกข้าไม่มีคนแซ่เหมย” เย่อวี๋หรานพูดตามบทของตัวเองต่อไป
การแสดงละครก็ต้องดูว่าใครจะแสดงได้มีพลังกว่า ทำให้อีกฝ่ายคล้อยตามจังหวะของตัวเอง เช่นนั้นแล้วคนผู้นั้นก็จะชนะไป
“เหลวไหล! เจ้าฆ่าอาหญิงของข้า เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ข้าบอกเจ้าไว้เลย วันนี้ถ้าเจ้าไม่มอบคำอธิบายให้พวกข้า ข้าจะทุบเรือนพวกเจ้าให้เละ” เหมยอี้เปรี้ยวปากไม่ไหว กลัวว่าตนเองจะอดใจไม่อยู่ จึงไม่หันไปมองปลาตากแห้งเหล่านั้นอีก แต่ตั้งใจไว้ว่าจะเอาไม้ในมือไปทุบทำลายข้าวของสร้างความเสียหายสักหน่อย เสริมบารมีให้ตนเองแลดูร้ายกาจยิ่งขึ้น
น่าเสียดาย เขาเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกจูอู่ขัดขาล้มหน้าทิ่มพื้น
“โอ๊ย! ใครขัดขาข้า?!” เหมยอี้สบถแล้วกระเสือกกระสนลุกขึ้นมา มองหาคนไปทั่วอย่างโกรธแค้น
จูอู่ผิวปาก กล่าวเป็นเชิงสัพยอกว่า “ปู่ของเจ้า”
“มารดามันเถอะ เจ้ากล้าขัดขาข้า ข้าจะตีเจ้าให้ตาย” เหมยอี้เห็นว่าอีกฝ่ายรูปร่างค่อนข้างเล็ก รู้สึกว่าคงรังแกได้ง่าย จึงควงไม้ปรี่เข้าไปหาจูอู่
คิดไม่ถึงว่าเขาเพิ่งไปถึงตรงหน้าอีกฝ่าย อีกคนที่ตัวสูงกว่าก็ปราดออกมาข้างหน้า ควงจอบสับลงมาทางศีรษะของเขา
เหมยอี้ตกใจจนเหงื่อเย็นแตกพลั่ก รีบถอยหลังทันควัน
“คิดจะมารังแกน้องชายข้า ก็ถามจอบของข้าก่อนว่ายินยอมหรือไม่” อย่าเห็นว่าปกติจูต้าไม่ใคร่จะสนใจน้อง ๆ เท่าไหร่ แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนนอกกลับ ‘ปกป้อง’ น้องชายตัวเองยิ่งนัก
เหมยอี้โมโหยิ่งนัก หันไปตะโกนใส่พวกเหมยถงซาน “ไม่เห็นหรือว่าพวกนั้นรังแกคน? ยังไม่รีบบุกเข้าไปพร้อมกันอีก”
“บุกอะไรกัน? ที่แท้พวกเจ้าก็ไม่ได้มาหาคน แต่มาหาเรื่องสกุลจูสินะ? พวกเจ้าก็ไม่ลองถามเรื่องหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์กับคนอื่นดูเสียหน่อย คิดว่าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างข้ารังแกได้ง่าย หมาแมวที่ไหนก็มารังแกได้อย่างนั้นรึ?” เย่อวี๋หรานพูดพลางใช้มีดสับลงบนม้านั่งข้าง ๆ กุมตำแหน่งผู้กำหนดสถานการณ์ไว้ทางฝั่งตนเองอย่างแน่นหนา
เสียงดังผลัวะและมีดที่ลับจนมันวาวเล่มนั้นเคาะสติเหมยอี้ทันใด ทำให้เขาระลึกถึงคำร่ำลือเกี่ยวกับหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ขึ้นมาได้ เอะอะก็คว้ามีดหมายจะเอาชีวิตคน
เย่อวี๋หรานดึงมีดขึ้นมาจากม้านั่ง แผดเสียงใส่คนตรงหน้าประตูเรือนอย่างดุร้าย “พวกเจ้า ใครอยากมาสู้ตายกับข้า? เจ้า หรือว่าเจ้า เจ้า เจ้า…”
ถึงจะไม่รู้ชื่อ แต่เย่อวี๋หรานยังคงขานเรียกไปทีละราย ใช้ดวงตาแฝงไอสังหารกวาดตามองไปทีละคน
เหมยอี้ที่ถูกมองมานั้นตกใจจนถอยไปหลบอยู่ด้านหลังเหมยถงซาน “เจ้าไปพูดกับนางเร็วเข้า ตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่หรือ ว่าให้เจ้าเป็นคนออกหน้า?”
เหมยถงซานที่จริงก็หวั่นเกรงหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้อยู่บ้าง แต่ไม่มีใครเต็มใจออกหน้า เขาจึงได้แต่ยอมรับหน้าที่นี้
แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงก็คือ ในยามที่เขาอุตส่าห์เตรียมตัวเตรียมใจมาอย่างดีแล้ว กลับถูกเจ้าคนที่ ‘ทำการใดก็ไม่สำเร็จ แต่ช่ำชองการทำให้เสียเรื่อง’ ตัดหน้าไปเสียได้
ครั้นถูกเหมยอี้ก่อกวนเช่นนี้ จิตใจฮึกเหิมของเขาก็ราวกับลูกโป่งที่ถูกเจาะรู มันฟีบลงทันใด
เหมยถงซานถลึงตาใส่เหมยอี้ที่ท่าดีทีเหลว ได้แต่ทำหน้าตึงก้าวออกมา “ข้า…”
“เฮอะ! เป็นเจ้าเองหรอกหรือที่มาหาเรื่องข้า!” เย่อวี๋หรานแสยะยิ้มเย็นชา
เหมยถงซานไม่กล้าสบตานาง
เย่อวี๋หรานชี้มีดใส่หน้าเหมยถงซานตรง ๆ “เจ้าใจกล้าจริง ๆ แม้แต่หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างข้าก็ยังกล้ามาหาเรื่อง อะไรกัน เจ้ามีกี่ชีวิตถึงจะมาดวลกับข้า? เจ้าว่ามา ข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง!”