ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 195 หญิงม่ายตั้งครรภ์
บทที่ 195 หญิงม่ายตั้งครรภ์
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลหลินมาถึงอย่างรวดเร็ว
พวกเขาให้คนสะสางพื้นที่ภายในเรือนสกุลหลินเพื่อจำกัดวงผลกระทบทันทีที่มาถึง แต่แม้จะทำเช่นนี้ก็ยังมีคนมารวมตัวดูเหตุการณ์บริเวณใกล้เคียงอยู่ไม่น้อย
พอพวกเขาเห็นเย่อวี๋หรานก็รู้สึกปวดหัว ไฉนหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จึงมาอยู่ที่นี่?
รู้สึกเหมือนว่าขอเพียงมีนางอยู่ก็ไม่มีเรื่องดี
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว นางรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมไม่เป็นที่ชื่นชอบเท่าไหร่ แต่คราวนี้นางไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องเสียหน่อย แต่เรื่องจงใจพุ่งเข้าหานางเองต่างหาก
“พวกท่านสามารถหาแม่เฒ่าสักคนมาตรวจสอบบาดแผลบนร่างกายหลินหมู่ได้ บนศีรษะมีรอยยุบ ตรงคอมีรอยเชือกรัด ส่วนว่าบนร่างกายยังมีรอยอื่น ๆ อีกหรือไม่ ยังไม่ได้ตรวจสอบ…” เย่อวี๋หรานเจตนาไม่บอกความคิดเห็นของตนเองออกไปเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาของอีกฝ่าย เพียงแค่บอกว่าตรวจพบบาดแผลตรงจุดไหนไปแล้วบ้าง
ถึงคนจะตายไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลหลินยังคงถือสาเรื่องข้อห้ามระหว่างชายหญิง จึงไม่ได้ไปตรวจสอบด้วยตนเอง แต่ทำตามคำแนะนำของเย่อวี๋หราน โดยเรียกแม่เฒ่าผู้หนึ่งมาตรวจสอบแทน
แต่ช่วงข้ามปีแบบนี้ ผู้ใดจะยินดีมาทำเรื่องอัปมงคลเช่นนี้กัน?
แต่กลัวว่าพูดไปแล้วไม่เข้าใจกัน หากหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์โวยวายขึ้นมาแล้วจะยิ่งจัดการยากกว่าเดิม
หลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยเปลี่ยนไปใส่ชุดไว้ทุกข์ นั่งคุกเข่าร่ำไห้อย่างโศกาอาดูรอยู่หน้าโลงศพ
“เจ้าหน้าที่ ผู้อาวุโส พวกท่านต้องเป็นตัวแทนพวกข้าทวงความเป็นธรรมให้ท่านแม่ด้วยนะเจ้าคะ”
“ฮือ ๆๆ…แม่ข้าตายอนาถยิ่งนัก”
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสทอดถอนใจ แม้พวกเขาจะไม่ชมชอบหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ แต่เรื่องที่หลินหมู่ไม่ได้ฆ่าตัวตาย และเป็นไปได้ว่าอาจถูกคน ‘ฆาตกรรม’ กลับทำให้พวกเขารู้สึกเหนือความคาดหมาย
พวกเขายังไม่ทันได้พูดอะไรก็พลันได้เสียงโหวกเหวกโวยวาย ที่แท้หญิงม่ายที่จะแต่งงานกับหลินซานโก่วคิดจะหนีแต่ถูกจับกุมตัวเอาไว้ได้
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“ข้าไม่ได้ฆ่านางเสียหน่อย ปล่อยข้า!”
……
ระหว่างยื้อยุดกันอยู่ ผ้าคลุมบนศีรษะหญิงม่ายผู้นั้นก็เลื่อนหลุดออก รวมถึงชุดคลุมมงคลบนร่างของนางก็ถูกกระชากจนแหวกออกเช่นกัน เผยให้เห็นหน้าท้องที่นูนขึ้นมา
ชั่วขณะนั้น ทุกอย่างพลันเงียบสนิท
หลินซื่อหันไปทางอีกฝ่ายฉับพลัน สีหน้าคล้ายกับไม่อยากเชื่อ “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
นางแผดเสียงแล้วปรี่เข้าหาหญิงม่ายผู้นั้น
“ขวางนางไว้ รีบขวางนางไว้” ผู้อาวุโสหลินร่ำร้องอย่างตกใจ
แม่เฒ่าที่อยู่ข้าง ๆ รีบคว้าเอวหลินซื่อไว้ทันที
หญิงม่ายผู้นั้นตกใจจนไปหลบอยู่หลังคนที่ยังยื้อยุดกับนางเมื่อครู่นี้ด้วยท่าทางขอความช่วยเหลือ
“ใครกล้าแตะต้องหลานชายข้า?! ข้าจะแลกชีวิตกับมัน!” แม่เฒ่าหลินสังเกตเห็นสถานการณ์ทางนี้ก็โฉบเข้ามาอย่างคลุ้มคลั่ง ไม่ยอมให้ใครแตะต้องครรภ์หญิงม่าย
แต่หลินซานโก่วกลับเอาแต่นั่งกุมศีรษะอยู่ที่เดิม ไม่สนใจใครทั้งสิ้น
“หลินซานโก่ว เจ้าหน้าโง่ เมียตัวเองถูกคนรังแกแล้ว เจ้ายังไม่รู้จักปกป้องนางอีก? เจ้ายังอยากได้ลูกชายอยู่หรือไม่?” แม่เฒ่าหลินเห็นท่าทางไม่ได้เรื่องของลูกชายก็ดุด่าออกมาอีก
การหักมุมดุจละครเช่นนี้ทำให้ผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านสกุลหลินบังเกิดความคิดเชื่อมโยงที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หลินซานโก่วที่ร้อนใจอยากได้ลูกชาย หลินหมู่ที่ตายอย่างเป็นปริศนา และหญิงม่ายอุ้มท้องโต…
เรื่องใหญ่แล้วสิ!
สุดท้ายกลับเป็นเย่อวี๋หรานที่เข้ามาห้ามหลินซื่อไว้ “โวยวายอะไร? หากเจ้าฆ่านางแล้วแม่เจ้าจะฟื้นขึ้นมาหรือ?”
“ฮือ ๆๆ…ท่านแม่…” หลินซื่อเห็นแม่สามีก็น้ำตาไหลพราก นางไม่ดิ้นรนอีกต่อไป แต่กลับร้องไห้อย่างปวดใจกว่าเดิม “ท่านแม่ แม่ข้าตายอย่างไม่เป็นธรรม!”
เย่อวี๋หรานบอกให้แม่เฒ่าผู้นั้นปล่อยหลินซื่อแล้วเดินเข้าไปสวมกอดนาง
หลินซื่อโถมกายหาอ้อมอกของเย่อวี๋หรานพลางร่ำไห้อย่างโศกา “ฮือ ๆๆๆ…พวกเขาทำแบบนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ? ทำแบบนี้ได้อย่างไร?”
นางถามตนเองไม่หยุดว่ามารดาของนางทำอะไรผิดจึงต้องพบจุดจบเช่นนี้?
การคลอดลูกชายเป็นเรื่องสำคัญถึงปานนั้น? สำคัญจนบิดานางต้องเอาชีวิตมารดาเพื่อมอบฐานะให้หญิงม่ายที่ตั้งครรภ์ลูกของเขา?
“ฮือ ๆๆ…เขาเป็นพ่อของข้า พ่อของข้านะเจ้าคะ เขาอำมหิตถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?”
เย่อวี๋หรานไม่รู้ว่าควรปลอบใจนางอย่างไรดี จึงได้แต่นึกทอดถอนใจแล้วพูดว่า “เรื่องราวเป็นมาอย่างไรกันแน่ เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสยังไม่ได้ข้อสรุป เจ้าต้องเชื่อใจพวกเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาต้องไม่ปล่อยให้แม่เจ้าตายเปล่าแน่”
นางกลัวว่าหลินซื่อจะไม่เชื่อตนเอง จึงให้เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านสกุลหลินรับรองว่า ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร พวกเขาไม่อาจปกป้องคนชั่วที่ฆ่าคน จะต้องมอบความเป็นธรรมให้หลินหมู่
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสย่อมไม่กล้าไม่รับปากอยู่แล้ว ทั้งสองคนต่างก็ให้คำมั่นสัญญา
แม่เฒ่าหลินได้ยินเช่นนั้นก็ร้องเอะอะมาจากอีกด้าน เบิกตาร่ำร้องว่าพูดเหลวไหล ยืนกรานว่าหลินหมู่แขวนคอตายเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับครอบครัวนาง
ทั้งยังด่าว่าหลินหมู่เป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ ทำเป็นแค่คลอดลูกสาว แต่กลับไม่มอบลูกชายสืบทอดวงศ์ตระกูลให้สกุลหลิน มีชีวิตไปก็สิ้นเปลืองอาหาร สมควรตายไปตั้งนานแล้ว ตายแล้วยังสร้างปัญหาไม่จบสิ้น ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเข้าไปอยู่ในสุสานบรรพชนของสกุลหลิน สมควรใช้เสื่อคลุมร่างไปโยนทิ้งไว้ที่สุสานอนาถา
เมื่อหลินซื่อได้ยินว่ามารดาของนางตายแล้วยังไม่อาจฝังศพไว้ในสุสานบรรพชน สีหน้าก็พลันซีดเผือด นางลากน้องสาวทั้งสองไปกอดขาผู้อาวุโสสกุลหลิน ขอร้องเขาว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมอบความเป็นธรรมให้มารดาของพวกนาง นางลำบากเพื่อสกุลหลินมาชั่วชีวิต ไม่อาจปล่อยให้คนตายไปแล้วก็ยังไม่มีแม้แต่สถานที่พักพิงอย่างสงบได้
“จะฝังไว้ในสุสานบรรพชนได้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่หญิงเฒ่าอย่างเจ้าจะมากำหนด!” เย่อวี๋หรานแค่นเสียงเย็น พลางกล่าวว่า “เฮอะ ผู้อาวุโสหลินอยู่ที่นี่ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าตัดสินใจหรอก”
เย่อวี่หรานไม่ได้บังคับให้ผู้อาวุโสสกุลหลินให้คำสัญญาใด ๆ แต่เร่งให้พวกเขาสองคนรีบวินิจฉัยคดี ช่วงข้ามปีกลับมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นก็เป็นอัปมงคลจริง ๆ
หากได้ข้อสรุปแล้วจะได้ยุติเรื่องราวโดยเร็ว นางจะได้ไม่เสียเวลาจนกลับไปกินมื้อครอบครัวไม่ทัน
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสสกุลหลินก็อยากยุติเรื่องนี้โดยเร็วเช่นกัน เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็รีบดำเนินการตามแนวทางพิจารณาคดีของทางการทันที สั่งการให้กักตัวคนที่เกี่ยวข้องกับรูปคดีเอาไว้ในเรือนสกุลหลิน
แม้จะไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แต่ภายใต้การชี้เตือนของเย่อวี๋หราน เพื่อเงินไม่กี่เหรียญแล้ว ยังมีแม่เฒ่าที่ใจกล้าพอมาตรวจศพหลินหมู่ หลังจากนั้นก็รายงานผลต่อเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสสกุลหลิน
เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสสกุลหลินยังสั่งให้คนคุมตัวหลินซานโก่ว แม่เฒ่าหลิน และหญิงม่ายมาดำเนินการไต่สวนเป็นรายบุคคลในห้องโถงของเรือนสกุลหลิน
และเพื่อพิสูจน์ว่าพวกตนไม่ได้ปกป้องคนเลว เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสสกุลหลินยังอนุญาตให้เย่อวี๋หรานและบุตรสาวสกุลหลินทั้งสามคนมาร่วมฟังการไต่สวนในห้องโถง
แม่เฒ่าหลินยืนยันว่าหลินหมู่แขวนคอตายเอง และคนอื่นก็ไม่ยอมรับเช่นเดียวกัน
ผู้อาวุโสสกุลหลินถามอยู่นานก็ยังไร้ผลลัพธ์ สุดท้ายก็โมโหขึ้นมา “เจ้าคิดว่าพวกข้าตาบอดเรอะ แล้วแผลบนศีรษะหลินหมู่มาได้อย่างไร?”
“ข้าจะไปรู้หรือ? นางล้มเองล่ะสิ” แม่เฒ่าหลินปิดปากสนิท ไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น
มาถึงรอบหญิงม่าย นางเพียงเปิดปากก็ร้องไห้บอกว่าตนเองบริสุทธิ์ นางไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
ผู้อาวุโสหลินปวดเศียรเวียนเกล้า “เมียถงเกิน ข้ารู้ว่าสามีเจ้าตายมาหลายปีแล้ว เจ้าเป็นแม่ม่ายมีลูกกำพร้าพ่อมาหลายปีก็คงไม่ง่ายเลย หากอยากได้ผู้ชายสักคนมาเป็นที่พึ่งก็เข้าใจได้ แต่คนเราต้องมีมโนธรรม เจ้าพูดมาเถอะ เจ้าเป็นแม่ม่ายอยู่ดี ๆ ไฉนจึงตั้งครรภ์ขึ้นมาได้?”
หญิงม่ายที่ถูกเรียกว่า ‘เมียถงเกิน’ หวาดกลัวจนหัวหด “ผู้อาวุโส ข้าไม่รู้อะไรจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้ายอมรับว่าข้าเป็นชู้กับหลินซานโก่ว แต่…แต่ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการตายของเมียเขานี่นา ข้าไม่ได้ฆ่าเมียเขาเสียหน่อย”
นางรีบหันหน้าหนี แสดงชัดเจนว่ากินปูนร้อนท้อง
และเมื่อผู้อาวุโสหลินถามต่อก็กลับไม่ยอมพูดอะไรทั้งสิ้น