ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 197 พบอาวุธสังหาร
บทที่ 197 พบอาวุธสังหาร
ในใจของทั้งสองคนนึกถึงคนคนหนึ่งในทันที
ในไม่ช้าแม่เฒ่าหลินก็ถูกพาตัวกลับเข้ามา
ผู้อาวุโสหลินและเจ้าหน้าที่ทางการของหมู่บ้านสกุลหลินคิดว่าหลินซานโก่วกตัญญูต่อแม่มาโดยตลอด ถ้าหากเขาต้องการจะพูด ‘ปกป้อง’ ใครสักคน ก็น่าจะเป็นแม่เฒ่าหลิน
“บอกมาว่าเจ้าเป็นคนฆ่าลูกสะใภ้สามของเจ้าใช่หรือไม่?” ผู้อาวุโสหลินมีสีหน้าดุดัน รอจนนางเข้ามาก็ถามออกไปตรง ๆ
แม่เฒ่าหลินที่ตัวสั่นเทารีบปฏิเสธ “ไม่ใช่ ๆ ข้าจะไปฆ่าสะใภ้สามของข้าได้อย่างไร? ข้ากับนางมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พวกเรา…”
“อย่ามาพูดถึงเรื่องนี้เลย เจ้ากับสะใภ้สามของสกุลเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดี ทุกคนในหมู่บ้านสกุลหลินต่างรู้ดี ถ้าเจ้าพูดถึงลูกสะใภ้ใหญ่ของเจ้าก็อาจจะเป็นไปได้ แต่กับสะใภ้สาม อย่างไรก็เป็นไปไม่ได้”
แม่เฒ่าหลินแก้ตัว “เข้าใจผิดแล้ว เข้าใจผิดหมดแล้ว ถึงความสัมพันธ์ของข้ากับสะใภ้สามจะไม่ได้ดีอย่างที่ข้าพูด แต่ก็ไม่ถึงขั้นจะฆ่าคนได้”
“ลูกชายเจ้าบอกว่าเจ้าเป็นคนฆ่า” ผู้อาวุโสหลินพูดอย่างไม่อ้อมค้อม
“เป็นไปไม่ได้!” แม่เฒ่าหลินไม่อยากจะเชื่อ
แต่จากที่นางไม่เชื่อก็ถูกผู้อาวุโสหลินพูดเน้นย้ำซ้ำ ๆ บอกว่าคนในหมู่บ้านรู้ว่านางปฏิบัติต่อหลินซานโก่วไม่ดี ใช้หลินซานโก่วอย่างกับหมูกับหมา ทั้งยังคิดจะขายลูกสาวคนอื่นกิน คนอื่นล้วนคิดว่าหลินซานโก่วโง่ มีแม่เช่นนี้ถ้าเป็นพวกเขาคงเบือนหน้าหนี แต่หลินซานโก่วก็ยังจะเชื่อฟังนางอย่างโง่เขลา
“เจ้าคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้ ลูกชายของเจ้ายังจะปกป้องเจ้าอยู่อีกหรือ?” หลังจากพูดไปขนาดนั้น ผู้อาวุโสหลินก็ถามอีกครั้งหนึ่ง
แม่เฒ่าหลินนึกถึงการปฏิบัติของนางที่มีต่อลูกชายคนนี้ขึ้นมา อดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่าเป็นไปไม่ได้ หรือว่าลูกชายจะใส่ร้ายนางจริง ๆ?
ท้ายที่สุดแล้วนางปฏิบัติต่อหลินซานโก่วดีหรือไม่ ความจริงนางก็รู้ดีอยู่แก่ใจ เพียงแต่คนก็อายุมากแล้ว จำเป็นต้องทำให้ตำแหน่งของตัวเอง ‘มั่นคง’
ครอบครัวของลูกชายคนโตมีทั้งลูกชายและลูกสาว แค่มองก็รู้ว่าเงื่อนไขดีกว่าอีกสองคน ส่วนลูกชายคนที่สามไม่มีลูกชายสักคน ในอนาคตแน่นอนว่าคงพึ่งพาไม่ได้
แม่เฒ่าหลินใคร่ครวญอยู่สักพักหนึ่งก็รู้ว่าควรประจบประแจงใครและควรเหยียบย่ำใคร
ผู้อาวุโสหลินเห็นว่าแม่เฒ่าหลินเริ่มคล้อยตามจึงพูดโน้มน้าวเข้าไปอีกเพื่อ ‘ปลุกปั่น’ เรื่องที่ว่าภาพจำของคนในหมู่บ้านที่มีต่อพวกเขาอย่างหลินซานโก่วคนนี้ ไม่ว่าจะกตัญญูสักเท่าไหร่แต่ก็ถูกนางกดขี่จนมาถึงจุดนี้ไม่ใช่หรือ?
“มีชีวิตอยู่ย่อมดีกว่าตาย แล้วใครเล่าจะไม่อยากมีชีวิตอยู่? หลินซานโก่วเองก็ย่อมต้องอยากมีชีวิตอยู่เป็นธรรมดา ตราบใดที่ยังมีชีวิต เขาก็จะสามารถแต่งงานให้กำเนิดลูกชาย แต่หากตายเขาก็จะไม่มีสิ่งใดเลย”
คำพูดของผู้อาวุโสหลินพูดมาถึงจุดนี้ แม่เฒ่าหลินก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไป และได้พูดออกมา
“ข้ากล้าสาบานต่อตาแก่ที่อยู่ในหลุมใต้สกุลข้า ว่าข้าไม่ได้ฆ่าสะใภ้สาม ตอนที่ข้าไปถึงนางก็ตายไปแล้ว”
เดิมทีวันนั้นนางวางแผนจะไปสร้างเรื่องที่บ้านของลูกชายคนที่สามจริง ๆ และถือโอกาสไปเอาของที่บ้านลูกชายคนโตด้วย ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดคือนางเพิ่งไปถึงลานบ้านก็สังเกตได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
“มีแค่ลูกชายคนเดียวที่วิ่งออกมา เขาทำท่าทีกระวนกระวายราวกับซ่อนใครไว้ในบ้าน แล้วยังไม่ให้ข้าเข้าไปในบ้านอีก แล้วทำไมข้าถึงเข้าไปไม่ได้เล่า? เช่นนั้นข้าจึงเข้าไป”
หลังจากนั้นนางก็เห็นร่างไร้ลมหายใจของหลินหมู่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
“ตอนนั้นข้าตกใจแทบตาย แต่เจ้าสามปิดปากข้าไว้ไม่ให้ข้าร้องออกมา”
แม่เฒ่าหลินอธิบายอย่างละเอียดว่าในตอนนั้นนางหวาดกลัวมาก ราวกับว่าเรื่องนี้จะทำให้นางพ้นผิด
แม้นางจะดูแคลนลูกชายคนนี้ แต่หลินหมู่ก็ตายไปแล้ว นางก็ไม่สามารถทิ้งลูกชายคนนี้ได้ไม่ใช่หรือ?
ตอนนั้นนางตื่นตระหนก ไม่อยากจะเสียลูกชายคนนี้ไป ดังนั้นพอลูกชายบอกว่าจะทำให้การตายของหลินหมู่กลายเป็นการ ‘แขวนคอฆ่าตัวตาย’ เพื่อลบล้างความผิดของเขา นางจึงช่วยโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ
“จริง ๆ ไม่ใช่ข้าที่ทำให้สะใภ้สามตายจริง ๆ ตอนที่ข้าไปถึง นางก็ตายไปแล้ว” หลังพูดจบ แม่เฒ่าหลินก็ยังไม่ลืมพูดซ้ำอีกรอบ
“เจ้ารู้เรื่องของหลินซานโก่วกับเมียถงเกินหรือไม่?” เย่อวี๋หรานถาม
เดิมทีแม่เฒ่าหลินคิดจะปฏิเสธ แต่ไม่รู้คิดอะไรอยู่ถึงยอมรับด้วยท่าทีลังเล แต่นางก็ย้ำว่า “ข้าก็ได้ยินมาจากเจ้าสามเช่นกัน ด้วยสถานการณ์ตอนนั้นที่เขาไม่มีลูกชาย ข้าเกรงว่าถ้าเขาต้องรออีกสามปีถึงจะแต่งงานได้มันจะไม่ดี จึงต้องการจัดงานรื่นเริงให้เรียบร้อยเสียก่อน หลังจากนั้นเขาก็มาแอบเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเองกับเมียถงเกิน และต้องการจะแต่งงานกับนาง ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นท้องของเมียถงเกิน ข้าก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าสามจะเป็นคนแบบนั้น…”
หลังจากนั้นก็ยังพูดเรื่องที่ตัดสินหลินซานโก่วจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้
อย่ามองว่ายามปกติคนคนหนึ่งซื่อตรงขนาดนั้น แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะไปผูกสัมพันธ์กับเมียถงเกินลับหลัง ทั้งยังทำคนท้องโตไปแล้ว
จิ๊ๆ ๆๆ…หากไม่ใช่เพราะนางร้อนใจเรื่องอุ้มหลานชาย นางคงไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้หรอก
“เจ้าแน่ใจหรือว่าตอนเจ้าเข้าไปในห้องก็เห็นศพของหลินหมู่แล้ว?” เย่อวี๋หรานถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
แม่เฒ่าหลินพยักหน้า “อืม ตอนนั้นในห้อง…”
นางบรรยายอย่างละเอียดถึงสิ่งที่นางเห็นตอนนั้น รวมไปถึงวิธีที่นางช่วยหลินหมู่เปลี่ยนเสื้อผ้าและการทำให้ดูเหมือนเป็นการแขวนคอ
ส่วนเสื้อผ้าพวกนั้นก็ถูกลูกชายของนางนำไปโยนทิ้งที่หลังบ้านและเผาทิ้งไปแล้ว
ผู้อาวุโสหลินและเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านสกุลหลินสั่งการให้คนไปตรวจสอบที่หลังบ้าน แน่นอนว่ามีหลุมที่ถูกขุดอำพรางไว้หลุมหนึ่ง พวกเขาพบร่องรอยการเผาไหม้ รวมไปถึงอาวุธสังหารเปื้อนเลือด …และค้อน
“หลินซานโก่วโกหก” เมื่อเห็นค้อน ในใจของผู้อาวุโสหลินและเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลหลินก็มีคำตอบขึ้นมาทันที
เห็นได้ชัดว่าบาดแผลนั้นไม่ได้เกิดจากการกระแทกโดยบังเอิญ และขนาดของค้อนก็สอดคล้องกับบาดแผลนั้นเป็นอย่างมาก
กล่าวอีกอย่างคือ ไม่ว่าการตายของหลินหมู่จะเป็นอุบัติเหตุหรือไม่ แต่ก่อนที่จะตาย นางก็ถูกคนใช้ค้อนทำร้าย
ผู้อาวุโสหลินและเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลหลินเตรียมให้คนนำตัวหลินซานโก่วเข้ามาอีกครั้ง แต่เย่อวี๋หรานกลับเสนอให้นำเมียถงเกินเข้ามา
“จะพานางเข้ามาทำไมหรือ?”
“เมื่อถึงเวลา พวกท่านจะรู้เอง” เย่อวี๋หรานเพียงแค่คาดเดา นางยังมีบางสิ่งที่ต้องยืนยัน
เมื่อเมียถงเกินถูกนำตัวเข้ามา เย่อวี๋หรานก็ขู่ให้นางกลัวโดยบอกนางว่าหลินซานโก่วและแม่เฒ่าหลินต่างชี้ชัดว่าหลินหมู่ถูกเมียถงเกินฆ่าตาย
“เป็นไปไม่ได้” เมียถงเกินส่ายหัวทันที “พวกเขาจะพูดแบบนั้นไม่ได้ พวกเขา…ไม่ใช่ ข้าหมายถึง ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่า ข้ากล้าสาบานว่าข้าไม่ได้ฆ่าเมียของซานโก่ว”
เย่อวี๋หรานให้อีกฝ่ายเงยหน้ามองไปยังของบนถาด
เมื่อเมียถงเกินเห็นค้อนอันนั้น รูม่านตาก็หดตัวทันที
เย่อวี๋หรานจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “ตอนนี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย”
“ข้า…”
“เจ้าลองคิดดูให้ถี่ถ้วน พวกเขามีกันสองคน เจ้ามีแค่คนเดียว เจ้าคิดว่าพวกข้าควรจะเชื่อใครเล่า?”
เมียถงเกินเงยหน้าขึ้นมองไปยังเย่อวี๋หรานอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะมองไปทางผู้อาวุโสหลิน และเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลหลิน นางรีบอธิบายว่านางไม่ได้ฆ่าหลินหมู่จริง ๆ
ใช่ นางยอมรับว่าตอนที่หลินหมู่ตาย นางก็อยู่ที่นั่น แต่นางไม่ได้คิดจะทำให้หลินหมู่ตาย
เด็กในท้องนางโตขนาดนี้แล้ว นางไม่อาจรอต่อไปได้อีก ดังนั้นนางจึงไปหาหลินซานโก่วเพื่อให้เขาคิดหาวิธี
“เป็นเขาเองที่เคยสัญญาว่าถ้าข้าท้องเขาจะแต่งงานกับข้า ท้องข้าโตแล้ว ข้ารอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ข้าไม่อยากถูกจับยัดคอกหมูแล้วถูกถ่วงลงแม่น้ำ”
เมียถงเกินร้องไห้น้ำตานอง บอกว่านางไม่ได้เต็มใจทำ นางถูกหลินซานโก่วข่มขืน