ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 198 เด็กในท้องเจ้าเป็นลูกของใคร?
บทที่ 198 เด็กในท้องเจ้าเป็นลูกของใคร?
เดิมทีเมียถงเกินคิดว่าแค่ถูกสุนัขกัดทีหนึ่งจึงแค่จะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป แต่นางกลับคาดไม่ถึงว่าแค่ครั้งนั้นครั้งเดียวจะทำให้ท้อง
ท้องแล้วควรทำอย่างไร?
แน่นอนว่าต้องไปให้ผู้ชายคนนั้นรับผิดชอบ
แต่ในขณะที่นางคุยกับหลินซานโก่วกลับถูกหลินหมู่จับได้เสียก่อน
“นางวิ่งตรงเข้ามาหาข้าสุดกำลังราวกับเสียสติ ข้าตกใจกลัวจนแทบกรีดร้อง”
ประเด็นคือท้องนางโตมากจึงไม่สามารถต่อกรกับหลินหมู่ได้ ดังนั้นนางจึงถูกผลักจนล้มลงพื้น
ในตอนที่หลินหมู่คว้าเศษของกาน้ำชาที่แตกกระจายหมายจะฆ่านาง หลินซานโก่วก็ลงมือผลักหลินหมู่ออกไป
“ตอนนั้นหัวของนางกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะ เพียงครู่เดียวเลือดก็ไหลออกมาเยอะมาก ข้าตกใจสับสนไปหมด ทั้งเรื่องท้อง ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ แน่นอนว่าข้าคงหนีไม่รอด…”
เมียถงเกินบอกว่านางคงไม่มีวันลืมในตอนนั้นที่หลินหมู่นอนอยู่บนพื้น และยื่นมือมาทางพวกเขาอย่างต้องการ ‘ความช่วยเหลือ’
แต่ในตอนนั้นเองหลินซานโก่วกลับดึงค้อนออกมาจากในตู้และทุบไปยังหลินหมู่
“เขาบ้าไปแล้ว เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ!” เมียถงเกินพูด “เขาฆ่าเมียเขาจริง ๆ สวรรค์ มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว!”
ส่วนที่เหลือนั้นหลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยทนฟังต่อไปไม่ไหว พวกนางร้องไห้พูดว่ามันเป็นไปไม่ได้ พ่อของพวกนางที่เป็นคน ‘ขี้ขลาด’ เสียขนาดนั้น จะทำเช่นนั้นกับแม่ของพวกนางได้อย่างไร?
“จะเป็นไปไม่ได้ได้อย่างไร? เขาเสียสติไปแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาจะทำเรื่องเช่นนั้นกับข้าหรือ? ไม่เช่นนั้นลูกในท้องข้านี่เป็นของปลอมหรือ?” เมียถงเกินพูดอย่างขุ่นเคือง “ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ข้าก็ยังมีที่ดินมีลูกชาย ข้าเคยมีชีวิตที่ดี ต้องมาท้องโตจนหวาดกลัวขนาดนี้หรือ?”
ยิ่งไปกว่านั้นคือนางอยู่ในสภาพที่ต้องมา ‘จัดงานมงคลล้างเคราะห์’ ผู้หญิงในบ้านยังไม่ได้ขึ้นเขาก็ต้องมาแต่งเข้าเสียแล้ว หลังจากเรื่องนี้แพร่ออกไปชื่อเสียงของนางคงจะไม่ดีนัก
เมียถงเกินทำให้ตัวเองอยู่ในสถานะ ‘ผู้บริสุทธิ์ที่สุด’ ซึ่งถูกหลินซานโก่วข่มขืนอย่างไม่เต็มใจ นางไม่เต็มใจที่จะท้อง อีกทั้งการตายของหลินหมู่ก็เกินความคาดหมายของนาง
ตอนนี้นางไม่ขอสิ่งอื่น หวังเพียงผู้อาวุโสหลินและเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลหลินจะให้ความเป็นธรรมกับนาง และสามารถคืน ‘สถานะทางสังคม’ ให้กับนางและลูกได้
แม้นางจะรู้ว่าหลินซานโก่วเป็น ‘ฆาตกร’ แต่นางและลูกนั้นบริสุทธิ์ ถึงนางจะไม่เต็มใจ แต่นางก็กราบไหว้ฟ้าดินกับเขาไปแล้ว ตอนนี้นางจึงเป็นภรรยาของเขา หลังจากนี้ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร นางก็จะให้กำเนิดลูกคนนี้และมีชีวิตที่ดีกับลูกทั้งสองคนในอนาคต
“ไม่ถูกสิ ไม่ใช่แค่ลูกทั้งสองคน ยังมีเอ้อร์เม่ย ซานเม่ย กับซื่อเม่ย…” เมียถงเกินราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ก็มองไปทางพวกหลินซื่อ หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยที่ร้องไห้อยู่นานแล้ว “ข้ารู้ว่าพูดไปตอนนี้ก็จะรบกวนเสียเปล่า แต่ข้าแต่งเข้ามาแล้ว พวกเจ้าก็วางใจเถอะ ข้าจะเป็นแม่เลี้ยงที่ดีแน่นอน ตราบใดที่มีข้าอยู่ ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้าอดอยากเด็ดขาด”
หลินซื่อปกป้องน้องสาวของตนเอาไว้อย่างแน่นหนา และจ้องกลับไปด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “ไม่จำเป็น พวกข้าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า เจ้าบอกว่าเจ้าบริสุทธิ์ มันก็แค่สิ่งที่เจ้าพูด สุดท้ายแล้วเรื่องเป็นเช่นไร มีแต่เจ้าเองที่รู้อยู่แก่ใจ”
เย่อวี๋หรานลอบมองอย่างชื่นชม ทำได้ดีมาก! น้ำตาและความกล้ำกลืนนั้นเก็บไว้กับตัวเอง ต่อหน้าคนนอกต้องจับอาวุธขึ้นมาและต่อสู้ให้ถึงที่สุด
แม้นางจะไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมียถงเกินและหลินซานโก่ว แต่อีกฝ่ายรอจนมีไพ่ในมือแล้วถึงได้มาหาหลินซานโก่ว และยังเรื่องที่จงใจเลือกที่นั่นที่ถูกคน ‘พบ’ ได้ง่าย และยังกล้าพูดเหมือนตัวเองไม่กลัวความผิดเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดอีกหรือ?
เฮอะ ๆ!
ถึงอย่างไรเย่อวี๋หรานก็ไม่เชื่อ
มีลูกชายมีที่ดิน คนคนหนึ่งสามารถมีชีวิตที่ดีได้ ถ้าหากอีกฝ่ายใช้ชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 21 แน่นอนว่ามันคงเป็นประวัติศาสตร์การต่อสู้ดิ้นรนของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งก็ล้วนไม่มีปัญหาอะไร
แต่ถ้าเป็นในยุคนี้ ปัญหานั้นใหญ่หลวงมาก เมื่อไม่มีผู้ชาย พวกอันธพาลเจ้าถิ่นก็จะมาถึงหน้าประตูบ้าน แล้วยังพวกงานที่ใช้แรงกายเหล่านั้นอีก ใครจะเป็นคนทำเล่า?
เย่อวี๋หรานคอยสังเกตอย่างระแวดระวัง เมียถงเกินคนนี้แม้ดูแล้วจะไม่ต่างกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้… ทำไมนางที่เป็นหญิงม่ายคนหนึ่งถึงบำรุงผิวพรรณได้ดีพอ ๆ กับหญิงที่แต่งงานแล้วคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเล่า?
ไม่มีทั้งพลัง อำนาจ หรือเงินทอง ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งต้องเลี้ยงดูตัวเองและลูกชายในยุคนี้ แน่นอนว่ามีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่าคนทั่วไป เช่นนั้นหากพูดตามทั่วไปแล้ว เมียถงเกินก็ควรจะดู ‘แก่’ กว่าคนรุ่นเดียวกัน และใบหน้าควรจะดูผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
เย่อวี๋หรานเชื่อว่าไม่ใช่ว่าคนในหมู่บ้านสกุลหลินจะไม่สังเกตเห็น เพียงแต่อาจจะยังไม่มีคนเจอ ‘หลักฐาน’ ทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่าเพราะ ‘ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองจึงไม่ควรเข้าไปยุ่ง’
เมียถงเกินตาแดงก่ำ พูดออกมาอย่างน้อยอกน้อยใจ “ข้ารู้ว่าเจ้าคงจะรับไม่ได้ไปอีกสักพัก ข้าเข้าใจ ข้าไม่ได้มีความหมายอื่นใด ข้าเพียงแต่คิดว่าผู้หญิงทุกคนล้วนใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก จึงไม่จำเป็นต้องลำบากใจหากต้องพึ่งพากัน…”
“เด็กในท้องเจ้าเป็นลูกของใคร?” เย่อวี๋หรานขัดจังหวะ ไม่ให้อีกฝ่ายได้พูดต่อ
เมียถงเกินมีสีหน้าราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? แน่นอนว่าเด็กในท้องข้าต้องเป็นลูกของหลินซานโก่ว เป็นเขาที่ข่มเหงข้าจนตั้งท้อง”
เย่อวี๋หรานไม่สนใจ หันไปพูดกับผู้อาวุโสหลินและเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลหลิน “นางเป็นคนจากหมู่บ้านสกุลหลินของพวกท่าน ท้ายที่สุดแล้วเด็กในท้องนางเป็นลูกของใคร ข้าคิดว่าพวกท่านคงจะสืบหาได้ง่าย ๆ ข้าไม่เลือกปฏิบัติต่อแม่ม่าย เพียงแต่ข้าแปลกใจอยู่สักหน่อยที่ตอนนี้นางซึ่งเป็นแม่ม่ายตัวคนเดียวสามารถมีชีวิตที่ดีขนาดนี้ได้”
ผู้อาวุโสหลินและเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลหลินมองไปยังเมียถงเกินด้วยสายตาที่ราวกับกำลังสำรวจ
เมียถงเกินรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “จะมาดงมาดีอะไร? ข้าก็ใช้ชีวิตแบบชาวบ้านทั่วไปไม่ใช่หรือ? ข้าไม่มีทั้งปลาตัวใหญ่หรือเนื้อชิ้นใหญ่ ไม่มีทั้งผ้าแพรหรือผ้าไหม จะไปมีชีวิตที่ดีอะไร…”
“ข้าแต่งงานกับจูเหล่าโถวมาหลายปีขนาดนี้ เขายังไม่มีเงินมาซื้อปิ่นปักผมให้ข้าสักอัน ไม่รู้ว่าเจ้าที่เป็นหญิงม่ายตัวคนเดียว นอกจากทำไร่ไถนาแล้วก็ไม่มีรายได้ทางอื่น แล้วปิ่นปักผมบนหัวของเจ้าได้มาจากที่ไหนหรือ?” เย่อวี๋หรานค่อย ๆ พูดออกมา
เมียถงเกินนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ เพราะวันนี้เป็นวัน ‘มงคลใหญ่’ นางจึงหยิบของที่เก็บเอาไว้ก้นหีบออกมา
ในตอนนั้นที่นางแต่งงานเข้าหมู่บ้านสกุลหลินนั้นไม่มีสินเดิมติดตัวเลยแม้แต่น้อย ประกอบกับที่ฝ่ายชายเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จึงไม่มีทรัพย์สินใดทิ้งไว้ให้นางเลย กล่าวได้ว่านอกจากที่ดินสองหมู่ที่เอาไว้ทำมาหากิน พวกเขานั้นถือว่า ‘ยากจนข้นแค้น’
แรกเริ่มนางก็ไม่ได้คิดไว้ถึงขั้นนี้ แต่ใครใช้ให้นางไม่มีผู้ชายเล่า ทั้งยังมีพวกเสเพลมาป้วนเปี้ยนหน้าบ้าน ท้ายที่สุดก็ไม่อาจป้องกันไว้ได้จนพวกเขามีโอกาสลงมือ
นางรู้ว่าเรื่องเช่นนี้หากพูดออกไปไม่เพียงแต่นางจะไม่ได้รับความเห็นใจเท่านั้น แต่อาจจะยังถูกด่าว่าเป็นพวก ‘คนสำส่อน’ และ ‘มีไฟย่อมมีควัน’
ที่แย่กว่านั้นอาจจะถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านสกุลหลิน หรือถูกจับยัดคอกหมู
เมียถงเกินยังไม่อยากตาย นางมีลูกชาย มีที่ดิน นางเชื่อว่าตราบใดที่ลูกชายนางเติบโตขึ้นมานางก็จะมีชีวิตที่ดี
ดังนั้นนางจึงไม่คิดจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ใครให้ของนาง นางก็จะนอนกับคนนั้น เพียงแต่นางแอบทำอย่างลับ ๆ ไม่ได้ใจกล้าเหมือนแม่ม่ายฉินของหมู่บ้านสกุลจู และยังเลือกคนที่ซื่อตรงอีกคนสองคนมาเพื่อวางแผนระยะยาวไว้แล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้ คนที่เข้ามาอยู่ในสายตาของนางก็คือหลินซานโก่ว
ข่าวลือพวกนั้นได้แพร่กระจายไปถึงหูของเขา มีบางส่วนที่นางใช้ให้คนไปกระจายข่าว และยังเป็นนางที่สืบหาเส้นทางของหลินซานโก่วไว้ก่อน ต่อให้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นในที่ตรงนั้นก็ไม่เป็นไร
นางไม่รู้ว่าเขาจะงับเหยื่อหรือไม่ แต่นางคิดว่าตราบใดที่ผู้ชายมีโอกาสก็ไม่มีชายคนไหนไม่ฉวยโอกาสหรอก ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นผู้ชายที่ร้อนใจอยากจะมีลูกชายอีกด้วย