ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 203 หลินต้าเม่ยมาเยือน
บทที่ 203 หลินต้าเม่ยมาเยือน
จวบจนยามนี้ นางจึงตระหนักได้ว่าผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ประจำหมู่บ้านกังวลเรื่องอะไร ทันใดนั้นพลันเข้าใจว่านางไม่อาจบอก ‘ความจริง’ ต่อใคร ๆ ได้
มิฉะนั้นเมื่อข่าวว่าบิดาคือฆาตกรฆ่าคนตายแพร่ออกไป ก็จะส่งผลกระทบชั่วชีวิตของน้องสาวทั้งสอง เพราะไม่มีใครอยากแต่งกับลูกสาวของฆาตกร
หลินซื่อรีบกำชับพวกนางว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจบอก ‘ความจริง’ ต่อคนอื่น ๆ
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยที่ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้มีสีหน้ารู้ความ พวกนางสวมชุดไว้ทุกข์ คอยต้อนรับแขกเหรื่ออยู่ข้างกายหลินซื่ออย่างว่าง่าย
“เหลียนฮวา เจ้าบอกข้ามาตามตรง แม่เจ้าตายอย่างไรกันแน่?” พี่สาวของหลินหมู่ หรือก็คือป้าเจิงที่แต่งเข้าสกุลเจิงในหมู่บ้านข้างเคียงไป ตั้งแต่ได้รู้ข่าวการตายของหลินหมู่ก็เอาแต่คิดเรื่องนี้มาตลอด
รอจนในเรือนมีคนบางตาลงแล้ว นางค่อยหลบเลี่ยงผู้คนมาหาหลินซื่อ ต้องการจะคุยกับหลินซื่อเป็นการส่วนตัว
“ท่านป้า ท่านอย่าถามเลยเจ้าค่ะ เรื่องนี้ผ่านไปแล้ว”
“เหลียนฮวา เจ้าพูดมาว่าปกตินั้นข้ารักเจ้าหรือไม่?”
หลินซื่อขอบตาแดงก่ำพลางพยักหน้า
“ในเมื่อรักเจ้า แล้วทำไมเจ้าถึงไม่พูดความจริงกับข้า?” สีหน้าป้าเจิงเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทร นางอายุมากกว่าหลินหมู่พอสมควร ตอนนี้เป็นย่าคนได้แล้ว
เนื่องจากหมู่บ้านสกุลเจิงตั้งอยู่ค่อนข้างใกล้กับหมู่บ้านสกุลหลิน นางกับหลินหมู่จึงแวะเวียนไปเยี่ยมเยือนกันและกันบ้าง หากน่าเสียดาย ป้าเจิงคลอดลูกชายให้สามีเพียงคนเดียว เหนือเกล้ายังมีแม่สามีควบคุมอยู่ แม้นางจะรู้ว่าหลินหมู่ลำบากแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะการตายของหลินหมู่ทำให้นางนึกถึงความสัมพันธ์ฉันพี่น้องในอดีต คาดว่าคงไม่มีเวลามาสนใจเรื่องในครอบครัวผู้อื่นแล้ว
“ท่านป้า ท่านอย่าถามเลย ท่านจุดธูปแล้วก็กลับไปเถอะเจ้าค่ะ ต่อไปก็ไม่ต้องมาหาพวกข้าที่หมู่บ้านสกุลหลินอีกแล้ว ถ้าอยากมาเยี่ยมจริง ๆ ก็ไปหาพวกข้าที่หมู่บ้านสกุลจูนะเจ้าคะ”
ป้าเจิงได้ยินเช่นนั้นก็ตะลึงไปเล็กน้อย “พวกเจ้า? เจ้าคงไม่ได้จะพาน้องสาวสองคนไปอยู่หมู่บ้านสกุลจูด้วยหรอกกระมัง?”
นางยิ่งเป็นห่วงมากกว่าเดิม พูดว่าหลินซื่อโง่เขลาเกินไปแล้ว ชีวิตของนางเองก็ลำบากอยู่แล้ว ถูกหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นควบคุมจนขยับตัวไปไหนไม่ได้ ทั้งยังไม่ได้คลอดบุตรชายหญิงให้สกุลจู ยังจะรับน้องสาวทั้งคู่กลับไปอยู่ทางนั้นด้วย บ้าไปแล้วหรือ?
นางเกลี้ยกล่อมให้หลินซื่ออย่าทำลายชีวิตตัวเองเพื่อน้องสาว ไม่ว่าอย่างไร บิดาของนางก็ยังอยู่ ต่อให้บิดานางจะแต่งแม่เลี้ยงเข้ามา น้องสาวสองคนก็โตกันหมดแล้ว อีกไม่กี่ปีก็สามารถออกเรือนได้ ทนเอาไว้เดี๋ยวก็ผ่านไปเอง
ยุคสมัยนี้ ครอบครัวใดบ้างไม่ต้องอดทนต่อความยากลำบาก?
“ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนี้ ทนเช้าทนค่ำ อดทนอดกลั้น ทนเป็นลูกสะใภ้จนกลายเป็นแม่สามี เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง”
หลินซื่อรู้ว่าท่านป้าปรารถนาดี น่าเสียดายที่ถึงแม้อยากช่วยแต่ก็ไร้กำลัง ถ้าสามารถมอบคำแนะนำดี ๆ ให้ได้ก็คงจะไม่ทำให้ชีวิตตัวเองต้องลำบากถึงขั้นนั้น
แต่พอเกลี้ยกล่อมเช่นนี้ ป้าเจิงก็ลืมความตั้งใจเดิมที่จะถามถึงสาเหตุการตายของหลินหมู่ไปแล้ว จนกระทั่งกลับไปแล้วค่อยได้สติคืนมา ช้าก่อน ข้าจะถามว่าน้องสาวตายได้อย่างไรไม่ใช่หรือ?
หลังส่งป้าเจิงกลับไป หลินซื่อก็พรูลมหายใจออกมา แม้ท่านป้าคนนี้จะปฏิบัติต่อพวกนางพี่น้องไม่เลว แต่คำว่า ‘ดี’ นี้ก็ได้แต่ใช้ปากพูด ไม่อาจสร้างประโยชน์ที่แท้จริงอันใดได้เลย
หลังป้าเจิงจากไป หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยก็วิ่งเข้ามาหา “พี่รอง ท่านป้ากลับไปแล้วกระมัง?”
“อื้ม ไปแล้ว”
พวกนางถอนหายใจโล่งอก
หลินซื่ออ่อนใจ “พวกเจ้าเป็นอะไรไป? ท่านป้าไม่ใช่คนไม่ดีเสียหน่อย ตั้งแต่เล็กจนโตมีตอนไหนบ้างที่นางไม่รักพวกเจ้า?”
“ท่านป้าไม่ใช่คนไม่ดีก็จริง แต่ชอบพูดเยอะนี่นา ทำให้คนยากจะทนไหว” หลินซานเม่ยรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่
หลินซื่อเม่ยก็ช่วยพูดจากข้าง ๆ “ตั้งแต่ท่านป้ามาจนถึงคราวจะกลับไปก็เอาแต่ถามถึงสาเหตุการตายของท่านแม่ ข้าบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ นางก็ยังจะถาม ทั้งยังทำท่าเหมือนว่าถ้าข้าไม่บอกก็เท่ากับเนรคุณ ไม่เห็นนางเป็นญาติสนิทอย่างนั้นแหละ ข้าจะทำอย่างไรได้? ได้แต่คอยหลบหน้านางแล้ว”
หลินซื่อยื่นมือเข้าไปลูบศีรษะน้องสาวทั้งสอง ปลอบโยนพวกนางว่าญาติสนิทแบบท่านป้าก็มีเพียงคนเดียว ไม่มีใครจะรบเร้าถามเหมือนท่านป้าอีกแล้ว
ยามนั้นเอง เสียงร้องแหลมพลันดังขึ้น ทำให้พวกนางสะดุ้งตกใจ
“ท่านแม่…”
ขณะที่พวกนางกำลังคิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นอยู่นั้น สตรีที่มีท่าทางเหมือนเสียสติไปแล้วก็ร่ำไห้พลางวิ่งเข้ามา
นางมองไปยังปะรำเซ่นไหว้ที่ยังไม่ได้รื้อถอนออกไป ก่อนจะคุกเข่าลงบนพื้นเสียงดังโครม “ท่านแม่ ทำไมท่านจากไปแล้วล่ะเจ้าคะ? ฮือ ๆๆๆ…ทำไมท่านไม่ยอมให้ข้าเห็นหน้าสักหน่อยก็จากไปแล้ว? ท่านแม่ของข้า…”
พวกหลินซื่อสามพี่น้องค่อยได้สติคืนมา “พี่ใหญ่?!”
พวกนางมองไปยังสตรีที่ผอมซูบเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ฤดูหนาวเช่นนี้กลับสวมเสื้อผ้าบาง ๆ ชั้นเดียว ผมเผ้ารุงรัง มองไม่ออกเลยว่านั่นก็คือ หลินต้าเม่ย พี่สาวคนโตของพวกนาง
“ท่านแม่ล่ะ? ท่านแม่ไปไหนแล้ว?” หลินต้าเม่ยได้ยินเสียงเรียกตนเองก็หันมองมาทางนี้
เทียบกับตนเองแล้ว น้องสาวทั้งสามคนมีเนื้อหนังกว่าตอนที่พบกันครั้งก่อนมาก แลดูมีชีวิตชีวาผิดหูผิดตา เพียงมองก็ทราบว่าพวกนางมีชีวิตที่ดีกว่าตนเอง
ชั่วขณะนั้น หลินต้าเม่ยพลันนึกถึงชีวิตเมื่อครั้งยังเป็นแม่นางน้อยในวันวาน แม้จะลำบากเหมือนกัน แต่นั่นถึงจะเป็นชีวิตของมนุษย์จริง ๆ
นางร่ำไห้รุดเข้าไปกอดขาน้องสาวคนหนึ่ง ถามว่ามารดาไปที่ใดเสียแล้ว? เหตุใดจึงไม่เห็นมารดา? ไม่ยอมรับลูกสาวอย่างนางแล้วหรือไร ทำไมให้นางพบหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังไม่ได้?
แล้วท่านพ่อเล่า ยังมีท่านพ่อ ท่านพ่อไปไหนแล้ว?
“ฮือ ๆๆๆ…ดูพวกเจ้าสิ มือข้างนี้ดูแลดียิ่งนัก แล้วมองมาที่ข้า ตอนนี้ข้ายังมีชีวิตเหมือนมนุษย์อยู่หรือ?”
“พวกเจ้าคงไม่ได้รังเกียจข้ากระมัง? รังเกียจว่าข้าจนเกินไป ไม่ยอมรับข้าแล้ว?”
“ฮือ ๆๆๆ…”
หลินต้าเม่ยร้องไห้คร่ำครวญ ร้องไห้ให้กับความทุกข์ยากที่ได้รับในช่วงหลายปีมานี้
สกุลหลิวไม่เห็นนางเป็นคน ตอนนี้บ้านเดิมก็ไม่เห็นนางเป็นคนเช่นกัน มารดาถึงแก่กรรมไปแล้ว เรื่องสำคัญเช่นนี้กลับไม่แจ้งนาง นางยังจะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร?
หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยรีบร้อนอธิบายว่าพวกนางก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามารดาเสียชีวิต แต่เพิ่งจะมารู้ตอนรีบกลับบ้านมาฉลองวันข้ามปีกับครอบครัวเมื่อวานนี้นี่เอง ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุนี้ พวกนางยังไม่รู้เลยว่ามารดาสิ้นแล้ว
“ทำไมกะทันหันอย่างนี้?!” หลินต้าเม่ยตะลึงพรึงเพริด “พวกเจ้าก็ไม่รู้เรื่อง?!”
หลินซื่อเห็นว่าในลานเรือนยังมีคนอยู่ จึงบอกให้หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยพาพี่สาวคนโตเข้าไปในเรือนก่อน
เรื่องนี้สามารถปิดบังคนอื่นได้ แต่ไม่อาจปิดบังพี่ใหญ่
เมื่อเข้าไปในห้องแล้ว หลินซื่อก็เล่าเรื่องที่หลินหมู่ถูกบิดาพลั้งมือสังหาร ทั้งยังต้องการจะแต่งงานกับหญิงม่ายเพื่อล้างเคราะห์ แต่ประเหมาะถูกพวกนางมาเจอเข้า จนกระทั่งสืบสาวจนทราบข้อเท็จจริง
เรื่องเมื่อวานใหญ่โตยิ่งนัก พวกนางเองยังไม่ทันตั้งตัว เรื่องน่ากลัวเช่นนี้เหตุใดจึงมาเกิดขึ้นกับพวกนางพี่น้องเสียได้?!
“ท่านพ่อฆ่าท่านแม่?” หลินต้าเม่ยอึ้ง “เป็นไปไม่ได้…จะเป็นไปได้อย่างไร? เมื่อก่อนท่านพ่อดีต่อท่านแม่ขนาดนั้น เขาจะฆ่าท่านแม่ได้อย่างไร มีอะไรเข้าใจผิดไปหรือเปล่า?”
“ไม่ว่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่ ท่านพ่อล้วนยอมรับหมดแล้ว อาวุธสังหารก็เจอแล้ว ผู้อาวุโสกับเจ้าหน้าที่คุยกันแล้วตั้งใจว่าจะส่งท่านพ่อให้ทางการพิพากษาโทษในวันที่สาม” หลินซื่อกล่าว
“อะไรนะ?! เจ้าจะส่งท่านพ่อให้ทางการ?!” หลินต้าเม่ยร้องเสียงแหลม “เจ้าบ้าไปแล้ว! นั่นเป็นพ่อของพวกเรานะ!”
“แล้วจะให้ทำอย่างไร? หรือจะปล่อยให้ท่านแม่ตายเปล่าอย่างนั้นหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ข้าหมายถึง…” หลินต้าเม่ยเหม่อลอยไปเล็กน้อย “ชีวิตข้าลำบากมากพอแล้ว ข้าไม่อาจมีพ่อที่ฆ่าคนเพิ่มขึ้นมาอีก ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ข้าจะอยู่อย่างไร? ลูกสาวของข้าเล่าจะมีชีวิตอย่างไร? จบแล้ว จบสิ้นแล้ว”
นางพึมพำกับตัวเองแล้วกุมมือของหลินซื่อเอาไว้ บอกให้หลินซื่อไปขอร้องผู้อาวุโสและเจ้าหน้าที่ว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจส่งบิดาให้ทางการ ไม่อย่างนั้นถ้าพิพากษาโทษออกมาแล้ว ทุกอย่างก็คงจบสิ้น