ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 218 ความผิดปกติของจูเหล่าโถว
บทที่ 218 ความผิดปกติของจูเหล่าโถว
ส่วนที่เหลือเป็นของที่พวกเขาตัดสินใจซื้อกันเอง สาเหตุเป็นเพราะร้านในตำบลต้องการจะโละของเก่าเพื่อซื้อของใหม่เข้าร้าน เป็นของเก่าที่กำลังจะถูกจัดการกำจัดทิ้งไป
เป็นต้นว่าเสื้อผ้าเก่า ๆ ผ้าเก่าที่มีรูแมลงแทะ หรือสินค้าของปีที่แล้วซึ่งขายไม่ออกอะไรพวกนี้ เมื่อก่อนเรื่องดี ๆ แบบนี้เวียนมาไม่ถึงครอบครัวพวกเขาอยู่แล้ว ประการแรกคือไม่มีเงิน ประการที่สองคือไร้สายสัมพันธ์ ย่อมไม่ทราบว่ามีของดีแบบนี้ด้วย
แต่ปีนี้ไม่เหมือนกัน เพราะพวกเขาได้สานสัมพันธ์กับร้านขายชาดและร้านผ้าในตำบลผ่านการค้าชาด ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสิ่งของที่ต้องจัดการในร้านตัวเองเท่านั้น เสี่ยวเอ้อตามร้านต่าง ๆ ที่ข่าวสารว่องไวยังเต็มใจส่งข่าว กระซิบบอกพวกเขาว่าร้านไหนต้องการจะโละของเก่าบ้าง ถ้าอยากได้ ต้องไปหาใครเพื่อดำเนินการ
การจัดการของเก่าพวกนี้ มีทั้งแบบที่ซื้อหนึ่งแถมสอง และแบบที่ขายลดราคา
คนในตำบลใช่ว่าทุกคนจะเป็นเศรษฐี ไม่ต้องหาเช้ากินค่ำ บรรดาคนที่จู้จี้จุกจิกพยายามหาวิธีประหยัดเงินนั้นมีถมไป
เป็นเหตุให้เรื่องดีเช่นนี้ถูกคนในจับจองกันเองตั้งแต่ข่าวคราวยังไม่แพร่ออกมาแล้ว
ครั้นต้องการสานสัมพันธ์กับพวกเขา จึงจงใจเหลือของบางอย่างเอามาขายเป็น ‘น้ำใจ’ ให้สามพี่น้องสกุลจู
พวกเขาขนสิ่งของเข้ามาในเรือน บรรดาสตรีสกุลจูเมื่อได้ยินว่าสามพี่น้องซื้อของลดราคากลับมาด้วยจำนวนหนึ่งก็ตื่นเต้นดีใจยิ่งนัก
สำหรับร้านขายผ้า ผ้าที่มีรอยมอดกัดอาจขายไม่ออก แต่สำหรับชาวบ้านชนบท ถึงจะมีรอยมอดกัดอย่างไรก็เป็นผ้าใหม่ นำมาปะชุนเอาก็ใช้ได้แล้ว
ยุคนี้ใครบ้างไม่มีเสื้อผ้าที่มีรอยปะชุนสักชุดสองชุด?
“โอ้โห! ผ้านี้งามมากเลยเจ้าค่ะ!” หลี่ซื่อเคลื่อนไหวว่องไวยิ่งนัก รื้อผ้าสีชมพูเข้มออกมาได้พับหนึ่ง ท่าทางดีใจเหลือประมาณ “ท่านแม่ ท่านดูสิเจ้าคะ ผ้าพับนี้งามไหม? สีสันสดใสกว่าผ้าที่พวกเราย้อมสีกันเองเสียอีก”
“อันนี้ก็งามเหมือนกัน” หลินซื่อค้นผ้าสีน้ำเงินพับหนึ่งขึ้นมาได้ ขนาดค่อนข้างเล็ก แต่สีสดใสเช่นนั้นนับว่าหายากยิ่งแล้ว “ติดตรงที่ขนาดเล็กไปหน่อย ถ้าเอาไปตัดเสื้อผ้าคงไม่พอ ต้องใช้ผ้าสีอื่นด้วย”
ดูเหมือนว่าทุกคนล้วนสามารถหาของที่ตนเองต้องการพบจากในนั้น
“เหล่าซื่อ คราวนี้ทำได้ดีมาก!” หลี่ซื่อยิ้มแป้น เอ่ยชมจูซื่อพลางยกนิ้วโป้งให้ “ถ้าซื้อกลับมาได้สักหลายรอบ ครอบครัวเราคงมีชุดใหม่ใส่กันทั้งปีพอดี”
จูซื่อก็ดีใจเช่นกัน เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ พลางดื่มน้ำแล้วกล่าวว่า “เจ้าก็ฝันไปเถอะ คราวนี้เพราะบังเอิญหรอก คนอื่นเขาขนกลับไปตั้งแต่ก่อนช่วงข้ามปีแล้ว ของพวกนี้คนเขาตั้งใจเหลือไว้ให้เพื่อแสดงน้ำใจ โชคดีที่พวกเราช่วยกู้หน้าเถ้าแก่อวี๋และเถ้าแก่หลี่ถึงได้ส่วนแบ่งมาบ้าง ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดว่าเรื่องดีแบบนี้จะมาถึงพวกเรางั้นหรือ?”
“ได้ส่วนแบ่งมาเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้าถึงได้ชมว่าพวกเจ้าทำได้ดีอย่างไรเล่า” หลี่ซื่อกล่าว “เมื่อก่อนพวกเราเคยมีเรื่องดีแบบนี้เสียเมื่อไหร่กัน แค่คิดยังเป็นไปไม่ได้เลย”
“ใช่ เมื่อก่อนข้าอยากซื้อผ้าสวย ๆ ก็ต้องจ่ายเงินทั้งนั้น” จูปาเม่ยกอดแถบผ้าไหมที่ช่วงชิงมาได้ก็ยินดีปรีดายิ่ง
แถบผ้าอันนี้ค่อนข้างใหญ่ นางคิดว่าสามารถเอามาทำเหอเปา [1] ได้
แม้ฝีมือด้านเย็บปักถักร้อยของนางจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่มารดาของนางฝีมือดีนี่นา เมื่อคิดถึงว่าในอนาคตตนเองจะได้มีเหอเปางาม ๆ สักใบ นางยังจะไม่ดีใจได้หรือ?
จูซานหยิบสิ่งของจากในห่อผ้าของเถ้าแก่อวี๋และเถ้าแก่หลี่ออกมา บอกว่าอันไหนให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า อันไหนให้ซานเป่ากับซื่อเป่า
นอกจากเสื้อผ้าและถุงเท้า ทุกคนก็ต้องตะลึงที่พบว่าสิ่งที่จูซานล้วงออกมายังมีจี้กุญแจอายุยืนที่ทำจากเงิน[2] คู่หนึ่งอีกด้วย
สตรีสกุลจูในที่นั้นมองมาเป็นตาเดียว สวรรค์! เถ้าแก่อวี๋และเถ้าแก่หลี่จะมือเติบเกินไปแล้วกระมัง แม้แต่จี้กุญแจอายุยืนก็ให้มาเปล่า ๆ?!
“สวรรค์ มีของแบบนี้ด้วย?” จูซื่อยื่นมือมาคว้าไปส่องดูกับแสงไฟ “นี่ทำมาจากเงินเชียวนะ ของจริงหรือปลอมเนี่ย? ของแบบนี้ราคาแพงไม่น้อยเลยกระมัง?”
จูซานก็ตะลึงไปเช่นกัน “เถ้าแก่อวี๋กับเถ้าแก่หลี่ไม่ได้พูด บอกแค่ว่าเป็นเสื้อผ้ากับถุงเท้าของเด็ก ๆ”
ถ้ารู้ว่าในห่อผ้ามีของล้ำค่าเช่นนี้อยู่ เขาคงไม่รับมาเด็ดขาด
จูซานรีบอธิบายต่อเย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานคว้าจี้กุญแจอายุยืนอีกอันมาพิศดู “ไม่เป็นไร เห็นทีเถ้าแก่อวี๋คงทำเงินจากการค้าชาดของพวกเราได้ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นก็คงไม่แอบซ่อนของแบบนี้มาให้หรอก จี้ขนาดเล็กเท่านี้ก็ไม่นับว่าแพงเกินไป พวกเขามีปัญญาให้”
“ท่านแม่ หมายความว่ารับไว้ได้ใช่ไหมเจ้าคะ?” หลี่ซื่อดวงตาเป็นประกาย “ท่านแม่ นี่เป็นของที่มอบให้ซานเป่ากับซื่อเป่า ข้ารับไว้ทั้งคู่เลยนะเจ้าคะ?”
ฮ่า ๆๆๆ…ได้จี้กุญแจอายุยืนสองอันนี้มา ก็สามารถเก็บเอาไว้ให้ซานเป่ากับซื่อเป่าใช้แต่งภรรยาได้แล้ว
หลิวซื่อที่อยู่ข้าง ๆ รีบสะกิดหลิ่วซื่อ บอกเป็นนัยว่า พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านอย่าโง่เชียวนะ ท่านก็คลอดลูกชายสองคนเหมือนกัน
หลิ่วซื่อมองจี้กุญแจเงินสองอันนั้นอย่างเหม่อลอย ในใจบังเกิดความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย คลอดลูกชายเหมือนกัน แต่การปฏิบัติที่ได้รับจะแตกต่างกันเกินไปหรือไม่?
แต่นางไม่กล้าพูด เพราะนางรู้ว่าแม่สามีโปรดปรานสะใภ้สี่มากกว่านางจริง ๆ
“ในเมื่อเป็นของที่มอบให้ซานเป่ากับซื่อเป่า เจ้าก็เก็บไว้เถอะ” เย่อวี๋หรานเหลือบเห็นความเคลื่อนไหวเล็ก ๆ นั้นของหลิวซื่อ เปลือกตากดต่ำลงเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปว่า “เมียเจ้าใหญ่ก็เลือกผ้าเพิ่มไปอีกสองพับเถอะ ทำชุดใหม่ที่พอดีตัวให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า เข้าฤดูใบไม้ผลิพวกเขาก็ต้องตามเจ้าเจ็ดไปเรียนในตำบลแล้ว จะเป็นบัณฑิต เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ต้องเหมาะสมกับสรีระ คนอื่นถึงจะให้เกียรติ อย่าปล่อยให้หลวมโพรกพรากเหมือนเด็กน้อยเอาชุดผู้ใหญ่มาสวม ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเป็นเด็กรู้ความ พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้จักดูแลลูก ๆ ของตัวเอง”
หลิ่วซื่อพลันรู้สึกดีขึ้นมา จริงด้วย เข้าฤดูใบไม้ผลิ ลูกชายของนางก็ต้องเข้าตำบลแล้วนี่นา
ถึงแม่สามีจะลำเอียง แต่อย่างน้อยก็ยังเอ็นดูต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า
นางขานรับเสียงเบา “เจ้าค่ะ ท่านแม่”
หลิวซื่อเห็นว่ายุคนล้มเหลวก็ออกจะผิดหวัง ทำไมข้าไม่ตั้งครรภ์สักทีนะ? ถ้าข้ามีลูก…
คราวนี้กลับลืมไปแล้วว่าไม่กี่วันก่อนเพิ่งถูกเย่อวี๋หรานสั่งสอนมาหยก ๆ
คลื่นใต้น้ำมีไม่น้อย เย่อวี๋หรานคร้านจะไปสนใจ นางแจกจ่ายของให้ทุกคนแล้วก็บอกให้พวกเขาเอากลับห้องตนเอง อยากทำอะไรก็ไปทำ จะได้ไม่ต้องมองเห็นให้เสียอารมณ์
ครอบครัวใหญ่อาศัยอยู่ในเรือนหลังเดียวกันก็ไม่ดีตรงนี้เอง คึกคักก็จริง แต่การกระทบกระทั่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีมาไม่ขาด คนนี้อยากเอาเปรียบคนนั้น คนนั้นอยากเอาเปรียบคนนี้ ถ้าปล่อยวางไม่ได้ คงต้องคับอกตายด้วยความโมโหลูกสะใภ้พวกนี้กันพอดี
เย่อวี๋หรานคิดว่าตนเองใจกว้างพอแล้ว แต่ก็มักจะต้องหงุดหงิดใจเพราะพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกนางอยู่เป็นประจำ แทบอยากจะไล่พวกนางออกไปเสียให้หมด
ไม่ได้การ นางต้องรีบหาวิธีมาหาเงินให้ได้มากกว่านี้ แต่ละคู่จะได้ไปปลูกเรือนของตัวเอง ไล่พวกเขาออกไปให้หมด
ทว่ายามนี้จูเหล่าโถวไปที่ไหนแล้ว?
เขาไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไรจริง ๆ นั่นแหละ เพียงแต่สถานที่ที่ไปนั้นไม่อาจบอกใครได้ เขาไปเรือนแม่ม่ายฉินนั่นเอง
คนอื่นมักคิดว่าผู้ชายตัวโตคนหนึ่งอยู่ด้วยกันกับแม่ม่ายผู้หนึ่งจะต้องไม่ได้ทำเรื่องดีงามอะไรกันแน่นอน แต่ที่จริงเขาก็แค่ไปช่วยผู้อื่นดูบ่อปุ๋ยหมักเท่านั้นเอง
ช่วงนั้นเขาเล่าความในใจมากมายให้แม่ม่ายฉินฟัง เรื่องเหล่านั้นหาได้แพร่งพรายออกไปแม้แต่น้อย เขาจึงทราบว่าสตรีผู้นี้ปิดปากได้สนิท ไม่ได้แย่อย่างที่คนข้างนอกลือกัน
สตรีที่สามีตายแล้วผู้หนึ่งต้องการจะเลี้ยงลูกสองคนให้รอด ก็ต้องยอมลำบากมากกว่าคนทั่วไป
ยังมีคำซุบซิบนินทาพวกนั้น ไม่ทำให้คนเป็นบ้าสิแปลก
ความเวทนาสงสารในใจจูเหล่าโถวทำให้เขาทำอะไรเพื่อแม่ม่ายฉินไปไม่น้อยโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เป็นต้นว่า ทำบ่อปุ๋ยหมักกับแปลงเพาะชำเอาไว้ในเรือน ก่อนที่อากาศจะหนาวเย็นยังเก็บเกี่ยวได้แล้วชุดหนึ่ง เขายังช่วยทำแพฟางให้แม่ม่ายฉิน ช่วยให้พวกนางมีผักสดใหม่เอาไว้กินในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย
[1] เหอเปา 荷包 หมายถึง กระเป๋าใบเล็กสำหรับใส่เงินหรือสิ่งของกระจุ๋มกระจิ๋ม ถือเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่ง
[2] จี้กุญแจอายุยืน 银锁儿 หรือ 长命锁 เป็นจี้สร้อยคอที่มีหน้าตาเหมือนแม่กุญแจจีนโบราณ มักทำจากหยก เงินหรือทอง เป็นวัตถุมงคลที่นิยมมอบให้เด็กแรกเกิด เพราะเชื่อว่าสามารถขับไล่สิ่งชั่วร้ายและคล้อง (锁) ชีวิตเด็กเอาไว้ ช่วยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างแคล้วคลาดปลอดภัย