ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 259 กรรมตามสนอง
บทที่ 259 กรรมตามสนอง
หม่าซานเหนียงกลั้นหายใจ เมื่อเห็นฝูงชนแหวกออกเผยให้เห็นหลิวต้าซุ่นที่ถูกอุดปากและจับมัดไว้บนเก้าอี้
หลิวต้าซุ่นจ้องนางด้วยดวงตาแดงก่ำที่เบิกกว้างจนหางตาแทบฉีก
ชั่วขณะนั้น หม่าซานเหนียงสัมผัสได้ว่าถ้าหลิวต้าซุ่นสามารถสะบัดหลุดออกมาได้จะต้องมาเอาชีวิตนางแน่นอน
“หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เจ้ากล้าหลอกข้า?!” หม่าซานเหนียงเดือดดาล
“หากไม่ใช้อุบาย แล้วจะทำให้เจ้าพูดความจริงได้อย่างไร?” เย่อวี๋หรานยิ้ม ไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
หม่าซานเหนียงโมโหจนอยากพุ่งเข้าไปทำร้ายคน แต่เพิ่งลุกขึ้นมาได้ นางก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างหลุดลงมาตรงหว่างขาของตนเอง
เมื่อนางก้มลงมองก็ต้องร้องอย่างตกใจ “อ๊า! ลูกข้า!”
หลิวมู่มีสีหน้าเฉยชา “กรรมตามสนอง!”
หลิวต้าซุ่นหัวสมองอึงอล ทำไมถึงเลือดออกได้ล่ะ?
เขายังไม่ทันพูดอะไร มารดาของเขาก็ดิ้นหลุดจากการจับกุมของแม่เฒ่าที่ตกตะลึงอยู่ผู้หนึ่ง ดึงถุงเท้าเหม็น ๆ ออกจากปากตัวเอง แล้ววิ่งเข้าไปหาหม่าซานเหนียงอย่างร้อนใจ “โธ่เอ๊ย! หลานข้า!”
เย่อวี๋หรานเห็นรอยเลือดบนกางเกงของหม่าซานเหนียงแล้วเช่นกัน จึงรีบเรียกหาหมอ “หมอเล่า? รีบเรียกหมอมาเร็วเข้า!”
“หมู่บ้านพวกข้าไม่มีหมอ” เจ้าหน้าที่กล่าว
“ไม่มีหมอก็ไม่อาจปล่อยไว้อย่างนี้ ใครเคยมีประสบการณ์เป็นหมอตำแยมาก่อนบ้าง มาช่วยดูอาการให้หน่อย…ชีวิตคนสำคัญกว่า”
“มี หมู่บ้านของพวกข้ามีหมอตำแย”
ฉับพลันนั้น ทุกคนล้วนถูกเหตุเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ตกใจกันหมด ไม่สามารถดำเนินการสอบสวนต่อไปได้ รีบหามหม่าซานเหนียงเข้าไปในห้อง
ตอนพาคนเข้าไป ลูกสะใภ้ของเจ้าหน้าที่ยังค่อนข้างไม่พอใจ “ไม่ได้ นางเป็นหญิงชั้นต่ำดอกหยางฮวาน้ำ[1] ทำไมถึงหามคนเข้าห้องของพวกข้า?”
“หากไม่หามเข้าห้องพวกเจ้า หามเข้าห้องพวกข้าคงได้แล้วกระมัง?” เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยินดีเช่นกัน ไม่อยากให้คนประเภทนี้มาแปดเปื้อนเรือนของตัวเอง แต่ชีวิตคนสำคัญที่สุด ถ้าเกิดหม่าซานเหนียงเป็นอะไรขึ้นมาก็คงจะวุ่นวายกว่านี้
หมอตำแยถูกเชิญมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ไล่คนในห้องออกมา เหลือเพียงคนสำคัญไม่กี่คนแล้วเริ่มตรวจดูอาการ
มารดาของหลิวต้าซุ่นหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมออกไป นางยืนกรานว่าเด็กในท้องหม่าซานเหนียงคือหลานชายสุดที่รักของนาง ถ้านางออกไปแล้วมีคน ‘ฉก’ หลานชายของนางไปจะทำอย่างไร?
ภรรยาของเจ้าหน้าที่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่ในห้องต่อไป
เย่อวี๋หรานคร้านจะไปข้องเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้นจึงนั่งอยู่ข้างนอก
จูซื่อเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนเป็นเช่นนี้เสียแล้วก็รู้สึกกังวลใจ อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตหันไปพูดกับเย่อวี๋หรานเสียงเบา “ท่านแม่ ท่านว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไรดีขอรับ? กลายเป็นแบบนี้แล้ว เกรงว่าอีกหน่อยคงยากจะสะสาง…”
“เมื่อเรือถึงสะพานก็จะผ่านไปได้เอง[2] ถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้” เย่อวี๋หรานจัดแจงชายแขนเสื้อของตัวเอง ไร้ท่าทีกังวล
ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้าน[3] ไม่ว่าเด็กในท้องหม่าซานเหนียงจะปลอดภัยไร้เรื่องราวหรือเป็นอะไรไป นางก็ไม่ได้เป็นคนฆ่าเสียหน่อย คนอื่นยังจะมาทวงชีวิตกับนางได้อีกหรือ?
ถ้ามารดาของหลิวต้าซุ่นกล้า เช่นนั้นนางก็กล้าใช้มีดกับอีกฝ่าย
หลิวต้าซุ่นต้องรออยู่ข้างนอกเพราะเป็นผู้ชาย จิตใจเขากังวลยิ่งนัก
แม้ว่าเมื่อครู่นี้หม่าซานเหนียงเพิ่งจะ ‘ทอดทิ้ง’ เขา แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังตั้งครรภ์ลูกของเขา ไม่แน่ว่าอาจเป็นลูกชายคนแรกของเขาก็ได้ ต่อให้แค้นใจเพียงใด แต่เพราะเห็นแก่เด็กคนนี้ เขาจึงได้แต่ข่มเอาไว้ชั่วคราว
เทียบกับเขาที่ร้อนอกร้อนใจ หลิวมู่กลับไม่อนาทรสักนิด เขานั่งอยู่มุมหนึ่งโดยไม่สนใจความเป็นความตายของหม่าซานเหนียงเลยแม้แต่น้อย
เย่อวี๋หรานสังเกตอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินเข้าไปหาหลิวมู่
“คุยกันสักหน่อยได้หรือไม่?”
ครั้นหลิวมู่ได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ถึงกับต้องประหลาดใจ “จู…ต้าเหนียง?”
จากนั้นก็เคร่งเครียดขึ้นมา ไม่รู้ว่าจูต้าเหนียงมาหาตนด้วยสาเหตุใด สำหรับเรื่องนี้ ผู้บริสุทธิ์ที่สุดก็คือเขากระมัง?
“เจ้าไม่ต้องตื่นตูมไป ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่อยากคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัวสักครู่” ขณะที่เย่อวี๋หรานพูดประโยคนี้ขึ้นมาก็สังเกตว่ามารดาของหลิวมู่มองมาทางนี้ด้วยท่าทางตึงเครียด
นางจึงให้หลิวมู่ไปทางนั้นเพื่อคุยกับมารดาของเขาเสียก่อน
ตอนที่หลิวมู่เดินไปพูด เย่อวี๋หรานยืนคอยเขาอยู่ที่เดิม
นางไม่รู้ว่าหลิวมู่คุยกับมารดาว่าอย่างไร แต่เห็นได้ชัดว่ามารดาของเขายังคงไม่วางใจ กำชับอะไรบางอย่างกับเขา
เย่อวี๋หรานเห็นเขาเดินกลับมาแล้วก็พูดหยอกว่า “ข้าในคำร่ำลือเป็นคนอย่างไรหรือ?”
“หา?”
“เป็นสัตว์ประหลาดที่จับพวกเด็ก ๆ หรือเป็นตัวประหลาดกินคน?”
หลิวมู่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขาเกาหน้าอย่างไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร
แม้จะไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าจูต้าเหนียงน่ากลัวเพียงใด แต่ความจริงแล้ว ในหมู่บ้านสกุลหลิวของพวกเขาเวลาจะขู่พวกเด็ก ๆ ก็จะพูดว่า “ถ้าเจ้าไม่ฟังความ จะให้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จับตัวเจ้าไปแล้วนะ”
ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว เด็กน้อยที่ยังซนอยู่ก็เปลี่ยนเป็นว่าง่ายขึ้นมาทันที
ทั้งสองเดินห่างคนในเรือนออกมาจนถึงบริเวณรอบนอกที่ปลอดผู้คน
แต่พวกเขาก็ไม่ได้เดินออกไปไกลเกินนัก เพราะเย่อวี๋หรานเกรงว่าประเดี๋ยวจะมีคนมาเรียกนาง
ตอนที่พวกเขาเดินออกมา นอกจากมารดาของหลิวมู่ที่สังเกตเห็นแล้ว หลินต้าเม่ยก็มองเห็นแล้วเช่นกัน
หลินต้าเม่ยจับตามองหลิวมู่มาตลอด อยากเข้ามาคุยกับเขาหลายครั้งหลายครา แต่ต่อหน้าสายตาคนจำนวนมากเช่นนี้ นางก็ยังค่อนข้างกังวล
นางอยากใช้ชีวิตกับหลิวมู่ แต่นางก็ไม่อยากกลายเป็น ‘หญิงแพศยา’ เหมือนหม่าซานเหนียง
หลินต้าเม่ยรู้สึกว่าตนเองบริสุทธิ์ไร้มลทิน ผู้หญิงอย่างหม่าซานเหนียงไม่อาจเทียบติดได้ ขอเพียงนางเต็มใจร่วมชีวิตกับหลิวมู่ นอกจากเรื่องที่นางไม่อาจคลอดลูกชายแล้ว นางไม่มีตรงไหนที่สู้คนอื่นไม่ได้
หลิวต้าซุ่นทำให้หลิวมู่สูญเสียภรรยาไป ถ้านางที่เป็นภรรยาของหลิวต้าซุ่นมาใช้ชีวิตกับหลิวมู่ก็ถือเป็นการชดเชยให้หลิวมู่ ไม่มีอะไรจะเหมาะสมยิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว
เย่อวี๋หรานไม่ได้สังเกตเห็นเรื่องเหล่านี้ แต่คาดว่าต่อให้นางเห็นก็คงไม่เก็บมาใส่ใจ
นางเดินไปพลางกล่าวกับหลิวมู่ว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าอยากคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว?”
หลิวมู่ส่ายหน้า
“ที่จริงข้ามีเรื่องอยากถามเจ้า เจ้าคิดไว้ว่าจะจัดการกับหม่าซานเหนียงอย่างไร?”
หลิวมู่เงียบสนิท
“ข้าพูดแบบนี้เจ้าอาจฟังไม่เข้าใจ เช่นนั้นข้าเปลี่ยนไปถามอีกแบบก็แล้วกัน เจ้ายังอยากใช้ชีวิตกับหม่าซานเหนียงต่อไปหรือไม่?”
หลิวมู่ชัดเจนยิ่งนักว่า “ไม่”
“แล้วเจ้าอยากแก้แค้นนางหรือเปล่า?” เย่อวี๋หรานเอ่ยเสริม “อย่างเช่นจับนางยัดกรงหมูถ่วงน้ำ”
หลิวมู่ไม่ได้ตอบอะไร
“นางเป็นแม่ของลูกเจ้า ต่อให้เจ้าแค้นนางแค่ไหน เกรงว่าคงเห็นแก่ลูก ไม่อาจลงมือต่อนางรุนแรงเกินไป ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าคิดว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากมายอีกแล้ว ปลดนางเสียก็สิ้นเรื่อง”
หลิวมู่เงยหน้าขึ้นมากะทันหัน “ปลดนาง?!”
“อืม!” เย่อวี๋หรานพยักหน้าพลางกล่าวว่า “หากปลดนางก็ยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับลูกเอาไว้ ทำให้ลูกของเจ้ารู้ว่าเจ้าเป็นพ่อที่ดีคนหนึ่ง ส่วนชีวิตหลังจากนี้ของหม่าซานเหนียงก็ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าอีก ตัดสิ้นความสัมพันธ์ในคราวเดียว ต่างคนต่างไปทางใครทางมัน”
หลิวมู่กัดฟันคล้ายกับไม่ยินยอม “จะให้ข้าปล่อยพวกเขาสองคนไปแบบนี้อย่างนั้นหรือ?”
“ข้าว่าเจ้าประเมินพวกเขาสองคนต่ำไปแล้ว” เย่อวี๋หรานกล่าวสืบไปว่า “เจ้าลองคิดให้ดี ด้วยนิสัยหม่าซานเหนียง นางยังจะใช้ชีวิตกับหลิวต้าซุ่นอย่างสงบได้หรือ? ส่วนหลิวต้าซุ่นอยากแต่งกับนางเพราะอยากให้นางคลอดลูกชายให้ ลูกที่นางกำลังจะคลอดจะใช่ลูกชายหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ ต่อให้เป็นลูกชาย ในเรือนหลังนั้นก็ยังมีหลินต้าเม่ยอยู่คนหนึ่ง ชีวิตหลังจากนั้นจะต้องมีสีสันแท้ ๆ เชียว”
[1] หยางฮวา เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งที่มีกลีบดอกบาง ๆ ดอกจะลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ดอกหยางฮวาน้ำ 水性杨花 ใช้อุปมาถึงผู้หญิงจิตใจรวนเร เปลี่ยนใจง่ายดายเหมือนสายน้ำ และเหมือนดอกหยางฮวาที่ลอยไปลอยมา
[2] เมื่อเรือถึงสะพานก็จะผ่านไปได้เอง 船到桥头自然直 เวลานั่งเรือ เรือจะแกว่งไปมาเล็กน้อย ดูเหมือนจะผ่านใต้สะพานไปไม่ได้ แต่เมื่อไปถึงใต้สะพานแล้ว เรือก็จะแล่นตรงออกไปได้ อุปมาว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออก เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี
[3] ทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้าน 兵来将挡,水来土掩 หมายถึง พลิกแพลงไปตามสถานการณ์